พีพี-กฤษฏ์

เปิดใจ “พีพี-กฤษฏ์” ชีวิตในบทบาทศิลปิน และวิธีสู้กับกระแสลบ

Alternative Textaccount_circle
event
พีพี-กฤษฏ์
พีพี-กฤษฏ์

เพิ่งเจอดราม่าไปหมาดๆ สำหรับ “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” ที่ถูกสมาชิกวง Gym and Swim โพสต์พาดพิงวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบในกรณีที่ พีพี และ บิวกิ้น ได้รับเลือกให้ขึ้นโชว์งาน Summer Sonic 2021 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากนั้น พีพี ได้ออกมาเปิดใจยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่โกรธ และอยากให้ทุกคนให้เกียรติกัน วันนี้ แพรว จึงขอพาไปย้อนอ่านบทสัมภาษณ์ของ พีพี ที่พูดถึงเรื่องราวต่างๆ บนเส้นทางการเป็นศิลปิน และการฝ่าฟันกระแสดราม่าในแบบฉบับของตัวเอง

เปิดใจ “พีพี-กฤษฏ์” ชีวิตในบทบาทศิลปิน และวิธีสู้กับกระแสลบ

ตอนนี้พีพีให้คะแนนตัวเองเรื่องร้องเพลงเท่าไรคะ

“5 เต็ม 10 ครับ พีรู้สึกว่าคนเราต้องทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ต้องถ่อมตัว และรู้สึกว่ายังมีอะไรให้พัฒนาอีกเยอะเลย เรายังไม่ได้โปรเฟสชันนัลขนาดที่ร้องได้ทุกเพลง ทุกคีย์ ทุกสไตล์ พีจึงมองว่าตัวเองยังค่อนข้างมือใหม่ในเรื่องนี้นะ”

จากเด็กขี้อายจนถึง #PPKritDoIt (เพลง I’ll Do It How You Like It) ในวันนี้ มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

“เปลี่ยนค่อนข้างเยอะครับ พีมองว่าเราเติบโตขึ้นทุกวัน แค่วันนี้กับพรุ่งนี้ ความคิดเราก็อาจจะไม่เหมือนกันแล้ว เป็นการเติบโตขึ้นตามวัยครับ เพียงแต่ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาอาจจะเร็วขึ้นหน่อย เพราะด้วยประสบการณ์หรืองานที่ทำเยอะขึ้น ทำให้มีประสบการณ์ใหม่ๆ ในด้านของการทำงานบางอย่างเพิ่มขึ้นด้วย (หยุดคิด)

“แต่ในมุมความเป็นตัวเอง พีไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปนะ เราเป็นตัวเราแบบนี้มาตลอด เพียงแต่ภาพต่างๆ ที่ออกมาชัดเจนขึ้น ยิ่งพอได้ทำงานในพาร์ตศิลปินเดี่ยว ทำให้รู้สึกว่าเราอยากเป็นศิลปินในเวย์ของตัวเอง เป็นสไตล์ที่เราชอบจริงๆ งานแต่ละชิ้นที่ออกมา พีใส่ความเป็นตัวเองลงไปในผลงานเยอะขึ้น คิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนน่าจะเป็นในมุมนี้มากกว่าครับ (ยิ้ม)

“เพราะสำหรับพี พีมองว่าเราเป็นตัวเองมาตลอดนะ คือเราสบายใจที่ทำแบบนั้น ที่แสดงออกอย่างนั้น เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นตัวเองในหลายๆ เวอร์ชั่น (ยิ้ม) พีรู้สึกว่าพีกำลังพยายามเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา”

ขยายความคำว่าเป็นตัวเองในมุมของพีพีหน่อยค่ะ

“ทุกๆ อย่างในผลงานเลยครับ ทุกอย่างที่แสดงออกไป เพราะงานเพลงเราสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในเพลง เมโลดี้ เนื้อเพลง ที่มีการปรับแก้ให้มีความเป็นพีมากที่สุด

“รวมถึงเรื่องคอสตูมต่างๆ ก็เป็นสไตล์แบบที่เราชอบด้วย โดยพีนำไอเดียและความชอบของตัวเองไปทำงานร่วมกับสไตลิสต์ เพราะฉะนั้นทุกๆ อย่างที่แสดงออกมาเป็นตัวพีทั้งหมดเลยครับ เพราะพีทำการบ้านทุกอย่าง เสื้อผ้า เรเฟอเรนซ์ และเพลงที่เราอยากได้

