บุพเพสันนิวาส ๒

ไขแฟชั่น บุพเพสันนิวาส ๒ บูท-กระเป๋าครอสบอดี้ เปิ๊ดสะก๊าดเกินใคร แต่มาได้ไง?

Alternative Textaccount_circle
บุพเพสันนิวาส ๒
บุพเพสันนิวาส ๒

ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็ใกล้เข้าสู่รายได้ 300 ล้านแล้ว สำหรับ บุพเพสันนิวาส ๒ ภาพยนตร์ไทยแนวย้อนยุค–โรแมนติกคอเมดีที่ร่วมทุนสร้างระหว่าง ค่ายจีดีเอช และ บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น โดยได้แรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่อง บุพเพสันนิวาส ของรอมแพง กำกับโดย อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม และแน่นอนว่าพระเอก-นางเอกยังคงเป็นคู่จิ้นขวัญใจ  โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า-ราณี แคมเปน

สำหรับในเวอร์ชันภาพยนตร์นี้ เรียกว่าค่อนข้างแตกต่างไปบทละครโทรทัศน์มากพอสมควร อย่างคนที่ย้อนยุคมาก็ไม่ใช่นางเอก และบทส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องราวในปัจจุบันไม่ได้ยึดติดกับอดีตสักเท่าไหร่ เรียกว่าเหมือนดูอีกหนึ่งเรื่องก็ไม่ผิดนัก

นอกจากบทที่สนุกชวนให้ผู้ชมดูไปยิ้มไปเหมือนเดิมแล้ว เครื่องแต่งกายของเหล่านักแสดงในเรื่องก็ยังคงความพิถีพิถันเช่นเคย เพราะได้ คุณจีจี้-กิจจา ลาโพธิ์ มาเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายเช่นเดิม ซึ่งคุณจีจี้บอกว่าสำหรับ ในเวอร์ชันนี้มีอะไรที่สนุกมากขึ้นกับการเติมแฟชั่นสมัยใหม่ลงในหรังเรื่องนี้

บุพเพสันนิวาส ๒ 05

บทสัมภาษณ์  คุณจีจี้-กิจจา ลาโพธิ์ ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ภาพยนตร์ บุพเพสันนิวาส ๒

สำหรับโปรเจ็คต์บุพเพสันนิวาส2 ใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับงานด้านเครื่องแต่งกายนานเท่าไหร่คะ?

“จริงๆ ช่วงของการเตรียมงาน น่าจะอยู่ที่ 3 เดือนได้ ขายแบบ ขายงาน ประชุม สรุปต่างๆ ผลิตอะไรอย่างนี้ค่ะ จริงๆ เรื่องเครื่องแต่งกายด้วยความเป็นความพีเรียดรูปแบบจึงไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไหร่ การนุ่งโจงห่มสไบ แต่ว่าสิ่งที่มันจะแตกต่างกันชัดเจนคือยุคสมัย อย่างตอนที่เป็น ละครโทรทัศน์ บุพเพสันนิวาส จะเป็นสมัยอยุธยา แต่พอมาเป็นหนัง จะเป็นรัตนโกสินทร์ตอนต้น สมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งรูปแบบการแต่งกายก็จะต่างกันเนื่องจากสมัยนั้นเรามีการค้าขายกับชาวต่างชาติ”

  คุณจีจี้-กิจจา ลาโพธิ์
  คุณจีจี้-กิจจา ลาโพธิ์

โทนสีเสื้อผ้าของนางเอกในเรื่องนี้ค่อนข้างเคร่งขรึมกว่าฉบับโทรทัศน์เพราะอะไร ทำไมถึงออกมาเป็นแบบนั้น?

