เปิดตำราโหงวเฮ้งสาว GIRL LOVE ทำไมหน้าตาแบบนี้ถึง ‘ทั้งสวยทั้งเฮง’

LUCKY GIRL FACE THEORY เปิดตำราโหงวเฮ้งสาว GIRL LOVE ทำไมหน้าตาแบบนี้ถึง ‘ทั้งสวยทั้งเฮง’

ช่วงปีที่ผ่านมากระแสสาวๆ GIRL LOVE เรียกได้ว่าฮอตแบบสร้างปรากฏการณ์ จากเคมีที่ชวนฟินไปจนถึงเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้แฟนคลับตกหลุมรักแบบไม่รู้ตัว

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะความนิยมของซีรีส์เพียงอย่างเดียว แต่พอมองลึกลงไปกลับพบว่า ‘โหงวเฮ้ง’ ของพวกเธอก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่น่าสนใจ เพราะตามความเชื่อจีน ใบหน้าบางลักษณะถือเป็นโหงวเฮ้งแห่งความรุ่งเรือง โอกาส และเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คน

ไม่ใช่แค่ความสวยหรือฝีมือเท่านั้น แต่รายละเอียดเล็กๆ บนใบหน้าอย่างรูปทรงคิ้ว ดวงตา โหนกแก้ม หรือสัดส่วนโดยรวม ล้วนถูกมองว่าเป็นพลังงานที่ช่วยส่งเสริมเส้นทางชีวิตและความสำเร็จ และที่น่าสนุกคือ  เมคอัพสามารถช่วย ‘เสริมพลัง’ เหล่านั้นได้

ตรุษจีนนี้เลยอยากชวนมาส่องโหงวเฮ้งแบบฉบับสาว GIRL LOVE ผ่านมุมมองของสายบิวตี้ พร้อมทริคแต่งหน้าที่ช่วยดึงเสน่ห์ตามตำราจีนให้ชัดขึ้น งานนี้ไม่เฉพาะสาว GIRL LOVE เหล่าแฟนคลับอย่างพวกเราก็นำไปปรับใช้สวยตามเมนได้

หลิงหลิง

#01
RADIANT EYE ENERGY
ดวงตาประกายสดใส  
CHINESE PHYSIOGNOMY: ในตำราโหงวเฮ้งจีน ‘ดวงตา’ ถือเป็นศูนย์กลางของพลังชีวิต โดยแนวคิด “眼神有光” หรือดวงตามีแสง หมายถึงสายตาที่มีประกาย สดใส ไม่หม่น สื่อถึงเสน่ห์ ความจริงใจ และแรงดึงดูดตามธรรมชาติ

BEAUTY REFERENCE
LINGLING KWONG (@linglingkwong)
‘ดวงตาแบบกวางน้อย สวยสะกดจิต’
ดวงตาของ หลิงหลิง คอง เป็นตัวอย่างชัดของดวงตาแบบมีแสง รูปตากลมละมุนสไตล์หมวยที่ยังคงความคม ทำให้ลุคดูอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ประกายตาระยิบระยับคล้ายตากวางน้อย เพิ่มความน่ารักชวนเอ็นดู ขณะเดียวกันแววตาที่ดูขี้อ้อนเล็กๆ ก็สร้างแรงดึงดูดสูง มองแล้วไม่ได้แค่สวยแต่มีเสน่ห์ขวนหลง สายตาแบบนี้แหละ ‘ขออะไรแม่ให้หมดเลย’

BEAUTY EDITOR TIPS
วางประกายอายแชโดว์เน้นเฉพาะจุดกลางลูกตาแทนการทาทั้งเปลือกตาเพื่อสร้างจุดดึงดูดสาวยตา และเพิ่มไฮไลท์สีชมพูอ่อนใต้ตาล่างบางๆ เพื่อให้ตาขาวดูใสขึ้น เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ดวงตาดูมีชีวิตโดยไม่ต้องแต่งหนัก

RECOMMEND: DIORSHOW 5 COULEURS – LIMITED EDITION

#02

BALANCED SOFT NOSE
จมูกสมดุลนุ่มนวล
CHINESE PHYSIOGNOMY: จมูกคือ ‘วังทรัพย์’ จุดศูนย์กลางของโชคลาภ การเงิน และความมั่นคง จมูกที่ดีควรสันตรง ปลายมนเล็กน้อย และมีเนื้อพอดี เพราะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของการดึงดูดโอกาส พร้อมพลังในการเก็บทรัพย์และรักษาความสำเร็จไว้ได้อย่างสมดุล

BEAUTY REFERENCE

ORM KORNNAPHAT (@orm.kornnaphat)
‘จมูกละมุนลูกคุณหนู’

จมูกของน้องออมแทบจะเหมือนหลุดออกมาจากตำรา ด้วยสันเรียบสวย ปลายพุ่งแต่ยังมน มีเนื้อกำลังน่ารัก ดูน่าเอ็นดูและน่ามองแบบไม่ต้องพยายาม ความบาลานซ์นี้เองที่ทำให้ภาพรวมดูมีเสน่ห์ชวนหลง และตามความเชื่อยังสะท้อนพลังแห่งโชคดี ความมั่นคง และความสวยที่ยิ่งมองยิ่งรู้สึกสบายใจ

BEAUTY EDITOR TIPS
แทนการลากคอนทัวร์ยาวตลอดสันจมูก ให้ลงเงาเป็นช่วงสั้น ๆ บริเวณใต้หัวคิ้วหรือช่วงต้นสันจมูก เพื่อสร้างภาพลวงตาว่าสันจมูกเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงบน วิธีนี้ช่วยให้จมูกดูมีมิติและบาลานซ์ โดยยังคงปลายจมูกให้ดูนุ่มและมีเนื้อ ไม่แหลมแข็งเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะจมูกที่ตำราจีนมองว่าสื่อถึงความละมุนและความโชคดี
RECOMMEND: RARE BEAUTY WARM WISHES EFFORTLESS BRONZER STICK

ฟรีน สโรชา

#03
OPEN FOREHEAD ENERGY
หน้าผากเปิดรับ
ทรัพย์
CHINESE PHYSIOGNOMY
: หน้าผาก หรือ 天庭 ถือเป็นพื้นที่แทนโอกาสและเส้นทางชีวิตช่วงต้น ตำราจีนบอกว่าหน้าผากที่ดีควรดูเปิด โล่ง โค้งมนเล็กน้อย และมีความกระจ่าง เพราะความสว่างหมายถึงพลังงานที่ไหลเวียนดี ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใหญ่ และมีโอกาสใหม่เข้ามาเสมอ

BEAUTY REFERENCE 
FREEN SAROCHA (@srchafreen)
‘หน้าผากออร่าคุณหนู’

ตามตำราโหงวเฮ้งจีน หน้าผากคือ ‘ตำแหน่งสวรรค์’ สื่อถึงวาสนา โอกาส และภาพลักษณ์โดยรวม ซึ่งหน้าผากของน้องฟรีนมีลักษณะโค้งมน โปร่ง และเปิดกำลังดีใม่มากไม่น้อย ถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยเสริมเสน่ห์น่าเข้าหา ความคิดเปิดกว้างและพลังงานบวก

 ผิวหน้าผากที่รับแสงสวยยิ่งทำให้ออร่าดูสดใสแบบเป็นธรรมชาติ เมื่อนำมารวมกับลุคที่มักดูสุภาพจึงให้ฟีลสง่างามแบบ EFFORTLESS แม้จะยังเป็นสาวน้อยแต่ก็สวยแพง ยิ่งเปิดหน้าผากยิ่งดูสง่าชวนมอง

BEAUTY EDITOR TIPS
เมคอัพอาร์ทิสต์สายแฟชั่นมักสร้าง ILLUSION ของพื้นที่หน้าผากด้วยการวางความสว่างเฉพาะกลางหน้าผาก ไม่ใช่ไฮไลต์ชิมเมอร์แวววาว แต่เลือกสร้างไฮไลท์ด้วยวิธีที่แนบเนียนอย่างการใช้คอนซีลเลอร์สีสว่างกว่ารองพื้น แต้มบริเวณจุดรับแสงอย่าง หน้าผาก โหนกแก้ม ปลายจมูก ปลายคางเทคนิคนี้ช่วยให้ใบหน้าดูเปิด หน้าผากดูมีมิติทันทีแบบไม่โป๊ะ
RECOMMEND: MAKE UP FOR EVER HD SKIN CONCEALER

เบ็คกี้

BALANCED SOFT BROWS
คิ้วสมดุล ละมุนตามตำรา
CHINESE PHYSIOGNOMY
: คิ้ว สื่อถึงความสัมพันธ์และคนรอบตัว คิ้วที่ดีตามตำราจะมีความโค้งนุ่ม ไม่หักมุม ไม่ชี้เฉียงหรือตก เพราะสะท้อนบุคลิกที่เข้ากับคนง่าย มีเสน่ห์แบบอบอุ่น และมี NETWORK ที่ดี

BEAUTY REFERENCE
BECKY ARMSTRONG  (@beccca)
‘คิ้วหวานซ่อนพลัง’
ตามตำราโหงวเฮ้งจีน “คิ้ว” สื่อถึงเสน่ห์ บุคลิก และพลังความสัมพันธ์ ซึ่งคิ้วของน้องเบ็คกี้มีโครงสร้างชัดแต่เส้นคิ้วเบา โค้งกำลังดี จึงให้บาลานซ์ระหว่างความหวานกับความเซ็กซี่แบบเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริม CHARISMA และทำให้ลุคดูมีพลังน่าดึงดูดความโค้งที่ไม่แข็งเกินไปทำให้ EXPRESSION ดูอบอุ่น น่าเข้าหาแต่ยังมีแรงดึงดูดซ่อนอยู่ คิ้วที่มีโครงสร้างชัดแบบนี้ยังช่วยส่งเสริมงานของเธอเพราะทำให้สื่อสารด้านการแสดงได้ชัดเจน

BEAUTY EDITOR TIPS
แทนการวาดคิ้วเต็มทั้งเส้น ช่างแต่งหน้ามืออาชีพจะเติมเฉพาะจุดที่ขาดด้วยปากกาเขียนคิ้วแบบลิควิด แล้วใช้คอนซีลเลอร์ใต้หางคิ้วเพื่อยกองศาเล็กน้อย วิธีนี้ช่วยให้คิ้วดูสดใส LIFTED แต่ยังละมุน ไม่แข็ง
RECOMMEND: ANASTASIA BEVERLY HILLS MICROSTROKE BROW PEN

BEAUTY EDITOR TALK
เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

Kloset

Love That Last เส้นทาง 24 ปีที่ขับเคลื่อนด้วยความรักของ Kloset

ตลอดระยะเวลา 24 ปีของ Kloset ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางของแบรนด์แฟชั่นไทยแบรนด์หนึ่ง แต่คือเรื่องราวของการเติบโต ความเปลี่ยนแปลง และการยืนหยัดอยู่กับตัวตนของตัวเองท่ามกลางโลกแฟชั่นที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยความรักในเสื้อผ้าและงานฝีมือ วันนี้ Kloset กลายเป็นชื่อที่ผู้หญิงหลายเจเนอเรชันคุ้นเคยและยังคงเลือกสวมใส่ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ฤดูกาล แบรนด์นี้ยังคงชัดเจนในสิ่งที่เป็นและซื่อสัตย์กับหัวใจของการทำงานมาโดยตลอด

Love That Last เส้นทาง 24 ปีที่ขับเคลื่อนด้วยความรักของ Kloset

เบื้องหลังการเดินทางอันยาวนานนี้คือมุมมองของ คุณแก้ม – มลลิกา เรืองกฤตยา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kloset และ Kloset and Etcetera ที่เชื่อว่าข้อดีของการได้ทำในสิ่งที่รักคือความไม่เบื่อ แม้จะมีอุปสรรค แต่เมื่อไฟของแพสชันยังลุกโชนอยู่ จึงมีพลังฮึดสู้ในทุกวัน

Starting Point

“ความรักในเสื้อผ้าของแก้มไม่ได้เริ่มจากความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ แต่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างงานประดิษฐ์ การเย็บ ปัก และการลงมือทำด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก จากการซื้อเศษผ้ามาเย็บโบติดเสื้อเก่า ทดลองทำในแบบที่สนุกและเป็นตัวเอง เมื่อเติบโตขึ้น ความสนใจนั้นค่อย ๆ พัฒนาเป็นความหลงใหลในเสื้อผ้า งานฝีมือ และรายละเอียดของแพตเทิร์น

การได้ไปเรียนต่อที่อเมริกาเปิดโลกแฟชั่นของแก้มให้กว้างขึ้น ทำให้แก้มเห็นว่าแม้จะมีเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ แต่ยังมี ‘พื้นที่ว่าง’ สำหรับงานในแบบที่แก้มเชื่อ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Kloset สไตล์เสื้อผ้าที่มีความเฟมินีน งานดีเทล เป็นแบรนด์ที่เกิดจากความคิดเรียบง่ายที่ว่า ถ้าเราชอบแต่งตัวแบบนี้ ก็น่าจะมีคนอื่นที่รู้สึกเหมือนกัน

ขณะที่ Kloset and Etcetera เน้นความน่ารัก สดใส มีลูกเล่น สนุกสนาน โดยเฉพาะการใช้ลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ คืออีกบทของแบรนด์ที่ตอบโจทย์การสวมใส่ให้คล่องตัวขึ้น แต่ยังยืนอยู่บนดีเอ็นเอเดียวกัน

ตลอดเวลากว่า 24 ปีในการทำแบรนด์ Kloset และเกือบ 15 ปีกับ Kloset and Etcetera แก้มไม่เคยรู้สึกเบื่องานเลย แม้จะมีอุปสรรค มีวันที่ยาก หรือช่วงเวลาที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง แต่เมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก แพสชันจะยังอยู่และทำให้เรายังอยากเดินต่อไปเสมอ”

Passion is in the Details

“การทำงานตรงนี้ แม้แพสชันจะยังคงอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าความเหนื่อยล้าจะไม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์โตขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้นด้วย จากวันที่เริ่มต้นทำแบรนด์ตอนอายุ 26 ปี ในวันที่ยังไม่มีภาระ ไม่มีครอบครัว และไม่มีใครต้องดูแลนอกจากตัวเอง วันที่เงินหมดบัญชีก็ยังไม่กลัว เพราะมีเพียงความฝันและความเชื่อว่า ‘อย่างไรก็ต้องไปต่อให้ได้’

จากทีมเล็ก ๆ ปัจจุบัน Kloset กลายเป็นองค์กรที่มีพนักงานเกือบร้อยชีวิต ทุกการตัดสินใจจึงไม่ได้กระทบแค่ตัวเอง แต่หมายถึงความมั่นคงของทีม ลูกน้อง และครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

แก้มไม่ได้มองตัวเองเป็นดีไซเนอร์ แต่เป็น Entrepreneur (ผู้ประกอบการ) ที่รักแฟชั่น การทำ Kloset และ Kloset and Etcetera จึงไม่ใช่การทำตามใจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบาลานซ์ระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความจริงของธุรกิจ บางชิ้นถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงตัวตนของแบรนด์ ขณะที่บางชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อการขายจริง และบางครั้งก็ต้องกล้าตัด แม้จะรู้ว่าน่ารัก เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่กำลังซื้อน้อยลง ทุกการตัดสินใจจึงต้องละเอียดและซื่อสัตย์กับแบรนด์มากกว่าเดิม

หลังโควิด-19 โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งเทคโนโลยี ช่องทางการสื่อสาร วิธีการขาย และจำนวนแบรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ Kloset และ Kloset and Etcetera จะเป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน แก้มก็ยังต้องถามตัวเองเสมอว่า ‘เรายังตามทันไหม’ การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แบรนด์ยังเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่หลงทาง

หัวใจของ Kloset และ Kloset and Etcetera จึงอยู่ที่การรักษาดีเอ็นเอให้ชัดเจน ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร เสื้อผ้าอาจใส่ง่ายขึ้น ราคาอาจเข้าถึงได้มากขึ้น แต่คุณภาพ งานฝีมือ และรายละเอียดต้องไม่ลดลง เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ทันทีว่า ‘นี่คือ Kloset’ ”

Heartfelt Moment

“ความสุขของแก้มไม่ได้อยู่แค่ในวันที่ยอดขายดีหรือมีกำไร แต่คือการได้เห็นสิ่งที่อยู่ในหัวกลายเป็นชิ้นงานจริงที่มีคนเห็นคุณค่าและหยิบไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการได้เห็นผู้คนรอบตัวเติบโตไปพร้อมกัน

ทั้งทีมงานที่เริ่มจากวันแรกจนก้าวออกไปสร้างเส้นทางของตัวเอง กลายเป็นแบรนด์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ และอีกหลายคนที่กลับมาบอกว่า Kloset คือแรงบันดาลใจของพวกเขา สิ่งเหล่านี้มีความหมายกับแก้ม ทำให้เรารู้สึกว่าการเดินทางตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าเลย”


CHAGEE

CHAGEE ปักหมุด ICONSIAM เปิดตัวแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทย

CHAGEE เปิดตัว Flagship Store แห่งแรกในไทยอย่างยิ่งใหญ่ที่โซน The Veranda มาพร้อมดีไซน์ Chain Curtain สีทองสุดตระการตา และเมนู Exclusive ‘Ceylon Black Milk Tea’ ที่หาดื่มได้ที่นี่ที่เดียว

ชาจี แบรนด์ชาระดับนานาชาติ เปิดศักราชปี 2569 ด้วยก้าวสำคัญอันน่าตื่นเต้น เปิดตัวจุดหมายปลายทางใหม่ของคนรักชา “CHAGEE ICONSIAM” แห่งแรกในประเทศไทย ณ ICONSIAM ชั้น G โซน The Veranda และเป็นสาขาที่ 26 นับตั้งแต่วันแรกที่ชาจีเข้ามาเสิร์ฟความหอมละมุน อร่อย กลมกล่อมในไทย เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการรังสรรค์เมนูใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะร้านแฟลกชิปแห่งนี้เท่านั้นอย่าง Ceylon Black Milk Tea (ชานมซีลอน) ที่สะท้อนคุณภาพการคัดสรรใบชาแท้และวัตถุดิบระดับพรีเมียมของแบรนด์อย่างแท้จริง พร้อมการปรากฏตัวครั้งสำคัญของพระเอกหนุ่มมาแรง “Bae In Hyuk” (แบอินฮยอก) ที่มาพร้อมออร่าและรอยยิ้มกระชากใจแฟนๆ สายชา สร้างโมเมนต์พิเศษชวนดื่มด่ำชารสชาติใหม่กันแบบลืมไม่ลงกับกิจกรรม Meet-and-Greet ที่เรียกเสียงกรี๊ดดังทั่วทั้งลาน CHAGEE ICONSIAM Exclusive Event ณ River Park ชั้น G ICONSIAM ยกระดับประสบการณ์การดื่มชาคุณภาพไปอีกขั้น ใจกลางแลนด์มาร์กระดับโลก