“อย่างเพลงก่อนหน้านี้ It’s Okay Not To Be Alright ในด้านของเสื้อผ้า พีได้ทดลองค้นคว้าตัวเองในหลายๆ อย่าง พอมาเพลงที่ 2 I’ll Do It How You Like It ก็เป็นอีกมู้ดหนึ่งที่พีอยากจะแสดงตัวตนในด้านที่มีความโรแมนติกมากขึ้น มีความเซ็กซี่มากขึ้น แต่ทั้งหมดก็ยังเป็นแก่นเดิมของเรานะครับ เพียงแต่ว่าเราจะแสดงด้านไหนออกมาเท่านั้นเอง

“รวมถึงพระเอกเอ็มวี พี่อาเล็ก (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) ก็มาจากไอเดียของพีเหมือนกันที่อยากให้พี่เขามาเล่นเอ็มวี หรือแม้กระทั่งรูปปกคลิปตอนครบ 1 ล้านวิว ก็เป็นสิ่งที่พีเลือกเองทุกอย่างเลยครับ พีอยากมีส่วนร่วมในทุกๆ อย่าง เพราะมันเป็นงานเรา เป็นหน้าเรา เป็นตัวเรา ซึ่งเราควรเลือกเองว่าอยากให้คนได้เห็นเราในมุมไหน”

พีพี-กฤษฏ์

แล้วตอนนี้ยังขี้อายอยู่ไหม

“ก็ยังมีนะครับ กับเรื่องที่ไม่ถนัดหรือไม่ชิน พีรู้สึกว่าเราก็ยังเขินที่จะทำตรงนั้น คงเพราะว่าเราไม่ได้รู้เนื้องานนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นเวลาได้ลองทำอะไรใหม่ ก็ยังมีเขินอายบ้างครับ”

ตอนออกซิงเกิ้ลที่ 2 คาดหวังไหมว่ากระแสตอบรับจะดีขนาดนี้

“ไม่คิดว่าฟีดแบ็กจะดีขนาดนี้เลยครับ พีไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนต้องชม แค่รู้สึกว่าอยากใส่ความเป็นเราลงไปให้เต็มที่ที่สุด แบบเต็มแม็กซ์ในตอนนั้น ซึ่งตอนแรกก็กลัวเหมือนกันนะว่าคนจะเข้าใจไหมกับสิ่งที่เราพยายามสื่อออกไป

“แต่พอผลตอบรับออกมาดีเกินคาด (ยิ้ม) พีทั้งดีใจและหายเหนื่อย เพราะตั้งใจทำงานชิ้นนี้จริงๆ ซึ่งในฐานะศิลปิน มันไม่ใช่แค่ร้องเพลงเพลงหนึ่ง แต่สำหรับพี นาดาวมิวสิคอยากให้พีมีส่วนร่วมทุกอย่างในงานชิ้นนี้ครับ”

เจอคอมเมนต์ด้านลบบ้างไหม

“ก็อาจจะมีแหละครับ เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสเห็นเท่าไร ซึ่งถ้ามีจริงๆ พีก็เข้าใจนะ เพราะคนเราโตมาไม่เหมือนกัน ทัศนคติคนละแบบ และสังคมที่เราอยู่ตอนนี้ก็หลากหลายมาก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเคารพความคิดเห็นหรือการตัดสินใจของคนอื่นด้วย เวลาเจอข้อความไม่ดีที่ไม่เป็นความจริงด้วย ก็จะพยายามไม่เก็บมาคิดครับ”

คิดว่าพีพี – กฤษฏ์ ในวันนี้มีชื่อเสียงขนาดไหน

“พีรู้สึกว่าตัวเองยังตัวเล็กมากๆ เลย ไม่ได้รู้สึกว่ามีชื่อเสียงหรือดังเลยครับ อาจจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นแบบนั้นมากกว่า

“แต่ที่อยากขอบคุณคือแฟนคลับทุกคน สำหรับทุกๆ เหตุการณ์เลย พีรู้สึกขอบคุณและเคารพแฟนคลับทุกคนมากๆ พีรู้สึกรักพวกเขาจริงๆ เพราะเขาคอยซัพพอร์ตในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงาน รางวัลต่างๆ ที่ช่วยกันโหวต รวมถึงธุรกิจส่วนตัว

“พีดีใจมากๆ ที่มีพวกเขา เพราะสำหรับพีมันยากมากเลยนะกับการที่จะมีใครสักคนมาให้ความสนใจ รักและสนับสนุนเรามากขนาดนี้ จึงรู้สึกโชคดีมากๆ ที่มีแฟนคลับอยู่เคียงข้างครับ”

