Beyond the Dots 6 สิ่งที่ทำให้ Yayoi Kusama เป็นมากกว่าศิลปินลายจุด
การจากไปของ Yayoi Kusama (ยาโยอิ คุซามะ) ในวัย 97 ปี ปิดฉากชีวิตของศิลปินร่วมสมัยชาวญี่ปุ่นผู้สร้างภาพจำที่ชัดเจนที่สุดคนหนึ่งของโลก ทั้งลายจุด ฟักทองสีสด ห้องกระจกที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ไปจนถึงผลงานที่ก้าวออกจากแกลเลอรีมาอยู่บนเสื้อผ้า กระเป๋า และพื้นที่สาธารณะทั่วโลก
Beyond the Dots 6 สิ่งที่ทำให้ Yayoi Kusama เป็นมากกว่าศิลปินลายจุด
แต่หากย้อนกลับไปก่อนที่ Polka Dots และ Pumpkin จะกลายเป็นภาพที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่า “นี่คือ ยาโยอิ คุซามะ” ผลงานของเธอผ่านการทดลองมาแล้วหลายรูปแบบ และหลายสิ่งที่วันนี้ดูคุ้นตา ต่างมีที่มาเชื่อมโยงกันตลอดเส้นทางการทำงานของเธอ

เพื่อรำลึกถึง ยาโยอิ คุซามะ แพรวชวนย้อนดู 6 ส่วนสำคัญในโลกศิลปะของเธอ ตั้งแต่ภาพวาดตาข่ายที่สร้างชื่อในนิวยอร์ก ห้องกระจกแห่งแรก ฟักทองที่ผูกพันมาตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวันที่ลายจุดของเธอเดินทางเข้าสู่โลกแฟชั่น
1. Infinity Nets ก่อนโลกจะรู้จักเธอในฐานะ “ศิลปินลายจุด”

ย้อนกลับไปช่วงปลายทศวรรษ 1950 หลัง ยาโยอิ คุซามะ ย้ายจากญี่ปุ่นไปนิวยอร์ก เธอเริ่มสร้างภาพชุด Infinity Nets ด้วยการวาดเส้นโค้งขนาดเล็กซ้ำไปซ้ำมาจนเกิดเป็นตาข่ายปกคลุมทั่วผืนผ้าใบ บางชิ้นมีขนาดใหญ่จนกินพื้นที่ทั้งผนัง
แทนที่จะมีจุดเด่นเพียงตำแหน่งเดียว สายตาของผู้ชมต้องเคลื่อนไปตามรายละเอียดเล็กๆ ที่เกิดซ้ำทั่วทั้งภาพ วิธีทำงานเช่นนี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญของสิ่งที่ ยาโยอิ คุซามะ ทำต่อมา เพราะไม่ว่าจะเป็นจุด กระจก หรือวัตถุจำนวนมาก เธอมักนำองค์ประกอบหนึ่งมาทำซ้ำจนเต็มพื้นที่ และทำให้ขอบเขตของสิ่งที่เรากำลังมองค่อยๆ เลือนหายไป
2. Polka Dots จุดเล็กๆ ที่กลายเป็นภาษาของ Kusama
หากต้องเลือกภาพเพียงภาพเดียวแทนชื่อ ยาโยอิ คุซามะ หลายคนน่าจะนึกถึง Polka Dots ก่อนเป็นอันดับแรก

แต่จุดเหล่านี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างลวดลายให้จดจำง่าย ยาโยอิ คุซามะ เคยเล่าถึงประสบการณ์เห็นภาพหลอนตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งแสง สี และลวดลายที่ดูเหมือนขยายตัวปกคลุมสิ่งต่างๆ รอบตัว ประสบการณ์เหล่านี้ถูกนำกลับมาใช้ในงานของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
ต่อมา ยาโยอิ คุซามะ พัฒนาแนวคิดที่เรียกว่า Self-Obliteration การทำให้ตัวตนหรือวัตถุค่อยๆ กลืนไปกับพื้นที่รอบข้าง เราจึงเห็นจุดเดียวกันปรากฏทั้งบนผืนผ้าใบ ร่างกาย เฟอร์นิเจอร์ ห้อง และวัตถุต่างๆ จนยากจะแยกว่าสิ่งหนึ่งเริ่มต้นและสิ้นสุดตรงไหน
3. Infinity Mirror Rooms ห้องกระจกที่เกิดขึ้นก่อนยุค Immersive Art
ทุกวันนี้การเดินเข้าไปอยู่ “ข้างใน” งานศิลปะกลายเป็นประสบการณ์ที่พบได้บ่อยขึ้น แต่ Kusama ทดลองกับวิธีนี้มาตั้งแต่ปี 1965


