ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

ซูมกระเป๋า Hermes ของ ‘แจน-ปฐมพรรษ์’ พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนเพิ่มมูลค่า

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า
ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

เจาะเทคนิคการลงทุนกับกระเป๋า Hermes ของเซเลบสาวนักสะสม ‘แจน-ปฐมพรรษ์ อิสระพิทักษ์กุล’ ผู้เปลี่ยนแพสชั่นให้กลายเป็นมูลค่ามหาศาล

ชื่อของ Hermes เป็นที่เชื่อถือได้ในฐานะแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องหนังแฟชั่นชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุดในโลก กระทั่งกลายเป็นของสะสมชิ้นเอกของผู้มีรสนิยมเป็นเลิศทั่วโลก รวมถึงเธอคนนี้ ‘แจน-ปฐมพรรษ์ อิสระพิทักษ์กุล’ ซึ่งยอมใจเป็นสาวกแอร์เมสมาเกือบ 10 ปี เพราะรู้ดีว่านอกจากความงามที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ราคาซื้อขายยามเปลี่ยนมือยังช่วยเพิ่มออร่าให้น่าเก็บสะสมมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าในอนาคตอีกด้วย

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

มูลค่าในตัวเอง

“จากที่แจนใช้กระเป๋าไฮแบรนด์ต่างๆ โดยเปลี่ยนแบบเปลี่ยนดีไซน์ไปเรื่อยๆ ตามซีซั่น วันหนึ่งพอเต็มตู้แล้วนำออกมาขาย พบว่าบางใบราคาตอนซื้อเกือบ 2 แสนบาท แต่เวลาขายราคาลดเกินครึ่ง

“กระทั่งได้คุยกับหลายๆ คนที่ชอบกระเป๋าแบรนด์เนมเหมือนกัน ทำให้รู้ว่าแอร์เมสเป็นกระเป๋าที่มีมูลค่าในตัวเอง ยิ่งใบไหนหายากหรือเป็นสีพิเศษ ราคาไม่ตกเลย เผลอๆ เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว แจนจึงเริ่มซื้อแอร์เมสใบแรก เป็นเบอร์กิ้น (Birkin) สีแดงจากช็อปประเทศสิงคโปร์ และใบที่สองเป็นสีแดงจากช็อปเดียวกัน

“แต่ก็อย่างที่หลายคนอาจจะรู้กันอยู่บ้างว่า การจะได้ครอบครองกระเป๋าแอร์เมสนั้น เราต้องซื้อสินค้าอื่นๆ ของเขาก่อน เช่น พอร์ซเลนชุดกาแฟ ถ้วย ชาม หมอน ผ้าห่ม ผ้าพันคอ ฯลฯ ให้ได้ยอดเท่ากับราคากระเป๋า จึงจะมีสิทธิ์ได้ซื้อแอร์เมส 1 ใบ ซึ่งเรียกว่าถ้าอยากได้กระเป๋าของเขาก็ต้องทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะแบรนด์ก็คงอยากได้ลูกค้าที่มีความจงรักภักดี ไม่ใช่ลูกค้าขาจร ซึ่งของอื่นๆ ที่ซื้อมา แจนไม่คิดมาก ถือว่าเราได้ใช้อยู่แล้ว

“ทีแรกแจนคิดว่าจะซื้อเบอร์กิ้นใบเดียวพอ แต่ที่สุดก็อยากมีสีนั้นสีนี้เพิ่ม เพราะชอบด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ กระเป๋าคงทน มีอายุใช้งานนาน บางใบใช้มาแล้วหลายปีก็ยังสวย หรือถ้าเบื่อ อยากขาย ราคาก็ไม่ตก แอร์เมสจึงเป็นกระเป๋าที่นักสะสมขายได้ราคาดี แม้จะมีดีไซน์ให้เลือกไม่มากเท่าแบรนด์อื่น หลักๆ คือ Birkin, Kelly, Constance ฯลฯ แต่เป็นกระเป๋าแบรนด์เดียวที่ไม่ว่าสีอะไร ก็แมตช์เข้าได้กับเสื้อผ้าทุกสี เพราะมีความสวยงามในตัวเอง รวมทั้งยังเติมความโดดเด่นได้อีก เช่น เลือกฮาร์ดแวร์ (Buckle) ชนิดต่างๆ ได้ตามชอบ หรือถ้าอยากพิเศษมากขึ้น ก็เลือกชนิดของหนังเป็นกระเป๋าหนังพิเศษ หรือเป็น Special Order ที่ต้องสั่งทำพิเศษ ซึ่งทุกคนอยากได้ รวมทั้งเลือกฮาร์ดแวร์ (Buckle) ชนิดต่างๆ ได้ตามชอบ เพื่อให้พิเศษมากขึ้น ซึ่งราคากระเป๋าก็จะขยับขึ้นไปตามชนิดของหนัง สี และฮาร์ดแวร์นี่แหละ”

