เมแกน

เมแกน บูลลี่ข้าราชบริพารจริงหรือไม่ ทำไมสื่ออังกฤษโจมตีว่าเป็นดัชเชสเรื่องเยอะ!

เมแกน
เมแกน

นับตั้งแต่ทีเซอร์ให้สัมภาษณ์ทางช่อง CBS ของ เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ซึ่งทั้งสองพระองค์จะทรงให้สัมภาษณ์เปิดใจทุกเรื่องราวเกี่ยวกับการตัดสินใจถอยจากการเป็นราชวงศ์ชั้นสูงกับ โอปราห์ วินฟรีย์ โดยจะออนแอร์ในวันที่ 7 มีนาคม นี้

ดูเหมือนว่างานนี้กระแสของทั้งสองพระองค์จะแรงขึ้นทุกวี่วัน โดยเฉพาะกับดัชเชสเแกนที่ล่าสุดตกเป็นประเด็นถูกกล่าวหาในเรื่อง “รังแกข้าราชบริพาร”

เมแกน บูลลี่ข้าราชบริพารจริงหรือไม่ ทำไมสื่ออังกฤษโจมตีว่าเป็นดัชเชสเรื่องเยอะ!

เมแกน

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ ได้ออกมารายงานว่า มีการเรียกร้องจากข้าราชบริพารถึงดัชเชสเมแกนขณะที่ยังเป็นทรงสมาชิกพระบรมวงศ์ และพำนักอยู่ที่พระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน โดยมีอีเมล์ฉบับหนึ่งส่งถึงสำนักพิมพ์แห่งนี้ ว่าดัชเชสเมแกนนั้นทรงขับไล่ข้าราชบริพารออกถึง 2 คน และยังมีการบั่นทอนจิตใจอีก 1 คน

ด้วยเหตุนี้สำนักพระราชวังบัคกิงแฮมซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการว่าจ้างข้าราชบริพารจึงได้ออกมาประกาศว่าจะทำการตรวจสอบข้อกล่าวหาดังกล่าวของดัชเชสเมแกน ทั้งนี้ยังมีการกล่าวอีกด้วยว่า

“เรารู้สึกกังวลใจอย่างยิ่งต่อคำกล่าวหาจากเดอะไทมส์ โดยอดีตข้าราชบริพารของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ซึ่งจะตรวจสอบอย่างละเอียดต่อเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นจากข้าราชบริพารที่ยังประจำอยู่และที่ได้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไปแล้ว สำนักพระราชวังได้มีนโยบายในการทำงานด้วยเกียรติภูมิมาตลอด และจะไม่ทนต่อการกลั่นแกล้งและการล่วงละเมิดใดๆ” (เรียบเรียงโดย Royal World Thailand)

ด้านดัชเชสเมแกน ก็ไม่รอช้าให้โฆษกประจำพระองค์ออกมาแถลงการณ์ถึงเรื่องนี้ว่า

เมแกน

“ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ทรงเสียพระทัยกับการถูกโจมตีครั้งล่าสุดของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่พระองค์เองทรงตกเป็นเป้าของการข่มเหงรังแก และเป็นผู้มุ่งมั่นจะให้การสนับสนุนต่อผู้ที่เผชิญความเจ็บปวดและความบอบช้ำทางจิตใจ อย่างไรก็ตาม พระองค์จะยังทรงมุ่งมั่นทำงานต่อไป เพื่อความรัก ความเมตตา ให้เกิดขึ้นทั่วโลก และจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำสิ่งที่ถูกต้อง และดีงามต่อไป”

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดัชเชสเมแกนตกเป็นข่าวในลักษณะนี้ เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่พระองค์จะถอยจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง ทรงมีประเด็นเรื่องการลาออกของข้าราชบริพารที่ทำงานใกล้ชิดกับพระองค์อีกหลายคน

รวมถึงการเปลี่ยนพี่เลี้ยงถึงสามคนของ อาร์ชี่ พระโอรสภายในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งสื่อแทบลอยด์ยังรายงานอีกด้วยว่า ข้าราชบริพารที่ถวายงานให้กับดัชเชสเมแกน ได้ตั้งชื่อเล่นให้ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ว่า Me-Gain (ฉันตักตวง) และ Duchess Difficult (ดัชเชสเรื่องเยอะ) เพราะมักชอบขึ้นเสียง และส่งอีเมลสั่งงานในช่วงกลางดึก