CHAGEE ICONSIAM แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ มาพร้อมกับชั้นลอยที่ขยายพื้นที่แห่งการพักผ่อนจากชั้นล่างสู่พื้นที่ส่วนตัวที่มาพร้อมกับบรรยากาศที่งดงาม โดยภายในร้านถ่ายทอดทั้งความร่วมสมัยและความผ่อนคลายผ่านวัสดุและโทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ทำให้ทุกพื้นที่ภายในร้านกลายเป็นพื้นที่แห่งความผ่อนคลาย แบ่งปันโมเมนต์พิเศษร่วมกัน ตามแนวคิด “CHAGEE Together” ในการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านช่วงเวลาดี ๆ ของการดื่มชา ให้ทุกคนได้หยุดพักจากความเร่งรีบ มานั่งจิบชาหอม อร่อย และกลมกล่อม พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศอันผ่อนคลายใจกลางแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง ICONSIAM

เมื่อก้าวเข้าสู่แฟลกชิปสโตร์ จะได้พบกับการออกแบบพื้นที่ด้านหน้าที่ประดับด้วยม่านโซ่สีทองที่โดดเด่นสะดุดตา ซึ่งได้กลายเป็นมุมถ่ายภาพสุดปังให้กับทุกคนตั้งแต่แรกเห็น พร้อมเติมเต็มบรรยากาศให้แตกต่างด้วยผลงานภาพวาดที่สร้างสรรค์ขึ้นร่วมกับศิลปินไทยอย่าง Pomme Chan (ปอม ชาน) ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการศิลปะโดยเฉพาะการสร้างสรรค์งานภาพประกอบมามากกว่า 20 ปี โดยผลงานบนผนังภายในร้านถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของชาผ่านกาลเวลาและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผสานภาพภูมิทัศน์ สัญลักษณ์ และช่วงเวลาในชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เส้นกริดในภาพช่วยนำสายตาให้ไหลไปตามเส้นทางการค้าและชีวิตของผู้คน พร้อมกับสอดแทรกลวดลายไทยร่วมสมัยและเป็นเอกลักษณ์ไว้ในภาพได้อย่างกลมกลืน ผลงานศิลปะชิ้นนี้จึงเป็นการหลอมรวมความงดงามของขนบธรรมเนียมดั้งเดิมเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมสะท้อนพลังและเสน่ห์ของ “ชา” ที่เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ และเรื่องราวต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม

ยิ่งไปกว่านั้น ได้เปิดตัวเครื่องดื่มเมนูเอ็กซ์คลูซีฟที่มีให้ลิ้มลองเฉพาะที่ ICONSIAM เท่านั้น คือ Ceylon Black Milk Tea (ชานมซีลอน) ซึ่งโดดเด่นด้วยรสชาติอันเข้มข้นและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สะท้อนความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเพื่อส่งมอบประสบการณ์การดื่มชาที่ดีที่สุดให้กับสายชา และยังได้เปิดตัวไอเทมสุดพิเศษ ได้แก่ แก้วเก็บอุณหภูมิขนาดกะทัดรัดพร้อมดีไซน์เฉพาะตัว CHAGEE Mini Vacuum Cup สี Starry Red และแก้ว CHAGEE Tumbler Cup สี Starry Red พร้อมโปรโมชันรับสาขาใหม่ที่จัดขึ้นเฉพาะในงาน Grand Opening เท่านั้นพร้อมเสิร์ฟเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ ดึง Bae In Hyuk มอบรอยยิ้มรับปีใหม่ให้กับแฟน ๆ อย่างเต็มอิ่ม

ไฮไลต์พิเศษของงานนี้ คือ การปรากฏตัวของ “Bae In Hyuk” (แบอินฮยอก) นักแสดงหนุ่มขวัญใจชาวไทยจากเกาหลีใต้ มาร่วมงานเปิดตัวร้านแฟลกชิปแห่งนี้ พร้อมกับมอบรอยยิ้มและความฟินแบบจุใจให้กับผู้โชคดีในช่วงกิจกรรม Meet-and-Greet ท่ามกลางบรรยากาศวานิลลาสกายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในงานนี้ Bae In Hyuk ได้ลิ้มลองชาทั้ง 2 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ BO•YA Jasmine Green Milk Tea (ชาเขียวมะลินม) เมนูขายดีและ Ceylon Black Milk Tea (ชานมซีลอน) เมนูเอ็กซ์คลูซีฟของแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทย ที่หนุ่ม Bae In Hyuk การันตีเลยว่า “อร่อยมาก ๆ” นอกจากนี้ยังได้รับชาเลนจ์ให้โชว์สกิลการชงชาในกิจกรรม Tea Barista : Tea Making ชงชานมเมนู Ceylon Black Milk Tea แบบสด ๆ บนเวที ประหนึ่งบาริสต้ามืออาชีพ และเสิร์ฟให้กับ Lucky Fan ได้ลิ้มลองความอร่อย พร้อมกับหยอดประโยคภาษาไทยสุดน่ารักเอาใจแฟน ๆ ชาวไทยอย่าง “คิดถึงแบแบมาก” ที่ทำเอาเสียงกรี๊ดดังสนั่นทั่วทั้งงาน แล้วปิดท้ายด้วยการแจกลายเซ็นลงบนคอลเลกชันพิเศษของชาจีเพื่อมอบให้กับ 10 Lucky Fans และเก็บภาพความประทับใจร่วมกับแฟน ๆ อย่างเป็นกันเอง สร้างโมเมนต์อิ่มเอมหัวใจตลอดทั้งงาน

สำหรับใครที่พลาดงาน Grand Opening ในครั้งนี้ สามารถมาสัมผัสประสบการณ์การดื่มชารูปแบบใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ร้านแฟลกชิปแห่งแรกในประเทศไทย ณ ICONSIAM ชั้น G โซน The Veranda เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น.

ติดตามกิจกรรมสุดพิเศษและเมนูใหม่ก่อนใครได้ที่ Facebook, Instagram และ TikTok ของ CHAGEE Thailand และแอปพลิเคชัน

D2B Family

Big D2B Family 18 ปีที่ความรักไม่เคยหายไปจากใจ

ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความรักต่อศิลปินอาจขึ้นลงตามกระแส แต่ไม่ใช่กับแฟนคลับบ้าน Big D2B Family ที่แม้ ‘บิ๊ก-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ หรือ บิ๊ก D2B จากไปกว่า 18 ปีแล้ว (วันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา คือวันครบรอบ 18 ปีที่บิ๊กจากไป) แต่ความรักที่แฟนๆ มอบให้ไม่เคยจางหาย กลับผูกพันแน่นแฟ้นถึงขั้นดูแลไปจนถึงครอบครัวของบิ๊ก ดังที่ ‘คุณอุดม กิตติกรเจริญ’ คุณพ่อของบิ๊กกล่าวไว้ว่า “แฟนคลับทุกคนเป็นของขวัญที่บิ๊กให้พ่อ”

แพรวคุยกับ ‘คุณจอย-วิไลพร เรืองเชื้อเหมือน’ และ ‘คุณขวัญอุมา-ธีรานุช เลิศคชสีห์’ สองตัวแทนทีมแฟนคลับที่จะมาเล่าถึงความรักที่อบอุ่นหัวใจครั้งนี้

The Beginning of Big D2B Family

คุณจอยเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของความรักและความผูกพันที่มีต่อบิ๊กว่า “เกิดจากความชอบ เหมือนเด็กทั่วไปที่มีศิลปินในดวงใจค่ะ ติดตามมาตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งตรงกับช่วงที่ D2B เดบิวต์พอดี เวลาเขาไปออกรายการช่องไหนเราก็ตามเปิดดูทุกรายการ แต่ยังไม่เคยมีโอกาสไปเชียร์หน้าเวที เพราะสมัยนั้นตามศิลปินยากมาก

คุณขวัญเสริม “ใช่ค่ะ ยุค D2B ไม่เหมือนทุกวันนี้ เพราะตอนนั้นไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีข้อมูลตารางงานของศิลปิน ต้องคอยตามข่าวจากทีวีหรือหนังสือพิมพ์ ครั้งหนึ่งขวัญเคยไปรอเจอเขาตามงาน ตอนแรกก็กังวลเพราะไม่รู้ว่าศิลปินดังๆ จะหยิ่งไหม แต่พอเจอกันพี่บิ๊กเดินเข้ามาหาทันที ตอนนั้นยืนห่างกันไม่กี่เมตร เขาคุยเล่นกับเรา จนต้องหันไปถามเพื่อนที่มาด้วยกันว่า เขาเล่นกับเราจริงๆ ใช่ไหม เพราะพี่บิ๊กไม่ถือตัวเลย ธรรมชาติมาก ทำให้รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้น่ารัก”

กระทั่งปี 2546 เมื่อนึกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ กลายเป็นจุดพลิกทุกอย่างไปตลอดกาล คุณ จอยเล่าว่า “เราตามข่าวว่าอาการบิ๊กเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงแรกของการรักษาตัวทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่จู่ๆ อาการก็ทรุดลงกะทันหัน คุณหมอบอกว่ามีการติดเชื้อราในสมอง เนื่องจากสำลักน้ำเน่าเข้าปอด ซึ่งมีโอกาสรอดน้อยมาก จากนั้นก็เกิดอาการโคม่าเป็นเจ้าชายนิทรา ระหว่างนั้นเขาย้ายออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวต่อที่บ้านนานถึง 5 ปีเต็ม

“ช่วงนั้นทุกเสาร์-อาทิตย์ ที่บ้านบิ๊กจะเปิดให้แฟนคลับเข้าไปเยี่ยมได้ เราก็ลองเข้าไปเยี่ยมในฐานะ แฟนคลับคนหนึ่ง เพราะอยากไปให้กำลังใจ ได้เห็นบิ๊กนอนอยู่บนเตียงไกลๆ และมีโอกาสถามไถ่สารทุกข์ สุขดิบจากคุณพ่อคุณแม่ของบิ๊กบ้าง พวกท่านก็เอ็นดูแฟนคลับทุกคนที่เข้ามาหา นอกจากนี้ยังได้เจอกลุ่มแฟนคลับคนอื่นๆ คุยกันถูกคอจนเกิดเป็นความรู้สึกคุ้นเคย พอไปบ่อยๆ เหมือนเราไม่ได้ไปเยี่ยมศิลปินเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ไปหาพ่อแม่ของบิ๊กที่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ และได้เจอแฟนคลับที่เหมือนพี่น้องของเราด้วย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น

คุณขวัญเสริม “ตอนแรกเราเข้าไปด้วยเจตนาแค่อยากให้กำลังใจที่บิ๊กและคุณพ่อคุณแม่ เพื่อให้รู้ว่ายังมีคนที่รักและเป็นห่วง แต่ด้วยช่วงเวลาที่ยาวนานมาก จากที่เคยได้แต่มองคุณพ่อคุณแม่ดูแล พี่บิ๊กก็ไปร่วมช่วยเหลือบ้าง เช่น ช่วยยกตัว ทำกายภาพ เช็ดตัว พาคุณพ่อคุณแม่ไปซื้อของจำเป็น ช่วยกันคนละเล็กละน้อย

“ตอนนั้นขวัญยังเป็นน้องเล็กในกลุ่ม ช่วยอะไรไม่ได้มาก จึงตัดสินใจกลับไปคุยกับที่บ้านว่าอยากเรียนพยาบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ขวัญสนใจอยู่ แล้วยิ่งได้มาเผชิญกับสถานการณ์ใกล้ตัวเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำความตั้งใจของเรา แต่ระหว่างที่เรียน จู่ๆ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2550 พี่บิ๊กก็จากโลกนี้ไป ตอนนั้นช็อกและเสียใจมาก คนที่ใจสลายที่สุดคงเป็นคุณพ่อคุณแม่ เพราะตลอดระยะเวลา 5 ปี ท่านดูแลพี่บิ๊กไม่ห่าง 24 ชั่วโมง แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย 

“พวกเราทีมแฟนคลับจึงวางแผนจริงจัง อยากซัพพอร์ตคุณพ่อคุณแม่ทุกด้านเท่าที่จะทำได้ เพราะทุกคนคิดเหมือนกันว่าท่านคือญาติผู้ใหญ่ที่เรานับถือ ซึ่งสมาชิกแฟนคลับบ้านหลัก Big D2B Family ที่อยู่ตั้งแต่วันแรกมีทั้งหมด 6 คน ได้แก่ พี่หนึ่ง (สุภาวดี จิระปัญญายุทธ) เคยทำหน้าที่ ช่วยพี่บิ๊กทำกายภาพตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงช่วยทำกายภาพให้คุณพ่อด้วย ต่อมาคือ พี่ขวัญ (ณัฐลภัส รัตนมีธนะกุล), มุ่ย (วรรณธิราภรณ์ สำ อางค์ผิว) และพี่จอย จะคอยซัพพอร์ตงานอื่นๆ เช่น ประสานงาน หรืออยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อเวลาต้องเดินทางไปทำธุระ คนสำคัญอีกคนคือพี่เพ็ญ (วันเพ็ญ แถวไธสง) ที่ได้จากพวกเราไปแล้ว ถือว่าเป็นเสาหลักเลยค่ะ เพราะช่วงที่บิ๊กนอนติดเตียง พี่เพ็ญจะเป็นคนเฝ้าตอนกลางคืน ผลัดเวรให้คุณพ่อคุณแม่ได้พักผ่อน ส่วนตัวขวัญเอง พอเรียนพยาบาลจบก็มาช่วยดูแลเรื่องยาให้ท่านทั้งสองคนด้วย”

Second Home

คุณจอยย้อนคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่ผ่านมาแล้วเล่าว่า “สิ่งที่ทำให้เรายังผูกพันยาวนานขนาดนี้ เพราะครอบครัวของบิ๊กค่ะ คุณพ่อคุณแม่ใจดีมาก ทั้งให้กำลังใจ ใส่ใจทุกคน และยังเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตให้กับเด็กๆ ทั้งเรื่องงาน ความรัก ไม่ว่าใครจะมาก่อนหรือหลัง ท่านจำได้หมดทุกคน 

คุณขวัญเสริม “ขวัญเคยถามน้องๆ แฟนคลับที่เข้ามาใหม่เหมือนกันว่า เข้ามาได้อย่างไร เพราะขวัญเองมีโอกาสเจอพี่บิ๊กตัวจริง ความผูกพันจึงยังมีอยู่ แต่น้องๆ ไม่เคยเจอเลย แต่น้องตอบว่า ชอบผลงานเพลงและเสียงร้องของพี่บิ๊ก เห็นเขาเป็นไอดอล พอถึงวันหนึ่งที่โตขึ้นจึงได้เข้ามาร่วมกลุ่มนี้ เหมือนมาตามความฝันในวัยเด็ก และเมื่อมาเจอทีมแฟนคลับที่อยู่กันแบบครอบครัวจริงๆ ทุกคนจึงรู้สึกเหมือนกันว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่ 2 และผูกพันกันจริงๆ ไม่ว่าใครเจอปัญหาอะไรมา บ้านหลังนี้ก็พร้อมโอบกอดพวกเราเสมอ”

A Promise We Keep

 “สำหรับขวัญ รวมถึงรุ่นน้องแฟนคลับทุกคน ต่อให้หลายคนไม่เคยเจอพี่บิ๊กเลย สิ่งแรกที่อยากบอกพี่บิ๊ก คือ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งในวันนี้มาจากพี่ บิ๊ก ขอบคุณที่ทำให้เรารู้จักคุณพ่อคุณแม่ ได้รู้จักครอบครัวนี้ จนกลายเป็น Big D2B Family ครอบครัวพวกเราแข็งแกร่งจริงๆ สิ่งที่พวกเราจะทำต่อจากนี้อาจไม่ใช่คำ สาบาน แต่เป็นการกระทำที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ทุกวันนี้เราไม่ทิ้งพี่บิ๊กคนที่เรารักไปไหน และเราจะเดินไปด้วยกันแบบนี้ต่อไป

“ส่วนจอย เราเคยบอกกับบิ๊กตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าไปในบ้านหลังนี้ว่าจะอยู่ตรงนี้นะ แม้ว่าจะไม่สามารถทำหน้าที่แทนเขาในฐานะลูกได้ทั้งหมด แต่จะพยายามช่วยทุกอย่างเท่าที่แฟนคลับคนหนึ่งจะทำได้ จนถึงวันนี้ ความตั้งใจนั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีก็ขอยืนยันคำเดิม

“ด้วยรักและคิดถึงเสมอ”

จากคุณพ่อ…ถึงแฟนคลับ :

“พ่อดีใจมากๆ ที่มีแฟนคลับของบิ๊กทุกคนในชีวิต เวลาพ่อจะไปไหนก็มีพวกเขาคอยพาไปเสมอ ขาดเหลืออะไรก็ช่วยกันตลอด ตั้งแต่บิ๊กจากไป 18 ปี วันแรกพวกเขาดูแลพ่อแบบไหน ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ทุกคนเหมือนลูกหลานในครอบครัว อบอุ่นมาก ไม่เคยเหงาเลย แฟนคลับทุกคนเป็นของขวัญที่บิ๊กให้พ่อจริงๆ ขอบคุณทุกคนจากใจจริงครับ”

จากคุณพ่อ…ถึงบิ๊ก :

บิ๊กเป็นยังไงบ้างลูก สบายดีนะ ไม่ต้องห่วงพ่อ แฟนคลับ ของบิ๊กทุกคนดูแลพ่อดีมาก ตอนนี้ลูกคงได้อยู่กับแม่แล้ว พ่อก็ยัง คิดถึงทั้งสองคนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ความจริงอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานกว่านี้ แต่เมื่อถึงวันที่ต้องจากกัน พ่อก็รู้ว่าบิ๊กกับแม่ไปอยู่ในที่ที่สบายแล้ว ส่วนพ่อเองก็จะพยายามดูแลรักษาตัวเอง เพื่ออยู่ให้ได้นานที่สุดนะครับ รักเสมอ”



เรื่อง Prince ภาพ วรสันต์  

แกลมรับตรุษจีน! สำรวจ 7 ไอเท็มโทนสีแดง แฝงสัญลักษณ์มงคล

Happy Lunar New Year 2026! เมื่อถึงเทศกาล “ตรุษจีน” แพรว จึงอยากชวนทุกคนอัพเดทแฟชั่นไอเท็มโทนสีแดงคลาสสิก ที่มาพร้อมความหมายมงคล

ตรุษจีน ถือเป็นอีกช่วงเวลาที่บรรยากาศประเทศไทยเต็มไปด้วยความคึกครื้น เห็นได้จากท้องถนน หรือห้างสรรพสินค้า ที่ตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับเทศกาลมงคลนี้ รวมถึงผู้คนยังออกมาจับจ่ายใช้สอย เตรียมตัวต้อนรับสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีม้าไฟ

แน่นอนว่าในฟากฝั่งแฟชั่นก็โอบรับเทศกาลดังกล่าวเช่นกัน เพราะหลายแบรนด์ดังทั้ง Dolce & Gabbana, Gucci, Celine, Prada, Louis Vuitton, Valentino และ Fendi ก็ปล่อยไอเท็มสุดพิเศษที่ล้วนแฝงความหมายมงคลตามความเชื่อของประเทศจีน