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

ราคาดี ไม่มีตก

“ต้องบอกว่าแจนสะสมแอร์เมสเพราะความชอบ ไม่ใช่แม่ค้าที่ซื้อมาขาย เวลาซื้อจึงเลือกสเป็คกระเป๋าจากที่อยากได้จริงๆ น้อยคนที่จะรู้ราคากระเป๋าที่ได้จากช็อป ซึ่งใช่ว่าทุกคนจะซื้อได้ จึงไม่ค่อยมีใครยอมบอกราคาที่แท้จริง เพราะกระเป๋าทุกใบราคาขึ้นอยู่แล้ว หรือถ้าไม่ขึ้น เราก็กำไรอยู่ดี ทั้งกำไรตัวเงินและกำไรที่ได้ใช้ แต่บางครั้งถ้าอยากได้สีใดสีหนึ่งมากๆ แต่ไม่ตรงกับซีซั่นที่ช็อปขาย ก็ต้องยอมซื้อจากร้านรีเซลเลอร์มือสอง ซึ่งมีทั้งของใช้แล้วและยังไม่เคยใช้ ราคาก็จะแพงขึ้น

“ข้อดีของร้านรีเซลเลอร์ นอกจากเป็นแหล่งให้เราตามหาไอเท็มที่ต้องการได้แล้ว ยังตอบโจทย์เวลาที่บางครั้งเราอาจมีแอร์เมสที่สีหรือแบบที่ไม่ค่อยชอบนัก แต่เป็นรุ่นที่คนส่วนใหญ่ชอบ เราก็สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นแบบที่ชอบจากร้านค้าที่รู้จักและสนิทกันได้ หรือถ้าอยากได้หนังพิเศษกว่าที่มีอยู่ เช่น มีเบอร์กิ้นหนังปกติ แต่อยากได้หนังจระเข้หรือเอกโซติก ก็สามารถนำกระเป๋าใบที่เป็นหนังปกติไปขายกับรีเซลเลอร์ ได้เงินมาเพิ่มเพื่อเอาไปซื้อแอร์เมสหนังจระเข้ใบใหม่จากช็อปได้ โดยแทบไม่ต้องเติมเงินมาก

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

“หรือบางครั้งถ้าร้านรีเซลเลอร์อยากได้เบอร์กิ้นสีดำ Shiny แล้วเขาเห็นในไอจีว่าเรามี เขาก็จะถามว่าสนใจขายไหม ให้ราคาเดิมเท่าที่ซื้อมา แจนก็คิดแค่ว่าเราใช้ไปสักพักแล้ว แต่ในเมื่อมันยังเป็นกระเป๋าที่คนต้องการและทำกำไรได้ เราก็เทรดออกไป เพราะเรากำไรในการใช้ไปแล้ว อย่างกระเป๋าใบแรกที่แจนได้มาเป็นเบอร์กิ้นสีแดง Bougainvillea ตอนแรกก็ว่าจะไม่ขาย เพราะซื้อมาราคาแพงมาก 480,000 บาท แต่ด้วยความที่เกิดวันจันทร์ ซินแสบอกว่าไม่ควรใช้กระเป๋าสีแดง ใช้ไป 3 ปี จึงขายไปที่ราคา 430,000 บาท อีกใบเป็นสีม่วง Anemone ตอนที่ซื้อจากร้านรีเซลเลอร์ในราคา 630,000 บาท เพราะเห็นว่าเป็นสีที่ไม่ได้ผลิตออกมานานแล้ว จึงอยากสะสม แต่พอเขาเริ่มผลิตใหม่และเราใช้ไปหลายปี จึงตัดสินใจขายออกไปที่ราคา 530,000 บาท เงินที่หายไปถือว่าเราได้กำไรจากการใช้ไปแล้ว

