สุขภาพดีไม่มีทางลัด! แชร์ 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการ ดีท็อกซ์ลำไส้

ปัจจุบันการแชร์และส่งต่อข่าวสารสุขภาพเกิดขึ้นมากมายทุกวัน หลายเรื่องเป็นความจริงที่ผ่านการวิจัย พิสูจน์และรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้ แต่หลายครั้งข่าวสารกลับเผยแพร่อย่างบิดเบือนจนน่าตกใจ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามคือความเข้าใจผิดของการ ดีท็อกซ์ลำไส้ ทั้งเครื่องดื่มดีท็อกซ์สำเร็จรูป สูตรดีท็อกซ์ธรรมชาติ และการสวนดีท็อกซ์อีกหลายรูปแบบ มาดูกันว่า 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดีท็อกซ์ลำไส้ จาก พญ.ผุสดี โรจน์พลากร มีอะไรกันบ้าง

1. ดีท็อกซ์ช่วยลดไขมัน

หลายสูตรหลายวิธีเน้นการทำดีท็อกซ์ด้วยการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย โดยเฉพาะการถ่ายอุจจาระ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกตัวเบา  แต่ในความจริงแล้ว การขับถ่ายมีเพียงอุจจาระและน้ำเท่านั้น แต่ร่างกายไม่ได้เผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไปเลย บางกรณีผู้ขับถ่ายอาจเสียเกลือแร่และวิตามินจากการขับถ่ายจำนวนมากจนเกิดปัญหาสุขภาพตามมา

2. เครื่องดื่มยอดฮิตคือทางลัดของการทำดีท็อกซ์

สุขภาพดีไม่มีทางลัด การทำดีท็อกซ์ก็เช่นกัน การซื้ออาหารเสริมหรือเครื่องดื่มดีท็อกซ์ที่ขายตามท้องตลาดหรือในโลกออนไลน์ ควรอ่านข้อมูลให้ครบ ดูส่วนผสม และดูว่ามีอย.หรือไม่ ทางที่ดีไม่ควรซื้อหามารับประทานเอง โดยไม่ได้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์อย่างเด็ดขาด

3. น้ำหมักช่วยขับของเสีย

การนำผักและผลไม้มาหมักเพื่อให้เกิดน้ำหมักใช้ดื่มเพื่อล้างพิษ อาจเสี่ยงสารพิษตกค้างในกรณีที่ล้างทำความสะอาดไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อนำไปหมักด้วยวิธีต่างๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนระหว่างการหมัก ทั้งจากภาชนะและวัตถุดิบ รวมถึงมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคและแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ง่าย ส่งผลให้ท้องเสีย หรือมีผลต่อระบบทางเดินอาหารในระยะยาวได้

4. ยาระบาย ทดแทนดีท็อกซ์

ยาระบาย มีฤทธิ์ช่วยดึงน้ำออกจากผนังลำไส้ ส่งผลให้เนื้ออุจจาระนิ่มและขับถ่ายออกได้ง่าย โดยที่ยาระบายไม่สามารถชะล้างสารพิษหรือคราบตะกรันที่สะสมตามผนังลำไส้ ในกรณีที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์

5. ดีท็อกซ์เองที่บ้านก็ได้

การสวนลำไส้เองที่บ้านอาจเสี่ยงต่อเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อน เสี่ยงต่อความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำดีท็อกซ์

ตามธรรมชาติ ร่างกายมนุษย์มีกลไกกำจัดสารพิษโดยผ่านการทำลายที่ตับและการขับออกที่ไต  ดังนั้นการดีท็อกซ์ล้างลำไส้จึงไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้หากอาหารที่รับประทานเข้าไปมีสารพิษปนเปื้อนร่างกายจะดูดซึมไปยังลำไส้เล็กพร้อมกับสารอาหารและวิตามินอื่นๆ ส่วนที่ตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเพียงกากอาหารที่ไม่ถูกย่อยหรือดูดซึมแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากกลัวว่าร่างกายจะมีสารพิษตกค้าง  ควรเริ่มใส่ใจการลดสารพิษตั้งแต่ต้นทาง โดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ และลดการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหารปนเปื้อน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารปิ้งย่าง และอาหารทอด โดยเฉพาะอาหารที่ทอดด้วยน้ำมันใช้ซ้ำหลายๆ ครั้ง


ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ.ผุสดี โรจน์พลากร  แพทย์ทางเดินอาหาร และตับ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
ภาพ : Pexels

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รู้จัก “โยคะ นิทรา” การดูแลสุขภาพแบบป้องกัน เสริมภูมิคุ้มกันจากมลภาวะรอบตัว

5 ทิปส์ปฏิวัตินักกินสายจังค์ฟู้ดเป็นสายเฮลตี้ เพราะ You Are What You Eat! ใช้ได้เสมอ!

สุขภาพดีด้วย 5 อาหารต้านภัยฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ที่ไม่ว่าจะหนักหรือเบาเราก็สูดดมทุกวัน!

4 จุดริ้วรอยบอกโรค! ส่วนไหนไม่ปกติ ส่วนไหนบกพร่อง สะท้อนสุขภาพจากภายใน

แชร์เคล็ดลับสร้างสมดุลผิวสู้ภัยฝุ่น PM 10-2.5 สำหรับสาวๆ ที่เกิดผื่นแพ้ผิวหนังและสิวง่าย

คัดมาเน้นๆ 5 พืชผักน่ากินกับสรรพคุณสุดว้าวที่ดีต่อสุขภาพ ผิวพรรณ ต่อต้านอนุมูลอิสระ

 

 

 

keyboard_arrow_up