โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ สยบ “ย่น ยุบ ย้อย” 3 สัญญาณยอดแย่บนใบหน้า

โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ สยบ “ย่น ยุบ ย้อย” 3 สัญญาณยอดแย่บนใบหน้า
โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ สยบ “ย่น ยุบ ย้อย” 3 สัญญาณยอดแย่บนใบหน้า

โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ สยบ “ย่น ยุบ ย้อย” 3 สัญญาณยอดแย่บนใบหน้า

อย่างแรกที่คุณต้องเจอคือ “ย่น” ทั้งที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากย่น จริงไหมคะ แต่ในความ เป็นจริงรอยย่นมักถูกทิ้งไว้บนหน้าให้เพื่อนฝูงหรือคนรู้จัก ได้เอ่ยทักกันเกรียว

สิ่งที่เราควรรู้คือรอยย่นมี 2 ชนิด 1. รอยย่นที่เกิด จากการแสดงสีหน้า เช่น เวลายิ้มหรือหัวเราะ ทำให้เห็น รอยตีนกา หรือเมื่อเลิกหน้าผากขึ้น เห็นริ้วรอยที่หน้าผาก หรือเห็นเป็นรอยขมวดคิ้วบ้างอะไรบ้าง 2. ย่นยังอาจเกิดได้จากริ้วรอยถาวรบนใบหน้าเรานั่นเอง ต่อให้ทำหน้านิ่ง ๆ ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรก็ยังเห็นรอยย่น ประทับอยู่ที่หน้าผาก ร่องแก้ม ริ้วรอยใต้ตา ซึ่งปัญหาริ้วรอยถาวร เหล่านี้มักเกิดจากเจอแสงแดดและมลภาวะต่าง ๆ การแสดงสีหน้า รวมถึงการดูแลรักษาผิวพรรณตัวเอง ถ้าไม่รีบแก้ไขหรือทำอะไร ริ้วรอยพวกนี้จะลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น

ส่วน “ยุบ” เกิดจากโครงสร้างใบหน้าคนเรา ซึ่งประกอบด้วย กระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่าง ๆ มีส่วนประกอบ ที่สำคัญ เช่น คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูโรนิก เป็นต้น มีส่วน ช่วยให้ความยืดหยุ่น ชุ่มชื่น ช่วยอุ้มน้ำ ทำให้ใบหน้าเรามีมิติได้รูป ผิว เต่งตึงเหมือนลูกโป่งที่ใส่น้ำเต็ม แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการเปลี่ยนแปลง ตามวัย กระดูกส่วนกลางของใบหน้าเริ่มยุบเข้า ชั้นไขมันเริ่มลดปริมาณลง เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมโทรม ลดจำนวนลง ทำให้ผิวหนัง ขาดความยืดหยุ่น เสมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยน้ำออก ค่อย ๆ แฟ่บแบนลง ไปทีละน้อย ใบหน้าเราก็เช่นเดียวกันกับลูกโป่ง ค่อย ๆ เหี่ยวและแบนลง ไม่เต่งตึงเหมือนสาว เห็นได้ชัดบริเวณขมับ ใต้ตา และโหนกแก้ม

ขณะที่ “ย้อย” เกิดต่อเนื่องจาก “ยุบ” ด้วยโครงสร้างชั้นในของผิว ประกอบกับแรงโน้มถ่วงโลกที่คอยถ่วงลง ปริมาณโครงสร้างภายในชั้นผิว ลดลง คุณภาพของเส้นใยต่าง ๆ เริ่มลดลง ทำให้ผิวด้านนอกมีลักษณะ คล้อยห้อยย้อยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแก้ม ร่องแก้ม หรือแม้กระทั่งกรอบหน้า ทำให้หน้าเราห้อยลงมากองรวมกันด้านล่าง เกิดเป็น “เหนียง” ที่เห็นชัดเจนมากขึ้น

เมื่อทั้งย่น ยุบ ย้อยมารวมตัวกัน ใบหน้าเราจึงเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น แฟ่บ และห้อยลงมาราวกับลูกโป่งที่ถูกดูดทุกอย่างออกหมด ดูเหี่ยว ไม่สวย ซึ่งวิธีแก้ไขอาการย่น ยุบ ย้อยคงต้องแก้ที่ต้นเหตุ ส่วนจะแก้ไขแบบใดก็มีวิธีการแตกต่างกันไป

โบท็อกซ์” + “ฟิลเลอร์”…เดี๋ยวเจอกัน

อย่างที่บอกว่าริ้วรอยแบ่งเป็น 2 แบบ ถ้าริ้วรอยนั้นเกิดจากการ แสดงสีหน้า ทำให้เห็นริ้วรอยเหล่านั้นเวลายิ้มหรือเลิกหน้าผาก ต้องใช้ การฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อบางส่วน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต่าง ๆ เหล่านั้นแสดงสีหน้าน้อยลง แนะนำให้ฉีดทุก 4 เดือน ปีหนึ่ง 3 ครั้ง เพื่อให้ริ้วรอยเหล่านั้นลดลงและคงสภาพได้นาน รวมถึงในการฉีด ครั้งต่อไปก็จะใช้ปริมาณโบท็อกซ์น้อยลงด้วย