เริ่มต้นด้วย Dolce & Gabbana ที่มาพร้อมเดรส Carretto Siciliano Print Dress โดดเด่นด้วยสีสันของ Carretto Sicliano ที่ถ่ายทอดผ่านลวดลาย รถม้า, ล้อประดับ, เลม่อน, ดอกไม้ และ “ม้า” ที่สะท้อนถึงนักษัตรของของปี 2569 ตามความเชื่อ ปีม้าไฟ ถือเป็นปีแห่งความทะเยอทะยาน กระตือรือร้น และการลงมือทำด้วยแรงปรารถนาที่ยากจะหยุดยั้ง

ต่อมา สีแดง สัญลักษณ์สุดคลาสสิกประจำตรุษจีน ตัวแทนของความสุข ความโชคดี ความเจริญรุ่งเรือง พลังอำนาจ และความมีชีวิตชีวา โดยในปีนี้มีแบรนด์ดังอย่าง Gucci, Celine, Prada และ Louis Vuitton ที่นำเฉดสีดังกล่าวมาตีความและรังสสรค์เป็นแฟชั่นไอเท็มมากมาย ทั้งเสื้อโค้ทผ้าวูลนาตเต้, เข็มขัดหนัง, กระเป๋า และผ้าพันคอ

สองสัญลักษณ์สุดท้ายคือ ไข่มุก สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ ที่ปรากฏตัวใน ต่างหูทรงหัวใจ จาก Valentino อีกทั้งยังมีสัญลักษณ์ลูกพลับและถั่วลิสง ซึ่งสื่อถึงคำอวยพรให้ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งดีๆ และความราบรื่นตลอดทั้งปี ที่แบรนด์หรูอย่าง Fendi หยิบมานำเสนอในรูปแบบชาร์มตุ๊กตาประดับกระเป๋า


ภาพ: Gucci, Dolce&Gabbana, Louis Vuitton, Fendi, Prada, Celine และ Velentino

เปิดเส้นทาง DERMOND ก้าวสู่เวทีโลกในฐานะ Thai Global Fine Jewelry House

DERMOND ก้าวสู่เวทีโลกในฐานะ Thai Global Fine Jewelry House หนึ่งใน Top 100 Jewelry & Watch Brands 2025 และสมาชิก World Luxury Chamber of Commerce

เดอมอนด์ (DERMOND) หนึ่งในไฟน์จิวเวลรี่เฮาส์สัญชาติไทยที่เชี่ยวชาญด้านเพชรและงานหัตถศิลป์อันประณีต ได้รับเกียรติจัดอันดับเป็นหนึ่งใน Top 100 Jewelry & Watch Brands of the World ประจำปี 2025 จาก Luxury Lifestyle Awards พร้อมก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ สมาชิก World Luxury Chamber of Commerce (WLCC) สะท้อนการยอมรับในระดับนานาชาติ และยืนยันจุดยืนของเฮาส์แบรนด์ไทยบนเวทีลักชัวรีโลกไว้อย่างสง่างาม

อีกหนึ่งความภูมิใจของเฮาส์แบรนด์อย่าง เดอมอนด์ ร่วมสานต่อมรดกอันทรงคุณค่าของบรมครูช่างศิลป์แห่งชาติ ในฐานะ Thai Global Fine Jewelry House ที่สะท้อนผลงานเครื่องประดับอันเปี่ยมความหมาย จากมหานครกรุงเทพสู่เวทีระดับโลก โดยคุณ สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ – ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ทายาทรุ่นที่ 2 ร่วมแบ่งปันความสำเร็จของเฮาส์แบรนด์กว่า 3 ทศวรรษ ที่ได้รับการยอมรับในระดับแนวหน้าของประเทศไทย สะท้อนจุดยืนอันโดดเด่น  

“ผลงานของเราไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงความงามเหนือกาลเวลา แต่สัมผัสได้ถึงงานออกแบบที่มีจุดมุ่งหมาย เพชรทุกเม็ดได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน รายละเอียดทุกส่วนถูกรังสรรค์ด้วยความตั้งใจ และเครื่องประดับทุกชิ้นล้วนถ่ายทอดเรื่องราวที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้สวมใส่ไว้อย่างลึกซึ้ง” 

เดอมอนด์ ก้าวสู่เวทีนานาชาติ 

“ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบอย่างยิ่ง ในฐานะตัวแทนของงานหัตถศิลป์ไทยที่ได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน Top 100 Jewelry & Watch Brands ประจำปี 2025 จาก Luxury Lifestyle Awards และหนึ่งในสมาชิก World Luxury Chamber of Commerce”  เพราะวันนี้โลกเริ่มมองหาความลึกซึ้งและคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม คราฟต์แมนชิพ ที่ถ่ายทอดผ่านช่างฝีมือไทย สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของงานผลิตเข้ากับสุนทรียะได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่งผลให้เครื่องประดับที่ได้มีทั้งความแม่นยำทางเทคนิค และพลังทางอารมณ์ ซึ่งเป็นสมดุลที่ตลาดลักชัวรีระดับโลกให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผลงานของ เดอมอนด์ ได้รับคัดเลือกให้ยืนเคียงข้างไฟน์จิวเวลรี่เฮาส์ระดับโลกได้อย่างสง่างาม”

วิสัยทัศน์เชิงสร้างสรรค์ มาพร้อมกับ “ความยั่งยืน”

“ความยั่งยืน” สำหรับ เดอมอนด์ ไม่ใช่เพียงแค่กระแส หากแต่คือสิ่งที่เรายึดถือด้วยความจริงใจมาโดยตลอด งานหัตถศิลป์ของเรามีรากฐานโดยตั้งอยู่บน “ความเคารพ” ไม่ว่าจะเป็นความเคารพต่อ วัสดุ ช่างฝีมือ หรือผู้สวมใส่ที่ให้คุณค่าแก่ผลงานชิ้นนั้น แนวคิดนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดวิธี  ซึ่งเรานำหลักการด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ เพื่อให้เครื่องประดับมีอายุยืนยาว ทั้งในด้านการออกแบบและความแข็งแรงของงานฝีมือ เพื่อส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างแท้จริง เมื่อเครื่องประดับชิ้นหนึ่งกลายเป็นมรดกตกทอด ก็ย่อมหลุดพ้นจากวัฏจักรของการใช้ด้วยนัยยะของคุณค่า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของลักชัวรีบนความรับผิดชอบที่มีความหมายสูงสุด 

“อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือแนวคิดที่เราเรียกว่า Timeless Service เราเชื่อว่าการดูแลเครื่องประดับไม่ได้สิ้นสุดลงในวันที่ส่งมอบ หากแต่ทำด้วยความตระหนักรู้ และความตั้งใจที่ลึกซึ้งบนความสัมพันธ์ระยะยาวที่ เดอมอนด์ พร้อมมอบบริการดูแล 

ซ่อมรักษา ปรับขนาด และปรับแต่งเฉพาะบุคคล เพื่อให้ลูกค้าสามารถสวมใส่ผลงานของเราได้ตลอดช่วงชีวิต เสริมคุณค่าทางอารมณ์เพิ่มคุณค่ามรดกทางใจ ผ่านชิ้นงานคุณภาพ คือนิยามความจริงใจของ  เดอมอนด์ เพื่อลูกค้าของเราในวันนี้อย่างแท้จริง”

ตลอดเส้นทางการสร้างสรรค์เครื่องประดับ เพชรทุกเม็ดได้รับการคัดสรรด้วยความตั้งใจ  และเครื่องประดับทุกชิ้นถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์  เดอมอนด์ ยึดมั่นหนึ่งในมาตรฐานการคัดเลือกเพชรที่เข้มงวด เราเลือกเฉพาะเพชรที่มีคุณภาพสูงสุดซึ่งมากกว่าสิ่งที่ใบรับรองเพียงอย่างเดียวสามารถสะท้อนได้ เพชรทุกเม็ดได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน โดยพิจารณาจากความเปล่งประกาย ความสมบูรณ์ของการเจียระไน และความบริสุทธิ์ ปราศจากลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เฉดสีน้ำตาล สีเขียว หรือเพชรที่ขุ่น สำหรับเพชรทรงกลม เดอมอนด์ เลือกใช้เฉพาะระดับ F/VVS/Excellent Cut และสำหรับเพชรแฟนซีเชฟ เราใช้มาตรฐาน E/VVS เท่านั้น แม้แต่เพชรขนาดเล็กเพียง 0.005 กะรัต ก็ต้องผ่านเกณฑ์เดียวกันอย่างไม่ประนีประนอม เพชรทุกเม็ดได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดย DERMOND Grading Division ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับโลกอย่าง GIA และ HRD เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพของเพชรทุกชิ้นสอดคล้องกับมาตรฐานสูงสุดของเฮาส์แบรนด์ เป้าหมายของเราคือการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เพชรที่มีเอกลักษณ์ และความเปล่งประกายเหนือกาลเวลา จะยังคงความงดงามไว้ได้ตลอดไป เมื่อเครื่องประดับชิ้นหนึ่งกลายเป็นมรดกตกทอด สิ่งที่ส่งต่อไม่ใช่เพียงมูลค่า หากแต่คือคุณค่าทางอารมณ์ และนั่นคือความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ลักชัวรี” สำหรับ เดอมอนด์

และท้ายที่สุดกลยุทธ์การขยายและรักษาตลาดของ เดอมอนด์ นั้นเน้นตั้งอยู่บนความสัมพันธ์อันยั่งยืน เราให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมั่นคงเป็นธรรมชาติ และคงไว้ซึ่งคุณภาพในระยะยาวเพื่อความน่าเชื่อถือในระดับสากล ในทุกก้าวของการขยายสู่ตลาดใหม่ในฐานะ Thai Global Fine Jewelry House ที่ได้รับรางวัลจาก Luxury Lifestyle Awards และสมาชิก World Luxury Chamber of Commerce  เดอมอนด์ ไม่เพียงนำเสนอเพียงบทบาทในฐานะของเฮาส์แบรนด์ หากแต่ยังนำความภาคภูมิใจของงานหัตถศิลป์ไทยเดินทางสู่เวทีนานาชาติไว้ได้อย่างสง่างามและเปี่ยมความหมาย

สัมผัสประสบการณ์การสวมใส่ไฟน์จิวเวลรี่ที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย สะท้อนความงดงามของคุณไปกับ บูติกโฉมใหม่ ณ สยามพารากอน ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยปัจจุบันร้าน เดอมอนด์ ในประเทศไทย มีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ สยามพารากอน, เซ็นทรัล ชิดลม, One Bangkok และเซ็นทรัล พัทยา


แสนสิริ ทรานส์ฟอร์มแอปฯ บ้านสู่ ‘คู่หู (Kuhu)’ ชู Data-Driven Living พลิกโฉม Lifestyle Platform

แสนสิริ ทรานส์ฟอร์มแอปฯ บ้านสู่ ‘คู่หู (Kuhu)’ ชู Data-Driven Living พลิกโฉม Lifestyle Platform เต็มรูปแบบพร้อมขยายฐานลูกค้า ตั้งเป้ายอดโหลดเพิ่มขึ้น 100%

  • จากผู้บุกเบิกรายแรกสู่การสร้างนิยามใหม่: แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำรายแรกที่เปิดตัว Home Service Application ในไทย พร้อมสร้างนิยามใหม่ที่ครอบคลุมการใช้ชีวิต ตั้งแต่จากที่บ้านไปสู่การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อตอบรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสะดวกสบายแบบไร้รอยต่อ
  • ยกระดับประสบการณ์ลูกบ้าน: ทรานส์ฟอร์มสู่ ‘คู่หู (Kuhu)’ Lifestyle & Living Platform
    เสมือนเพื่อนคู่คิดตลอดการใช้ชีวิต พร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่เหนือระดับกว่าเดิมผ่าน ผ่าน 4 แกนหลัก
  • ขยายฐานสู่ Ecosystem ที่ใหญ่ขึ้น: รองรับลูกบ้านทุกโครงการ พร้อมตั้งเป้าการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 100% ภายในปีนี้

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้ง ยกระดับจาก Sansiri Home App สู่แบรนด์ใหม่ ‘คู่หู (Kuhu)’ แพลตฟอร์ม Lifestyle & Living เต็มรูปแบบ พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดในทุกมิติ โดยเริ่มต้นจากที่บ้านไปสู่การใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องบ้าน ครอบครัว งาน และการพักผ่อน ยังคงยึดถือลูกบ้านแสนสิริเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา พร้อมขยายฐานลูกค้าให้แข็งแกร่งมากขึ้น ด้วยการขยายขอบเขตการบริการให้ครอบคลุมกลุ่มลูกบ้านภายใต้การบริหารจัดการของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พร้อมเปิดกว้างรองรับลูกบ้านและเจ้าของที่อยู่อาศัยจากทุกโครงการ ไม่จำกัดเฉพาะโครงการของแสนสิริ ตั้งเป้าการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้น 100% ภายในปีนี้

นายกวิน มโนมัยอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘Digital-First Living’ อย่างเต็มตัว โดยผู้บริโภคไม่ได้มองหาแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องการ Ecosystem ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต (Lifestyle & Community) โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการที่เข้าถึงง่ายผ่านปลายนิ้ว ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีโอกาสเติบโตได้สูงถึง 5-10 เท่าในอนาคต นอกจากนี้ เราพบว่าผู้ใช้งานในปัจจุบันมีความต้องการที่ซับซ้อนขึ้น และต้องการแพลตฟอร์มที่เป็น One-Stop Service ซึ่ง Sansiri Home App เดิมมีรากฐานที่แข็งแกร่งอยู่แล้วจากการดูแลลูกบ้านกว่า 600 โครงการ มี Active Users กว่า 150,000 ราย และสร้างมูลค่าธุรกรรมสูงกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ยอดการจัดการพัสดุผ่านแอปฯ สูงกว่า 3 ล้านชิ้น ระบบแชทมีการใช้งานที่แอคทีฟมาก โดยเฉลี่ยมีข้อความส่งถึงกันสูงถึง 10,000 ข้อความต่อวัน สำหรับการพัฒนาแอปฯ ในครั้งนี้ ยังได้ขยายฐานลูกค้าใน ecosystem ให้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงครอบครัวแสนสิริ แต่ยังรวมถึงกลุ่มลูกบ้านที่ดูแลโดย พลัส พร็อพเพอร์ตี้ และลูกค้าทุกคนที่มีบ้านอีกด้วย โดยตั้งเป้ายอดดาวน์โหลดเติบโตกว่า 100% ภายในปีนี้”

‘คู่หู (Kuhu)’ แอปพลิเคชันที่เปรียบเสมือนคู่หูตลอดการใช้ชีวิต เป็น One-Stop Service ตอบโจทย์ทั้งเรื่องบ้าน ครอบครัว งาน และไลฟ์สไตล์ ผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ Living Solution โซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยและการจัดการชีวิตประจำวัน ช่วยให้เรื่องบ้านและการอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย ตั้งแต่การดูแลบ้าน การแจ้งซ่อม การจัดการข้อมูลบ้าน ค่าใช้จ่ายและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน การบริการ Sansiri Home Care Pro จำหน่ายสินค้าและบริการเสริม โดยทีมช่างมืออาชีพและพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญในราคาพิเศษ รวมถึงในอนาคตจะสามารถใช้บริการรับสร้างบ้านจาก ต้นแบบ Crafted by Sansiri ได้อีกด้วย โดยทุกเรื่องสำคัญถูกรวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นระบบและสะดวกยิ่งขึ้น Connectivity เชื่อมโยงการใช้ชีวิตในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน โรงเรียน ศูนย์การค้า หรือพื้นที่กิจกรรม พร้อมเปิดแพลตฟอร์มให้พาร์ตเนอร์และผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามานำเสนอบริการและสินค้า เพื่อสร้าง ecosystem การใช้ชีวิตที่ครบวงจร Life & Family Well-being ดูแลทุกความสัมพันธ์ด้วยความใส่ใจ ทั้งการให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกคนสำคัญ การเตรียมพร้อมบริการที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ และการสร้างกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนและทุกชีวิตในบ้านมีความสุขและอุ่นใจร่วมกันอย่างมีคุณภาพ และ Everyday Companion คู่หูตลอดการใช้ชีวิต ที่อยู่เคียงข้างในทุกวัน
ไม่ใช่เพียงแอปฯ ที่ใช้งานตามโอกาส แต่เป็นคู่หูที่อยู่กับผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง คอยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในแต่ละช่วงของชีวิต พร้อมปรับตัวและเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้งานในระยะยาว

“หัวใจของคู่หู (Kuhu) เป็นแอปฯ ที่ทำงานอยู่หลังบ้าน เพื่อให้ชีวิตของทุกคนสะดวกสบายขึ้น ซึ่งการทรานส์ฟอร์มสู่คู่หู (Kuhu) ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อแอปฯ แต่เป็นการตอบรับสถิติที่ชัดเจนว่า คนไทยกว่า 90% คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านมือถือ และกำลังมองหาแพลตฟอร์มที่รู้ใจและครบจบในที่เดียว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนจากการเป็นแค่ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย สู่การเป็นผู้ร่วมออกแบบไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) ผ่านฐานผู้ใช้งานที่แข็งแกร่ง โดยแสนสิริไม่ได้วางเป้าหมายเป็นเพียงแอปพลิเคชันสำหรับที่อยู่อาศัย แต่เป็นการสร้าง Living Marketplace ที่รวบรวมพาร์ตเนอร์ชั้นนำใน Ecosystem มาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่อสร้างรายได้ในรูปแบบค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) จากกลุ่มพาร์ตเนอร์และผู้ประกอบการ ซึ่งแสนสิริมีแผนการใช้ AI และ Machine Learning เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างโมเดลการตลาดแบบ Hyper-Personalization ที่สามารถนำเสนอสินค้า บริการ หรือสิทธิพิเศษได้แม่นยำยิ่งขึ้นต่อไป” นายกวิน กล่าว

สำหรับผู้ใช้งานเดิมของแอปพลิเคชัน Sansiri Home App ระบบจะอัปเดตเป็น ‘คู่หู (Kuhu)’ โดยอัตโนมัติ
(ไม่ต้องดาวน์โหลดใหม่) ส่วนผู้ใช้งานใหม่ที่มองหาผู้ช่วยส่วนตัวในการใช้ชีวิต สามารถดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้งระบบ iOS และ Android พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับไปกับ “คู่หู” ได้ที่ https://siri.ly/Qqn0kd2


ROSENKRANTZ แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Rosenkrantz (โรเซนแครนซ์) แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูง ที่มีจุดกำเนิดจากประเทศแทนซาเนียในปี 2016 โดยบารอนไอเวอร์ (Baron Iver Rosenkrantz) และ บารอนเนสจาเลห์ โรเซนแครนซ์ (Baroness Jhaleh Rosenkrantz) จัดงานเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ

ไฮไลท์ของงานคือการเผยโฉม “Héloïse” (เอโลอีส) สร้อยคอไฮจิวเวลรี่ชิ้นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพียงชิ้นเดียวในโลก โดดเด่นด้วยอัญมณีแทนซาไนต์ สุดเลอค่าน้ำหนักรวมกว่า 650 กะรัต รายล้อมด้วยเพชรน้ำงามที่เจียระไนอย่างวิจิตรบรรจงอีกกว่า 100 กะรัต ความพิเศษของ Héloïse อยู่ที่กระบวนการรังสรรค์อันยาวนานนับปี แทนซาไนต์ทุกเม็ดได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากเหมืองในประเทศแทนซาเนีย โดยอัญมณีแต่ละเม็ดต้องผ่านการคัดเลือก จับคู่ และปรับขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนสามารถประกอบเข้าด้วยกันได้อย่างงดงามและลงตัว การสร้างสรรค์แต่ละชิ้นงานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของอัญมณีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสมดุล อันหมายความถึงความสอดคล้องต้องกันพอดีของสีสัน สัดส่วน และจังหวะจะโคนของชิ้นงานทั้งชิ้น

กว่า 2 ทศวรรษที่บารอนไอเวอร์ โรเซนแครนซ์ ทำงานร่วมกับเหมืองอัญมณีโดยตรง เพื่อค้นหาอัญมณีที่ดีที่สุดของทวีปแอฟริกา ผสานกับการออกแบบโดยบารอนเนสจาเลห์ โรเซนแครนซ์ ผู้เป็นทั้งศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีที่เติบโตในแอฟริกาตะวันออก ทำให้ผลงานของ Rosenkrantz เปรียบเสมือนบทสนทนาอันลึกซึ้งระหว่างอัญมณีกับงานดีไซน์ โดยมีจุดแข็งสำคัญคือการเข้าถึงแหล่งอัญมณีชั้นเลิศได้โดยตรง Rosenkrantz ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ผ่านการสร้างพันธมิตรระยะยาวกับชุมชนท้องถิ่น และยังเป็นผู้ก่อตั้ง “Zimbaqua” (ซิมบาควา) เหมืองอัญมณีแห่งแรกของโลกที่ดำเนินการโดยผู้หญิงล้วน มุ่งเน้นความโปร่งใสและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่สตรีในชุมชนในปี 2018

อัตลักษณ์ของแบรนด์คือการผสานสองโลกเข้าด้วยกันอย่างลงตัวระหว่างจิตวิญญาณแห่งแอฟริกา ที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวของแหล่งกำเนิด และความเรียบหรูตามแบบฉบับเดนมาร์ก ที่เน้นความสมบูรณ์แบบของสัดส่วนที่สมดุลในการออกแบบ

งานเปิดตัวแบรนด์ Rosenkrantz อย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวิลล่าส่วนตัวที่โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ โดยผู้ก่อตั้งทั้งสองท่านได้เดินทางด้วยตนเอง เพื่อนำผลงานเครื่องประดับชิ้นมาสเตอร์พีซที่คัดสรรอย่างดีมานำเสนอให้แขกผู้มีเกียรติ นักสะสม       อัญมณี และสื่อมวลชน ได้ร่วมชื่นชมท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของแบรนด์ในการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับชั้นสูงที่ให้ความสำคัญกับ “คุณค่า” และเปี่ยมล้นเรื่องราวอันลึกซึ้งที่แฝงอยู่ในทุกรายละเอียด 


Lotus Arts de Vivre ปลุกสัญญาณแห่งความล้ำค่าที่ซ่อนเร้นผ่านคอลเล็คชั่น The Iridescent

ในโลกที่เต็มไปด้วยคลื่นรบกวนของกระแสสังคมที่บดบังตัวตนที่หลากหลายของผู้คน ความล้ำค่าที่แท้จริงคืออัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์เหล่านั้น ที่มาจากการฟังคลื่นความถี่ในใจที่น้อยคนจะรับฟัง ทะลุผ่านความวุ่นวายโลกปัจจุบัน Lotus Arts de Vivre (โลตัส อาร์ท เดอ วีฟร์) แบรนด์จิวเวลรี และของแต่งบ้านระดับมาสเตอร์พีซ ภูมิใจนำเสนอ “The Iridescent” (Scarab Collection) คอลเล็กชันที่เป็นดั่งจดหมายรักถึงความเป็นปัจเจก ถือกำเนิดจากความเชื่อที่ว่าโลกนี้ไม่ได้มองได้เพียงด้านเดียว เฉกเช่นสีสันที่ส่องสว่าง และแปรเปลี่ยนไปมาของปีกแมลงทับที่คงอยู่ได้นับศตวรรษ ตัวตนของเราจึงไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว แต่เป็นความซับซ้อนของแสง และมุมมอง

วิสัยทัศน์นี้หยั่งรากลึกในความเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรมของโลตัส อาร์ท เดอ วีฟร์ โดยสืบย้อนไปถึงช่วงเวลาที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงยกย่องแมลงทับให้เป็น “ผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติ” สายธารแห่งเรื่องราวนี้ไหลย้อนกลับไปไกลถึงแท่นบูชาอาบแสงตะวันของอียิปต์โบราณ ที่ซึ่งแมลงทับยืนหยัดในฐานะสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ และการเปลี่ยนแปลง

ในวันนี้ Sri von Bueren ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (creative director) ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้ซึ่งผสานรากฐานความเข้าใจในงานช่างทอง และเครื่องเงิน เข้ากับจินตนาการที่ไร้กรอบ ได้นำสัญลักษณ์โบราณเหล่านี้มาตีความใหม่ผ่านปรัชญา “Rhythm of Slow Creations” ของ โลตัส อาร์ท เดอ วีฟร์

ภายในพื้นที่ทำงานของช่างศิลป์ของแบรนด์ที่ซึ่งเวลาหมุนช้าลง ปีกแมลงทับที่ร่วงหล่นตามธรรมชาติถูกจัดหาอย่างมีจริยธรรม และผ่านกระบวนการตัด แต่ง และเจียระไนด้วยมืออย่างประณีตซึ่งต้องใช้เวลากว่า 12 นาทีต่อชิ้น และการคัดเลือกสี คุณภาพจากนับพันชิ้น เหลือไม่กี่ชิ้นที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นต่อเครื่องประดับเล็ก ๆ ให้เป็น “สีแห่งงานฝีมือโดยจากธรรมชาติ” (high-value natural enamel) ที่มีชีวิต คอลเล็กชันนี้จึงไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็นคำสรรเสริญต่อความปัจเจกของผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างประณีตกับวิถีของตน

THE 5 SIGNALS OF AVANT-GARDE ไฮไลต์สำคัญของคอลเล็กชันนี้ ถูกถ่ายทอดผ่าน 5 ชิ้นงานซิกเนเจอร์ที่สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครอง

1. The Tribal Armour: Sheep Leather Necklace with Scarab and Diamond
สร้อยคอปีกแมลงทับที่ผสานงานหัตถศิลป์อันประณีตเข้ากับความงามระดับไฮจิวเวลรี ประดับด้วยปีกแมลงทับที่สมบูรณ์กว่า 3,000 ปีก จัดวางเป็นเลเยอร์อย่างมีจังหวะโดยช่างฝีมือชั้นสูง พื้นผิวของสร้อยคอทำจากหนังแกะคุณภาพสูง ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน และประกอบด้วยมือทีละปีกตามแพตเทิร์นเฉพาะของชิ้นงานโดยช่างฝีมือ เพื่อให้เกิดความสมดุลและความกลมกลืนกับรูปทรงของสร้อยคอ ปลายชิ้นงานหุ้มด้วยทอง 9K ประดับเพชรเพื่อเพิ่มประกายความหรูหรา และตกแต่งมุกที่ปลายแต่ละชิ้นเป็นงานที่ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญ ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ 4 เดือน สะท้อนรสนิยมความมั่นใจ และความสง่างามเหนือกาลเวลา

2. The Surrealist Tie: Scarab Fish Necklace
“สร้อยคอรูปปลาตกแต่งด้วยปีกแมลงทับ” ถูกออกแบบมาในรูปทรงเนกไท งานออกแบบเหนือจริงที่ผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีชั้นเชิง ที่ทอดตัวลงบนลำคอคือบทสนทนาระหว่างแฟชั่น และศิลปะ เป็นชิ้นงานเด่นที่เปลี่ยนผู้สวมใส่ให้กลายเป็นศูนย์กลางของทุกสายตาและสะท้อนความกล้าที่จะแตกต่างอย่างมีรสนิยม

3. The Art Deco: Scarab Fish Earrings
“ต่างหูปีกแมลงทับทรงก้างปลา” ที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระ งดงามราวสิ่งมีชีวิตที่มีจังหวะของตัวเอง เพชรที่ประดับอย่างพอดีช่วยขับความระยิบระยับให้ทุกการเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวา เป็นความสง่างามที่ไม่หยุดนิ่ง และสะท้อนพลังของผู้หญิงที่มั่นใจในตัวตน

4. The Bloom of Power: Scarab Flower Ring with Pink Tourmaline and Diamond
“แหวนดอกไม้ประดับด้วยปีกแมลงทับ” ที่เบ่งบานด้วยพลังอันอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว ตัวเรือนสีทองโอบรับหินทัวร์มาลีนสีชมพู และเพชรอย่างประณีต เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ ความงาม และพลังภายในที่ผลิบานอย่างไร้กาลเวลา

5. The Silent Authority: Bug Cufflinks with Scarab and Diamond
“คัฟลิงค์ประดับปีกแมลงทับ” ที่เชื่อว่าความหรูหราที่แท้จริงคือรายละเอียด ตัวเรือนสีทอง ผสานด้วยเพชร และปีกแมลงทับที่ลงตัวกันอย่างสมดุล สะท้อนสง่างามที่รับรู้ได้โดยไม่ต้องอธิบาย เป็นเครื่องหมายของรสนิยม ความมั่นคงเหนือกาลเวลา

เราขอเชิญคุณมาร่วมค้นพบโลกที่งานฝีมือและศิลปะมาบรรจบกับจินตนาการร่วมสมัย และปล่อยให้เครื่องประดับเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนตัวตนของคุณ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ The Iridescent และผลงานชิ้นเอกอื่นๆ ได้แล้ววันนี้ที่ Lotus Arts de Vivre Boutique โรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ และ โรงแรมอนันตราสยาม

The Iridescent Video Campaign

สำหรับวิดีโอแคมเปญครั้งนี้กำกับโดยผู้กำกับสายสร้างสรรค์ คุณพวงสร้อย อักษรสว่าง (โรส) โดยร่วมงานกับเอริค โตบัว (Eric Tobua) อาร์ตไดเรกเตอร์ และ สไตลิสต์รุ่นใหม่ ซึ่งนับเป็นการร่วมงานกับ Lotus Arts de Vivre เป็นครั้งแรก พร้อมด้วยนักแสดงเดียร์น่า ฟลีโป และ ปริมมี่ วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ


กระเป๋าแบรนด์ไทย

ส่องลุคคนดังกับ กระเป๋าแบรนด์ไทย ที่กำลังมาแรง ‘HOUSE OF LITTLEBUNNY’

ช่วงที่ผ่านมา หากสังเกตลุคของเหล่าคนดังสาวไทย จะเห็นชื่อของ กระเป๋าแบรนด์ไทย อย่าง HOUSE OF LITTLEBUNNY ปรากฏอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น หลิงหลิง ศิริลักษณ์, ออม กรณ์นภัส ไปจนถึงสองนักแสดงคู่ฮอต ฟรีน สโรชา และ เบ็คกี้ รีเบคก้า ที่ต่างหยิบดีไซน์ของแบรนด์มาเติมเต็มสไตล์ส่วนตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ถูกพูดถึงในหมู่แฟชั่นเลิฟเวอร์อย่างต่อเนื่อง

ส่องลุคคนดังกับ กระเป๋าแบรนด์ไทย ที่กำลังมาแรง ‘HOUSE OF LITTLEBUNNY’

Celebrity’s Choice หลายสไตล์ในใบเดียวกัน

เสน่ห์ของ HOUSE OF LITTLEBUNNY อยู่ที่การเป็นกระเป๋าที่ปรับใช้ได้กับหลายลุค ซึ่งสะท้อนผ่านการแมตช์ของเหล่าคนดังแต่ละคนได้อย่างชัดเจน

หลิงหลิงมาในลุคสบายๆ ด้วยเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีฟ้า แต่เพิ่มมิติความโดดเด่นด้วยกระเป๋ารุ่น TREASURE BELT SUEDE สีชมพูซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ขณะที่ออมเลือกเล่นสนุกกับสีสัน โดยใช้กระเป๋าโทนเขียว GRASS ตัดกับกางเกงยีนสีน้ำตาลมอคค่า เกิดเป็นลุคที่ดูสดและมีพลัง

ส่วนฟรีนและเบ็คกี้ถ่ายทอดอีกมุมหนึ่งของแบรนด์ ผ่านกระเป๋าสี TAN TAUPE ที่ให้ความรู้สึกเรียบหรู ใช้ได้ทั้งกับชุดลูกไม้หวานหรือเดนิมลุคแคชชวล แสดงให้เห็นว่าดีไซน์เดียวสามารถตีความได้หลากหลายสไตล์ตามบุคลิกของผู้ใช้

กระเป๋าในแบบ “Wardrobe Piece”

หนึ่งในแนวคิดที่ทำให้แบรนด์ถูกพูดถึง คือมุมมองที่มองกระเป๋าเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของวอร์ดโรบ มากกว่าเป็นเพียงแอ็กเซสซอรีชิ้นเดียว HOUSE OF LITTLEBUNNY จึงพัฒนารูปแบบและสีสันออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเฉดสีให้เลือกมากกว่า 50 โทน พร้อมลูกเล่นการตกแต่งที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตามอารมณ์ในแต่ละวัน

อีกองค์ประกอบที่สร้างภาพจำคือโลโก้ Infinity and Beyond ซึ่งพัฒนาจากตัวอักษร L ของ LittleBunny ให้กลายเป็นเส้นต่อเนื่องไม่สิ้นสุด สื่อถึงการเติบโต การเคลื่อนไหว และพลังแห่งความต่อเนื่อง กลายเป็นซิกเนเจอร์ที่ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ชัดเจนขึ้น

จากโซเชียลสู่กระแสระดับภูมิภาค

เบื้องหลังความนิยมของแบรนด์เริ่มต้นจากการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียอย่างจริงจังของ มิ้ง ลักษิกา กรรณสูตร ผู้ก่อตั้งและ CEO ที่ลงมือสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเองมาตั้งแต่ช่วงแรก ทั้งการไลฟ์และการนำเสนอการใช้งานผ่านไลฟ์สไตล์จริง ทำให้แบรนด์ค่อยๆ สร้างฐานลูกค้าในไทย ก่อนที่คอนเทนต์จะถูกแชร์ต่อในกลุ่มผู้บริโภคต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย จนเกิดกระแสไวรัลข้ามประเทศ

ความนิยมดังกล่าวส่งผลให้ HOUSE OF LITTLEBUNNY กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจเมื่อมาไทย และขยายการรับรู้ต่อไปยังหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ก้าวต่อของแบรนด์ไทยบนเวทีสากล

ความเคลื่อนไหวในระดับภูมิภาคยังต่อเนื่องไปถึงฟิลิปปินส์ เมื่อ Kim Chiu นักแสดงชื่อดังแสดงความสนใจนำสินค้าไปจำหน่ายในรูปแบบป๊อปอัพสโตร์ที่เมืองเซบู ซึ่งช่วยเพิ่มการมองเห็นของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศมากขึ้น และสะท้อนให้เห็นศักยภาพของแบรนด์ไทยที่สามารถเติบโตในระดับภูมิภาคได้

จากกระแสในกลุ่มคนดังสู่การขยายฐานผู้ใช้ในหลายประเทศ HOUSE OF LITTLEBUNNY จึงกลายเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของแบรนด์แฟชั่นไทยที่กำลังเดินหน้าอย่างน่าจับตามองในช่วงเวลานี้


ปีใหม่จีน

ไอเท็มเสริมเฮงรับปีใหม่จีน ถอดรหัสความงามผ่านศาสตร์ธาตุทั้งห้า

ตรุษจีน หรือ ปีใหม่จีน ไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่คือช่วงเวลาที่หลายคนหันกลับมาจัดระเบียบพลังงานชีวิตใหม่ ตั้งแต่สีเสื้อผ้าไปจนถึงรายละเอียดเล็กๆ บนใบหน้า เพราะในวัฒนธรรมจีน ความงามและโชคลาภไม่เคยแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แนวคิดเรื่อง ‘ธาตุทั้งห้า’ ซึ่งประกอบด้วย ไม้ ไฟ ดิน ทอง และน้ำ ถูกใช้มาอย่างยาวนานในการอธิบายสมดุลของพลังชีวิต และวันนี้มันถูกตีความใหม่ผ่านโลกของสกินแคร์และเมคอัพอย่างน่าสนใจ

สีสันจากเมคอัพที่ช่วยเสริมความโดดเด่น ผิวโกลว์ที่สื่อถึงพลังชีวิต หรือเนื้อสัมผัสที่สะท้อนความมั่งคั่ง ล้วนกลายเป็นภาษาของความเฮงในยุคปัจจุบัน บิวตี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวย แต่คือการเลือกพลังงานที่อยากพกติดตัวในปีใหม่ ใครยังรู้สึกว่าตัวเองไม่เฮงลองมองหาไอเท็มใหม่ๆ …ส่วนใครเฮงอยู่แล้ว ก็ถือโอกาสเติมเต็มพลังดี ๆ ให้เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม เพราะบางครั้งความโชคดีไม่ได้เกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติเท่านั้น แต่เริ่มจากความมั่นใจเล็กๆ ที่เราสร้างขึ้นเองในทุกเช้า ผ่านลุคที่เลือก สีที่ชอบ และรายละเอียดที่สะท้อนตัวตนของเราอย่างแท้จริง

ไอเท็มเสริมเฮงรับปีใหม่จีน ถอดรหัสความงามผ่านศาสตร์ธาตุทั้งห้า THE ART OF LUCK THROUGH FIVE ELEMENTS BEAUTY RITUAL

ปีใหม่จีน

#01
FIRE ELEMENT (ธาตุไฟ)
/THE ENERGY OF PRESENCE/
ธาตุไฟคือพลังของการถูกมองเห็น เป็นความมั่นใจที่ไม่จำเป็นต้องประกาศตัวเสียงดัง แต่ปรากฏชัดผ่านรายละเอียดเล็กๆ บนใบหน้า การแต่งหน้าที่เน้นจุดโฟกัสเพียงหนึ่งตำแหน่ง เช่น ริมฝีปากสีแดง เป็นการถ่ายทอดพลังของธาตุไฟในแบบร่วมสมัย
RECOMENED: DIOR ROUGE DIOR SEQUIN LIQUID DUO #220 RIBBONS HOLIDAY 2025 LIMITED EDITION
ลิปสติกดูโอ้ที่เล่นกับประกายแสงอย่างมีมิติ เมื่อเม้มริมฝีปากประกายชิมเมอร์จะค่อยๆ ปรากฏ สร้างความรู้สึกเหมือนแสงไฟที่เคลื่อนไหวบนผิว

