การยกกระชับ…ทางออกแก้ปัญหาให้ผิวสวย

การยกกระชับ…ทางออกแก้ปัญหาให้ผิวสวย
การยกกระชับ…ทางออกแก้ปัญหาให้ผิวสวย

ทั้งจากหน้าที่กรรมพันธุ์โครงสร้างของใบหน้า ที่รวมไปถึง สภาพการใช้ชีวิตที่มีหน้าที่การงานอันความเคร่งเครียดขึ้น การแสดงออกทางสีหน้าที่ลักษณะเดิมๆ ซ้ำอยู่บ่อยครั้ง การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือแม้แต่การนอนที่ผิดท่าเป็นประจำทุกวัน โดยความหย่อนคล้อยของผิวหน้าดังกล่าว ยังก่อให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น บนใบหน้าเพิ่มมากขึ้น แลดูมีอายุมากกว่าวัยจริง

dna7
ความหย่อนคล้อยของผิว สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทุกจุดบนใบหน้า ตั้งแต่บริเวณรอบดวงตา หางคิ้ว แก้ม มุมปาก คาง และบริเวณคอ ซึ่งสร้างความวิตกให้กับผู้ที่ประสบปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสุภาพสตรี แต่ด้วยนวัตกรรม และวิทยาการสมัยใหม่เพื่อความงาม ตลอดจนมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้คิดค้นวิธีการรักษาที่เห็นผลได้ในทันทีหลังเข้ารับการรักษา โดยมีวิธีการรักษาเพื่อปรับโครงสร้างของใบหน้า และยกกระชับผิวมีให้เลือกได้ตามความต้องการถึง 3 รายการด้วยกันดังนี้

dna6
1. Gold Lift (ร้อยไหมทองคำ) นวัตกรรมการยกกระชับใบหน้า และลำคอ ที่จะช่วยแก้ไขรูปหน้าและคงความสวยได้นาน 8 – 15 ปี ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น และฟื้นฟูสภาพผิวพรรณให้เต่งตึง อ่อนเยาว์ลงได้ 5 – 10 ปี โดยไม่ต้องผ่าตัด
2.Super Lift Thermage (เทอร์มาท) กระชับเต่งตึง และลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัด ศัลยกรรม ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้ม หนังตาตก ถุงใต้ตา และกระชับสัดส่วน

dna2
3. B-Tox (โบท๊อก) / Collagen (Filler) เป็นอีกวิธีการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ปรับขนาดของใบหน้า ลดเลือนริ้วรอย พร้อมกับเติมเต็มร่องแก้มร่องลึกบริเวณใบหน้า ทั้งใต้ตา มุมปากตก หรือแม้แต่การแก้ไขรูปหน้าบริเวณคาง แก้ม และขมับ ให้ตึงสวยงาม

“การยกกระชับ และการปรับรูปหน้าเรียว เป็นอีกทางหนึ่งที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาสภาพผิวหน้า และลำคอที่มีความหย่อนคล้อยจากปัญหาผิวหนังขาดคอลาเจน รวมไปถึงโครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมดุล ให้แลดูอ่อนกว่าวัย”

dna3
Q : การยกกระชับผิว ปรับรูปหน้าเรียว คืออะไร
A : การยกกระชับผิว และการปรับรูปหน้าเรียว แบ่งออกเป็น 2 ความหมายคือ การยกกระชับจะหมายถึง การแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อยจากผิวขาดคอลลาเจน ที่อาจเป็นความเสี่ยงของคนในช่วงวัยนั้นๆ ที่ขาดการดูแลสุขภาพผิวอย่างถูกวิธี จนส่งผลหน้ามีริ้วรอยหย่อนคล้อยมากกว่าคนในวัยเดียวกัน
ขณะที่ การปรับรูปหน้าเรียว ไม่ได้มีเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากเซลล์ผิวแต่อย่างไร โดยเป็นปัญหาที่เกิดจากโครงสร้างของใบหน้าที่ดูไม่สมดุลกัน บางครั้งแก้มข้างหนึ่งอาจดูใหญ่กว่าอีกข้าง หรือต้องการให้รูปหน้าดูเรียวเล็กลงตามความต้องการ วิธีการการปรับรูปหน้าเรียวจึงมีส่วนสำคัญที่จะมาทำให้ขนาดของโครงหน้าดูมีมิติขึ้น และดูเล็กลงมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และดูดีมากขึ้น

