The Ceremony night of Honor for Dr. Puttipong Poomsuwan
The Ceremony night of Honor for Dr. Puttipong Poomsuwan
สิวหายแล้ว แต่หลายคนต้องเผชิญกับรอยแผลเป็นจากสิวที่ยังคงอยู่ เพราะเมื่อเกิดหลุมสิวหรือ รอยแผลเป็นจากสิว ย่อมต้องใช้เวลาดูแลจึงจะหาย และในกรณีเลวร้ายที่สุดสำหรับบางคนคือ รอยแผลเป็นจากสิวก็อาจคงอยู่ตลอดไป แม้ว่าจะไม่มีสิวแล้วก็ตาม และบางครั้งการใช้เมคอัพช่วยก็อาจจะไม่สามารถปกปิดรอยดังกล่าวได้ดีเสมอไป แพรวจึงขอแนะนำอาหารที่มีประสิทธิภาพต่อสู้กับรอยแผลเป็นจากสิวที่น่ารำคาญนี้ให้ค่อยๆ ดีขึ้น อยากให้หลุมสิวหายเร็วๆ มีอาหารชนิดใดบ้างที่ช่วยฟื้นฟู “รอยแผลเป็นจากสิว” อาหารที่มีวิตามินบี 2 วิตามินบี 2 มีผลในการส่งเสริมการเผาผลาญของผิวหนัง ดังนั้น จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการขจัดรอยแผลเป็นจากสิวในขณะที่ช่วยให้ผลัดผิวตามปกติ นอกจากนี้ วิตามินบี 2 ยังช่วยป้องกันการหลั่งไขมันส่วนเกิน จึงสามารถป้องกันสิว ซึ่งเป็นที่มาของรอยแผลเป็นจากสิวได้ อาหารเช่น ไก่ หมู ตับ ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล และนัตโตะ มีวิตามินบี 2 สูง อาหารที่มีวิตามินอี วิตามินอีมีผลในการเพิ่มการเผาผลาญของผิวหนังในขณะที่ปรับปรุงการไหลเวียนของเลือด โดยช่วยเพิ่มการเผาผลาญ, ปรับปรุงการผลัดผิว, ขจัดรอยแผลเป็นจากสิว, และปกป้องเซลล์จากออกซิเจนที่ใช้งานที่เป็นสาเหตุของริ้วรอยของผิว วิตามินอีมีมากในอาหาร เช่น พริก อัลมอนด์ และอะโวคาโด อาหารที่มีวิตามินซี หากคุณต้องการปรับปรุงการสร้างเม็ดสีของรอยแผลเป็นจากสิว ขอแนะนำอาหารที่มีวิตามินซีสูง เพราะวิตามินซีไม่เพียงแต่ยับยั้งเม็ดสีเมลานินที่เป็นสาเหตุของการสร้างเม็ดสี แต่ยังมีผลช่วยสมานรอยแผลเป็นจากสิวอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การยับยั้งการอักเสบและการฟอกสีฟัน วิตามินซีมีมากในอาหาร เช่น […]
เบื้องหลัง นางเอกจีนวัย 36 ปี หลิวอี้เฟย (Liu Yi Fei) โชว์ผิวสวยพิสูจน์ความใส พร้อมเปิดเคล็ดลับดูแลผิวหน้าเด้งดูอ่อนกว่าวัย
สุขภาพผิวที่ดีย่อมนำมาซึ่งความอ่อนเยาว์ โดยหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวพรรณสดใส แข็งแรง และสวยงามคือการนอนหลับนะครับ แม้จะรู้กันอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่นอนหลับไม่ถูกวิธี ทำให้ไม่ได้ผลกับผิวเท่าที่ควร ผมจะมาเผยเคล็ดลับการนอนและการบำรุงผิวระหว่างหลับ ให้ตื่นมาแล้วสวยปิ๊งไปเลยครับ มนุษย์เราจำเป็นต้องนอนหลับ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และปรับสมดุลฮอร์โมน ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลโดยตรงต่อผิวพรรณของเราด้วย เพราะระหว่างที่เราหลับสนิทนั้น ร่างกายจะซ่อมแซมเติมเต็มเซลล์ผิวหนังและหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อปกป้องเซลล์ผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่นั่นเองครับ แต่…ผมขอย้ำว่าต้องเป็นการนอนหลับที่มีคุณภาพเท่านั้นนะครับ ซึ่งนั่นก็คือ หนึ่ง ”นอนให้ถูกทั้งปริมาณและเวลา” คือนอนประมาณ 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน และนอนก่อน 5 ทุ่ม เพราะร่างกายจะผลิตฮอร์โมนสำคัญอย่างเต็มที่ในช่วงเวลานี้ สอง “นอนให้ถูกที่” คือเลือกนอนในที่ที่ไม่มีแสงและเสียงรบกวน สุดท้าย “นอนให้ถูกท่า“ สำหรับท่านอนที่ไม่ก่อให้เกิดริ้วรอยคือท่านอนหงายครับ เพราะผิวหน้าจะไม่สัมผัสกับหมอนและไม่มีการกดทับใดๆ ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยจากการกดทับได้ แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิว เราจำเป็นต้องทาครีมก่อนนอนด้วยนะครับ โดยมีผลการวิจัยยืนยันว่าในเวลากลางวันผิวคนเราจะหลั่งน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวเพื่อปกป้องผิว แต่พอถึงช่วงกลางคืน ร่างกายจะทำการเสริมสร้างซ่อมแซมผิวที่เสียหาย หลังจากที่เผชิญกับความเครียดและมลภาวะมาตลอดทั้งวัน จึงมีการไหลเวียนโลหิตเพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์ผิวมีอัตราการดูดซึมมากขึ้นด้วย จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งในการทาครีมบำรุง เพราะผิวจะดูดซึมส่วนผสมในครีมบำรุงเข้าไปได้อย่างล้ำลึก โดยมีข้อแม้ว่าคุณต้องหลับสนิทเท่านั้นนะครับ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนสำคัญอย่างโกร๊ธฮอร์โมนและเมลาโทนินที่มีประโยชน์ต่อผิวมาเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวตอบสนองต่อการฟื้นฟูได้มากที่สุด โดยไม่มีปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดและบั่นทอนกระบวนการฟื้นฟูผิว ดังนั้นการนอนหลับจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่สามารถมอบผิวสวยให้คุณได้ครับ รู้อย่างนี้แล้วก่อนนอนคืนนี้อย่าลืมทาครีมบำรุงผิวในปริมาณที่เหมาะสม แล้วรีบเข้านอนก่อน […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4300
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]