ปีใหม่จีน

#02
WOOD ELEMENT (ธาตุไม้)
/THE ENERGY OF GROWTH/

ธาตุไม้คือพลังของการเติบโตและการเริ่มต้นใหม่ แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน หากเป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ในโลกของสกินแคร์ พลังนี้สะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์ที่เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิว ปรับสมดุล และสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง

RECOMMEND: CLÉ DE PEAU BEAUTÉ THE SERUM
เซรั่มชิ้นไอคอนที่เน้นการฟื้นฟูและความกระจ่างใสในระยะยาว เหมาะกับ RITUAL ที่ต้องการผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง

ปีใหม่จีน

#03
METAL ELEMENT (ธาตุทอง)

/THE ENERGY OF REFINEMENT/

ธาตุทองเป็นภาพแทนของความประณีตและความมั่งคั่งที่แสดงออกผ่านรายละเอียดมากกว่าความฉูดฉาด ในโลกบิวตี้ พลังนี้สะท้อนผ่านประกายแสงที่ดูแพง เนื้อสัมผัสที่ละเอียด และการออกแบบที่ยกระดับประสบการณ์การใช้

RECOMMEND:  GUERLAIN ORCHIDEE IMPERIALE GOLD NOBILE THE SERUM
GUERLAIN ถ่ายทอดแนวคิดของพลังแห่งความเปล่งประกาย  ผ่านการผสานศาสตร์สกินแคร์ชั้นสูงเข้ากับเนื้อสัมผัสที่ละเอียดและฟินิชผิวดูสว่างใส ช่วยเสริมมิติของผิวให้ดูแพงและเป็นธรรมชาติ

ปีใหม่จีน

#04
WATER ELEMENT (ธาตุน้ำ)
/THE ENERGY OF FLOW/
ธาตุน้ำคือความลื่นไหลและความยืดหยุ่น เป็นพลังของความงามที่ไม่ต้องพยายามมาก แต่ดูมีเสน่ห์อย่างเป็นธรรมชาติ ผิวที่ดูฉ่ำใสและการแต่งหน้าที่บางเบาจึงเป็นการตีความ WATER ENERGY ที่ร่วมสมัย

RECOMMEND:  ORVEDA THE VITAL SAP
หนึ่งในไอเท็มที่สะท้อนพลังของน้ำได้อย่างลงตัว เอสเซนส์เนื้อบางเบาที่ถูกออกแบบให้เป็นขั้นตอนแรกของสกินแคร์รูทีน เพื่อปลุกผิวให้ตื่นและเตรียมรับการบำรุงในขั้นตอนถัดไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ปีใหม่จีน

#05
EARTH ELEMENT (ธาตุดิน)
/THE ENERGY OF BALANCE/

ธาตุดินคือพลังของความมั่นคงและความสมดุล เป็นพื้นฐานที่ทำให้ทุกลุคดูนิ่งและน่าเชื่อถือ ในโลกความงามธาตุนี้มักสะท้อนผ่านโทนสีธรรมชาติสวยแบบมองได้นาน และเนื้อสัมผัสที่เรียบร้อย ไม่มากไม่น้อยเกินไป

RECOMMEND: SUQQU  THE LIQUID FOUNDATION E
สำหรับธาตุดินที่สื่อถึงความมั่นคงและสมดุลของผิว รองพื้นใหม่จาก SUQQU มอบงานผิวโกลว์ดูมีชีวิตชีวาอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อบางเบา แนบสนิทไปกับผิว ช่วยเผยความงามที่นิ่ง สุขุม และดูสมดุลในแบบของธาตุดิน


เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

‘แคนดิเดทรัก ที่ไม่ได้ถูกเลือก ใช่คุณไหม?? ต้องเช็ก!!’ ดวงรายสัปดาห์ 16-22 กุมภาพันธ์ 2569

‘แคนดิเดทรักที่ไม่ได้ถูกเลือก!!’

ดวงรายสัปดาห์ 16-22 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ตรุษจีนของชาวอาทิตย์มีวี่แววที่จะต้องแบกรับงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำ หรือผู้บริหาร ไม่ว่าจะหัวหน้าชุด หัวหน้าทีม หัวหน้าโครงการ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จินตนาการของคุณจะกว้างไกล จึงมีโอกาสได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน วงการบันเทิง นักร้อง นักแสดง แต่ระวัง อีโก้ในตัวจะทำให้คุณกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตกเป็นแพะรับบาป หรือต้องรับงานนอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ จึงควรเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วย        

การเงิน  :  เฮงๆ ปังๆ รวยๆ สำหรับชาวอาทิตย์ยังคงมีโชคลาภเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลาภลอย และจากการทำงาน แต่ก็อย่าใจดี ให้ใครหยิบยืมได้ง่ายๆ เพราะมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอก

ความรัก  :  ก็ยังต้องแบกรับเรื่องนั้นนี้ของสมาชิกในบ้านอยู่ไม่รู้วายนะคะ กระนั้นก็ตามครอบครัวและคู่ครองก็เข้าใจอย่างดี จะมีเพียงแต่คุณเท่านั้นล่ะที่คิดไปเองว่า เขาไม่รัก  คนโสด  มีโอกาสได้พบความรักที่ดี ก็ไม่ต้องลังเล หรือไม่มั่นใจแต่อย่างใด ตัดสินใจไปเลย  

 สุขภาพ  :  ยังเกี่ยวข้องกับการทำงานอยู่ ความเครียด ไมเกรน มีความเสี่ยงที่คุณจะเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน นอกจากนั้นยังมีพวกระบบย่อยอาหาร เช่น กระเพาะ ลำไส้ ถุงน้ำดี และต่อมน้ำเหลือง

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ตรุษจีนของชาวจันทร์ คุณมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากความขยันของคุณเอง แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้นก็แอบมีหอบเบาๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำ ไม่ว่าจะด้านการทหาร การทูต นักธุรกิจระดับสูง เจ้าของกิจการ สื่อมวลชน ครูบาอาจารย์ เพราะเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จะมีปัญหารุมเร้าคุณจากทุกๆ ทาง จนรู้สึกท้อแท้ต่อโชคชะตา เพราะฉะนั้นหากให้ดี ไม่ว่าจะกี่ปัญหาควรใช้สติ ใจเย็นๆ ค่อยแก้ไขไปทีละเรื่อง ห้ามใช้อารมณ์โดยเด็ดขาด สุดท้ายแล้วจะจบลงด้วยกลีบกุหลาบที่หอมหวาน

การเงิน  :  ชาวจันทร์สัปดาห์นี้ไม่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ใช้เงินทำงานมีโอกาสเฮงๆ ปังๆ รับทรัพย์ก้อนโต โดยที่คุณก็วางแผนการเงินได้อย่างดีด้วย  

ความรัก  :  แม้จะผ่านวาเลนไทน์มาถึงตรุษจีนแล้ว แต่ชาวจันทร์ก็ยังโรแมนติกได้อีก เป็นสัปดาห์ที่เธอสามารถดูแลทุกสิ่งได้ในคนเดียว ทั้งงานในบ้าน งานนอกบ้าน จนเป็นที่รักของคนในครอบครัว คนโสด  มีเสน่ห์มากมาย แม้ตรุษจีนก็ไม่แผ่ว คาดว่าน่าจะได้พบความรักท่ามกลางเสียงประทัดล่ะ

สุขภาพ  :  ฉลองติดกัน 2 เทศกาลมีโอกาสที่ความอ้วนจะมาเยือน จึงควรระวังระดับไขมัน น้ำตาลในเลือดด้วย นอกจากนั้นพฤติกรรมการปัสสาวะก็ต้องให้ความใส่ใจ อย่ากลั้นไว้ เพราะมีโอกาสที่กรวยไตและกระเพาะปัสสาวะจะมีปัญหา

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

การงาน   เป็นสัปดาห์ตรุษจีนที่ชาวอังคารมีโอกาสเป็นได้ทั้งนางฟ้าและนางร้ายในคนเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานหรือธุรกิจสายบุญ เช่น จิตอาสา มูลนิธิ รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา นักบวช นักปรัชญา จากบุคลิกที่อบอุ่น ใจดี รับฟังและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้อื่น เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คนๆ นั้นจะหายไปกลายเป็นสาวมั่นที่ลุยงานหนัก โดยไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ซึ่งการตัดสินใจที่รวดเร็วแบบขาดสติ จะทำให้เกิดความเสียหายได้อย่างไม่คาดคิด จึงมีโอกาสที่คุณจะเหนื่อยกับการฝืนทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง ในกรณีร้ายสุดๆ ก็คือ พักงานยาวเลย

การเงิน  :  ตรุษจีนนี้ คุณจะมีโอกาสได้ไปทำบุญไหว้พระไหว้เจ้า ก็จะเฮงๆ ปังๆ ในเรื่องของการลงทุน และการเสี่ยงโชค แต่หากจะลงทุนทำธุรกิจสัปดาห์นี้ควรทำด้วยตัวเองจะดีกว่า 

ความรัก  :  จะบอกว่าชาวอังคารสัปดาห์นี้มี 2 บุคลิกก็ได้นะ มีทั้งความขี้อ้อน งอแง อยากอยู่กับที่รักตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีฟอร์ม ไม่แคร์หากไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ สุดท้ายแล้วก็มีความเป็นไปได้ว่า จะจบลงที่การขัดใจ คนโสด เป็นตัวอย่างของสาวยุค 5 จี แม้คุณจะโรแมนติก อยากมีคนกอด แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นต้องผูกมัด      

สุขภาพ  :  สำหรับสัปดาห์นี้ต้องระวังเรื่องการรับประทานหน่อยนะคะ เพราะมีโอกาสที่น้ำหนักจะขึ้นได้แบบไม่รู้ตัว ซึ่งจะนำพาโรคทางด้านหัวใจมาในลำดับต่อไป นอกจากนั้นยังเกี่ยวกับความสะอาดด้วย ต้องระวังติดเชื้อพวกโรคติดต่อทั้งหลาย   

ผู้ที่เกิดวันพุธ

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ตรุษจีนของชาวพุธมีโอกาสที่จะอยู่ด้วยความไม่เชื่อใจ ระแวดระวังตัวอยู่ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์  เช่น งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน วงการบันเทิง นักร้อง นักแสดง มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จากจินตนาการที่กว้างไกลของคุณมีโอกาสที่จะผลักดันงานที่คั่งค้างไว้มาเนิ่นนานจนสำเร็จลุล่วง ขณะเดียวกันก็มีโอกาสที่งานใหม่ๆ จะติดต่อเข้ามา แต่กระนั้นก็ตาม คุณมิอาจวางใจ ยังไม่กล้าที่จะเสนอไอเดียเต็มที่ ทำทุกอย่างในจุดที่ปลอดภัย  

 การเงิน  : จริงๆ คุณมีการวางแผนการใช้เงินในเรื่องที่สำคัญๆ ทั้งในเรื่องงาน การสร้างหลักฐาน ซึ่งในเทศกาลตรุษจีนนี้มีโอกาสที่คุณจะได้รับอั่งเปา แต่สำหรับเงินก้อนโตต้องรอให้ดอกผลงอกงามก่อน ก็อย่าเพิ่งให้ใครหยิบยืมเงิน หรือใช้จ่ายตามอารมณ์ เพราะมีโอกาสเงินสะดุดได้   

ความรัก  :  ต้องบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่คุณโลเล ลังเล ไม่แน่ใจในตัวคู่ครองอย่างยิ่ง หากต้องอยู่ไกลกันด้วยแล้ว มีโอกาสสูงที่คุณจะต้องตามไปอยู่ใกล้ๆ คนโสด ก็เช่นกัน สัปดาห์นี้จิตใจคุณไม่มั่นคง อาจเพราะอกหักมาซ้ำๆ จนไม่เชื่อในความรักว่ามีอยู่จริงแล้ว ก็ค่อยๆ ดูและเรียนรู้กันไป

สุขภาพ   :  มีความเสี่ยงที่อวัยวะภายในจะมีปัญหา เช่น มดลูก รังไข่ และประจำเดือนมาไม่ปกติ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของระบบย่อยอาหาร เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้ ถุงน้ำดี ด้วย เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรโหมงานหนัก รวมถึงภาวะเครียดที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน  

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

การงาน  :  สำหรับสัปดาห์ตรุษจีนของชาวพฤหัส หากใครที่กำลังเป็นนายและนางแบกอยู่ แบกความรับผิดชอบทุกอย่างไว้กับตัวเองจนเต็มสองบ่า อยู่กับการใช้สติปัญญาและความสามารถ เช่น ทหาร ตำรวจ ทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา นักการเมือง การปกครอง โดยมีความเสี่ยงที่คุณจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานสีเทาด้วย เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้คุณจะใช้ความรู้ความสามารถทำงานเพื่อปกป้องตัวเองจากปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา ท้ายสุดแล้วอาจไปถึงจุดที่คุณจะพักเลย

การเงิน  :  จะมาจากความขยันเป็นหลัก สัปดาห์นี้คุณสามารถวางแผนการใช้เงินในเรื่องที่สำคัญๆ ทั้งงานและการสร้างหลักฐาน แต่ก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานหรือเงินที่ไม่ถูกต้อง เพราะมีความเสี่ยงที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียง  

ความรัก  :  แม้จะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แต่ในใจคุณก็ยังไม่มั่นใจในตัวคู่ครองว่า ภาพที่เห็นคือตัวจริงหรือปลอม ซึ่งหากเป็นแบบนี้ สุดท้ายมีโอกาสที่จะจบลงที่การขัดใจกัน  คนโสด  หากคุณกำลังอยู่ในสถานะแคนดิเดทความรักของใคร ก็ทำใจนะคะว่า ศึกนี้คุณมีโอกาสที่จะไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือก

สุขภาพ   :  มีความเสี่ยงที่อวัยวะภายในจะมีปัญหา เช่น มดลูก รังไข่ และประจำเดือนมาไม่ปกติ นอกจากนั้นจะเดินทางไปฉลองตรุษจีนที่ไหน ก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ทั้งอาหาร ที่พัก และสถานที่สาธารณะด้วย เพราะมีโอกาสที่คุณจะติดเชื้อโรคติดต่อกลับมาบ้านด้วย  

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

การงาน  :   เครียดหน่อยนะคะชาวศุกร์ สำหรับสัปดาห์ที่ควรจะได้เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน แต่คุณอาจต้องอยู่กับความกดดัน และความคาดหวังของเจ้านายที่อยากจะได้งานดีๆ จากคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในสายงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน วงการบันเทิง นักร้อง นักแสดง เป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้จากจินตนาการที่กว้างไกลของคุณจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้หญิง แม้เธอจะช่วยงานอย่างดี แต่คุณก็ยังไม่ไว้วางใจปล่อยงานให้เธอทำเต็มที่ ระหว่างนี้คุณจึงต้องรับหน้าเจ้านายแทน

การเงิน  :  เฮงๆ ปังๆ  มีโอกาสได้รับโชคและลาภลอย โดยที่คุณก็เพลิดเพลินกับการใช้เงินกับเพื่อนหรือญาติสนิทผู้หญิง แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเงินสินบน ฮั้ว หรือเงินใต้โต๊ะ เพราะจะทำให้สูญเงินก้อนใหญ่

 ความรัก :   มีโอกาสที่คุณจะใช้เวลาในช่วงตรุษจีนกับญาติสนิทหรือเพื่อนสนิทผู้หญิงมากกว่าคู่ครอง ท่ามกลางความรักความสัมพันธ์ที่ยังดีกันอยู่ คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้พบรักกับเพศเดียวกัน อาจเป็นความสัมพันธ์ที่อยากทดลองตามกระแสซีรีวาย หรือความสัมพันธ์ยืนยาว ได้ทั้งนั้น   

สุขภาพ  :  ต้องระวังเรื่องกระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี น้ำย่อย หากใครมีปัญหาเรื้อรังอยู่แล้ว มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาลุกลามรุนแรงขึ้น นอกจากนั้นยังรวมถึงระบบหมุนเวียนน้ำในร่างกายอื่นๆ ด้วย เช่น น้ำเหลือง น้ำเลือด น้ำในหูด้วย

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

การงาน  :  สำหรับชาวเสาร์เริ่มต้นสัปดาห์ตรุษจีนแบบผู้ทรงคุณวุฒิ อยู่กับวิชาการ ความรู้และหลักทฤษฏี เช่น นักบริหาร นักการเมือง นักปกครอง เจ้าของกิจการ หรือองค์กรระหว่างประเทศ มีความเป็นไปได้ว่าในรอบ 7 วันนี้ อะดีนารีนแห่งความเป็นผู้นำของคุณจะฉีดแรงอย่างไม่มีใครหยุดยั้งได้ มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในสายงานที่ต้องใช้วาทศิลป์ในการติดต่อประสานงาน การโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ สื่อสารมวลชน ประชาสัมพันธ์ งานขาย เพราะฉะนั้นจึงควรใช้สติ โอกาสและจังหวะในการตัดสินใจ อย่าใช้อารมณ์ส่วนตัว เพราะจะทำให้เสียการปกครองในภาพใหญ่   

การเงิน  :  ต้นสัปดาห์เป็นไปได้ว่าจะรายจ่ายเยอะ แต่คุณก็สามารถคลี่คลายได้ด้วยการวางแผนการเงินที่มีประสิทธิภาพ แต่ช่วงปลายสัปดาห์คุณจะใจดี ให้เงินใครได้ง่ายๆ   

ความรัก  :   ตรุษจีนนี้ เป็นไปได้ว่าครอบครัวจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า จนมีโอกาสที่คุณจะอึดอัดเลยทีเดียว  คนโสด  มีโอกาสที่คุณจะได้ควงแขนอาตี๋ไปฉลองตรุษจีนด้วยนะ

สุขภาพ   :  ตรุษจีนนี้พยายามหลีกเลี่ยงอาหารแซ่บๆ สุกๆ ดิบๆ ไม่สดสะอาด เพราะมีความเสี่ยงที่จะท้องเสีย มีพยาธิ์ในลำไส้ นอกจากนั้นฟันก็มีโอกาสที่จะสร้างปัญหาให้คุณ ควรไปตรวจเช็กบ้าง

ซูมอิน แว่นตาคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2025 ดีไซน์เด่นจาก Coach, Prada และ Miu Miu

คอลเล็คชั่น แว่นตาคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2025 จาก Coach, Prada และ Miu Miu ถ่ายทอดมุมมองของแฟชั่นร่วมสมัยผ่านงานออกแบบที่ผสานเอกลักษณ์ของแต่ละเมซงเข้ากับนวัตกรรมและงานฝีมืออย่างประณีต โดยทั้งสามแบรนด์นำเสนอกรอบแว่นที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน ตั้งแต่แรงบันดาลใจจากเครื่องหนังซิกเนเจอร์ ไปจนถึงโครงสร้างโลหะล้ำสมัย และซิลูเอตที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงในแบบร่วมสมัย

