ชีวิตอีกมุมของสาวติสต์สุดฮ็อต 'นท พนายางกูร' ชนะความเครียดด้วยดนตรีบำบัด

ชีวิตอีกมุมของสาวติสต์สุดฮ็อต ‘นท พนายางกูร’ ชนะความเครียดด้วยดนตรีบำบัด

Alternative Textaccount_circle
event
ชีวิตอีกมุมของสาวติสต์สุดฮ็อต 'นท พนายางกูร' ชนะความเครียดด้วยดนตรีบำบัด
ชีวิตอีกมุมของสาวติสต์สุดฮ็อต 'นท พนายางกูร' ชนะความเครียดด้วยดนตรีบำบัด

เปิดชีวิตอีกมุมของ ‘นท พนายางกูร’ สาวติสต์สุดฮ็อตที่เอาชนะความกดดันและความเครียด ด้วย Sound Healing หรือดนตรีบำบัด

อีกด้านหนึ่งของการที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทุกอย่างรอบตัวดูหมุนเร็วไปหมด จนบางครั้งกลายเป็นความเครียดจากการกดดันตัวเอง ‘นท พนายางกูร’ จึงใช้การสร้างสรรค์งานศิลปะและ Sound Healing หรือดนตรีบำบัด สร้างความสุขจากการผ่อนคลายให้กับตัวเองและผู้อื่น

ความกดดัน…พิษร้ายอีกชนิดที่ชีวิตต้องเจอ

“นทเริ่มทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเจอกับความคาดหวังจากสังคมว่าเราต้องเป็นอย่างนั้น ต้องหน้าตาอย่างนี้ นทรู้สึกว่าโลกเต็มไปด้วยความกดดันหลายๆ ด้าน อย่างค่านิยมของคนในสังคมที่ทำให้หลายคนต้องฝืนทำอะไรที่ไม่อยากทำเพื่อความอยู่รอด และใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบทุกๆ วันจนเกิดความเครียด

“ซึ่งตัวนทเองก็รู้สึกเช่นกัน อย่างการติดอยู่กับโลกโซเชียล มีความกังวลในยอดไลค์ ยอดฟอลโลว์ของตัวเอง จนถึงจุดหนึ่งรู้สึกเครียด ซึมเศร้า และพบว่านี่ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ซึ่งพอดีว่าช่วงนั้นหมดสัญญาเรื่องงาน จึงตัดสินใจพาตัวเองออกมาพักด้วยการทำงานเพลงกับเพื่อนหนึ่งคน (วงดนตรีอิเล็กทรอนิกชื่อ X0809) และทำงานศิลปะรูปแบบต่างๆ ทั้งวาดภาพและอื่นๆ

“ช่วงนั้นนทจึงได้ทดลองทำศิลปะหลายรูปแบบ โดยเปลี่ยนเรื่องที่จะสื่อสารไปเรื่อยๆ วันหนึ่งเพื่อนชาวต่างชาติแนะนำให้รู้จักกับ Sound Healing (เสียงบำบัด) ซึ่งความเป็นนักดนตรีสนใจเรื่องเสียงอยู่แล้ว รู้สึกว่าน่าจะนำมาประยุกต์กับการทำงานศิลปะของเราได้ จึงตัดสินใจบินไปเรียนที่ประเทศเนปาล”

คลื่นเสียงบำบัด

“Sound Healing หรือการรักษาด้วยเสียง เป็นการใช้เสียงจากเครื่องดนตรีเพื่อบำบัดจิตใจและร่างกายให้สงบ ผ่อนคลาย เป็นที่รู้จักในแถบประเทศเนปาล อินเดีย ทิเบต โดยใช้เครื่องดนตรีหลักคือกลอง และ Crystal Bowls ที่ทำมาจากคริสตัลกับพวกเหล็กชนิดต่างๆ ได้รับการคิดค้นมาแล้วว่าสามารถสร้างคลื่นความถี่ของเสียงที่ตรงกับร่างกายมนุษย์ เพราะสองในสามของตัวเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบ พอเคาะเครื่องดนตรีให้เกิดเสียง เกิดคลื่นความถี่ เมื่อเจอกับน้ำในร่างกายเกิดการสั่นสะเทือน ก็จะช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย ปลดล็อกเส้นประสาท ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

“ที่ดีมากคือทุกคนสามารถเล่นเครื่องดนตรีเหล่านี้ได้ ไม่มีกฎบังคับว่าต้องตีกี่ครั้ง ตีอันไหนก่อน หรือตีแรงขนาดไหน แค่ต้องใช้ความเข้าใจว่าตีไปทำไม เพื่ออะไร แล้วปล่อยใจไปกับเครื่องดนตรีตรงหน้า ซึ่งในการเรียนตลอด 3 วันที่เนปาลเป็นเหมือนการทำความเข้าใจจิตใจของมนุษย์ คล้ายๆ จิตวิทยานะคะ สำคัญคือการเปิดใจรับรู้ถึงพลังงานและจิตใจของผู้อื่น สอนให้เราเข้าใจคนอื่นและมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน”

สร้างความสุขด้วยเสียงและศิลปะ

“ที่ผ่านมานทมีโอกาสทดลองศาสตร์ใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่างช่วงแรกเป็นงานศิลปะที่เน้นเรื่องจิตวิญญาณ การหายใจ การทำสมาธิ อย่าง Breathing Machine เป็นเครื่องที่นทสร้างขึ้นมาใช้ในงานแสดงศิลปะ โดยมีวิธีการทำงานคือ เมื่อเราหายใจเข้าไปในเครื่อง จะทำให้กลไกที่เชื่อมต่อกับพู่กันขยับ จะเรียกว่าเป็นการวาดภาพด้วยลมหายใจก็ว่าได้ค่ะ