ส่วนรอยย่นถาวร ไม่แสดงสีหน้าก็มีรอยย่นให้เห็น เช่น ฝรั่ง อายุเยอะ มีเส้นที่หน้าผากหรือร่องแก้ม ซึ่งเป็นรอยย่นขนาดลึก อาจ ต้องใช้ฟิลเลอร์เติมให้เต็ม เพราะแค่หน้านิ่งก็เห็นริ้วรอยนั้นแล้ว เพียง แต่ให้คุณหมอเป็นผู้วิเคราะห์ปัญหาว่ารอยย่นนั้นเกิดจาก อะไร เช่น เกิดจากไขมันหายหรือกระดูกยุบตัว ควรใช้ เทคนิคใด หรือควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดไหน อย่าง HA Filler เป็นสารที่ช่วยเติมเต็มและค้ำจุนให้โครงสร้างผิวหนัง กลับมายกกระชับ ทดแทนไขมันและมวลกระดูกที่ยุบตัวลง ทำให้แลดูอ่อนวัย เห็นผลทันที

ขณะที่การยุบและย้อย โดยเฉพาะปัญหาขมับบุ๋ม ร่องลึกใต้ตา แก้มห้อย คุณหมอต้องวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น พิจารณาจากไขมันบริเวณแก้มที่ซัพพอร์ตใต้ตา หาก เกิดการยุบตัวลงมา ส่งผลให้แก้มห้อยและดึงถุงใต้ตาลงมา คงต้องใช้ฟิลเลอร์เข้าไปเติมไขมันบริเวณแก้มให้เต็ม เพื่อเป็นตัวซัพพอร์ต ไขมันใต้ตา ปัจจุบันการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติในการยกตัว บวกกับเทคนิคของคุณหมอ จะช่วยให้ไขมันที่ย้อยและคล้อยเหล่านั้น ถูกขึงให้ตึงขึ้นและเคลื่อนกลับมาในตำแหน่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ทั้งนั้น จำเป็นต้องเลือกฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเพื่อการยกตัวขึ้นโดยเฉพาะ ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นเหมือน การถ่วงน้ำหนัก ส่งผลให้ยิ่งห้อยมากขึ้น กรณีที่ทั้งย่น ยุบ และย้อย แล้ว จำเป็นต้องแก้ไขโดยการผสมผสานทั้งการฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ควบคู่กันไป เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่สวย แลดูอ่อนวัย เป็นธรรมชาติ

หลักสำคัญของการเติมฟิลเลอร์คือ ต้องเป็นเรื่องของฝีมือแพทย์ บวกกับผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด ใบหน้าจึงจะสวยได้รูป ตามธรรมชาติ

สังเกตอย่างไรถึงรู้ว่า “ยุบ” และ “ย้อย”

ถ้าเป็นเรื่องริ้วรอยหรือความย่น มองด้วยตาก็คงเห็นแล้ว แต่ “ยุบ” กับ “ย้อย” นี่สิคะ บางคนอาจไม่รู้จะสังเกตตัวเองอย่างไรว่า เข้าข่ายแล้วหรือยัง

วิธีง่าย ๆ คือยืนส่องกระจก ก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเรา ค่อนข้างชัด ถ้าเมื่อก่อนเคยเห็นกรอบหน้าตัวเองชัดเจน ไม่เคย มีเหนียงใต้คอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มเห็นกรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือมีร่องแก้มมากขึ้น นั่นละค่ะคือเกิดการยุบและย้อยแล้ว ปัจจุบัน ที่คนนิยมกันมากคือ “Botox Lift” คือการใช้โบท็อกซ์ฉีดคลายกล้ามเนื้อ ลดริ้วรอย มาฉีดที่ชั้นผิวหนังตื้น ๆ ตามกรอบหน้าหรือลำคอ เพื่อช่วย กระชับผิว ทำให้ผิวเกิดการยกตัว ใช้ควบคู่กับการฉีดฟิลเลอร์ เป็น การซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดการกระชับที่ได้ผลดีขึ้น

แบ็งค์แนะนำว่า ก่อนคิดจะทำอะไรควรศึกษาหรือถามคุณหมอ ให้ละเอียด เพื่อจะได้เข้าใจว่าปัญหาของตัวเองคืออะไร วิธีแก้ไขต้อง ทำอย่างไร ที่สำคัญคือถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ใช้ด้วยว่าคืออะไร เพื่อ ให้การแก้ไขนั้นส่งผลให้ใบหน้าเราสวยงาม ดูดี และปลอดภัยกับตัวเอง มากที่สุด ที่สำคัญคือตัวยาที่ใช้ควรผ่านการรับรองจากองค์การอาหาร และยา (อย.) ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา (FDA) เพราะแค่คำว่า “ฟิลเลอร์” ก็มีหลายยี่ห้อ ในหนึ่งยี่ห้อมีตั้งหลายรุ่น แต่ละรุ่นเหมาะกับ แต่ละจุดบนใบหน้าของแต่ละคนซึ่งมีปัญหาต่างกัน ไม่ใช่ว่าเห็นเพื่อนทำ อันนี้มาแล้วสวย เราต้องทำตาม เพราะปัญหาของเราก็ไม่เหมือนของเพื่อน

ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนี่คือหน้าเรา ถ้าพลาดแล้ว พลาดเลย ก่อนคิดจะทำอะไรกับหน้า แนะนำว่าปรึกษาคุณหมอดีที่สุดค่ะ

ที่มา : คอลัมน์ BEAUTY BY BANK นิตยสารแพรว ฉบับที่ 866 ปักษ์ที่ 25 กันยายน 2558

keyboard_arrow_up