สะใภ้จิราธิวัฒน์

ชีวิต สะใภ้จิราธิวัฒน์ ‘มาร์กี้ ราศรี’ บทบาทเปลี่ยน ความคิดโต ขยันเก็บเงินมากกว่าใช้

Alternative Textaccount_circle
event
สะใภ้จิราธิวัฒน์
สะใภ้จิราธิวัฒน์

สะใภ้จิราธิวัฒน์ ‘มาร์กี ราศรี บาเล็นซิเอก้า‘ นอกจากเธอจะมีนามสกุลจิราธิวัฒน์เติมท้ายแล้ว ยังมีลูกแฝดชายหญิง ‘มีก้า – มีญ่า’ สุดน่ารักมาเติมเต็มชีวิต ทำให้สิ่งที่สัมผัสได้คือรายละเอียดหลายอย่างอาจจะเปลี่ยนไปตามวันเวลา แต่ความคิดและความสนุกสนานในมุมมองชีวิตของเธอยังชัดเจนเหมือนเดิม

ปีที่ผ่านมาของมาร์กี้เป็นอย่างไรคะ

“สนุก ง่วนอยู่กับลูกเป็นหลักค่ะ (ยิ้ม) กำลังซนเลย ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ด้วยสถานการณ์ต่างๆ กี้กับพี่ป๊อกได้อยู่กับลูกเต็มๆ เน้นถ่ายรายการตัวเองเป็นหลัก (ป๊อกกี้ on the run) พอทุกอย่างคลี่คลายก็เริ่มมีงานโฆษณา ละคร อีเว้นต์ต่างๆ และวันไหนไปทำงานที่ใช้เวลาไม่นานในสถานที่ที่ไม่ร้อน ไม่ลำบากนัก กี้จะพาลูกๆ ไปด้วย เพราะอยากให้เขาคุ้นกับการออกไปข้างนอก ไม่อยากให้ลูกกลัวคน แบบที่เวลาเจอใครแล้วร้องไห้โวยวายจะอยู่แต่กับแม่อย่างเดียว อย่างนั้นเราจะเอาไม่อยู่

“เวลาไปประชุมออฟฟิศก็พาไปด้วยสัปดาห์ละ 1 วัน เหมือนเป็นวันทำงานของเขาไปเลย (หัวเราะ) แต่ยังไงก็ต้องมีวันที่ได้อยู่บ้านชิลๆ เล่นกับแก๊งเพื่อนเขาในคอนโดด้วยค่ะ

“อย่างหนึ่งที่ทำให้เขาไม่ค่อยกลัวอะไรคือกี้มีถ่ายคลิปลูกๆ เก็บไว้ตลอด ใครดูรายการจะเห็นว่าเขาไม่ค่อยกลัวกล้อง อาจเพราะรายการเราค่อนข้างเหมือนโฮมวิดีโอ กี้ถ่ายบ้าง พี่ป๊อกถ่ายบ้าง ลูกเลยคุ้น ที่จริงคือตั้งใจถ่ายเก็บไว้ เพียงแต่ยุคนี้เราแชร์ให้คนอื่นดูด้วยได้”

มาร์กี้ ราศรี

เรียกว่าเป็นทั้งคุณแม่และเป็น Youtuber

“ใช่ค่ะ เหมือนงานประจำอย่างหนึ่ง เมื่อก่อนเราไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าต้องออนแอร์รายการวันนี้ๆ แต่พอทำไปสักพักก็กลายเป็นรายการประจำ มีทุกอาทิตย์ จนตอนนี้เกือบ 5 ปีแล้ว เร็วมากๆ พูดแล้วตกใจเหมือนกันนะ”

งานละครล่ะคะ

“ตอนนี้กี้เริ่มกลับมารับงานแล้วค่ะ เพราะลูกเริ่มทำกิจกรรมกับยาย พี่เลี้ยง หรือน้าได้บ้างแล้ว ไม่ได้อยู่ติดกับแม่คนเดียวเหมือนช่วงให้นมที่ไม่มีใครทำแทนเราได้ ละครเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ค่ะ มีความลึกลับนิดๆ คือหลังจากหายไป 2 ปี ก็อยากมาในแนวถนัดที่เป็นตัวเราก่อน จะได้ไม่กดดัน”

มาร์กี้ ราศรี

ชีวิต สะใภ้จิราธิวัฒน์ ‘มาร์กี้ ราศรี’ บทบาทเปลี่ยน ความคิดโต ขยันเก็บเงินมากกว่าใช้