“ย้ำอีกครั้งว่าแจนไม่ใช่แม่ค้าที่ซื้อมาขาย เพื่อนบางคนอยากได้เบอร์กิ้นหนังจระเข้แมตต์สีชมพู ซึ่งเป็นสีหายาก ขอซื้อยังไงเราก็ไม่ขาย เพราะถ้าขาย เราก็หาซื้อใหม่ไม่ได้แล้ว แจนชอบสะสมแอร์เมสรุ่นพิเศษ เพราะเราเลือกชนิดของหนังและสีได้ ถ้ามีแสตมป์รูปเกือกม้า บักเคิลเป็นทองหรือโรสโกลด์ บอกเลยว่าเป็นรุ่นพิเศษที่สะสมไว้เถอะ ราคาขายดีกว่าแบบอื่นจริงๆ”

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

เมื่อแพสชั่นกับการลงทุนมาพบกัน

“ต้องบอกว่าการลงทุนกับกระเป๋าเป็นเรื่องของแพสชั่นและได้ใช้ด้วย ตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา แจนได้ทั้งซื้อมาขายไป แต่ส่วนที่ขายไปมีน้อยมาก จะขายต่อเมื่อเรามีสีนั้นซ้ำกันสองใบ แต่แค่นี้เราก็ถือว่าได้กำไรในการใช้แล้ว เพราะฉะนั้นทุกปี แจนจะบอกช็อปไว้ล่วงหน้าว่าอยากได้สีอะไร เช่น ถ้าเป็นเบอร์กิ้นชอบทุกสี ยกเว้นสีแดง แต่ต้องไซส์ 25 ถ้าเป็นเคลลี่ต้องไซส์ 25 หรือ 28 เท่านั้น สำหรับแพลนของแจนปีนี้ คืออยากได้ Kelly หนัง Exotic สีดำ Shiny เป็นความสุขตามประสาของคนชอบแมตช์เวลามองกระเป๋าแอร์เมสแต่ละรุ่นมาอยู่รวมกัน”

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

เทคนิคต้องรู้ ก่อนลงทุนกับกระเป๋า Hermes

1. ศึกษาความนิยมและความต้องการในตลาด รู้ราคาตลาดว่าหนังแบบไหน สีอะไร ฮาร์ดแวร์แบบไหนที่ได้รับความนิยม เพราะระหว่างบักเคิลสีทองกับ พาลาเดียม (Palladium) ที่เป็นโลหะสีเงิน ราคาก็ไม่เท่ากันแล้ว แต่ที่ขายออกง่ายคือบักเคิลทอง

2. เลือกเก็บสีหายาก เช่น สีชมพูซึ่งมีหลายเฉด แต่เฉดที่คนตามหา และหายากคือชมพู Rose Confetti ซึ่งไม่ผลิตแล้ว หรือสี Claire ที่ราคาแพงตลอดกาล ไม่เคยต่ำกว่า 5 แสนบาท บางครั้งเคยสูงถึงกว่า 6 แสนบาทก็มี รวมถึงสีที่เป็น Special Order คือมีสองสีพร้อมเครื่องหมาย Horseshoe (เกือกม้า) จะขายได้ราคาดี เพราะเป็นกระเป๋าที่ต้องสั่งทำพิเศษ และช็อปต้องทำให้

3. สีที่ไม่ผลิตแล้ว เช่น สี Rose Azalee, Bubblegum Pink ถ้ามีในตลาดมือสองหรือมือหนึ่งจะขายได้ราคาสูง ขึ้นอยู่กับความต้องการในช่วงนั้น ส่วนสีม่วง Anemone เป็นสีที่หยุดผลิตไปนาน แต่เพิ่งกลับมาผลิตใหม่ คนมักนิยมซื้อเก็บ

