การใช้ ยาฮอร์โมนรักษาสิว

รักษาแบบเดิมไม่ได้ผล! กับข้อควรรู้การใช้ ยาฮอร์โมนรักษาสิว ผู้หญิงวัย 25 ขึ้นไป

การใช้ ยาฮอร์โมนรักษาสิว
การใช้ ยาฮอร์โมนรักษาสิว

สิว เจ้าวายร้ายที่ผู้หญิงขยาดที่สุด และป็นภาวะที่พบได้บ่อยในวัยรุ่น แต่ผู้ที่พ้นวัยรุ่นมาแล้วก็เป็นสิวได้เช่นกัน มีข้อมูลแสดงว่าสิวที่เกิดขึ้นภายหลังอายุ 25 ปี หรือเรียกว่า สิววัยผู้ใหญ่ นั้นมีอุบัติการณ์สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเพศหญิง จากการศึกษาพบว่าสิววัยผู้ใหญ่มักสัมพันธ์โดยตรงอย่างมีนัยสำคัญกับความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า และคุณภาพชีวิตที่ลดลง ยิ่งไปกว่านั้นสิวประเภทนี้มักจะตอบสนองต่อการรักษาสิวแบบมาตรฐานที่ใช้ในวัยรุ่นไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้น จึงมีการใช้ ยาฮอร์โมนรักษาสิว มาใช้กับกลุ่มผู้มีปัญหาสิวเพศหญิง ที่มีอายุ 25 ขึ้นไป การรักษาสิวแบบนี้ มีรายละเอียดอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

ยาฮอร์โมนรักษาสิว ทำงานอย่างไร

มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าฮอร์โมนเพศมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่มีฮอร์โมนเพศชายหรือแอนโดรเจนเกิน แอนโดรเจนจะกระตุ้นต่อมไขมันในผิวหนังให้ผลิตไขมัน และทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขนจึงเกิด สิวอุดตันและเกิดการอักเสบตามมา การที่สิวตอบสนองต่อยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานและกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต้าน ฮอร์โมนเพศชายเป็นหลักฐานที่สำคัญในทางคลินิกที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของฮอร์โมนในการรักษาสิว นอกจากนี้ยังพบว่า ฮอร์โมนยังมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาสิวในผู้หญิงแม้จะมีระดับแอนโดรเจนปกติ

ยาฮอร์โมนรักษาสิว ทำงานอย่างไร

หลักพิจารณาในการใช้ยาฮอร์โมนรักษาสิว

โดยทั่วไปพิจารณาใช้ในผู้ป่วยกลุ่มต่อไปนี้ ได้แก่ ผู้ที่มีฮอร์โมนเพศชายเกิน ผู้ที่เป็นสิวในช่วงอายุมากกว่า 25 ปี หรือที่เรียกว่าสิววัยผู้ใหญ่ มีการกระจายของสิวเด่นบริเวณกราม สิวที่มาพร้อมกับการมีประจำเดือน สิวอุดตันที่มีภาวะต่อมไขมันทำงานเกินร่วมด้วยและสิวที่ดื้อต่อการรักษาแบบดั้งเดิม หรือการรักษาแบบดั้งเดิมใช้ไม่ได้ผล เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรมีการวางแผนครอบครัวก่อนที่จะเริ่มการรักษาด้วยฮอร์โมนเสมอ เนื่องจากผู้ป่วยจะต้องรับประทานฮอร์โมนเป็นระยะเวลาติดต่อกันค่อนข้างนาน อย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือนจึงจะเห็นผลการรักษา ซึ่งจะมีผลให้มีการเว้นระยะของการมีบุตร และควรมีการประเมินเกี่ยวกับโรคของต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ป่วยสิวมีอาการที่ส่อว่ามีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงร่วมด้วย เช่น ขนดกและเกิดผิดที่ มีภาวะผมบางตามกรรมพันธุ์ มีลักษณะเพศชายเด่น มีภาวะอ้วนลงพุง ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ เป็นหมัน เป็นสิวรุนแรงฉับพลัน หรือเป็นสิวที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษาแบบดั้งเดิม เป็นต้น

ประเภทของฮอร์โมนรักษาสิว

ฮอร์โมนที่ใช้ในการรักษาสิวสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ

1. สารยับยั้งการสังเคราะห์แอนโดรเจน

สารยับยั้งการสังเคราะห์แอนโดรเจน ได้แก่ อนุพันธุ์ของฮอร์โมน เอสโตรเจนและ โปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน ข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดในการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน คือ โอกาสในการเกิดการอุดตันของหลอดเลือด ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อยอื่นๆ ได้แก่ อาการ ปวดศีรษะ ความผิดปกติของรอบประจำเดือน น้ำหนักขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน คือ อาการซึมเศร้า การเกิดถุงน้ำในรังไข่ และ มะเร็งเต้านม จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทานในการรักษาสิวเสมอ

2. สารต้านการทำงานของตัวรับแอนโดรเจน

โดยยาในกลุ่มนี้ที่นิยมใช้บ่อยที่สุดทางคลินิก คือ สไปโรโนแลกโตน (Spironolactone) ผลข้างเคียงที่สำคัญของสไปโรโนแลกโตน คือ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ กดเจ็บบริเวณเต้านม ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะลดลงเมื่อใช้ร่วมกับยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังคือ ยาทำให้มีโพแทสเซียมสูงซึ่งจะต้องคอยติดตามและตรวจสอบเป็นระยะและความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดในทารกเพศชาย ด้วยเหตุนี้จึงควรใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับยาสไปโรโนแลกโตน เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์เสมอ และการใช้ยานี้ควรอยู่ในการกำกับดูแลของแพทย์

ยาฮอร์โมนรักษาสิว ทำงานอย่างไร

แนวทางการพิจารณาใช้ยาฮอร์โมนรักษาสิว

การใช้ยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมน และอนุพันธ์กรดวิตามินเอ ถือเป็นแนวทางหลักของการรักษาสิวที่มีความรุนแรงระดับปานกลางถึงรุนแรงในผู้หญิง การพิจารณาว่าจะเริ่มรักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะหรือฮอร์โมนนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ประวัติการล้มเหลวหรือตอบสนองต่อการรักษาคราวก่อนๆ ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจากยา การมีภาวะแอนโดรเจนเกิน รวมทั้ง ความต้องการที่จะคุมกำเนิดของผู้ป่วย เป็นต้น ดังนั้น ก่อนเริ่มการรักษาสิวด้วยยาฮอร์โมนจึงควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด


ภาพ : Pexels

ข้อมูล : hellokhunmor

แหล่งที่มา

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แพทย์ผิวหนังย้ำ! งดบีบสิว บริเวณสามเหลี่ยมอันตรายบนผิวหน้า เสี่ยงติดเชื้อได้

สิวยุคหน้ากากอนามัย แก้อย่างไรให้จบสวย เพราะไวรัสก็กลัว แต่ที่ชัวร์ผิวต้องไม่พัง!

แชร์เทคนิค ใส่แมสก์ยังไงไม่ให้เป็นสิว แถมได้ผิวลุคฉ่ำวาวแบบกลาสสกิน

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up