บทบาทคุณแม่ของลูกๆ จากวันแรกจนถึงวันนี้เปลี่ยนไปไหมคะ

“กี้ว่าคงเป็นความระแวงที่มีเพิ่มมาเอง สมมติเวลาไปพักโรงแรม พอเปิดประตูเข้าไปจะเป็นตาเหยี่ยวซูมไปทางซ้าย มุมโต๊ะแหลมเกินไป แล้วความสูงเท่ากับหน้าผากของลูกพอดี หรือตรงนั้นมีปลั๊กที่ลูกจะแหย่นิ้วเข้าไปได้ หันไปอีกทาง โต๊ะนี้ใกล้หัวเตียงมาก ถ้าลูกสะบัดหัวมาล่ะ ซูมไปที่ซิงค์น้ำร้อนน้ำเย็น ถ้าลูกหมุนเปิดเป็นน้ำร้อนขึ้นมา ฯลฯ คือสายตาสแกนทุกอย่างในห้องว่าอะไรที่มีความเป็นไปได้บ้าง อันไหนเสี่ยง เช่น พรมอันนี้ดูลื่นๆ นะ แต่ถามว่าถ้าลูกเหยียบพลาดก็แค่ล้ม อาจจะไม่เป็นไร คอยระวังหน่อย แต่อันไหนที่เรารู้สึกว่าอันตรายก็จะเปลี่ยนทันที หลีกเลี่ยง คืออะไรที่ไม่มากไปก็ให้เขารู้จักเจ็บ รู้จักจำบ้าง แล้วเราคอยดูว่าจะเป็นอย่างที่คิดไหม ซึ่งบางทีเป็น บางทีก็ไม่เป็น”

มาร์กี้ ราศรี

กี้เป็นคุณแม่ที่ดุหรือขี้บ่นไหม

“กี้จะมีวิธีดุหรือห้ามว่าอันนี้ไม่ได้ ไม่ดี ห้ามทำ ก็จะทำเสียงสองโหมด คือพูดจริงจังว่าไม่ได้ ไม่ดี กับพูดยิ้มๆ ไม่ได้นะจ๊ะ ไม่ได้จ้ะ คนละเสียง แต่ถามว่าได้ไหม ก็ไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ แต่ผ่อนลงบ้าง ส่วนพี่ป๊อกไม่ค่อยดุ เว้นว่าถ้าสิ่งนั้นไม่ได้จริงๆ เขาจะจริงจังขึ้น ไม่ได้นะ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ”

มาร์กี้ ราศรี

ตอนนี้วีรกรรมของฝาแฝดเป็นยังไงบ้าง

“เริ่มรู้เยอะ มารยาเยอะ อย่างมีญ่า พอกินข้าวแล้วไม่อยากกินอีกจะทำเป็นอ้วก ทำการแสดง แบบเชื่อในตัวละครจริงๆ จนมีอ้วกออกมาให้เห็นบ้าง คือเค้น เขารู้ว่าถ้าทำแบบนี้ อ้วกออกมาได้ เราจะไม่ให้เขากินต่อ ส่วนมีก้า มีความขี้อ้อน ชอบกอดแล้วจุ๊บ จุ๊บขา จุ๊บแขน ถ้าเรานั่งอยู่ก็จุ๊บเท้า เป็นสายอ้อน หวาน จุ๊บละมุน

“มีก้ากับมีญ่าต่างกัน มีญ่ามีความเป็นผู้นำ สามารถอยู่ของเขาเอง นอนเองได้ ตื่นมาไม่เห็นใครก็เรียก ไม่งอแง สามารถเล่นคนเดียว อยู่คนเดียวได้ แบบสนุกสนานด้วยนะ ไม่ได้อยู่แบบเงียบๆ ต่อจิ๊กซอว์ วิ่งเล่นอะไรไป แต่มีก้าไม่ได้ ต้องมีคนอยู่ด้วย ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นใครจะร้อง เสียใจที่โดนทิ้ง ต้องคอยบอกว่าหันไปดูสิ มีญ่าก็อยู่ พอเขาเห็นมีญ่า ก็จะอุ่นใจ ไม่ร้อง”

มาร์กี้ ราศรี

ความสัมพันธ์กับสามี พอมีลูก ความหวานหรือการดูแลกันลดน้อยลงไหม

“อะไรที่กี้กับพี่ป๊อกเคยทำตั้งแต่ก่อนมีลูก เราก็ยังทำเหมือนเดิมนะคะ อย่างไปดูหนัง ไปกินข้าว ไปดริ๊งก์กัน เพราะเรามีพี่เลี้ยงช่วย กับฝากคุณยายและคุณย่า ซึ่งจะฝากได้ก็ช่วงเย็นๆ ที่เขาหลับ ไม่ได้วิ่งเล่นแล้ว ช่วงเวลานั้นเราอาจจะแว่บไปดูหนังได้สักเรื่องหนึ่งหรือไปกินข้าวกัน บางทีเราทำงานข้างนอกเสร็จก็ไปกินข้าวด้วยกันก่อน แล้วค่อยกลับบ้าน คือยังมีกิจกรรมช่วงที่เป็นแฟนกัน เราก็ทำด้วยกัน”