“ตัวของนางเอกใช้โทนสีเคร่งขรึม เนื่องจากเป็นคาแรคเตอร์ของแม่เกสรในเรื่องนี้ ด้วยนิสัยที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนชาวบ้านเขา มีหัวก้าวหน้า แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนในสมัยนั้นจริงๆ ก็ไม่อยากให้ดูแปลกเกินไปเช่นกัน จึงสรุปกันว่าแม่เกสรจะแต่งตัวเหมือนประชาชนชาวสยามในยุคนั้น แต่จะเล่นกับโทนสี”

“อย่างในฉบับโทรทัศน์เราจะเห็นว่าในสมัยนั้นจะใส่สไบสีหนึ่งโจงกระเบนสีหนึ่ง แต่กับแม่เกสรจะนุ้งเครื่องแต่งกายที่เป็นสีเดียวกันทั้งหมด เป็นการแมตช์แบบฝรั่งแบบนี้ เนื่องจากในยุคนั้นต่างชาติจะนิยมแต่งกายด้วยสีโทนเดียวกันทั้งชุดค่ะ”

แสดงว่าเมื่อก่อนเขาไม่นิยมสีเดียวกันถูกไหมคะ?

“ใช่ค่ะ จะบอกว่าไม่นิยมได้นะคะ แล้วก็แบบลวดลายของผ้าก็ไม่ได้มีมากนัก อย่างเกสรเขาก็จะใส่ผ้าลายที่ไม่จัดมากแล้วก็ใส่สไบเสื้อเป็นสีเดียวกัน หมวกเป็นสีเดียวกัน มันก็จะทำให้แตกต่างแล้วก็ดูเป็นคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนขึ้นมาอีกต่างออกไป”

บุพเพสันนิวาส ๒ 02

อย่าง accessory ที่ค่อนข้างแปลกตา ต่างยุคต่างสมัยที่เราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้?

“อย่างหมวกและรองเท้าบูทก็เป็นไปตามยุคของชาวต่างชาติ แต่อย่างกระเป๋าที่เราจะเห็นในหนังว่าเกสรเขาจะสะพายกระเป๋าหนังของเขาอยู่ใบหนึ่ง เขาสามารถผสมเอากระเป๋าหนังกับสายสังวาลมาเป็นสายของกระเป๋าหนัง จริงๆ แล้วเวลาเราคิดคาแรคเตอร์ของตัวละคร เราก็จะดูว่ามันก็ลงตัวไหม ซึ่งมันก็ดูสวยดี”

จริงๆ แล้วกระเป๋าครอสบอดี้ได้ไอเดียมาจากอะไร คือเห็นจากรูปเก่าๆ หรือคะ?

“ไม่คะ คืออันนี้จะบอกว่าลุคของตัวแม่เกสรจะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการแต่งกายชุดไทยสมัยใหม่ ถ้าสมมติว่าได้รับความนิยมหรือฟีเวอร์ขึ้นมา ก็อาจจะมีคนอีกหลายคนที่ใส่รองเท้าบูทกับโจงกระเบน ใส่เสื้อแบบนี้ตามกันออกมาก็ได้ แล้วมันสวย มันดูสวยงามด้วยค่ะ ซึ่งเราคิดออกมาเราคิดขึ้นมาแล้วก็มันสวยและลงตัว”

บุพเพสันนิวาส ๒ 03

พอพูดถึงเรื่องนี้ทำให้นึกถึงบุพเพสันนิวาสฉบับละครโทรทัศน์ ซึ่งพูดได้เลยว่าคุณจีจี้มีส่วนสำคัญเลยที่ทำให้คนแบบว่าอยากใส่ชุดไทยไปเที่ยวอยุธยา?

“จริงๆ ก็ทำงานตามปกติ ทำชุดไทยอย่างนี้อยู่แล้ว คิดว่าที่เกิดความนิยมน่าจะมาจากหลายๆ ส่วนรวมกัน แต่ก็แอบภูมิใจที่เราได้เป็นหนึ่งในส่วนร่วม เนื้อเรื่องสนุกสนาน ดารานักแสดงก็ดี เสื้อผ้าก็สวย พร็อพก็ดีมันรวมกันจนมันทำให้กลายเป็นแบบการได้รับความนิยมขนาดนั้นค่ะ พี่ก็รู้สึกภูมิใจที่แบบว่า อุ้ย ทำไมคนถึงมาแต่งตัวชุดไทยกันทั้งประเทศ แล้วก็แบบว่าไปถ่ายรูปกันจนจังหวัดอยุธยาแตกขนาดนั้น ครั้งนี้ก็มีความหวังว่าจะได้รับความนิยมจากแฟนๆ บุพเพสันนิวาสอีก อาจจะได้เห็นคนนุ้งโจงกระเบนใส่รองเท้าบู๊ตบ้างก็ได้”