Q : เทคนิค ในการปรับกระชับใบหน้าให้เรียวสวยได้รูปมีทั้งหมดกี่วิธี
A : ปัจจุบันนี้ลดริ้วรอยและการยกกระชับ มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่ที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 3 วิธีใหญ่ๆ คือ Gold Lift หรือการร้อยไหมทองคำบริสุทธิ์ เพื่อการยกกระชับ ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ใบหน้าอ่อนวัย และผิวเรียบเนียน มีน้ำมีนวลแลดูมีประกายสดใส ที่สำคัญยังช่วยเติมสารอาหาร เพิ่มคอลลาเจน และออกซิเจนให้กับเซลผิว โดยจะคงความงามได้นานถึง 8-15 ปี
Super Lift Thermage เป็นเครื่องมือเจเนเรชั่นที่ 3 ที่ถือว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่จะมาช่วยการยกกระชับ พร้อมกับปรับรูปหน้าให้เล็กลง โดยไม่ต้องผ่าตัด ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุที่ส่งผ่านลงไปใต้ชั้นไขมันใต้ผิวหนังส่วนลึก ที่มีความปลอดภัย และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทย ซึ่งผู้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังรักษาโดยไม่ต้องมีการพักฟื้น และเห็นผลได้ภายใน 6 สัปดาห์
B-Tox (โบท๊อก) / Collagen (Filler) เป็นอีกหนึ่งวิธีการช่วยยกกระชับ และเติมเต็มร่องรอยลึกของใบหน้า ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยให้ผลกับการรักษารอยย่นบนใบหน้า อย่างบริเวณหน้าผาก ร่องแก้ม รอบดวงตา ให้ดูอิ่มเอิบ และทำให้ใบหน้าเกิดการยกกระชับ ใบหน้าเรียวเล็กลงได้อย่างรวดเร็ว โดยจะคงความสวยได้นานถึง 6 เดือน และหลังจากที่ครบกำหนดการรักษาแล้ว ก็จะไม่ทำให้ผิวหน้ากลับไปเป็นเหมือนเดิม

dna4
Q :ในวิธีการรักษาแต่ละวิธีมีความเหมาะสมกับผู้เข้ารับการรักษาอย่างไรบ้าง

A : ด้วยวิธีการรักษาทั้งหมด 3 วิธีดังที่กล่าวไปข้างต้นนั้น หากเป็นช่วงของผู้ที่มีอายุน้อยระหว่าง 25-35 ปี ปัญหาความหย่อนคล้อยไม่มาก ก็สามารถเลือกเข้ารับการรักษาได้ตามความพึงพอใจ และความคุ้มค่าของการรักษา ซึ่งวิธีการ B-Tox / Colllagen (Filler) จะได้ผลดีในกลุ่มวัยนี้ แต่ผลการรักษาไม่ยาวนานเทียบเท่ากับ 2 วิธีแรก
ขณะที่ Super Lift Thermage ก็จะมีราคาสูงขึ้นมาอีกนิด แต่จะมีความคุ้มค่าในส่วนของผลการรักษาที่จะคงความยาวนานกว่า เช่นเดียวกับ Gold Lift หรือการร้อยไหมทองคำบริสุทธิ์ ที่จะให้ผลการรักษาที่ยาวนานเกินกว่า 8 ปี ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ น่าจะมีความเหมาะสมกับผู้ที่มีอายุเกินกว่า 35 ปีไปแล้ว และมีปัญหาเรื่องของความหย่อนคล้อย และร่องลึก เพราะจะให้ผลการรักษาที่เต็มประสิทธิภาพมากกว่า และวิธีการนี้ ก็ยังทำให้ผิวของผู้เข้ารับการรักษาแลดูสว่างใสกว่าเรียบเนียนขึ้น

dna5
Q : สำหรับผู้ที่ได้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งไปแล้ว สามารถรักษาด้วยวิธีการอื่นได้อีกหรือไม่
A : ในกรณีที่ผู้เคยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการร้อยทองคำบริสุทธิ์มาแล้ว ก็สามารถที่จะรับการรักษาด้วยวิธี Super Lift Thermage ได้อีกเช่นกัน โดยคลื่นที่ส่งผ่านเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังบนใบหน้านั้น จะไม่ส่งผลให้เส้นไหมทองคำบริสุทธิ์เกิดความเสียหายแต่อย่างไร รวมไปถึงไม่ส่งผลต่อผู้รับการรักษาด้วย
หรือแม้การรักษาด้วยวิธีการ B-Tox / Colllagen (Filler) แล้วมาเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการ Super Lift Thermage ก็ไม่ส่งผลเสียหายต่อรูปหน้าเช่นกัน ยิ่งจะทำให้รูปหน้ามีความเรียวสวยกระชับเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ควรทิ้งระยะการรักษาไว้อย่างน้อย 1 เดือนหลังฉีด B-Tox / Colllagen (Filler) ไปแล้ว หรือ หากลูกค้าต้องการรักษาด้วยวิธีการทั้ง 2 แบบในวันเดียวกัน ทางผู้เชี่ยวชาญก็จะแนะนำให้รักษาด้วยวิธีการ Super Lift Thermage ก่อนแล้วค่อยทำ B-Tox / Colllagen (Filler) หลังจากนั้น
แต่อย่างไรก็ดี การเข้ารับการรักษาปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย หรือการปรับรูปหน้าเรียว ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อตรวจวินิจฉัยหาต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหา เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ถูกต้องและตรงจุด ที่ไม่เพียงแต่จะทำให้ได้ประสิทธิภาพการรักษาเท่านั้น แต่ยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สวยงาม และแลดูอ่อนกว่าเยาว์ด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ DNA Clinic โทร.090-0925655, 085-8345555 หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ได้ที่ www.DNASkinClinic.com

keyboard_arrow_up