“ที่ผ่านมานทรู้สึกว่าเวลาคนไปงานเทศกาลดนตรีหรือคอนเสิร์ตมักจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปด้วย เหมือนว่าต้องพึ่งสิ่งนั้นให้ตัวเองสนุก นทจึงลองทำปาร์ตี้แบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์ โดยร่วมกับงานเทศกาลดนตรีต่างๆ และทำแพลตฟอร์มในออนไลน์ชื่อว่า High On Your Own Supply อยากให้คนได้ตระหนักถึงพลังงานที่อยู่ข้างในตัวเอง และมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด หรือสิ่งของอื่นๆ

“อย่างกิจกรรมที่ผ่านมาคือให้คนดูแช่อยู่ในน้ำตก (น้ำตกท่าแพ อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช) ใช้เสียงดนตรีกับธรรมชาติเป็นเครื่องมือบำบัด โดยใช้ศาสตร์นี้เหมือนเป็นสะพานเชื่อมผู้คนกับธรรมชาติ ซึ่งทุกคนที่ได้ร่วมครั้งนั้นต่างบอกว่าทั้งผ่อนคลายและสนุก

“จริงๆ แล้ว Sound Healing เหมาะกับทุกคนเลยนะคะ ไม่เฉพาะคนที่มีความเครียด ซึมเศร้า หรือคนที่ต้องการบำบัด เพราะเหมือนเรานอนฟังเสียงดนตรีเฉยๆ แค่นั้นเลยค่ะ อย่างเด็กบางคนที่ไม่ค่อยมีสมาธิ ยุกยิก เขาก็ดูสงบขึ้นจริงๆ นทเคยทำ Sound Healing ให้เด็กที่พิการทางสายตา ซึ่งประสาทการได้ยินดีกว่าคนปกติ ยิ่งพอได้ฟังเสียงที่ช่วยเยียวยา จึงซึมซับและรู้สึกได้มากกว่า บางคนผ่อนคลายจนหลับไปเลย

“High On Your Own Supply จะมีการจัดเวิร์คชอปอยู่ตลอด โดยเปลี่ยนสถานที่ทำกิจกรรมไปเรื่อยๆ เริ่มจากดนตรีผ่อนคลาย และ Movement Meditation หรือการทำสมาธิแบบขยับตัว ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การกระโดด การเปล่งเสียง ซึ่งนทนำมาจากศาสตร์ของโอโช (Osho ปราชญ์ชาวอินเดีย เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับไปทั่วโลกจากการนำศาสตร์สมัยใหม่มาผสานกับการฝึกสมาธิ) เพราะคนเราเก็บสะสมความเครียดไว้ในสมองและตามกล้ามเนื้อต่างๆ (Muscle Memory) ซึ่งถ้าพูดในแง่วิทยาศาสตร์ก็คือ Physical Movement หรือการบำบัดอย่างหนึ่ง

“หลังจากเคลื่อนไหวร่างกายแล้วก็จะให้นอนลง เพื่อทำ Sound Healing พร้อมกับฝึกลมหายใจ ทำสมาธิ เวลาหายใจเข้าให้นึกถึงแสงสีขาวที่เข้ามาเยียวยาร่างกาย จากนั้นหายใจออกพร้อมกับผลักความรู้สึกแย่ๆ ที่เป็นด้านลบออกไปให้หมด หรือเปรียบเป็นควันสีดำ โดยทุกคนจะอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ไม่มีการคุยกัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็มาแชร์เรื่องราวกันว่าแต่ละคนรู้สึกอย่างไร

“สิ่งที่ทุกคนบอกคล้ายๆ กันก็คือ ได้ปลดปล่อย ผ่อนคลาย และทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น หรือบางคนเล่าว่ามีอาการซึมเศร้ามานาน หาทางออกไม่ได้สักที เขารู้สึกมาตลอดว่าอยากกลับบ้าน บ้านที่เขาเกิดมา ซึ่งเขาหมายถึงความตายนะคะ แต่พอได้มาเวิร์คชอป ได้คุย ได้อยู่กับตัวเอง ทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วแค่เขาเปิดรับความรักจากคนรอบข้างได้ เขาก็หายเศร้า

“อย่างนทเองดีใจที่ตัวเองค้นพบความสงบได้เร็ว (อายุ 27 ปี) รู้จักคำว่า บาลานซ์ ความเรียบง่าย ทำให้ไม่แกว่งไปตามค่านิยมของสังคม ไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ขณะเดียวกันก็เข้าใจโลก และอยากทำให้โลกนี้ดีขึ้น (ยิ้ม)

“อย่างการทำ Sound Healing ที่ได้ช่วยบำบัดทั้งคนอื่นและตัวเองไปด้วย ถือเป็นการสร้างความสุขสงบอย่างง่ายๆ แบบหนึ่งค่ะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 959

ภาพ : notep

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจาะเรื่องเงินๆ ของ ลิซ่า BLACKPINK  ไอดอลสาวที่มีความรวยไม่ธรรมดา

ลูกชายน่าฟัด สามีน่ารัก สายไหม มณีรัตน์ กับชีวิตสะใภ้ออดี้ไทยแลนด์

คืนสู่สามัญ! คริสซี่ ทีเก้น ตัดสินใจผ่าเต้านมเทียมออก เพราะอยากใส่เสื้อผ้าง่ายขึ้น

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up