ทรงพระสเลนเดอร์

เคล็ดลับ ทรงพระสเลนเดอร์ ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ

ทรงพระสเลนเดอร์
ทรงพระสเลนเดอร์

นาทีนี้โลกโซเชียลบ้านเราเกิดกระแสคำว่า ทรงพระสเลนเดอร์ สืบเนื่องจากว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงตอบคอมเม้นต์ในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ หลังมีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นในภาพของพระองค์ว่า “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานครับ ลุ้นที่สุดในโลกครับ” โดย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงตอบว่า “ถ้าลุ้นอย่าพูดว่าทรงพระเจริญเพราะไม่อินเทรนด์ ถ้าจะให้พรก็บอกว่าทรงพระสเลนเดอร์” นั่นเอง

และถ้าจะให้อินเทรนด์เข้ากับกระแสทรงพระสเลนเดอร์ แพรวดอทคอม ขอแชร์สูตรพระราชทานสัมภาษณ์พิเศษของ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ โดยมีไบรท์ – พิชญทัฬ จันทร์พุฒ และน้าเน็ค – เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้สัมภาษณ์ โดยตอนหนึ่งได้ทรงกล่าวถึงเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ด้วยการรับประทานผลไม้และออกกำลังกาย

ซึ่งเคล็ดลับดูแลพระสิริโฉมให้งดงามและแข็งแรงนั้น ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เผยว่า “ก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรมากมาย จริงๆ แล้วเคล็ดลับแรกเลยคือ ทำให้ตัวเองอารมณ์ดี ออกกำลังกายเพื่อให้ได้รูปร่างที่ดีและแข็งแรง ระวังเรื่องอาหาร เช่น ตอนตื่นขึ้นมาอันดับแรก ดื่มน้ำเยอะๆ ประมาณ 1 ขวดลิตร ตามด้วยทานกล้วยน้ำว้า 3 ลูกอย่างน้อย และตามด้วยแอปเปิ้ลเขียวอีก 3 ลูก หรือส้ม หรือสตรอว์เบอร์รี่สัก 20 ลูกก็ได้ แล้วดื่มน้ำตามเพื่อป้องกันฟันผุ เพราะแอปเปิ้ลเขียวมันกัดฟัน ควรทานตั้งแต่ตอนตื่นนอนใหม่ๆ เพื่อทำให้รูปร่างดีขึ้น และแข็งแรง ไม่เป็นหวัด อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าควรออกกำลังกายควบคู่ด้วย”

ช่างเป็นเคล็ดลับดูแลพระสิริโฉมที่ง่ายดายเหลือเกิน ฟังแล้วเชื่อว่าสาวๆ คงไปกว้านหาซื้อกล้วยน้ำว้า แอปเปิ้ลเขียว สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม มาไว้ทานตอนตื่นเช้าๆ ก่อนไปทำงานกันแน่นอน ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์เยอะๆ ส่วนใครที่ยังสงสัยว่าผลไม้ทั้ง 4 อย่างที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ พระราชทานสัมภาษณ์นั้นมีประโยชน์อย่างไร แพรวดอทคอมหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ เริ่มจาก…

