ชีวิตคู่

คู่รักควรระวัง 6 สัญญาณบ่งบอกว่า “งาน” กำลังเบียดเบียน “ชีวิตคู่” ของคุณอยู่

event
ชีวิตคู่
ชีวิตคู่

การประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก็เป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตของใครหลายๆ คน ไม่น้อยไปกว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตรัก แต่การจะรักษาสมดุลระหว่างชีวิตทั้งสองด้านนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะรู้ตัวว่า เราอาจจะใช้เวลาไปกับงานมากกว่าใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก แพรวเวดดิ้ง มีสัญญาณเตือน 6 ข้อ ที่จะช่วยบอกว่าคุณกำลังปล่อยให้งานมีความสำคัญเหนือกว่า ชีวิตคู่ และเทคนิคในการเรียกความสมดุลนั้นกลับคืนมาฝากกัน

คู่รักควรระวัง 6 สัญญาณบ่งบอกว่า “งาน” กำลังเบียดเบียน “ชีวิตคู่” ของคุณอยู่

1. เรื่องงานมักจะโผล่ขึ้นมาในบทสนทนาของเราเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความ รับโทรศัพท์จากที่ทำงานทั้งๆ ที่ไม่ใช่เวลางาน หรือทำอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับงานในช่วงเวลาที่ควรจะเป็นเวลาของคุณสองคน ก็แสดงให้เห็นเบื้องต้นแล้วว่า งานกำลังเข้ามาผลกระทบกับชีวิตรักของคุณ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เหล่านั้น ทั้งสองคนควรขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจนว่าเวลาไหนคือเวลางาน เวลาไหนคือเวลาส่วนตัว อาจจะมีกฎ ชั่วโมงปลอดโทรศัพท์ เพื่อให้ทั้งสองคนสามารถใช้เวลาอยู่ด้วยกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยก็ได้

ชีวิตคู่

2. ปฏิเสธนัดเพราะงานเข้าบ่อยๆ

ถ้าคุณเริ่มผิดนัดวันสำคัญ หรือ ปฏิเสธที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ เข้า แสดงว่าคุณเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องงานมากกว่าชีวิตความสัมพันธ์ของคุณแล้ว การที่ทั้งสองคนไม่พูดคุยกันว่าการใช้เวลาอยู่ด้วยกันควรเป็นแบบไหน ฝ่ายหนึ่งอาจจะรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ให้ความใส่ใจกับความสัมพันธ์มากพอ ดังนั้น ทั้งสองคนควรวางแผนหรือตัดสินใจร่วมกันว่า ช่วงไหนที่เราควรจะได้ใช้เวลาด้วยกันแบบคู่รัก เป็นเวลานอกเหนือจากเวลางานที่ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพได้อย่างเต็มที่

3. หลังเลิกงานแล้วไม่มีพลังงานเหลือสำหรับทำอย่างอื่นเลย

ถ้าคุณใช้เวลาที่เหลืออยู่จากการทำงานทั้งหมดไปกับการพัก จนแทบจะไม่เหลือเวลาให้กับคนรักเลย แสดงว่าคุณใช้เวลาชีวิตของคุณไปกับงานมากกว่าใช้ไปกับชีวิตความสัมพันธ์ การเก็บพลังงานไว้ใช้กับชีวิตรักก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน อาจจะลองลดเวลาในการทำงานลงบ้าง ปฏิเสธคำขอที่ไม่จำเป็นจะต้องตอบรับ หรือ สังเกตตัวเองอยู่ตลอดว่าเราใช้พลังงานไปกับงานที่ทำอยู่เยอะเกินไปรึเปล่า และพยายามเก็บพลังงานไว้สำหรับสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตคู่ด้วย

4. คุณรู้สึกว่าปัญหาของคนรักนั้นเป็นเรื่องเล็กหรือไม่สำคัญ

ถ้าบทสนทนาของคุณทั้งสองคนที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานทำให้คุณรู้สึกเบื่อ จืดชืด หรือไม่น่าสนใจ คุณอาจจะให้ความสำคัญกับงานมากกว่าความรักและความสัมพันธ์ของคุณ หรืออาจจะบอกได้ว่า คุณมีปัญหาเรื่องการทำความเข้าใจในตัวคนรักของคุณ ให้คุณลืมเรื่องที่ทำงานหรือเป้าหมายชีวิตของคุณไปสักพัก แล้วใช้เวลานี้ทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนรักดู ใส่ใจกับความชื่นชอบหรือเป้าหมายของเขาไม่ว่าเป้าหมายหรือความชื่นชอบนั้นจะต่างจากของคุณแค่ไหนก็ตาม

ชีวิตคู่

5. ไม่สนใจจะดูแลเรื่องภายในบ้าน

ถ้าคุณหรือคนรักของคุณเริ่มไม่มีเวลา ไม่มีพลังงาน ไม่มีความสนใจที่จะดูแลตัวเอง หรือดูแลสิ่งต่างๆในบ้าน หรือเหนื่อยเกินกว่าที่จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วละก็ แสดงว่าความสัมพันธ์ของคุณเริ่มอยู่ในจุดที่มีปัญหาแล้ว ทางที่ดีควรจับเข่าคุยกันเรื่องขีดจำกัดในการทำงานของทั้งคุณและเขา วางแผนวันและเวลาที่คุณทั้งสองคนจะใช้ด้วยกันในฐานะคู่รัก และแผนการพักผ่อนจากการทำงานที่หนักเกินไป ก็ช่วยแก้ปัญหาไปได้เยอะเช่นกัน

6. คุณเริ่มรู้สึกมีความสุขในที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน

ถ้ากรณีนี้เกิดขึ้นกับคู่ของคุณแล้วละก็ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หาเหตุผลให้ได้ว่าทำไมคุณหรือคู่ของคุณถึงรู้สึกแบบนั้นเมื่อรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาแล้วก็ให้แก้ที่จุดนั้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่าอยู่ที่ทำงานนั้นมีความสุขกว่าอยู่ที่บ้าน อาจจะมีได้หลายอย่าง เช่น อยากจะหลบเลี่ยงอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคุณทั้งสอง ต้องการความเป็นส่วนตัว หรืออาจจะเพราะความผูกพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองลดน้อยลงก็เป็นได้

ชีวิตคู่


ข้อมูล : weddingwire.com, freepik.com

เรียบเรียง : KimZ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปลี่ยนโหมดหวาน น้องเป่าเปา รับหน้าที่เด็กถือแหวน ในงานแต่งของลูกสาวป้าเปิ้ล

8 เคล็ดลับดูแลตัวเองของบ่าวสาว อัพออร่าสดใส เสริมความมั่นใจในวันแต่งงาน

10 ข้อ เจ้าสาวควรรู้! ก่อน เลือกชุดแต่งงาน ให้สวยถูกจริตตรงใจ

Praew Recommend

keyboard_arrow_up