ผลงาน Infinity Mirror Room—Phalli’s Field ใช้กระจกเรียงรอบพื้นที่ร่วมกับประติมากรรมผ้าจำนวนมาก เมื่อภาพทั้งหมดสะท้อนซ้ำไปมา วัตถุที่จริงๆ แล้วมีจำนวนจำกัดกลับดูเหมือนทอดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
แนวคิดนี้ถูกพัฒนาต่อมาเป็น Infinity Mirror Rooms อีกหลายชิ้น ทั้งการใช้แสง ลูกบอล และวัตถุหลากหลายรูปแบบ ก่อนจะกลายเป็นผลงานที่ผู้ชมทั่วโลกรู้จัก Kusama มากที่สุดกลุ่มหนึ่ง และน่าสนใจว่า ห้องกระจกซึ่งเธอเริ่มทดลองก่อนยุคโซเชียลมีเดียหลายสิบปี กลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ศิลปะที่ถูกถ่ายภาพและแชร์มากที่สุดในยุค Instagram
4. Pumpkin ทำไม Kusama ถึงหลงรัก “ฟักทอง”

อีกหนึ่งสิ่งที่แยกออกจาก ยาโยอิ คุซามะ แทบไม่ได้คือ Pumpkin โดยเฉพาะฟักทองสีเหลืองลายจุดดำซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลบนเกาะ Naoshima และกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางไปชม
ความสัมพันธ์ระหว่าง ยาโยอิ คุซามะ กับฟักทองเริ่มต้นก่อนที่มันจะกลายเป็นประติมากรรมชื่อดังเสียอีก เธอคุ้นเคยกับฟักทองมาตั้งแต่วัยเด็ก และเคยพูดถึงความสนใจในรูปทรงที่ทั้งเรียบง่าย อวบ และดูมีอารมณ์ขันของมัน
ฟักทองจึงปรากฏอยู่ในงานของเธอมาหลายทศวรรษ ตั้งแต่ภาพวาด งานพิมพ์ ประติมากรรม ไปจนถึงห้องกระจก และเมื่อจับคู่กับ Polka Dots สองสิ่งนี้ก็กลายเป็นภาพจำที่แข็งแรงที่สุดชุดหนึ่งในโลกของ ยาโยอิ คุซามะ
5. เมื่อ Polka Dots เดินออกจากพิพิธภัณฑ์เข้าสู่โลกแฟชั่น

โลกของ ยาโยอิ คุซามะ ไม่ได้หยุดอยู่ในพิพิธภัณฑ์ เพราะลายจุด ฟักทอง และสีสันของเธอยังเดินทางเข้าสู่แฟชั่นและวัฒนธรรมป๊อปอย่างเต็มตัว
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือการร่วมงานกับ Louis Vuitton ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2012 ก่อนจะกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในปี 2023 คราวนี้พื้นที่ของ ยาโยอิ คุซามะ ขยายไปไกลกว่าเสื้อผ้าและกระเป๋า ตั้งแต่หน้าร้าน ดิสเพลย์ ไปจนถึงอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ตามเมืองสำคัญ
สิ่งที่เคยอยู่บนผืนผ้าใบจึงเดินทางไปปรากฏบนกระเป๋าที่คนถืออยู่บนถนน และทำให้ผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่งได้รู้จัก ยาโยอิ คุซามะ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเดินเข้าพิพิธภัณฑ์
6. จากจุดหนึ่งจุด สู่โลกที่ไม่มีวันสิ้นสุด

แม้ช่วงปลายชีวิต ยาโยอิ คุซามะ จะมีอายุมากกว่า 90 ปีแล้ว แต่การทำงานของเธอยังคงดำเนินต่อ ทั้งภาพวาด ประติมากรรม และนิทรรศการที่จัดขึ้นในหลายประเทศ โดย Yayoi Kusama Museum ระบุหลังการจากไปของเธอว่า ศิลปินยังคงวาดภาพจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิต
เมื่อย้อนกลับไปดูผลงานตลอดหลายสิบปี สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียง ยาโยอิ คุซามะ สร้าง “ลายจุด” ให้โด่งดังได้อย่างไร แต่คือการที่เธอหยิบองค์ประกอบธรรมดาอย่างจุด ตาข่าย กระจก หรือฟักทองมาทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนพัฒนาให้กลายเป็นภาษาที่ผู้คนทั่วโลกจดจำได้โดยแทบไม่ต้องเห็นชื่อศิลปินกำกับ
วันนี้ ยาโยอิ คุซามะ จากไปแล้ว แต่ Infinity ที่เธอพูดถึงมาตลอดชีวิตอาจยังดำเนินต่อ ผ่านจุดนับไม่ถ้วน ห้องกระจก ฟักทอง และผลงานที่ยังคงถูกมอง ถ่ายภาพ พูดถึง และส่งต่อจากผู้ชมรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง