อัพเดทความพร้อม ชมพู่ อารยา เดินหน้าโปรเจ็กต์ลูกสาวคนต่อไป

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่มีผลงานทางการแสดงและภาพยนตร์ แต่ ” ชมพู่ อารยา ” หน้าเอกแถวหน้าของเมืองไทยก็ยังงานชุกอย่างต่อเนื่อง แต่ล่าสุดนับเป็นข่าวดีของแฟนๆ เพราะเธอได้กลับมามีผลงานอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด “ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค” ของค่ายจีดีเอช559 ซึ่งเธอรับบทเป็น “เจ๊น้ำ” แม่ค้าที่มีหน้าเหมือนกับดาราสาวชื่อดังของวงการบันเทิง เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2563 ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ที่ ชั้น M ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ ซึ่งหลังจากที่พิธีการบนเวทีเสร็จสิ้น เธอก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทที่ได้รวมถึงความประทับใจในผลงานชิ้นล่าสุดนี้ด้วย

ทำไมถึงรับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้?

“มันอยู่ในจังหวะที่เราอยากทำงาน และเป็นช่วงที่จีดีเอชติดต่อมาพอดี พอได้ฟังเรื่องก็รู้สึกว่าน่ารักดี อยากลองทำดู เราก็เลยอยากแจมด้วย จริงๆ ตัดสินใจไม่นาน แต่ตอบเขาช้า ทั้งๆ ที่ตัดสินใจไปแล้ว”

ครอบครัวมีโอกาสได้เห็นไหมตอนที่ซ้อมที่บ้าน?

“ไม่เห็นค่ะ ไม่ได้ซ้อมให้เห็นค่ะ คือบางทีก็ซ้อมอยู่ในห้องน้ำเงียบๆ คนเดียว แบบว่ารอลูกหลับก่อน จะมีแค่ตอนผัดกับข้าวเท่านั้นที่ต้องให้คนถ่ายให้”

ชมพู่ อารยา

เข้าเรื่องส่วนตัวบ้างตอนนี้น้องๆ ไปโรงเรียนเป็นไงบ้าง?

“ก็ดีนะคะ รู้สึกว่าเขาก็โตขึ้น มันได้ฝึกทักษะหลายอย่าง เป็นวิถีอีกแบบหนึ่ง แต่เราก็ชอบชีวิตแบบนี้นะ ถามว่ามีแอบย่องไปดูเขามั้ย ไม่ย่องค่ะ เพราะที่นี่เขาไม่ให้เข้าไปเลย เกาะรั้วไม่ได้ (หัวเราะ)​”

เป็นห่วงหรือเปล่า?

“ไม่ค่อยห่วงนะ เพราะเรารู้ว่าตรงนั้นคือยังไง เขาเต็มที่แล้ว”

ปกติแม่ๆ เวลาไปส่งลูกจะใจหาย ของเรามีโมเมนต์นั้นบ้างไหม?

“ของชมไม่ได้ว่าใจหายว่าห่างอกเรา เพราะเรารู้ว่าเขาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ก็เลยไม่ได้พิรี้พิไรมาก ยิ่งตัดให้ง่ายก็จะยิ่งง่ายทั้งกับเขาและเรา ถ้าเราไปป้วนเปี้ยนก็กลายเป็นว่าเด็กก็ตัดไม่ได้สักที ของชมก็ไม่มีอะไร แค่ 2-3 วัน เขาก็ปรับตัวได้”

แสดงว่าน้องไม่มีงอแงเลย?

“เขาก็มีร้องนิดหน่อย เพราะอย่างวันแรกที่ไปเรียน เขาก็อนุญาตให้คุณพ่อคุณแม่เข้าไปส่งได้ถึงในห้อง เขาก็จะเพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจมากกับของเล่น แต่พอเราบอกว่าจะไปแล้วนะ พอเขาเห็นเราจะไปจริงๆ เขาก็มีร้องนิดนึง หลังจากนั้นพอเขาเล่นโน่นนี่นั่น เขาก็เหมือนเดิม มีบ่นๆ อยู่ 2-3 วันแรก หลังจากนั้นเขาก็เข้าใจว่าเขาต้องมาโรงเรียน แล้วโรงเรียนไม่ได้น่ากลัว”

แต่เรื่องความซน เราห่วงน้องๆ มั้ยเวลาไม่อยู่ในสายตาเรา?

“คือยังไงก็ไม่เคยแบบ คือชมมีทีมงานที่ดี มันต้องไม่มีช่วงที่ละสายตาเราเลย คือถ้าไม่ใช่คนที่ชมไว้ใจ ชมก็ไม่ฝากกับใครเลยทั้งสิ้น”

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต

โตขึ้นอีกหน่อยเขาจะอยู่ห้องเดียวกันหรือคนละห้อง?

“อ๋อ ต้องแยกแหละ อันนี้มีคุยกับคุณครูที่โรงเรียนเหมือนกัน ตอนนี้ที่แคมปัสมันมีแค่คลาสเดียว ผู้ปกครองบางคนก็ยังไม่ได้ส่งลูกมาในอายุเท่านี้ แต่ปีต่อไปพอขึ้นเตรียมอนุบาลปี 2 มันก็จะมี 2 ห้องแล้ว ทีนี้ก็ต้องจับแยก ปีนี้จับแยกไม่ได้เพราะมีห้องเดียว จริงๆ ชมก็รู้แหละว่าระยะยาวยังไงเขาก็ต้องให้แยกอยู่แล้ว เด็กจะได้มีความเป็นตัวของตัวเองด้วย เพราะไม่ยังงั้นเขาก็จะอิงกันพิงกันไปตลอด เขาก็ต้องหาตัวเขาเองด้วย”

เรื่องเข้าสังคม น้องๆ เข้ากับเพื่อนๆ ได้ดีไหมในสายตาเรา?

“จริงๆ คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรนะ ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนก็พาเขาไปทั่ว”

แสดงว่าพยายามไม่ให้น้องใช้ชีวิตแบบเป็นแฝดตัวติดกันตลอดเวลา?

“ก็คือสอนให้รักกันเหมือนเป็นพี่น้องปกติแหละค่ะ แต่มันเฮลตี้กว่าสำหรับเขาที่ถ้าต่อไปต้องจับเขาแยกบ้าง”

ลูกเข้าโรงเรียนแล้ว โครงการมีลูกคนต่อไปล่ะ?

“ก็เดี๋ยวต้องดูว่าหลังจากหนังและคิวปีหน้า ผังรายการเป็นยังไง (หัวเราะ)​ ต้องลองวางผังของตัวเองดูค่ะ ก็คงจะมีอีกคนแหละค่ะ แต่ว่าช่วงไหนเนี่ย คือชมก็อยากจะวางระยะเวลาที่เราท้องแล้วไม่กระทบงาน ไม่กระทบการเดินทางของเรา”

อยากได้ลูกสาว ตั้งใจจะเลือกเพศเลยไหม?

“ก็อยากได้ แต่เดี๋ยวดูกันอีกทีนึง สุดท้ายได้อะไรก็ต้องตามนั้นค่ะ”

ต้องปรึกษาคุณหมอก่อนหรือเปล่า?

“ก็มีบ้างค่ะ เราอายุเท่านี้แล้ว เรื่องวางแผนครอบครัวเราก็ต้องปรึกษาคุณหมอค่ะ”

ถามถึงเรื่องรูปขี่คอน็อต คนแซวว่าฟิตจัง?

“ฟิตๆ นางฟิต (ยิ้ม)​ วันนั้นออกกำลังกายค่ะ สามีเปิดฟิตเนสค่ะ (เลยโชว์หน่อย)​ ก็นิดนึง ถามว่ากล้ามปูมั้ย อย่าให้โตไปกว่านี้เลยค่ะ ประมาณนี้ๆ (หัวเราะ)​ ถามว่ากลัวเหรอ ไม่หรอกค่ะ”

ไปออกกำลังกายกันสองคนบ้างไหม?

“คือเวลาอาจไม่ได้ตรงกัน เพราะถ้ามัวแต่รอกันก็อาจจะไม่ได้ออกค่ะ แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ของเขา บางทีก็สวนกันไปมาในยิมบ้าง”

เล่นประจำที่ฟิตเนสสามีไปเลยหรือเปล่า?

“ใช่ ก็พยายาม มันก็เล่นที่อื่นไม่ได้แล้ว มันก็ต้องเล่นที่นี่แหละ (หัวเราะ)​ ถามว่าไปดูกิจการด้วยรึเปล่า ชมไม่ได้อะไรมากหรอกค่ะ แค่ไปเล่นแล้วเทรนเนอร์ที่เคยเทรนก็มาอยู่ที่นี่หมด อุปกรณ์มันก็ครบดีด้วย สถานที่ก็ไม่ได้ไกลบ้าน ก็สะดวก”

เป็นการประกาศว่าฟิตแล้ว พร้อมปั๊มลูกคนต่อไปไหม?

“(หัวเราะ)​ ก็ไม่ได้ประกาศอะไร เรามีไลฟ์สไตล์แบบนี้อยู่แล้ว พยายามดูแลตัวเองอย่างนี้ตลอดอยู่แล้ว จะมีน้องหรือไม่มีน้อง เรื่องการดูแลตัวเองมันควรเป็นไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่ว่าเรามีเป้าหมายแล้ว เราก็ทำให้ไปถีงเสร็จแล้วปิดโปรเจ็กต์ค่ะ”


ภาพจาก : ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

keyboard_arrow_up