ซูมอินแว่นตาคอลเล็คชั่น Fall/Winter 2025 ดีไซน์เด่นจาก Coach, Prada และ Miu Miu

ฝั่ง Coach นำเสนอคอลเล็กชั่นที่ต่อยอดจากดีเอ็นเอของแบรนด์ ผ่านรายละเอียดฮาร์ดแวร์รูปตัว C โลโก้ Coach New York และแรงบันดาลใจจากกระเป๋ารุ่นไอคอนิกอย่าง Pillow Tabby, Idol และ Brooklyn โดยตีความใหม่ให้เข้ากับแว่นตาในรูปแบบที่ทันสมัยและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

กลุ่ม SCULPTED C HARDWARE โดดเด่นด้วยกรอบทรงเรขาคณิต ทรงตาแมว และทรงโอเวอร์ไซส์ที่ประดับโลโก้ C โลหะเงางาม สื่อถึงโครงสร้างของกระเป๋ารุ่นขายดี พร้อมโทนสีร่วมสมัยอย่าง Milky, Camel, Cherry และ Merlot ที่ช่วยเติมความสนุกให้ลุคประจำวัน ขณะที่ FUNCTIONAL C นำแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับมาใช้กับงานออกแบบแว่นตา โดยเปลี่ยนโลโก้ตัว C ให้กลายเป็นบานพับที่ใช้งานได้จริง ผสานเข้ากับกรอบโลหะน้ำหนักเบาและซิลูเอตแบบเอเชียนฟิต ส่วน MAXI C เน้นความโดดเด่นของโลโก้ขนาดใหญ่และขาแว่นที่มีมิติ ได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋า Idol ถ่ายทอดลุคที่สนุกและกล้า ใน

ขณะที่ COACH NEW YORK สะท้อนอารมณ์แบบนิวยอร์กผ่านดีไซน์มินิมอลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระเป๋า Brooklyn โดดเด่นด้วยกรอบอะซิเตท น้ำหนักเบา โลโก้ตัวอักษรเมทัลลิก และรายละเอียดปลายขาแว่นโลหะที่แฝงความประณีตแบบเครื่องหนังของแบรนด์

ทางด้าน Prada นำเสนอคอลเล็กชั่นด้วยแนวคิดที่ผสานนวัตกรรม งานฝีมือ และความกล้าทางดีไซน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งในไลน์สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ ซิลูเอตคลาสสิกถูกตีความใหม่ผ่านโครงสร้างที่มีมิติ งานโลหะที่ประณีต และรายละเอียดซิกเนเจอร์ของแบรนด์ เช่น โลโก้สามเหลี่ยม Symbole และกรอบที่ใช้วัสดุชีวภาพ

คอลเล็กชั่นสุภาพสตรีโดดเด่นด้วยเส้นสายแบบโมเดิร์นนิสต์และสัดส่วนที่ชัดเจน กลุ่ม Fashion Show นำเสนอแว่นกันแดดน้ำหนักเบาที่ผสมผสานเลนส์ทรงเหลี่ยมไร้ขอบเข้ากับงานโลหะที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตนูโว ขณะที่ Essential เน้นกรอบบาง น้ำหนักเบา และโลโก้สลักอย่างมินิมอล

ส่วน Signature โดดเด่นด้วยทรงนักบินโอเวอร์ไซส์และขาแว่นโค้งมน และ Symbole นำเสนอกรอบทรงเรขาคณิตพร้อมขาแว่นสามมิติที่เป็นเอกลักษณ์ สำหรับคอลเล็กชั่นสุภาพบุรุษเน้นความสมดุลระหว่างโครงสร้างโลหะและดีไซน์ร่วมสมัย ตั้งแต่กรอบสี่เหลี่ยมเรียบหรู ไปจนถึงดีไซน์โปรไฟล์หนาที่เผยให้เห็นงานสร้างสรรค์เชิงสถาปัตยกรรมของแบรนด์

ปิดท้ายที่ Miu Miu ถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านมุมมองที่เฟมินีน กล้าหาญ และร่วมสมัยมากขึ้น คอลเล็กชั่นแว่นตา Fall/Winter 2025 สะท้อนเสน่ห์ของหญิงสาวในแบบ Miu Miu ที่ทั้งอ่อนหวานและมั่นใจในเวลาเดียวกัน ดีไซน์จากแฟชั่นโชว์โดดเด่นด้วยกรอบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียว พร้อมโลโก้บนเลนส์ และแรงบันดาลใจจากสไตล์ต้นยุค 2000 ให้ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนหยิบมาสวมใส่ได้ทันที

กลุ่ม Miu Ombre นำเสนอกรอบโอเวอร์ไซส์ที่มีเส้นสายโค้งมนร่วมสมัย ผสานกลิ่นอายเรโทรกับรายละเอียดที่ประณีต ทั้งในแว่นกันแดดและแว่นสายตา ขณะที่ Miu Glimpse เน้นกรอบที่มีวอลุ่ม เส้นสายคมชัด และโลโก้แนวตั้งบนขาแว่น สื่อถึงความมั่นใจของหญิงสาวยุคใหม่ และ Miu Regard พัฒนาไปสู่กรอบขนาดใหญ่ที่ยังคงความบางเบา เลนส์แบนพิเศษและสัดส่วนที่เรียบหรูช่วยขับเน้นภาพลักษณ์ที่สง่างามเหนือกาลเวลา


Lady Gaga

5 เพลงรักหลากอารมณ์ที่พิสูจน์ว่า Lady Gaga คือนักแต่งเพลงมือฉมัง

ถ้าพูดถึง Lady Gaga หลายคนอาจนึกถึงซูเปอร์สตาร์สาว เจ้าของ 16 รางวัลแกรมมี และผู้ชนะรางวัลออสการ์ และเอ็มมี ที่แสดงสดได้อย่างน่าประทับใจทุกครั้งที่อยู่บนเวที แต่อีกด้านหนึ่งที่อยากให้ได้เห็นกันมากขึ้น คือด้านของการเป็นนักแต่งเพลง ที่สามารถเอาหัวใจคนฟังได้อยู่หมัดตั้งแต่อินโทร และยังแต่งเพลงได้หลากหลายแนว ครอบคลุมทุกความสามารถของเธอได้อย่างแท้จริง

วาเลนไทน์นี้ เราอยากพาไปฟังเพลงรักหลากหลายอารมณ์ หลากหลายแนวเพลงจาก Lady Gaga ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นถึงความอัจฉริยะในการเป็นศิลปินของเธอคนนี้กันชัด ๆ อีกครั้ง แล้วจะเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเธอถึงได้ครองบัลลังค์วงการเพลงป็อปได้อย่างยาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ

1.Die With A Smile (with Bruno Mars)

เพลงฮิตที่โด่งดังข้าม (หลาย) ปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดดัง กับการแสดงล่าสุดเวอร์ชั่นใหม่แกะกล่อง สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนดูกับการเป็นศิลปินรับเชิญในการแสดงช่วงพักครึ่งของ Super Bowl LX ให้กับ Bad Bunny เพลงนี้นอกจากจะได้รับรางวัล Best Pop Duo/Group Performance จาก GRAMMYs 2025 ไปครองแล้ว ในปี 2024 ยังเป็นเพลงที่มียอดสตรีมบน Spotify แตะ 1 พันล้านครั้งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ (ภายใน 96 วัน) เป็นเพลงที่มียอดสตรีมเกิน 100 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ติดต่อกันยาวนานที่สุด และครองอันดับ 1 บน Billboard Hot 100 ได้มากถึง 5 สัปดาห์อีกด้วย

“Die With A Smile” เป็นเพลงรักที่พูดถึงความรักในระดับ “ปลายทางของชีวิต” ที่ไม่ใช่ความรักหวือหวา ไม่ใช่การตกหลุมรัก แต่เป็นความรักของคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกันมากพอ จนเข้าใจว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมีชีวิตที่ยืนยาวที่สุด แต่คือการได้มีช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกัน

“ต่อให้วันหนึ่งโลกจะพัง ชีวิตจะจบ หรือทุกอย่างไม่เหลืออะไรเลย

แค่ได้จากไปพร้อมกับคนที่รัก ก็ ‘ยิ้มได้’ แล้ว”

2. Shallow (with Bradley Cooper)

เพลงรักที่ตราตรึงใจแฟน ๆ ชาว Little Monsters ทุกคน คงหนีไม่พ้นเพลง “Shallow” ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง A Star Is Born ที่เธอร่วมแสดงด้วย และพิสูจน์ฝีไม้ลายมือในการเป็นนักแสดงได้อย่างดีเยี่ยมจนได้รับคำชื่นชมอย่างล้มหลาม เพลงในเรื่องนี้ที่เธอกับ Bradley Cooper นักแสดงนำในเรื่องร้องเองเล่นเอง น่าประทับใจจนคว้ารางวัล Oscar (Academy Awards) และ Golden Globe Awards สาขา Best Original Song, รางวัล Grammy Awards สาขา Best Pop Duo/Group Performance และ Best Song Written for Visual Media และอื่น ๆ อีกมากมาย 

“Shallow” เป็นเพลงรักที่พูดถึงช่วงเวลาที่คนสองคนตัดสินใจจะไม่อยู่แค่ผิวน้ำของชีวิตอีกต่อไป แต่เลือกจะกระโดดลงไปใน “ความลึก” ของตัวตน ความรู้สึก และความจริงที่เคยหลบซ่อน คำว่า ‘Shallow’ ในเพลงนี้หมายถึง การใช้ชีวิตแบบปลอดภัย ไม่เสี่ยง ท่อนที่ร้องว่า “We’re far from the shallow now” จึงหมายถึง พวกเขาทั้งสองมีความรักที่จะไม่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ อีกต่อไป ต่อให้เจ็บ ต่อให้กลัว ก็ยอมเสี่ยง นอกจากนี้ในเพลงยังแฝงความหมายด้วยว่า พวกเขาทั้งสองคนต่างเห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน และต่างคนต่างอยากให้อีกคนกล้าเป็นตัวเอง แม้โลกจะไม่ใจดีนัก

“ฉันก้าวออกจากขอบตื้น ๆ แล้ว ปล่อยตัวดิ่งลงไป

ไม่มีวันแตะถึงพื้นได้อีก

พุ่งทะลุผิวน้ำขึ้นมา สู่ที่ที่ไม่มีใครทำร้ายเราได้

ตอนนี้เราอยู่ไกลจากโลกอันตื้นเขินนั้นแล้ว”

3.LoveGame

เปลี่ยนอารมณ์มาที่เพลงรักสายสตรอง สายเปรี้ยวแซ่บกันบ้าง บอกแล้วว่า Lady Gaga แต่งเพลงรักได้หลากหลายแนวจริง ๆ เพลง “LoveGame” เป็นเพลงที่พูดถึงความรักที่เริ่มต้นจากแรงดึงดูดทางกายและอำนาจของความต้องการ ที่เธอวางความรักไว้ในรูปของ “เกม” ที่ทั้งสองฝ่ายรู้กติกา รู้ว่ามีแรงปรารถนา และกล้าเล่นโดยไม่เสแสร้งว่าเป็นรักบริสุทธิ์หรือจริงจังเกินจริง เพลงนี้จึงพูดตรง ๆ ว่า ความรักบางครั้งไม่ต้องการคำสัญญา ไม่ต้องการอนาคต แค่ความต้องการตรงหน้า และความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกก็พอ

“มาลองเสี่ยงในเกมรักนี้

หัวใจ หรือแสงสปอตไลต์—เธอเลือกอะไร?”

4.Million Reasons

“Million Reasons” พูดถึงช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์มาถึงทางแยก ฝ่ายหนึ่งมองเห็น ‘เหตุผลนับล้าน’ ที่ควรเดินจากไป ขณะที่อีกฝ่ายขอแค่เหตุผลเพียงหนึ่งเดียวเพื่อจะอยู่ต่อ เพลงนี้จึงไม่ใช่การทะเลาะ ไม่ใช่การตัดขาด แต่เป็นการวิงวอนอย่างเงียบ ๆ ของคนที่ยังรัก และหวังว่าอีกฝ่ายจะพิสูจน์ว่า ความรักนี้ยังมีค่าพอจะรักษาไว้ เพราะความรักไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยต้องมีเหตุผลที่ทำให้ ‘ยังเลือกกันและกัน’

“ถ้าเธอเอ่ยถ้อยคำใดออกมา แม้บางคำอาจมาจากใจจริง

ฉันก็ยากจะหยั่งถึง ว่าควรเชื่อส่วนไหนของมันดี

เพราะเธอกำลังมอบเหตุผลนับล้าน ให้ฉันต้องลังเล”

5.Vanish Into You

“Vanish Into You” พูดถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหายไปในตัวตนของคนที่รัก ไม่ใช่การหนีโลก แต่เป็นการเลือกจะวางอัตตา ความกลัว และตัวตนเดิม เพื่ออยู่ในพื้นที่เดียวกับอีกคนอย่างสมบูรณ์ คำว่า “Vanish” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการสูญเสียตัวเอง แต่คือการยอมละทิ้งกำแพง เพื่อให้ความรักกลายเป็นที่พักพิง เป็นบ้าน เป็นโลกใบใหม่ เมื่อโลกภายนอกโหดร้ายและสับสนการได้ ‘หายไปในใครสักคน’ คือการได้พัก ได้ปลอดภัย และได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

“ฉันเห็นใบหน้าของเธอเคียงข้างฉัน

ในภาพถ่ายที่วางอยู่ข้างเตียงของเรา

ฤดูร้อนวันนั้นกลับเย็นราวกับสายลมแผ่ว

แต่เพียงแค่เรายังหายใจอยู่ตรงนั้นด้วยกัน ก็สุขใจเหลือเกิน

ฉันขอค่อย ๆ เลือนหายไปในอ้อมใจของเธอได้ไหม”

บอกเลยว่าแต่ละเพลงรักของ เลดี้ กาก้า เด็ดมากจริง ๆ สายหวานซึ้ง อบอุ่น หรือขมปี๋ มีให้เลือกฟังทั้งหมด และยังมีเพลงรักเริ่ด ๆ ให้ฟังอีกเพียบ ไปฟังกันต่อเลยในเพลย์ลิสต์ This Is Lady Gaga

Gucci Borsetto

Gucci Borsetto นิยามใหม่ของความหรูหราที่ผสานตำนาน Horsebit

เจาะลึก Gucci Borsetto กระเป๋าไอคอนิกใบใหม่ที่หลอมรวม ‘Borsa’ และ ‘Morsetto’ เข้าด้วยกัน สัมผัสเสน่ห์วินเทจในดีไซน์ร่วมสมัยที่สายแฟชั่นห้ามพลาด

Gucci Borsetto นิยามใหม่ของความหรูหราที่ผสานตำนาน Horsebit

Gucci Borsetto คือการนำชื่อไอเทมสองอย่างมา Mix & Match กันจนเกิดเป็นสไตล์ใหม่ที่ลงตัว โดยการนำคำว่า ‘Borsa’ (กระเป๋า) มาฟีเจอริ่งกับ ‘Morsetto’ (ตะขอปากม้า) จนกลายเป็นชื่อที่ฟังดูโก้และจดจำง่าย สะท้อนดีเอ็นเอความเท่แบบอิตาเลียนที่เข้ากับยุคสมัยได้อย่างสมบูรณ์

Horsebit หรือสัญลักษณ์ปากม้า คือหัวใจสำคัญที่ยืนยันถึงความรุ่งโรจน์ของ Gucci มาตั้งแต่ยุค 1940 จนกลายเป็นไอคอนที่คนทั่วโลกจดจำ วันนี้ Horsebit กลับมาทำหน้าที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับดีไซน์ยุคใหม่ มอบเสน่ห์แบบวินเทจ (Vintage Charm) ให้กับกระเป๋าทรงที่ดูผ่อนคลายและทันสมัย เป็นการนำความคลาสสิกมาตีโจทย์ใหม่ให้เข้ากับสไตล์ในวันนี้

Gucci Borsetto มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยประณีตและฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง ด้วยหูหิ้วทรงยาวที่ช่วยให้ดูสง่างามเมื่อสวมใส่ และสายสะพายที่ถอดออกได้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย มีให้เลือกทั้งขนาด Medium และ Large พร้อมวัสดุระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน

  • Refined Suede & Leather: สัมผัสนุ่มนวลจากหนังกลับสี Dark Brown และหนังสี Black สำหรับลุคคลาสสิกเหนือกาลเวลา
  • GG Monogram Canvas: ลายโมโนแกรมอันทรงคุณค่าในโทนสี Sand และ Dark Brown ที่เป็นดั่งลายเซ็นของแบรนด์

จุงดัง

จุง – อาเชน & ดัง – ณัฎฐ์ฐชัย “Dare You To Death”

Joong – Dunk : เดินทางด้วยกันมาถึงซีรีส์เรื่องที่ 4 แล้ว สำหรับ “จุง – อาเชน ไอย์ดึน และ ดัง – ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ” กับซีรีส์คู่เรื่องล่าสุด “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย” ที่ไม่เพียงแต่ได้เห็นพัฒนาการทำงาน ฝีมือที่ฉายแสงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพของทั้งคู่ที่เป็นทั้งพาร์ทเนอร์ในการทำงานและชีวิตจริง

ซีรีส์ “Dare You To Death ไขคดีเป็น เห็นคดีตาย”

ดัง        “นี่เป็นซีรีส์เรื่องที่ 4 ที่เราแสดงคู่กัน การทำงานด้วยกันจึงแทบไม่ต้องปรับจูนอะไร

เลย ความท้าทายอยู่ที่บทบาทและคาแรกเตอร์มากกว่า ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็นตำรวจชื่อสารวัตรคามิน ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ใหม่ที่ยังไม่เคยเล่น ทั้งบทแอ็คชั่นและคาแร็คเตอร์ที่มีความนิ่งๆ ขรึมๆ ที่ยากคือศัพท์เฉพาะของตำรวจที่เราต้องทำความเข้าใจให้ละเอียด ฉะนั้นเรื่องนี้ทุกคนจะได้เห็นดังในอีกมุมที่ไม่เคยเห็นแน่นนอนครับ”

จุง        “ใช่ครับ สำหรับเรื่องงานเราสนิทและรู้จังหวะการแสดง ว่าอีกคนจะเล่นแบบไหน รับส่งบทกันอย่างไร จะหนักก็เรื่องของบทบาทที่ได้รับ ว่าจะทำอย่างไรให้คนเชื่อว่าเราเป็นตำรวจจริงๆ ทั้งท่าทางการเดิน การพูด รวมถึงการจับปืนให้ถูกต้อง”

ให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่

ดัง       “ทุกครั้งที่มีคนถามว่าจะให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่ บอกเลยว่ายากที่จะตัดสินด้วยตัวเลข เพราะในมุมของผม ผมเต็มที่ทุกงาน อยากให้คนดูสนุกและเอนจอยกับงานของเรา

“แต่ถ้าต้องให้คะแนนตัวเอง ผมให้ 5 ครับ เพราะยังมีอีกหลายจุดที่เราอยากลอง อยากทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ คิดว่าตัวเองทำได้ดีกว่านี้ ส่วนอีก 5 คะแนน ขอให้เป็นพื้นที่ของแฟนคลับที่ดูผลงานเราเป็นคนให้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำติ เราก็พร้อมจะรับฟังและนำไปพัฒนาต่อครับ”