4. บางสีต้องทำใจ อย่างกลุ่มสีฟ้าหรือเขียว เวลาขายต่ออย่าตกใจกับราคาที่ถูกลงมาก เพราะเป็นสีที่ออกมาในตลาดเยอะ สีฟ้ามีหลายเฉด แต่เฉดที่คนส่วนใหญ่นิยมคือ Blue Electric ถ้าเป็นเฉดอื่น เช่น Blue Azure ที่ออกมาในตลาดมาก จะขายได้ในราคาถูกกว่าสีอื่นเป็นแสนบาท ซึ่งเป็นเรื่องของ ดีมานด์และซัพพลาย ถ้าสีไหนออกมาในตลาดมาก ความต้องการน้อย ยังมีของให้เห็นในตลาด ราคาก็จะตก บวกกับกระเป๋าแอร์เมสออกใบใหม่เรื่อยๆ ตามตราแสตมป์ ABC ที่หมายถึงรอบกระเป๋าที่บ่งบอกว่าผลิตออกมานานหรือยัง เป็นการบ่งบอกราคาไปในตัว เช่น ปัจจุบันเป็นรอบแสตมป์ D ถ้าร้านยังเก็บแสตมป์ A ไว้ ราคาก็จะลง ต้องยอมขายขาดทุน และเอากำไรจากใบอื่นมาเฉลี่ย ฉะนั้นถ้าเป็นสีฟ้าหรือเขียวต้องเลือกเป็นหนังจระเข้ เพราะหนังจระเข้ไม่มีสีให้เลือกมากนัก จึงหายาก ถ้าเป็นสีน้ำเงินหรือเขียว Emerald ราคาจะดี

5. เบอร์กิ้นสีดำเป็นที่ต้องการเสมอ เพราะคนส่วนใหญ่ที่ซื้อแอร์เมสใบแรก มักเน้นสีดำที่ใช้ได้ทุกโอกาส จึงเป็นสีที่ทุกคนตามหา ทำให้ได้ราคาค่อนข้างดี

ซูมกระเป๋า Hermes ของ 'แจน-ปฐมพรรษ์' พร้อมเจาะเทคนิคการลงทุนอย่างคุ้มค่า

6. เบอร์กิ้นสีมาตรฐาน เช่น Etoupe, Etain, และ Gold ล้วนเป็นสีเบสิกสำหรับคนที่เริ่มซื้อแอร์เมสใบแรกๆ ราคาอาจหายไปบ้าง แต่ถือว่าได้กำไรจากการใช้ ขายเมื่อไหร่ ตลาดก็ยังอยากได้อยู่ดี

7. บักเคิลทองได้ราคาดี เพราะบักเคิลทองอยู่กับสีไหนก็สวย

8. เคลลี่ที่มีฝีเข็มเย็บด้านนอก เป็นรุ่นที่ขายได้ราคาดีกว่าแบบที่เย็บตะเข็บไว้ด้านใน

9. หนังจระเข้ สเป็คเทพ ราคาไม่มีลิมิต ยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าหนังจระเข้แมตต์ (หนังด้าน) สีชมพู ราคายิ่งแพงขึ้นอีก เพราะใช้จระเข้จากรัฐฟลอริดา เลี้ยงในบ่อหินอ่อนแยกตัวเดียว และต้องผ่านการฟอกมากกว่าหนังจระเข้ทั่วไป ทำให้มีราคาสูง

10. ไซส์ฮิตคือ 25 และ 28 สำหรับคนไทยจะชอบสองไซส์นี้ ส่วนไซส์ 32 ไม่ค่อยนิยม

11. หนัง Togo บ้านเราชอบหนังชนิดนี้ ทำจากลูกวัวเพศเมีย นิ่มและลายหนังใหญ่กว่าหนัง Claremont ที่ทำจากหนังลูกวัวตัวผู้ ซึ่งแม้ลายจะละเอียดกว่า แต่ก็มีความแข็งกว่าเช่นกัน


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 956

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!