อะไรคือแรงบันดาลใจสิ่งที่คอยกระตุ้นให้จีจี้ผลิตผลงานดีๆ ออกมาจนถึงปัจจุบัน?

“อันดับแรกคืองาน จีจี้มีอาชีพทำคอสตูมทำเสื้อผ้าแบบนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้วนะคะ ด้วยความรักความชอบในการแต่งชุดไทยอะไรของพี่ จริงๆ แรงบันดาลใจเดียวของพี่เลยก็คือความรักในงานละครพีเรียด เสื้อผ้าโบราณก็ทำด้วยความรักเท่านั้นแหละไม่มีอะไร”

ในฐานะหนึ่งในทีมงานบุพเพสันนิวาส มีความสุขไหมคะกับคนที่รอคอยแบบว่าดูผลงาน?

“จริงๆ ตลอดมาตั้งแต่ตอนบุพเพสันนิวาสจบ ภาคแรกนะตอนนี้ 4 ปีมาแล้ว พี่มีแฟนคลับมีคนที่ติดตามผลงานมีคนคอยรอดูใน Facebook ของจีจี้จะมีน้อง ๆ เพื่อนๆ มาถามตลอด มันรู้สึกภูมิใจมาก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้พี่ตั้งใจที่จะทำงานดีๆ เพราะว่าคนเขารอดูผลงาน รอชมสิ่งที่เราทำ แต่ว่าต้องทำให้ดีๆ ออกมาให้สมกับที่เขารอดู”

ในขณะที่มีคนชื่นชมผลงานอีกด้านก็อาจมีการติบ้าง กลัวไหมว่ามีคอมเม้นต์เกี่ยวกับผลงานของเรา ว่าแฟชั่นของแม่เกสรไม่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์?

“พี่ทำเสื้อผ้าละครย้อนยุคมา เป็น 20 ปีแล้วเชื่อไหม แล้วตลอดระยะทางในช่วงแรกมันเจอกับสิ่งเหล่านี้มาตลอดเลย ตอนแรกเสียใจมาก เครียดด้วย แต่เมื่อวันนี้มองกลับไปสิ่งเหล่านั้นมันก็มีประโยชน์ มันทำให้เป็นแรงกดดันกับเราให้ตั้งใจทำงานหาข้อมูลให้ดีๆ ห้ามผิดพลาด เพราะเรารู้ว่าจะมีคนเหล่านี้อยู่ในสังคมเราคอยแบบ จ้องมองจ้องจับผิดเอาปากกามาวงงานของเรา เราก็ต้องทำให้ดีที่สุดแหละค่ะ แต่ก็ดีใจอย่างน้อยเขาก็ติดตามผลงานเรา”

อยากให้คุณจีจี้ฝากถึงผลงานภาพยนตร์เรื่อง บุพเพสันนิวาส

“อยากให้ทุกคนไปดูหนังเรื่องบุพเพสันนิวาส 2 กันนะคะ อยากให้กระแสความสนุกสนาน ความฟีเวอร์กลับมาอีกครั้งหนึ่ง อยากเห็นคนไทยแต่งชุดไทยไปถ่ายรูปกันเหมือนสมัยก่อน มันคือสิ่งที่รอคอยอยู่ตั้งใจทำ เพราะว่าอยากให้เกิดปรากฏการณ์นี้อีกครั้งหนึ่ง ใครแต่งตัวตามหนัง ก็สามารถแท็กไปหาจีจี้ได้นะคะ”

บุพเพสันนิวาส ๒ 01

Praew Recommend

keyboard_arrow_up