Kloset

Love That Last เส้นทาง 24 ปีที่ขับเคลื่อนด้วยความรักของ Kloset

ตลอดระยะเวลา 24 ปีของ Kloset ไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางของแบรนด์แฟชั่นไทยแบรนด์หนึ่ง แต่คือเรื่องราวของการเติบโต ความเปลี่ยนแปลง และการยืนหยัดอยู่กับตัวตนของตัวเองท่ามกลางโลกแฟชั่นที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยความรักในเสื้อผ้าและงานฝีมือ วันนี้ Kloset กลายเป็นชื่อที่ผู้หญิงหลายเจเนอเรชันคุ้นเคยและยังคงเลือกสวมใส่ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ฤดูกาล แบรนด์นี้ยังคงชัดเจนในสิ่งที่เป็นและซื่อสัตย์กับหัวใจของการทำงานมาโดยตลอด

Love That Last เส้นทาง 24 ปีที่ขับเคลื่อนด้วยความรักของ Kloset

เบื้องหลังการเดินทางอันยาวนานนี้คือมุมมองของ คุณแก้ม – มลลิกา เรืองกฤตยา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kloset และ Kloset and Etcetera ที่เชื่อว่าข้อดีของการได้ทำในสิ่งที่รักคือความไม่เบื่อ แม้จะมีอุปสรรค แต่เมื่อไฟของแพสชันยังลุกโชนอยู่ จึงมีพลังฮึดสู้ในทุกวัน

Starting Point

“ความรักในเสื้อผ้าของแก้มไม่ได้เริ่มจากความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ แต่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างงานประดิษฐ์ การเย็บ ปัก และการลงมือทำด้วยตัวเองตั้งแต่เด็ก จากการซื้อเศษผ้ามาเย็บโบติดเสื้อเก่า ทดลองทำในแบบที่สนุกและเป็นตัวเอง เมื่อเติบโตขึ้น ความสนใจนั้นค่อย ๆ พัฒนาเป็นความหลงใหลในเสื้อผ้า งานฝีมือ และรายละเอียดของแพตเทิร์น

การได้ไปเรียนต่อที่อเมริกาเปิดโลกแฟชั่นของแก้มให้กว้างขึ้น ทำให้แก้มเห็นว่าแม้จะมีเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ แต่ยังมี ‘พื้นที่ว่าง’ สำหรับงานในแบบที่แก้มเชื่อ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Kloset สไตล์เสื้อผ้าที่มีความเฟมินีน งานดีเทล เป็นแบรนด์ที่เกิดจากความคิดเรียบง่ายที่ว่า ถ้าเราชอบแต่งตัวแบบนี้ ก็น่าจะมีคนอื่นที่รู้สึกเหมือนกัน

ขณะที่ Kloset and Etcetera เน้นความน่ารัก สดใส มีลูกเล่น สนุกสนาน โดยเฉพาะการใช้ลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ คืออีกบทของแบรนด์ที่ตอบโจทย์การสวมใส่ให้คล่องตัวขึ้น แต่ยังยืนอยู่บนดีเอ็นเอเดียวกัน

ตลอดเวลากว่า 24 ปีในการทำแบรนด์ Kloset และเกือบ 15 ปีกับ Kloset and Etcetera แก้มไม่เคยรู้สึกเบื่องานเลย แม้จะมีอุปสรรค มีวันที่ยาก หรือช่วงเวลาที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง แต่เมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก แพสชันจะยังอยู่และทำให้เรายังอยากเดินต่อไปเสมอ”

Passion is in the Details

“การทำงานตรงนี้ แม้แพสชันจะยังคงอยู่ แต่ไม่ได้แปลว่าความเหนื่อยล้าจะไม่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์โตขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้นด้วย จากวันที่เริ่มต้นทำแบรนด์ตอนอายุ 26 ปี ในวันที่ยังไม่มีภาระ ไม่มีครอบครัว และไม่มีใครต้องดูแลนอกจากตัวเอง วันที่เงินหมดบัญชีก็ยังไม่กลัว เพราะมีเพียงความฝันและความเชื่อว่า ‘อย่างไรก็ต้องไปต่อให้ได้’

จากทีมเล็ก ๆ ปัจจุบัน Kloset กลายเป็นองค์กรที่มีพนักงานเกือบร้อยชีวิต ทุกการตัดสินใจจึงไม่ได้กระทบแค่ตัวเอง แต่หมายถึงความมั่นคงของทีม ลูกน้อง และครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง

แก้มไม่ได้มองตัวเองเป็นดีไซเนอร์ แต่เป็น Entrepreneur (ผู้ประกอบการ) ที่รักแฟชั่น การทำ Kloset และ Kloset and Etcetera จึงไม่ใช่การทำตามใจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบาลานซ์ระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความจริงของธุรกิจ บางชิ้นถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงตัวตนของแบรนด์ ขณะที่บางชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อการขายจริง และบางครั้งก็ต้องกล้าตัด แม้จะรู้ว่าน่ารัก เพราะในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น แต่กำลังซื้อน้อยลง ทุกการตัดสินใจจึงต้องละเอียดและซื่อสัตย์กับแบรนด์มากกว่าเดิม

หลังโควิด-19 โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งเทคโนโลยี ช่องทางการสื่อสาร วิธีการขาย และจำนวนแบรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ Kloset และ Kloset and Etcetera จะเป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน แก้มก็ยังต้องถามตัวเองเสมอว่า ‘เรายังตามทันไหม’ การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แบรนด์ยังเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่หลงทาง

หัวใจของ Kloset และ Kloset and Etcetera จึงอยู่ที่การรักษาดีเอ็นเอให้ชัดเจน ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร เสื้อผ้าอาจใส่ง่ายขึ้น ราคาอาจเข้าถึงได้มากขึ้น แต่คุณภาพ งานฝีมือ และรายละเอียดต้องไม่ลดลง เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ทันทีว่า ‘นี่คือ Kloset’ ”

Heartfelt Moment

“ความสุขของแก้มไม่ได้อยู่แค่ในวันที่ยอดขายดีหรือมีกำไร แต่คือการได้เห็นสิ่งที่อยู่ในหัวกลายเป็นชิ้นงานจริงที่มีคนเห็นคุณค่าและหยิบไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการได้เห็นผู้คนรอบตัวเติบโตไปพร้อมกัน

ทั้งทีมงานที่เริ่มจากวันแรกจนก้าวออกไปสร้างเส้นทางของตัวเอง กลายเป็นแบรนด์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ และอีกหลายคนที่กลับมาบอกว่า Kloset คือแรงบันดาลใจของพวกเขา สิ่งเหล่านี้มีความหมายกับแก้ม ทำให้เรารู้สึกว่าการเดินทางตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าเลย”