จุง        “ถ้ามองในเรื่องบทบาท สำหรับผมอาจจะยังไม่ได้ฉีกไปจากเดิมมากนะ แต่ถ้าในมุมของแอ็คชั่น ผมรู้สึกว่าเรามีการพัฒนาขึ้นเยอะมาก แต่สุดท้ายก็ต้องให้ผู้ชมเป็นคนให้คะแนนครับ

“ในอนาคตถ้ามีโอกาสผมอยากลองเล่นบทที่มีความซับซ้อน มีแบล็คกราวน์ตัวละครค่อนข้างลึก มีปมในชีวิต แบบว่ามองจากภายนอกไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมา หรือคิดอะไรอยู่ ผมรู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการแสดงที่อยากลองครับ”

การเติบโต

ดัง        “Year of Growth เป็นคำที่แทนปี 2025 ได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นปีที่ได้ทำอะไรหลายอย่างมากๆ ทั้งงานใหม่และปริมาณที่เพิ่มขึ้น เป็นที่ปีที่เราได้ไปแฟนมีตติ้งต่างประเทศเยอะมากครับ ซึ่งเป็นอะไรที่ Magical มากๆ (ยิ้ม) เราอยากไปเจอแฟนๆ ที่รักเรา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ถ้ามีโอกาสผมอยากไปเจอทุกคนให้มากที่สุดครับ

“ส่วนอีกแพสชั่นที่ได้ทำเพิ่มขึ้นก็คือ การทำขนมครับ (ยิ้ม) ไม่รู้ว่ามีใครเคยเห็นรูปผมตอนเด็กๆ ไหม คือ จ่ำม่ำมากกก เพราะเกิดมาในครอบครัวที่คุณแม่ทำร้านขนม เติบโตมากับของกิน (หัวเราะ) ก็เลยซึมซับเรื่องนี้มาโดยไม่รู้ตัว แต่ที่ทำให้ชัดขึ้นคือ ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องอยู่บ้าน เลยได้ทำขนมแบบจริงจังมากขึ้น สำหรับดังมันคือความสุขครับ

“อีกอย่างคือ ครอบครัวดังเป็นบ้านที่ค่อนข้างจริงจัง เข้มงวด คุณพ่อจะวางทุกอย่างไว้เป็นขั้นๆ แล้วก็ต้องเป๊ะตามนั้น แต่ตอนนี้เขาปล่อยให้ดังมีอิสระมากขึ้น อาจเพราะเขาเห็นว่าเราโตแล้ว ไว้ใจได้ สามารถเป็นเสาหลักของครอครัวได้ ซึ่งจริงๆ คุณพ่อค่อนข้างห่วงตำแหน่งนี้ครับ แต่ปีนี้เขาไว้ใจให้ดังทำแล้ว ก็ภูมิใจครับที่ได้ปลดล็อคตัวเองหลายอย่างมากครับ (ยิ้ม) มีอีกคำที่ดังชอบพูดบ่อยๆ คือ Protect my peace เลือกทำสิ่งที่เราสบายใจ ทำในสิ่งที่ใจอยากทำจริงๆ”

จุง        “ของผมเป็นปีของสีสันครับ ถ้าเปรียบก็น่าจะเป็นสีรุ้ง มีครบทุกเฉดสี เพราะได้ทำหลายอย่าง ทั้งงานแสดง งานเพลง คอนเสิร์ต ได้ไปทัวร์ทั่วโลก และอีกอย่างที่ผมชอบมากคือ งานด้านแฟชั่น ซึ่งมีโอกาสได้ทำงานด้านนี้เยอะขึ้นมาก เราได้เห็นโลกกว้างขึ้น ยิ่งเวลาไปทำงานต่างประเทศจะรู้สึกว่าเรายังตัวเล็กมาก แต่สนุกที่ได้เจอคนใหม่ๆ ได้เก็บประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ กลับมา ดีใจที่ได้ทำอะไรหลายอย่างครับ

“ที่สำคัญคือ การได้เจอสิ่งใหม่ๆ ทำให้ผมรู้ว่า จริงๆ เราสามารถทำอะไรได้อีกเยอะเลยนี่น่า จึงเป็นปีของการเติบโต ทั้งด้านมุมมองของการใช้ชีวิตครับ”

2026 Goal

จุง        “ผมตั้งไว้ว่าอยากมี Work-Life Balance ให้ดีที่สุด เพราะช่วงที่ทำงานเยอะ เราจะพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่มีคุณภาพ ปี 2026 จึงอยากเน้นเรื่องนี้ อยากทั้งทำงาน พักผ่อน และไปเที่ยว ให้ทุกอย่างบาลานซ์ที่สุด”

ดัง        “สำหรับดัง อยากให้ครอบครัวและคนที่รักมีความสุข อันนี้คือเป้าหมายหลักของดังเลยครับ อยากดูแลเขาให้มากกว่านี้ อยากพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน”

#JoongDunk ในวันนี้

ดัง        “เราเปรียบ #จุงดัง เป็นเหมือนดอกทานตะวันครับ”             

จุง        “ใช่ครับ เราเปรียบตัวเองเป็นดอกทานตะวัน ที่จะหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ ซึ่งแสงนั้นก็คือแฟนคลับที่คอยนำทางเรา ทำให้ดอกทานตะวันดอกนี้เติบโตไปเรื่อยๆ ครับ”

  • Praew Favor : นิตยสารแพรว ฉบับ ม.ค. – ก.พ. 69
  • Digital Editor : Minim    
  • ภาพ : bom.tana_
  • ผู้ช่วยสไตลิสต์ : ชัญญาภัค เขมหิรัญกิจ   
  • ผู้ช่วยช่างภาพ : prarawaa , ภัทรพล จันทพุฒ
  • เสื้อผ้า : Greyhound Original , Onitsuka Tiger และ Vanillin Studio
ItemOfTheWeek

สายเลทไม่ต้องแพนิก รวมของขวัญวาเลนไทน์สายบิวตี้ลุคลักชัวรี

สายเลทไม่ต้องแพนิก รวมของขวัญวาเลนไทน์สายบิวตี้ ที่ช่วยคีพลุคลักชัวรีแม้เลือกนาทีสุดท้าย
LAST MINUTE VALENTINE PICKS WITH EFFORTLESS LUXURY

ITEMS OF THE WEEK : บางคนวางแผนหา ของขวัญวาเลนไทน์ ล่วงหน้าเป็นเดือน ส่วนบางคน…เพิ่งนึกได้ตอนเลื่อนฟีดก่อนนอน (มันน่าตีนักจริง ๆ) แต่ข่าวดีคือ ของขวัญที่ดีไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเตรียมนานเสมอไป

สำหรับสายบิวตี้ เรารวบรวม BEAUTY PIECES ที่หยิบซื้อได้ทัน แต่ยังดู THOUGHTFUL เหมือนตั้งใจเลือกมาตั้งแต่แรก ที่สำคัญสวยหวานน่ารัก จนหวานใจเห็นก็ต้องยิ้มออก เพราะสายเปย์ตัวจริง ต่อให้ LAST MINUTE ก็ยังต้องคีพลุค LUXURY เลือก ของขวัญวาเลนไทน์ ชิ้นที่ดูดีและมีความหมายเสมอ

สำหรับคนโสด ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะวาเลนไทน์ก็เป็นข้ออ้างที่ดีในการตกหลุมรักตัวเองเพิ่มอีกนิด ซื้อให้ตัวเองก่อนก็ได้ สวยก่อนก็ชนะก่อน โสดแล้วไง ใครแคร์เนอะ

ของขวัญวาเลนไทน์

#01 YSL BEAUTÉ
LIMITED EDITION VALENTINE’S DAY COLLECTOR TOUCHE ÉCLAT GLOW-PACT CUSHION

คุชชั่นที่เหมือนใส่ฟิลเตอร์ผิวสวยใต้แสงเทียน มาในเวอร์ชัน LIMITED EDITION ไล่เฉดเงินสู่ชมพูทอง ดูหวานแต่หรูหราเหมือนเครื่องประดับในกระเป๋าเมคอัพ ฟินิชผิวโกลว์สุขภาพดีแบบไม่พยายามเกินไป เหมาะกับเดตที่อยากดูเป๊ะ แต่ยังมีความ EFFORTLESS ประเภทตบตาหนุ่มๆ ได้ว่าไม่ได้แต่งอะไรเยอะ ผิวสวยมาจาก DNA ว่างั้น!

ของขวัญวาเลนไทน์

#02 FENTY BEAUTY
LIMITED EDITION GLOSS BOMB UNIVERSAL LIP LUMINIZER

ถ้ามีลิปกลอสที่เกิดมาเพื่อ ‘KISSABLE MOMENT’ ก็คงต้องยกให้ชิ้นนี้ ความเงาแบบ GLASSY แต่ไม่เหนียว ทำให้ริมฝีปากดู JUICY เหมือนตั้งใจแต่ไม่จงใจ มีทั้งโทนชมพูสดใสและชมพูพาสเทลหวานฉ่ำ เหมาะกับเดตกลางคืนที่อยากเพิ่มความน่ารักฟลิร์ต ๆ หรือแม้แต่ DATE CAFÉ ตอนบ่ายที่อยากให้ลุคดูสดใสขึ้นทันทีโดยไม่ต้องคิดเยอะ

ของขวัญวาเลนไทน์

#03 CHARLOTTE TILBURY
MATTE REVOLUTION LIPSTICK #MARK OF KISS

ลิปแมตต์ที่ลบภาพความแห้งตึงแบบเดิม ๆ ไปเลย เนื้อสัมผัสนุ่มลื่นและสบายริมฝีปากจนแทบลืมว่าเป็นลิปแมตต์ สีนี้สวยชัดแบบนางเอกโรแมนติกคลาสสิก เหมาะกับดินเนอร์เดตหรือวันที่อยากให้ลุคดูตั้งใจขึ้นอีกนิด ด้วยโทนแดงที่ไม่สดและไม่ตุ่นจนเกินไป จึงยังคงความเป็นตัวเองแบบ EFFORTLESS

ของขวัญวาเลนไทน์

#04 NARS
AMOUR COLLECTION BLUSH #IMPASSIONED #CHERISH

แก้มระเรื่อเหมือนเพิ่งเขินมาหมาด ๆ คือฟีลของบลัชคอลเลกชันนี้ เฉดชมพูพิงก์ออร์คิดดูขี้เล่นนิด ๆ ส่วนพีชแอพริคอตให้ความหวานละมุน ดูอบอุ่นและสุภาพ อีกความน่ารักคือแพ็กเกจลายหัวใจที่ช่วยเติมความโรแมนติก ใครได้เป็นของขวัญก็เป็นอันยิ้มไม่หุบ

ของขวัญวาเลนไทน์

#05 DIOR
DIORSHOW 5 COULEURS – LIMITED EDITION 862 SHOCKING PINK

พาเลตต์ที่ทำให้ลุคตาชมพูดูแพงและมีมิติ ไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป ด้วยเนื้อสัมผัสหลายฟินิชที่ผสมกันได้ ตั้งแต่ลุคหวานนุ่มไปจนถึงสายดราม่าสำหรับเดตกลางคืน โทนสีให้ความรู้สึกแบบสาว DIOR ที่มั่นใจในความหวานของตัวเอง พร้อมแพ็กเกจลายกราฟิก MISS DIOR สีชมพูสด ทั้งหวานทั้งเปรี้ยวเข็ดฟัน

ของขวัญวาเลนไทน์

#06 ARMANI BEAUTY
SÌ PASSIONE RED MUSK EAU DE PARFUM

กลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกเหมือนความรักที่เติบโตขึ้นอีกขั้น เปิดด้วยความสดใสจากสตรอว์เบอร์รี ก่อนจะนุ่มลึกด้วยมัสก์และวานิลลา ทิ้งความอบอุ่นบนผิวแบบใกล้ชิด เหมาะกับค่ำคืนที่อยากให้ใครบางคนจำกลิ่นของคุณได้ แม้คุณจะเดินผ่านไปแล้ว

เรื่อง: PADCHA_PRAEWNISTA

ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์

ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้สร้างอาณาจักรอาหารที่ไม่มีวันเบื่อ

หากจะนิยามรสชาติชีวิตของ ‘ปลา- อัจฉรา บุรารักษ์’ ตลอด 28 ปี ที่อยู่ในธุรกิจอาหาร รสนั้นคือ ความจัดจ้าน 

หลายคนรู้จักเธอในฐานะอดีตแอร์โฮสเตสที่ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านไอศกรีมเล็กๆ ในซอยสุขุมวิท 24 และตั้งชื่อว่า iberry เธอไม่เคยคิดว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรพันล้านอย่าง iberry Group ที่ทุกวันนี้มีร้านอาหารในเครือ 20 กว่าแบรนด์ อาทิ ‘กับข้าวกับปลา’ ‘รสนิยม’ ‘ทองสมิทธ์’ ‘เบิร์นบุษบา’ และล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวคือ ร้านสมูทตี้สายสุขภาพ ‘GAPPLE’ และ ‘สเลญวณ’ ร้านอาหารอีสาน-เวียดนาม 

ในบรรดารายชื่อที่ว่ามา ต้องมีสักร้านที่คุณเคยเข้า และสิ่งที่ดึงดูดให้เรากลับไปที่ร้านของเธอซ้ำๆ ทั้งๆ ที่กรุงเทพฯ มีร้านอร่อยให้เลือกมากมาย ไม่ใช่แค่ความอร่อย หรือเพราะความสวย แต่มีอะไรมากกว่านั้น นี่คือคำตอบของความลับในความรักที่เธอมีต่ออาหาร

คุณปลามีวิธีทำร้านอาหารอย่างไร ให้อยู่ในใจลูกค้าคะ

แบรนด์ดิ้งต้องชัด โปรดักส์ต้องใช่ สมัยนี้อะไรที่เข้าใจยากจะไม่เข้าไปอยู่ในสมองคน โดยเฉพาะธุรกิจอาหาร ต้องเลือกอะไรที่เข้าใจง่ายแล้วจะเข้าไปอยู่ในใจของเขาเอง บางคนนั่งอยู่ที่บ้าน แต่ใจคิดถึงก๋วยเตี๋ยวน้ำตกของทองสมิทธ์ สิ่งนี้เกิดจากองค์ประกอบหลายอย่าง นอกจากแบรนด์ดิ้งถูกต้อง บรรยากาศดี ถ้ารักษารสชาติได้เป๊ะทุกครั้ง เราจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของเขา

“ที่จริงในความเข้าใจง่ายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างเกิดจากการทำจริง ศึกษาจริง ลงลึกเรื่องรสชาติ ต้องเข้าใจว่าลูกค้าชอบกินรสชาติแบบไหน เช่น จะทำก๋วยเตี๋ยวปลา ทำอย่างไรให้น้ำซุปอร่อยที่สุด ลวกเส้นอย่างไรให้เป๊ะที่สุด ทำลูกชิ้นอย่างไรไม่ให้คาว ทุกอย่างที่กินเข้าไปเราคิดมาหมดแล้ว

“ร้านอาหารจะอยู่รอดไหมในยุคนี้ ขึ้นกับว่าปรับตัวเร็วแค่ไหน โลกสมัยนี้เปลี่ยนเร็วมาก เราไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ขายประสบการณ์ ทั้งบรรยากาศ บริการ ความเก๋ ความอร่อย ถึงจะยืนระยะได้ ธุรกิจอาหารในเมืองไทย เข้ามาง่ายก็จริง แต่จะอยู่ยาวได้หรือเปล่าก็อีกเรื่อง ต้องรักษามาตรฐาน จะถามลูกน้องเสมอว่า มีอะไรที่ทำให้ร้านเราอร่อยกว่านี้ได้อีกบ้าง อยากขยับลิมิตรสชาติ ขยับมาตรฐานการบริการให้สูงขึ้น ก็ต้องทำตัวเป็นนักเรียน ต้องเรียนจากเด็กสมัยนี้ด้วย”

ไปตรวจอาหารที่ร้านบ่อยไหมคะ

“ปกติจะทานร้านอาหารในเครือตลอดอยู่แล้ว แต่เรื่องรสชาติเกิดจากกระบวนการทำงานร่วมกัน เราจะทำ R&D (วิจัยและพัฒนา)  ร่วมกับทีม เพื่อกำหนดรสชาติร่วมกัน และคนที่มีสิทธิ์ควบคุมรสชาติคือคนที่อยู่ใกล้ปลานี่แหละ เขาจะรู้รสชาติดี แล้วจะนำสิ่งนั้นไปตรวจในแต่ละสาขาจึงจะรักษามาตรฐานได้”

แต่การมีหน้าร้านมากกว่า 100 สาขา ไม่ใช่เรื่องง่ายนะคะ แบ่งทีมทำงานอย่างไร

“เราไม่ได้ทำงานโดยพึ่งคนใดคนหนึ่ง แต่จะแบ่งว่าใครรับผิดชอบแบรนด์ไหน ในแต่ละแบรนด์จะมีทีมหน้าบ้านที่ดูแลเรื่องเซอร์วิสและทีมหลังบ้านที่ดูแลเรื่องอาหาร พร้อมกับมีระบบตรวจสอบการทำงานที่เข้มข้นมาก อาหารที่ทุกคนเห็นบนโต๊ะ ถูกเตรียมพร้อมมาแล้ว มีการกำหนดสูตรอาหารที่ละเอียด ซึ่งแต่ละร้านจะมีคัมภีร์ของตัวเอง ตั้งแต่วิธีการเสิร์ฟ พนักงานแต่ละสาขามีกี่คน แต่ละโซนในต้องประจำกี่คน ไปจนถึงวิธีการทำอาหาร ต้องปรุงรสไหน  หั่นชิ้นขนาดไหน ต้ม นึ่ง ผัด กี่นาที ทุกอย่างที่ทำสามารถวัดปริมาณได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าทำเป๊ะตามคัมภีร์ รสชาติจะเหมือนกันทุกสาขา 

“อย่างทีมหลังบ้าน กระบวนการทำงานจะละเอียดมาก เช่น การจัดเก็บวัตถุดิบ เราต้องคำนวณทั้งช่วงเวลาการเก็บรักษา ปริมาณที่ใช้ เวลาในการจัดส่ง ทุกอย่างต้องเป๊ะ เพราะทำอะไรผิดเพียงนิดเดียว รสชาติอาหารเสียเลยค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจอาหารคือทีม ทุกคนถามปลาเสมอว่า ทำอย่างไรให้รสชาติอาหารออกมาได้ดีขนาดนี้ ก็ต้องยกเครดิตให้ทีมค่ะ”

