งานดีได้พ่อได้แม่! เปิดใจ "ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ" ความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด

งานดีได้พ่อได้แม่! เปิดใจ “ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ” ความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด

งานดีได้พ่อได้แม่! เปิดใจ "ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ" ความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด
งานดีได้พ่อได้แม่! เปิดใจ "ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ" ความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด

เปิดใจ “ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ” หนุ่มน้อยสายเลือดศิลปินมาเต็ม มุ่งมั่นตามรอยคุณพ่อคุณแม่เป็นศิลปินที่มีคุณภาพ

“ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ” ลูกชายคนเก่งที่ได้รับส่วนผสมของความเป็นอาร์ติสต์จากนักร้องระดับตำนาน อย่างคุณแม่ “นิโคล เทริโอ” กับคุณพ่อ “จิระศักดิ์ ปานพุ่ม” มาเต็มๆ ในอนาคตเราน่าจะได้เห็นงานดีๆ จากว่าที่ศิลปินหนุ่มคนนี้แน่นอน

งานดีได้พ่อได้แม่! เปิดใจ "ทิกเกอร์-อชิระ เทริโอ" ความเป็นศิลปินอยู่ในสายเลือด

“ตอนนี้ผมอายุ 15 ปีแล้วครับ เรียนอยู่เกรด 9 ที่โรงเรียนเซนต์แอนดรูว์ส เอกมัย ผมชอบวิชาดนตรีและการแสดงที่สุด ปีที่แล้วได้เล่นละครเวทีของโรงเรียน รับบทเป็นแดนนี่ พระเอกจากเรื่อง Grease ซึ่งเป็นหนังเพลงเรื่องดัง ที่จริงปีนี้ผมต้องได้เล่นเป็นอะลาดินด้วยนะ แต่ติดโควิดจึงต้องข้ามไปก่อน

“จุดเริ่มต้นที่ผมชอบละครเวทีมาจากที่ไปดูคุณแม่แสดงเรื่อง ลมหายใจ เดอะมิวสิคัล เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว พอดูจบก็หลงรักเลยครับ อาจเพราะผมชอบทั้งเพลงและการแสดงอยู่แล้วด้วย แต่มีความท้าทายอย่างหนึ่งคือการจำบทครับ อย่างตอนเล่นเรื่อง Grease บทยากมาก ถึงขั้นว่า 1 สัปดาห์ก่อนการแสดง ผมก็ยังจำบทไม่ได้ พยายามอ่านทุกคืน จนถึงนาทีสุดท้ายก่อนขึ้นเวทีก็ยังอ่านอยู่ คือตื่นเต้นแบบมือสั่นเลย โชคดีที่ตอนอยู่บนเวทีเพื่อนๆ คอยช่วยส่งซิกเรื่องบท เลยผ่านมาได้ ส่วนเรื่องร้องเพลงไม่มีปัญหา เพราะผมฟังเพลงเยอะ และชอบหนังสไตล์มิวสิคัลอยู่แล้ว ทำนองจึงเข้าหูง่าย

“ไอดอลด้านการแสดงสำหรับผมคือ เจค จิลเลนฮาล (Jake Gyllenhaal) ชอบที่เขาเล่นได้ทุกบทบาท และเป็นนักแสดงที่ใช้สายตาในการสื่ออารมณ์เก่งมาก ซึ่งผมก็พยายามฝึกเรื่องนี้อยู่ ที่โรงเรียนมีคลาสสอนเรื่องการแสดง นอกจากการสื่ออารมณ์ทางสายตาแล้ว ครูจะฝึกให้ใช้ท่าทางและการหายใจร่วมด้วย ทุกอย่างต้องไปด้วยกันหมดเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด พอกลับมาบ้านผมจะซ้อมต่อ ใช้สมาธิกับการอ่านบทและใช้ความรู้สึกจากข้างใน แล้วดูผลจากการฝึกซ้อมเวลาแสดงกับเพื่อนว่าจำบทได้ดีขึ้นไหม แสดงลื่นไหลหรือเปล่า ถ้ายังไม่ได้ก็จะกลับไปซ้อมให้มากขึ้น

“ความฝันของผมอีกอย่างคืออยากเป็นนักร้องครับ ไอดอลด้านดนตรีคือคุณพ่อ และจอห์น เมเยอร์ (John Mayer) ความฝันสูงสุดของผมคืออยากเป็นนักดนตรีเหมือนจอห์น เมเยอร์ เขาเท่และเก่งมาก ผมอยากไปยืนที่จุดนั้น ตอนนี้ผมจึงมุ่งมั่นฝึกกีตาร์ไฟฟ้า กลอง และร้องเพลงอยู่ครับ ปกติผมจะมีคุณครูสอนกีตาร์ แต่ช่วงโควิดที่ผ่านมาไม่ได้ไปเรียนพิเศษ ผมก็อาศัยฝึกด้วยตัวเอง โดยดูจากหนังสือฝึกกีตาร์ ซึ่งยากมากครับ โดยเฉพาะการโซโล่ที่ยังไม่คล่อง มีเทคนิคง่ายๆ ว่าให้คิดถึงโน้ตที่อยากจะเล่น และร้องออกมาเป็นทำนองนั้นพร้อมๆ กับเล่นคอร์ดบนกีตาร์ ซึ่งมันยากที่ต้องทำพร้อมกันทั้ง 3 อย่าง เพราะเราต้องแม่นเรื่องคอร์ดด้วย ผมต้องฝึกอีกเยอะ ส่วนกลองไฟฟ้าผมฝึกเอง โดยอาศัยการฟังเพลงและตีตามจังหวะ ก็พอไปได้อยู่นะครับ

“คุณแม่จะสอนผมเหมือนเพื่อน คุยกันแบบชิลๆ ท่านจะเน้นเรื่องของบุคลิกภาพ โดยเฉพาะต้องยืนหลังตรง เพราะผมชอบเผลอยืนหลังค่อม กับอีกเรื่องคือท่านอยากให้ผมแข็งแรง จึงชอบให้ออกกำลังกายเยอะๆ เพราะคุณแม่ไม่ชอบให้ผอมเกินไปครับ

“อีกเรื่องที่ท่านเน้นมากคือการมีมารยาท ต้องพูดจาให้ดี เคารพผู้ใหญ่ อ่อนน้อม และต้องตรงเวลา ส่วนเรื่องการเรียนท่านฟรีสไตล์ คือแล้วแต่ผมเลย ผมจึงคิดไว้ว่าอยากเรียนด้านดนตรี อาจจะเป็นมหาวิทยาลัยในอเมริกาหรือที่เมืองไทยก็ได้ เป้าหมายคือผมอยากเล่นดนตรีและร้องเพลงเก่ง เป็นศิลปินที่มีคุณภาพ อยากไปให้ถึงจุดนั้นครับ”


ที่มา : นิตยสารแพรวฉบับ 962

ภาพเพิ่มเติม : nicole_officialaccount

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สวยเก่งใช่เล่น! “ชาเม-ยาหยี” สองสาวลูกไม้ใต้ต้นของคุณพ่อ “ติ๊ก ชิโร่”

ล้วงลึกวิธีคิดในแบบ เฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์ สาวงามผู้ฉายแสงสู่จักรวาล

ชีวิตยิ่งกว่าละคร ซามีน่า MUT2020 อยู่ห้องเช่าเดือนละ 1,500 บาท แต่สู้ชีวิตยิบตา

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!