1. กล้วยน้ำว้า
สาวๆ น่าจะเคยได้ยินกันมาบ่อยว่าการทานกล้วยน้ำว้าช่วยลดน้ำหนัก ยิ่งทานตั้งแต่มื้อเช้ายิ่งดี เพราะจะทำให้ความอยากอาหารลดลง ทานอาหารอย่างอื่นได้น้อยลงด้วย นอกจากอิ่มท้อง อ้วนยากแล้ว ยังทำให้ผิวเนียนนุ่ม และที่สำคัญกล้วยน้ำว้าเป็นแหล่งพลังงานสำรองชั้นดี ในกล้วย 1 ผล สามารถให้พลังงานได้ร่วม 100 แคลอรี่ มีน้ำตาลธรรมชาติอยู่ 3 ชนิด ทั้งซูโครส ฟรักโทส และกลูโคส รวมไปถึงเส้นใยและกากอาหาร ดังนั้นถ้าหากหิวก็สามารถทานกล้วยรองท้องได้ประมาณ 2 – 3 ผลก็อิ่มแล้ว และในกล้วยเองยังอุดมด้วยวิตามินบี 6 ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน แถมแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียมที่ช่วยป้องกันโรคความดัน บรรเทาอาการเจ็บคอ และช่วยระงับกลิ่นปาก แค่ทานกล้วยน้ำว้าหลังตื่นนอนทันทีก่อนแปรงฟันจะช่วยลดกลิ่นปากได้มาก สรรพคุณล้นเหลือขนาดนี้ ไม่ทานคงเสียดายแย่

2. แอปเปิ้ลเขียว
หลายคนอาจไม่ชอบทานแอปเปิ้ลเขียวเท่าไหร่นัก เพราะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลน้อยกว่าแอปเปิ้ลสีอื่น ซึ่งในแอปเปิ้ลเองนั้นมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัยให้ดูอ่อนเยาว์ หากทานเป็นประจำวันละ 3 ผลยังช่วยลดความอยากอาหารอื่นๆ ได้ ลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด แถมยังช่วยป้องกันฝ้า กระ ลดไข้ และช่วยลดการอักเสบ ฯลฯ จริงๆ ประโยชน์จากแอปเปิ้ลเขียวยังมีอีกเยอะ แต่แค่นี้ก็น่าจะพอรู้แล้วว่าดีนะที่เลือกทานแอปเปิ้ลเขียว เชื่อสิดีต่อใจแล้วยังดีต่อกาย

3. สตรอว์เบอร์รี่
เป็นหนึ่งในผลไม้ที่สาวๆ ชอบทานเป็นที่สุด แถมยังเป็นเจ้าแห่งสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากรสชาติอร่อยหวานอมเปรี้ยวนิดๆ แล้ว สตรอว์เบอร์รี่ยังได้รับการยกย่องให้เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพและความงาม อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูงและหลากหลายชนิดเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น มากกว่ามะเขือเทศถึง 7 เท่าเลยนะ และอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 กรดโฟลิก เส้นใยอาหาร แร่ธาตุต่างๆ อย่างสังกะสี โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟลาโวนอยด์ เหล็ก เป็นต้น สตรอว์เบอร์รี่จึงมีความสามารถในการป้องกันโรคมะเร็ง ดูแลสุขภาพของสายตา และยังช่วยเรื่องลดน้ำหนัก เพราะมีเส้นใยอาหาร ให้พลังงานต่ำ และไม่มีคอเลสเตอรอล แถมบำรุงผิวพรรณ เพราะวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในสตรอว์เบอร์รี่มีส่วนในการเสริมสร้างคอลลาเจน จึงช่วยชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอย ป้องกันการเสื่อมของผิว

4. ส้ม
ถึงคิวผลไม้นางเอกอย่างส้มบ้าง ทานวันละ 1 – 2 ลูกต่อวันก็พอ มีสารไฟโตนิวเทรียนต์มาก ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงสารกลุ่มฟลาวาโนน สารแอนโทไซยานิน สารพอลิฟีนอล และวิตามินซี ที่ช่วยทำให้ผิวสวยกระจ่างใส เปล่งปลั่งออร่าจับ มีคอลลาเจนช่วยซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก และช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด แผลไฟไหม้ ให้หายเร็วและแผลเรียบเนียนขึ้น แถมความฉ่ำของน้ำในเนื้อส้มยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า


เรียบเรียง : PP_แพรวดอทคอม
ที่มา : รายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันที่ 4 ธ.ค.59
ภาพจาก Instagram : @nichax  / แฮชแท็ก #nichax / ภาพ Pexels

keyboard_arrow_up