วิธีสร้างทีมอย่างไร ให้ได้ผลงานตามที่ต้องการ

“ขั้นแรกคือเลือกคนที่มีมายด์เซ็ตดี ปลาให้ความสำคัญมากกว่าความสามารถด้วยซ้ำ เพราะมายด์เซ็ตเป็นสิ่งที่สอนกันไม่ได้ มาจากพื้นฐานจิตใจของเขาเอง เนื่องจากบรรยากาศการทำงานของไอเบอร์รี่ กรุ๊ป เป็นแนวกระตือรือร้น ทุกคนมุ่งไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาทำงานที่นี่ หากไม่มีภาพเดียวกันจะอยู่ยากมาก ส่วนเรื่องความสามารถเราเจียระไนกันได้ ก่อนที่เขามาทำงานกับเราอาจเป็นหินที่ไม่เคยถูกขัดให้สวยงาม แต่เมื่อเราสอน มอบหมายงานให้เขา เขาจะเป็นบุคลากรที่อยู่ในเวอร์ชั่นถูกพัฒนาเสมอ

“สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราขยายธุรกิจและเติบโตได้เร็ว เพราะมีเวทีให้ทีมงานแสดงศักยภาพ ทีมจึงเติบโตได้เร็ว เราไม่ได้มีร้านอาหารแค่ 1 สาขาแล้วทุกคนต้องรอต่อคิวขึ้นเป็นผู้จัดการ แต่ละปีเราเปิดร้านประมาณ 30-40 สาขา เด็กที่เก่งก็ถีบตัวเองขึ้นได้ ถ้าเขาพัฒนาตัวเองได้มากพอ เรามีตำแหน่งงานและเงินที่มากกว่ารออยู่เสมอ เด็กบางคนเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานธรรมดา ขยับขึ้นมาเป็นผู้ช่วย บางคนก็ไต่ขึ้นเป็น Supervisor, Assistance, Manager หรือเป็นถึง Area manager ก็ได้”

มายด์เซ็ตที่ดีคืออะไรคะ

“Growth Mindset …สำคัญมากค่ะ เป็นเรื่องของความอยากเรียนรู้ เขาต้องไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความพิเศษให้ตัวเองได้เสมอ แม้กระทั่งตัวปลาก็ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ถ้าเราชอบอยู่ที่เดิมๆ หรือติดในคอมฟอร์ดโซน จะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลย ต้องนำตัวเองออกไปทำสิ่งใหม่ดูบ้าง ซึ่งปลาทำอยู่ตลอด เช่น เปิดแบรนด์ใหม่ ก็ออกนอกคอมฟอร์ดโซนเยอะ เพราะไม่รู้ว่าจะขายดีไหม รสชาติแบบนี้ไม่เคยทำ ทีมก็ไม่เคยทำ แบรนด์ยังไม่ติดตลาด จึงไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดคือการพาตัวเองออกมาจากความสำเร็จเดิม ต้องทำแบบนี้ถึงจะเก่งขึ้น”

กลัวไหมคะ เวลาเปิดร้านใหม่

“กลัวทุกครั้ง ตื่นเต้น นอนไม่หลับ เพราะไม่รู้ว่าลูกค้าจะชอบไหม รสชาตินี้อร่อยหรือยัง แบรนด์จะติดตลาดหรือเปล่า จะใช้คำว่าหมกมุ่นก็ได้เพราะจุดกำเนิดของแบรนด์คือปลาเอง แต่ข้อดีคือ ยิ่งกังวล ยิ่งต้องทำให้ดี ให้เป๊ะขึ้น เพราะถ้ามัวแต่กังวล คิดมาก ปัญหาจะไม่ถูกคลี่คลาย ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มั่นใจว่ารสชาตินี้เป๊ะแล้วนะ หากเด็กยังไม่เก่งก็ต้องยิ่งเทรนด์ 

“ปลาเชื่อว่าธุรกิจอาหารไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่เป็นการขายประสบการณ์ แบรนด์ดิ้งต้องสวย โปรดักส์ต้องชัด รสชาติต้องดี โลเคชั่นต้องถูกต้อง เหมือนเราติดกระดุม ถ้าติดเม็ดแรกถูก เม็ดที่เหลือจะถูกหมด ชื่อร้านและโปรดักส์ สำคัญมากเราต้องแม่น

“อย่างชื่อร้าน ปลาคิดเองทุกชื่อ กว่าจะคิดออกแต่ละร้านปวดหัวนะคะ อย่าง ‘เบิร์นบุษบา’ ยากมาก คิดอยู่นานจนร้านใกล้จะเปิดแล้ว พยายามคิดชื่อที่ต่างจากร้านยำทั่วไป แต่อะไรยากๆ นี่แหละ ปลาก็ไม่ยอมแพ้ ทำอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จตามที่คิดไว้ เพราะฉะนั้นถ้าใกล้เดดไลน์ที่จะต้องเปิดร้านแล้ว หากยังไม่พร้อมจะเครียดและทรมานมาก เพราะเราไม่ใช่ผู้กำหนดวันเปิดร้าน ห้างก็ต้องตัดสินใจร่วมกัน”

เป็นคุณปลาไอเบอรี่ก็กดดันเหมือนกันนะคะ เพราะลูกค้าคาดหวังสูง

“กดดันสุดๆ ไม่อยากทำให้ลูกค้าผิดหวัง ความสำเร็จของร้านอื่นๆ ในเครือ ปลาถือว่าเป็นบุญเก่า แต่การเปิดแบรนด์ใหม่ ลูกค้าจะมาด้วยความคาดหวัง ถ้าตักเข้าปากแล้วไม่อร่อย เราเสียใจและเสียหน้าแน่นอน ยิ่งแบกความคาดหวัง ก็ยิ่งต้องขยัน 

“ปลาคิดว่านับวันมนุษย์เรามีลิ้นที่ซับซ้อนขึ้น เพราะกินของอร่อยมากขึ้น วิธีการกินก็ไม่เหมือนเดิม ลูกค้าจึงโหยหาความเพอร์เฟ็คท์ในรสชาติ ที่จริงสำหรับคนที่คิดจะเปิดร้านอาหาร หากสามารถหาความถนัดด้านใดด้านหนึ่งได้จะดีมาก เพราะความชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งตอนนี้เมืองไทยแข่งขันสูง ถ้าทำไม่ดีจริง อยู่ยากมาก”

เรื่องยากที่สุดของการทำร้านอาหารคืออะไรคะ

“ยากทั้งหมดเลย แต่ที่สุดคือการควบคุมคน ทำอย่างไรให้ทีมงานแฮปปี้ ทำงานอยู่ด้วยกันนานๆ เพราะการสร้างทีมเป็นเรื่องโหดที่สุดในธุรกิจอาหาร คนที่ใช่ไม่ได้หากันง่ายๆ สำหรับที่นี่ เราให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรม แบ่งตามความสามารถของแต่ละสาขาเลย ถ้าสาขาไหนขายดีก็จะได้เยอะ ส่วนทีมที่ทำงานส่วนกลางก็จะมีผลตอบแทนแยกให้ต่างหาก นอกจากเรื่องเงินที่จูงใจได้ ก็ต้องดูแลความรู้สึกด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าสปอยล์จนคุมยาก ต้องมีหลักการของตัวเอง ยิ่งมีสาขาเยอะ ลูกค้าเยอะ เด็กทำงานหนัก แต่เรามีหน้าที่ทำให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า รักษามาตรฐานของสาขาเก่าได้ แต่ก็สามารถเปิดสาขาใหม่ได้ต่อเนื่อง 

“ส่วนใหญ่ลูกน้องที่อยู่กับเรา นอกจากเรื่องรายได้ ก็คงเป็นความภูมิใจที่เขาได้ทำงานกับไอเบอร์รี่ กรุ๊ป เพราะแต่ละปีเราโตขึ้นเรื่อยๆ  สามารถสร้างยอดขายที่ดี ถึงจะทำงานเหนื่อย แต่ผลลัพธ์ออกมาน่าภูมิใจ และ เราดูแลเด็กๆ เหมือนครอบครัว อย่างทีมบริหาร ทุกปีจะจัดทริปไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะสนับสนุนให้เด็กเห็นโลก อยากสร้างแรงบันดาลใจด้วยการพาเขาไปชิมอาหารใหม่ๆ  ปลากินแบบไหนเขาก็ได้กินแบบนั้น และแต่ละปีเราจะทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อเทรนนิ่งพนักงาน พัฒนาทักษะทั้งด้านบริหารและบริการ”

ทุกวันนี้เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง แต่การทำธุรกิจของคุณปลาดูสวนทางกับเพื่อนบ้าน เพราะยังเปิดแบรนด์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

“ปลาไม่ได้เปิดร้านเพราะใช้ความบ้าบิ่นหรือสัญชาตญาณ แต่ดูข้อมูลประกอบ ร้านของเราอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ เช่น Central Park ซึ่งวางแผนว่าจะเปิดทั้งหมด 8 แบรนด์ ตอนนี้เปิดไปแล้ว 5 แบรนด์ หรืออย่างที่สยาม พารากอน ก็มีหลายแบรนด์ของเราอยู่ในนั้น เรารู้จักฐานลูกค้าดี บวกกับอยู่ในธุรกิจนี้มานานจึงมองเห็นช่องโหว่ อะไรยังขาด อะไรที่ยังไม่มี เราจึงกล้าขยายแบรนด์เก่า ลองเปิดแบรนด์ใหม่ๆ ” 

ฝันสูงสุดของคุณปลาคือการได้เปิดร้านอาหารที่ไหนคะ

“ตามมหานครต่างๆ ทั่วโลก เช่น นิวยอร์ค ลอนดอน เซี่ยงไฮ้ อยากให้ร้านอาหารเราเป็นหน้าเป็นตาให้อาหารไทย แบรนด์ที่ปลาอยากพาไปคงเป็น ทองสมิทธ์, กับข้าวกับปลา และรสนิยม เพราะต่างชาติรู้จักและเข้าใจอาหารที่เราเสิร์ฟอยู่แล้ว เขารู้ว่าอะไรคือผัดไท ผัดซีอิ๊ว และก๋วยเตี๋ยว”

ทำธุรกิจอาหารมา 28  ปี มีวันที่เบื่อไหม

“ไม่เลย ยังสนุกค่ะ เคยคิดเหมือนกันว่า ทำไมฉันไม่เคยเบื่อ คงเพราะเป็นสิ่งที่ปลารัก ทุกคนมักถามว่า ทำไมปลาชอบทำธุรกิจนี้ ก็ตอบไปว่า ชอบเวลาที่ลูกค้ากินอาหารร้านเราแล้วเขาชมว่า อาหารอร่อยมาก ร้านสวยมาก ทำให้ชีวิตปลาฟูลฟิล คำชื่นชมของลูกค้าสร้างไฟให้เรา อีกเรื่องคือ เราได้ยกระดับอาหารไทย จากอาหารหน้าตาธรรมดา แต่สามารถแปลงโฉมให้คนรู้จัก ก็เป็นความฟินส่วนตัว

“ปลารู้สึกว่าเมืองไทยเป็นเมืองวิเศษ มีอาหารอร่อยเต็มไปหมด แต่ไม่ได้ถูกหยิบจับมาเล่าใหม่ เพราะฉะนั้นจึงมีเมนูมากมายให้เราอยากลอง ไอเดียจึงไม่ตีบตัน ที่จริงเราไม่ได้ทำอะไรใหม่เลย ข้าวมันไก่ ก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่ปลาเปิดลิ้นชักความทรงจำในสมอง นำประสบการณ์ที่เคยเห็น รสชาติที่เคยทาน สูตรอาหารโบราณที่เคยรู้ มาปรับเป็นรสชาติที่เราชอบเท่านั้นเอง อย่างข้าวมันไก่ มีเป็นร้อยกว่ารสชาติ แต่เราอยากเสนอรสของไอเบอร์รี่แบบนี้ ในบรรยากาศประมาณนี้ และปลาชอบเติมข้อมูลให้ตัวเอง ชอบออกไปเที่ยว สรรหาร้านอร่อย เปิด Pinterest ดูอินสตราแกรมบ่อยๆ ความสร้างสรรค์จึงไม่เคยหมด”

ทุ่มกับงานขนาดนี้ จัดลำดับความสำคัญในชีวิตอย่างไรคะ

“ลูกและครอบครัวคืออันดับหนึ่ง สุขภาพรองลงมา และตามมาด้วยงาน แต่สารภาพว่าก่อนหน้านี้เรื่อง Work -Life balance ไม่ค่อยบาลานซ์เท่าไร ทุกวันนี้พยายามอยู่กับลูก (น้องพิตต้า) มากขึ้น ก็ทำได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องสุขภาพก็เริ่มเป็นห่วงตัวเองเหมือนกัน เพราะเมื่อก่อนให้งานเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ดูแลตัวเอง ตอนนี้จึงต้องระวังเรื่องอาหารมากกว่าเดิม” 

การชิมอาหารเยอะ ส่งผลกับร่างกายอย่างไรบ้าง

“ไม่ค่อยผอมไง (หัวเราะ) เพราะกินไม่ระวัง ช่วงนี้ต้องคุมเรื่องน้ำตาลในเส้นเลือดและคลอเลสเตอรอล เพราะช่วงปีที่แล้วไม่ค่อยแข็งแรง และปลามีปัญหาเรื่องการนอน คือหลับยากมากเพราะเครียด คิดเยอะ จนทุกวันนี้ต้องซื้อนาฬิกามาวัดว่าแต่ละคืนคุณภาพการนอนดีไหม ต้องปรับอะไร ก็ดีขึ้นมาหน่อย ที่หันมาใส่ใจสุขภาพเพราะปลาอยากมีเวลาอยู่กับลูกนานๆ เมื่อคิดถึงวันที่เราอายุมาก หากสุขภาพไม่แข็งแรง ก็จะเป็นภาระคนอื่น”

เวลางานยุ่งมากๆ เคยรู้สึกเสียดายไหมคะที่ใช้เวลากับลูกน้อยลง

“ไม่ถึงขั้นเสียดาย มีแค่ว่าบางครั้งปลานั่งอยู่กับลูก แต่ใจคิดเรื่องงาน เหมือนไม่ได้โฟกัสเขาเท่าที่ควร ทุกวันนี้จึงพยายามใช้เวลากับเขา ทุกปิดเทอมจะพาไปเที่ยวเมืองนอก ช่วงเปิดเทอมปลาจะขับรถไปส่งเขาที่โรงเรียนทุกเช้า และตอนเย็นจะพาลูกเข้านอน ส่วนสามีค่อนข้างแอ๊คทีฟในการดูแลลูกเหมือนกัน เพราะติดลูก หากช่วงที่ยุ่งมาก เช่น ต้องเปิดร้านเยอะๆ หรือต้องบินไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศ ลูกก็เข้าใจนะ อาจเพราะบ้านเราสนิทกัน เขารู้ว่าในใจแม่ พิตต้าคืออันดับหนึ่ง และก็รู้ว่างานของแม่นั้น So Busy 

“ลูกเห็นการทำงานของปลามาตลอด เพราะเวลาไปทำงาน เปิดสาขา ดูโลเคชั่น ก็จะเหน็บเขาไปด้วยตั้งแต่เกิด เขาเห็นกระบวนการทำงานของปลาเสมอ รู้ว่าแม่ชอบทำงาน แม่มีร้านเยอะ มีหลายแบรนด์ เขาเคยพูดว่า ‘พิตต้าจำร้านของแม่ได้หมดแล้ว’ จึงเข้าใจว่าปลาทำอะไร และเคยบอกว่า โตขึ้นมาก็อยากมาทำงานกับแม่ เวลาปลาชิมอาหาร บางครั้งก็ให้เขามาช่วยชิม ช่วยคิดเมนูด้วย อย่าง ไก่ทอด หรือ เลม่อนพาสต้า เขาก็ช่วยคิดเพราะชอบทาน ก็ขอให้เราใส่เข้าไปในร้านอาหารด้วย ซึ่งก็ใส่จริงๆ (ยิ้ม)”

ถ้าให้เปรียบชีวิตเป็นอาหารสักจาน ชีวิตของคุณปลาเป็นรสไหน

“ถ้าปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าเผ็ดร้อนมาก มีหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งการสร้างแบรนด์ใหม่ มีโอกาสให้ทำงานใหม่ๆ เหนื่อยแต่ก็สนุกอีกแบบ 

“ปลารู้สึกว่าชีวิตนี้เกิดมาคุ้มมาก อยากทำอะไรก็ได้ทำ ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้ทำอะไรมากขนาดนี้ มีอะไรในสมองก็ได้ลองทำทั้งหมด เอาแค่ว่า ชื่อร้านที่เคยคิดไว้เล่นๆ เมื่อได้ถูกนำมาใช้จริงก็ดีใจแล้ว มันคือของขวัญในชีวิตนะ อาจเพราะปลาขยัน มีทีมที่ดี ไม่อยู่ในที่เดิมๆ และไม่ขายอะไรที่รู้ว่าดีอยู่แล้วอย่างเดียว แต่ตั้งหน้าตั้งตาเปิดแบรนด์ใหม่เพราะอยากเห็นสิ่งที่อยู่ในหัวปรากฏขึ้นจริง จึงเลือกทำในสิ่งที่ยาก ทั้งๆ ที่เปิดแบรนด์เก่าอาจง่ายกว่า แต่ร้านเราก็จะมีแค่แบรนด์เดียว ในขณะที่ทุกวันนี้เราสามารถสร้าง 7-8 แบรนด์ได้ในห้างเดียว เพราะฉะนั้นเวลาเห็นคนต่อคิวแถวยาวเข้าร้าน มีความสุขมาก เป็นเหตุผลที่ทำให้ปลาอยากดูแลสุขภาพเพื่อให้ตัวเองมีแรงทำงานต่อไปเรื่อยๆ และอีกเหตุผลที่อยากมีชีวิตยืนยาว ก็เพื่ออยู่กับลูก อยากเห็นเขาเติบโต” 

ชีวิตเมื่อเกิดมาใช้คุ้มขนาดนี้ เคยกลัวการจากลาไหม

“กลัวมากค่ะ แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งนี้ต้องเกิดกับทุกคน ที่กลัวเพราะทุกวันนี้ปลาได้ทำในสิ่งที่รัก มีครอบครัวที่อบอุ่น ก็อยากมีชีวิตอยู่กับลูกนานๆ ปลามีลูกคนเดียว  ไม่อยากให้เขาโดดเดี่ยว ถ้าปลาจะจากไป ก็อยากไปในวันที่เขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ลูกจะได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิต

“เป้าหมายตอนนี้ตั้งใจไว้ว่า ถ้างานเริ่มลงตัว จะโฟกัสกับครอบครัวและสุขภาพมากขึ้น ความสุขง่ายๆ ในชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละ ถึงจะหาเงินได้ มีอิสระในการใช้จ่าย แต่สุขภาพก็สำคัญ ปลาเดินทางมาครึ่งชีวิตแล้ว ก็ควรจะดูแลตัวเองให้ดี และอีกสิ่งที่อยากเห็นคือ อยากให้ลูกน้องในทีมเติบโต ปลาว่า การสร้างธุรกิจ นอกจากเรื่องผลกำไร การเห็นเส้นทางชีวิตของคนในทีมโตไปพร้อมๆ กันมันฟินนะ

นั่นคือความสุขของปลา


เรื่อง Fai  ภาพ วรสันต์

ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ได้ในนิตยสารแพรวฉบับเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569