จาก 2556 ถึง 2557 สุขแบบฉบับโก๊ะตี๋

จาก 2556 ถึง 2557 สุขแบบฉบับโก๊ะตี๋
จาก 2556 ถึง 2557 สุขแบบฉบับโก๊ะตี๋

“หนึ่งรายการที่หนูทำคือ ครัวคุณต๋อย แล้วอย่างนี้จะเอาวิธีไหนมาผอม ต้องขออนุญาตใช้คำว่า รับประทานยับ กินแบบย่อยไม่ทัน”

ปกติในช่วงสิ้นปี เรามักเห็นภาพยนตร์ที่สร้างเสียงหัวเราะและความสุข โดยมีชื่อของ‘โก๊ะตี๋ – เจริญพร อ่อนละม้าย’ เป็นหนึ่งในนักแสดงนำเสมอ
สำหรับปลายปี พ.ศ. 2556

เมื่อไม่มีหนังของโก๊ะตี๋เข้าโรงเหมือนอย่างเคย ผมจึงชวนเขามากระชับพื้นที่ความสุขในหน้านิตยสาร เราพูดคุยกันหลายเรื่อง ตั้งแต่มุมเล็กๆ ในชีวิตส่วนตัว ความสุขและสนุกแบบโก๊ะตี๋ จนถึงเวลาหลังปีใหม่ที่ทุกคนช่วยกันทำให้ประเทศมีรอยยิ้มได้

MR.PRAEW : ตามดูรายการโทรทัศน์ เห็นคุณแทบทุกวัน เวลาพักผ่อนซ่อนอยู่ตรงไหน
โก๊ะตี๋ : อยู่ระหว่างวันนี่ล่ะ เรื่องการพักผ่อน หลายคนอาจไปดูหนัง สังสรรค์กับเพื่อน แต่หนูชอบอยู่นิ่งๆ ตัดตัวออกจากความวุ่นวายทั้งหลาย ปีนี้ไปผับไม่เกิน 3-4 ครั้ง โดยทั้งหมดเป็นงานบังคับที่ต้องไป ส่วนตัวไม่ดื่มไม่เที่ยวอยู่แล้ว ไม่ชอบสถานที่เสียงดัง ตุ้ม… ตุ้ม… (ทำเสียงเอฟเฟ็คท์เหมือนในผับประกอบ) ต้องตะโกนคุยกันว่า อะไรนะ!… เอ้อ..ไปเถอะๆ

MR.PRAEW : จริงไหมที่ในวงการบันเทิง คนที่คุณยอมลงให้มีแค่ 2 คนคือ ไตรภพ กับ สรยุทธ
โก๊ะตี๋ : ใช่ครับ (ตอบทันที) เป็นผู้ใหญ่ที่หนูเคารพนับถือมาก ทั้งคู่เป็นเหมือนกระจกเงารอบตัว ถ้ามองไปข้างหน้าเจอพี่ยุทธ ข้างหลังคืออาต๋อย พี่ยุทธคอยบอกว่า เรื่องไหนควรทำ เรื่องไหนไม่ควร ส่วนอาต๋อยสอนเรื่องการดำเนินชีวิต ถ้าหนูเดินผิดไปบนถนนลูกลัง อาต๋อยจะให้คำแนะนำ หารองเท้าให้ใส่ คือไม่ได้มารับออกไปเลย ให้เดินเองเหมือนเดิมนี่ล่ะ แต่ช่วยให้เดินง่ายขึ้น

MR.PRAEW : สรยุทธเคยบอกกับแพรวว่า โก๊ะตี๋เป็นมนุษย์ขี้น้อยใจ
โก๊ะตี๋ : ใช่ (ยิ้ม) เห็นแบบนี้แต่เซ้นสิทีฟมาก บางทีอ่อนแอกับเรื่องไร้สาระ น้อยใจกับเรื่องง่ายๆ หนูเองก็ไม่อยากเผาพี่ยุทธกลับหรอกนะ แต่เขาเป็นเหมือนเด็กขาดความอบอุ่น

MR.PRAEW : นี่คือไม่อยากเผา
โก๊ะตี๋ : (หัวเราะ) คือเวลาพี่ยุทธต้องทำอะไรหรือไปที่ไหนต้องมีเพื่อน ไม่กล้าทำคนเดียว แล้วยังบ้าอำนาจ เวลากินข้าวกับลูกน้องนี่อย่าเผลอกินก่อนเชียว มีน้อยใจ ต้องกินพร้อมกัน

MR.PRAEW : อีกเรื่องที่อยากรู้ คุณเคยคิดจะลดน้ำหนักไหม
โก๊ะตี๋ : คิดสิ ไม่นานนี้หนูแข่งลดน้ำหนักกับเพื่อนคนหนึ่ง เงื่อนไขคือ ฝ่ายนั้นจะมีซิกแพ็ก ส่วนหนูจะลดให้ได้ 10 กิโลกรัม คนแพ้ต้องเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นหนึ่งมื้อ ในที่สุดหนูชนะ ลดน้ำหนักจาก 94 กิโลกรัม ลงเหลือ 84 กิโลกรัมได้ แต่มันผิดสัญญา ไม่ยอมเลี้ยง ตั้งแต่นั้นหนูจึงกลับไปกินเต็มที่เหมือนเดิม น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่ 86 กิโลกรัม (หัวเราะ)

แล้วถามมิสเตอร์แพรวหน่อย หนึ่งรายการที่หนูทำคือ ครัวคุณต๋อย แล้วอย่างนี้จะเอาวิธีไหนมาผอม ต้องขออนุญาตใช้คำว่า รับประทานยับ (หัวเราะ) กินแบบย่อยไม่ทัน เดินออกสตูดิโอยังเหนื่อย วันหนึ่งเราอัด 14 เทป เปิดหัว 7 เทปแรกแบ่งเป็นให้ความรู้เรื่องในครัว 3 เทป อีก 4 เทป คือกิน หลังจากนั้น 7 เทปหลังนี่กินล้วนๆ แล้วอาหารคาวหวาน 90 เปอร์เซ็นต์ที่ออกรายการล้วนอร่อยมาก ที่เหลือก็อร่อย แต่อาจเป็นเมนูที่ไม่ถูกจริตเราเอง แล้วถ้ากินร้านไหนน้อยกว่าก็มีเสียใจอีก จบรายการต้องกินอีโนกันบ้าง แต่คำถามสำคัญคือ แล้วความผอมจะมาถึงได้อย่างไร

เรื่อง Mr.Praew