มาร์กี้ ราศรี

แล้วในแง่การใช้ชีวิต มุมมองความคิดเปลี่ยนไปไหมคะ

“ไม่มากนะคะ แค่รูทีนที่เปลี่ยน แต่ความคิดยังค่อนข้างเหมือนเดิมทั้ง เรื่องงานและมุมมองเรื่องเงิน คือกี้รู้สึกว่าหาเงินเยอะๆ เพื่อที่จะใช้เยอะๆ ถามว่าทำได้ไหม ได้ แต่มันเหนื่อยกว่าการที่หาเงินได้ประมาณหนึ่งแล้วประหยัด ค่อยๆ ใช้มันอย่างมีความสุข แบบนี้สบายกว่า เหนื่อยน้อยกว่า ตอนนี้ทำได้เท่าไรจะเก็บค่อนข้างเยอะ สมมติเกิดโควิด 5 ปี แล้วกี้ยังอยู่ได้ อย่างนั้นเลย”

มาร์กี้ ราศรี

คือเก็บเกิน 50 เปอร์เซ็นต์

“ใช่ คือมีกองทุนเผื่อความเสี่ยงไว้เยอะ แต่ไม่ได้เก็บขนาดที่ว่าไม่ใช้อะไรเลย หรือไม่ได้มีความสุข เรายังไปเที่ยว ซื้อของอยู่ แต่ไม่ได้ซื้อแบบกระเป๋ารุ่นนี้ออกมาใหม่แล้วต้องมี ถามว่าเคยผ่านช่วงที่ซื้อของเยอะๆ ไหม เคยไปเมืองนอก หมดเงินเป็นล้านกับการซื้อกระเป๋า รองเท้า เสื้อ บางแบรนด์มีโควตาให้ซื้อได้คนละใบ เราซื้อใบหนึ่ง แล้วขอโควตาเพื่อนมาซื้ออีกใบ ต่างหูซื้อได้คนละไม่เกิน 4 คู่ เราจัด 4 คู่ แล้วยังใช้โควตาเพื่อนซื้อเพิ่มอีก คือซื้อจริงๆ แต่แล้วมันก็เปลี่ยนไป ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นอีก

“กี้ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจุดเปลี่ยนมันมาได้ยังไง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าไม่อยากได้ขนาดนั้น เวลาเห็นเพื่อนซื้อกระเป๋าใหม่มา เฮ้ย สวย เริด ดี แต่ก็ถามตัวเองทันทีว่าชอบมากไหม ชอบมาก แต่จะใช้กับเสื้อผ้าชุดไหนบ้าง ต้องมีขนาดนั้นไหม หรือว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป คือมีคำนี้อยู่ในใจเรื่อยๆ คิดว่าอันนี้ต้องมีไหม หรือแค่มีแป๊บๆ สักประมาณ 1 ปีก็ไม่ได้ใช้แล้ว แฟชั่นนี้จะผ่านไป ถ้าเราคิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่กี่วันก็จบแล้ว ก็จะไม่เสียเงิน

“แต่ของจำเป็นอย่างนมลูก กับข้าวลูก เราจะซื้อที่ดีๆ เช่น เลือกผักออร์แกนิก ซึ่งอาจจะแพง แต่คุณประโยชน์ของมันคุ้มที่จะเสียเงิน หรือของเล่น บางทีมันจะต้องมีความเซฟตี้นิดหนึ่ง ก็จัดไป”


อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ นิตยสารแพรว ฉบับ 965

ภาพ : margie_rasri

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

แม่ก็จะวุ่นๆ มาร์กี้ ควงสองจิ๋ว มีก้า-มีญ่า ออกงาน หวานละมุนในสไตล์วินเทจ

มีแต่ตัวท็อป! เปิดกรุกระเป๋าแบรนด์เนม ‘มาร์กี้ ราศรี’ มูลค่ารวม 4 ล้านกว่าบาท

ช้อปอย่างคุ้มค่า ‘มาร์กี้’ แวะร้านข้างทางซื้อเสื้อผ้าให้ลูกแฝด ย้ำใส่ได้ทุกอย่าง

Praew Recommend

keyboard_arrow_up