พีพี-กฤษฏ์

คำพูดไหนของแฟนๆ ที่ช่วยเติมกำลังใจให้พีพี

“น่าจะคำว่า ‘ภูมิใจ’ ครับ คือพอได้ยินคำนี้แล้วรู้สึกเหมือนเราได้พิสูจน์ตัวเองว่าการที่เราตั้งใจทำงาน สุดท้ายผลงานที่ออกมา ทำให้ใครรู้สึกกับงานของเราได้มากขนาดนั้น รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนด้วย อย่างแฟนคลับบางคนบอกว่าเห็นเราแล้วรู้สึกมีกำลังใจ กล้าที่จะแต่งตัวมากขึ้น

“ซึ่งการได้รู้ว่ามีคนภูมิใจในตัวเรา มันเป็นความรู้สึกอีกขั้นหนึ่ง เพราะมันยิ่งกว่าเรารู้สึกภูมิใจในตัวเองอีกน่ะ”

พีพีในวัย 23 ปี คิดว่าตัวเองโตขึ้นขนาดไหน ใช้คำว่าเป็นผู้ใหญ่ได้ไหม

“คิดว่าได้ทำอะไรเยอะขึ้นครับ แต่ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เลย เพราะก็มีเรื่องที่เรายังเป็นเด็กอยู่ ยังเป็นคนเดิมเหมือนตอน ม.6 ที่เรียนจบมา คือมีมุมเล่นสนุกเหมือนเดิม มีความคิดอะไรหลายๆ อย่างคล้ายเดิม อยากไปเที่ยว อยากมีเวลาผ่อนคลายกับเพื่อน อะไรแบบนั้นครับ (หัวเราะ) และมีบางเรื่องที่ยังตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องปรึกษาผู้ใหญ่อีกที

“เพียงแต่มีความถนัดหรือเก่งขึ้นในงานที่ทำอยู่ เพราะมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น จึงทำมันได้คล่องขึ้นและดีขึ้น (ยิ้ม) แต่ในด้านการเป็นศิลปินก็รู้สึกว่ายังใหม่มากนะ เพราะพีเพิ่งออกมา 2 ซิงเกิ้ลเอง เป็นการขยับจากเพลงช้ามาสู่จังหวะมีเดียม แต่ยังไม่ได้ไปถึงขนาดมีเพลงหลากหลายแนว คือยังมีอีกหลายแนวที่ยังไม่ได้ทำครับ ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำทุกแนวเลย (ยิ้ม)

“หรือในการทำงานบางอย่างที่เราได้ทำบ่อยๆ เราก็ตื่นเต้นน้อยลง อย่างงานโฆษณาหรือร้องเพลงในอีเว้นต์ ก็รู้สึกว่าประหม่าน้อยลงแล้วนะ (ยิ้ม) คือเรารู้แล้วว่าขั้นตอนการถ่ายทำเป็นอย่างไร ต้องหันมุมไหน ต้องควบคุมเสียงอย่างไร คืออาจจะไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ในด้านความคิด แต่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นในด้านของประสบการณ์การทำงานครับ

“หรืออีกมุมที่โตขึ้นคือยิ่งได้ลองทำงานเยอะขึ้น เรารู้แล้วว่าอะไรที่เหมาะหรือไม่เหมาะกับเรา อะไรที่ทำแล้วมีความสุข ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นว่าเราชอบหรือไม่ชอบ เราถนัดหรือไม่ถนัดอะไร แต่ก็ต้องเข้าใจว่าสุดท้ายเราจะทำแต่สิ่งที่เราถนัดตลอดไม่ได้ ก็ต้องลองออกไปทำอะไรที่เราไม่ถนัดดูบ้าง จริงอยู่ที่อาจจะฝืนบ้างในช่วงแรกๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็เป็นประโยชน์ต่อตัวเราอยู่ดี

“พีคิดว่าคำว่าโตขึ้นของพีน่าจะเป็นมุมมอง ความคิด การกล้าตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร แม้กระทั่งเรื่องชุดหรือการแต่งตัวที่เราเริ่มรู้และชัดเจนแล้วว่าจริงๆ เราอยากใส่อะไร สามารถตัดสินใจได้เลยว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร หรือเวลาจะไปงานแต่ละงานก็รู้ว่าเราควรจะแต่งตัวอย่างไร อาจจะมีพลาดบ้าง แต่ก็มีน้อยลงนะ” (ยิ้ม)


ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรวฉบับ 981

ภาพ : @pp.kritt

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เป้าหมายชีวิตปี 2022 ของ “เป๊ก-ผลิตโชค” เตรียมรัวผลงานใหม่ และทำงานเพื่อสังคม

กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย “จ๊อบ ธัชพล” พระเอกที่พิสูจน์ฝีมืออย่างหนักจนพิชิตฝันสำเร็จ

ซูมชีวิตทุกมุมของ “อิน สาริน” การเดินทาง 4 ปี บนเส้นทางสายบันเทิง

Praew Recommend

keyboard_arrow_up