นอกจากนี้ ดัชเชสเมแกนยังถูกสื่ออังกฤษ โดยเฉพาะแท็บลอยด์มองว่า “เธอเป็นคนเรื่องเยอะ” และยังถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถประกอบพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์ได้อย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้เมื่อย้อนดูข่าวต่างๆ ที่แทบลอยด์อังกฤษเขียนถึงพระองค์นั้น ก็ดูเป็นข่าวลบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่ว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์ ทรงประกอบพิธีศีลจุ่ม หรือพิธีล้างบาปขึ้นอย่างเป็นการส่วนตัวในโบสถ์ใกล้พระราชวังวินด์เซอร์ โดยไม่ให้มีการถ่ายรูป และยังเป็นการขัดธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะโดยปกติแล้วพิธีล้างบาปของสมาชิกราชวงศ์นั้นจะอนุญาตให้ประชาชนหรือผู้สื่อข่าวร่วมเป็นสักขีพยาน

หรือจะเป็นการที่ดัชเชสเมแกนทรงรับหน้าที่เป็น บรรณาธิการรับเชิญของนิตยสารชื่อดัง โดยหนังสือพิมพ์เอ็กซ์เพรส ได้อ้างว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง น่าจะทรงคิดว่ามันเป็น “การตัดสินใจที่โง่เขลา” รวมถึง เดอะซัน ยังได้เขียนโจมตีพระองค์ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่รวม ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ไว้ในกลุ่มสตรี “ผู้บุกเบิก” ในนิตยสารชื่อดังฉบับเดือนกันยายน 2562 ไว้ด้วย

เมแกน

ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกส์มักถูกสื่อโจมตีเรื่องการใช้เงินฟุ่มเฟือยอยู่บ่อยครั้ง เริ่มจากการที่ดัชเชสเมแกนทรงบินลัดฟ้าด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวไปยังนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อไปจัดงาน Baby Shower กับพระสหายของพระองค์ ซึ่งงานนั้นมีการประเมินค่าใช้จ่ายที่พระองค์ทรงใช้ไปสูงถึง 14 ล้านบาท

หรือในช่วงเดือน มิถุนายน ปี 2562 ที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รี่ และ ดัชเชสเมแกน ถูกวิจารณ์ว่า ทั้งสองพระองค์ทรงใช้เงินภาษีของประชาชนจำนวนเกือบร้อยล้านบูรณะ Frogmore Cottage พระตำหนัก ทั้งนี้หนังสือพิมด์เดลีเอ็กซ์เพรส ยังได้รายงานข่าวเพิ่มด้วยว่า แหล่งข่าวในราชวงศ์เผย หลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในพระราชตำหนักได้เพียงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งสองพระองค์ทรงโยนพรมหรูทิ้ง เนื่องจากสุนัขทรงเลี้ยงทำเสียหาย และเสียหายหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อข้าราชบริพารนำไปทำความสะอาด เพื่อกู้ให้มันเป็นเหมือนเดิม แต่ทั้งสองพระองค์กลับทรงเฉยๆ ที่ต้องทิ้งพรมหรูนั้น และซื้อพรมราคาแพงมาทดแทน

และในปีเดียวกันทั้งสองพระองค์ได้ทรงนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว 4 เที่ยวติด ในระยะเวลา 11 วัน ซึ่งก่อให้เกิดควันไอเสีย สร้างมลพิษในอากาศ รวมถึงค่าโดยสารต่อเที่ยวบินที่สูงถึง 20,000 ปอนด์ หรือประมาณ 748,000 บาท รวมถึงรีสอร์ตหรูบนเกาะอิบิซา ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เขตปกครองตนเองของสเปน ที่ทั้งสองพระองค์ทรงประทับ ซึ่งเป็นที่นิยมของเหล่าเซเลบและบรรดาเศรษฐี ซึ่งราคานั้นบอกเลยว่าแพงหูฉี่ เพราะมีราคาค่าที่พักต่อสัปดาห์สูงถึง 120,000 ปอนด์ หรือประมาณ 4.48 ล้านบาท

อีกหนึ่งประเด็นดราม่าอย่างการที่ดัชเชสเมแกนทรงเปลี่ยนดีไซน์แหวนที่เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงออกแบบด้วยพระองค์เองโดยใช้เพชร 3 เม็ด ซึ่งเพชร 2 ใน 3 นั้นเป็นของพระมารดา เจ้าหญิงไดอาน่า ส่วนอีกหนึ่งเม็ดนั้นได้จากการที่ทั้งสองพระองค์เดินทางไปบอสวานาด้วยกันครั้งแรก

แต่ภายหลังจากนั้นหนึ่งปี ดัชเชสเมแกนได้ทรงเปลี่ยนดีไซน์แหวนใหม่โดยการเพิ่มเพชรเข้าไปรอบๆ ตัวแหวนอีกหลายเม็ด ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการทำลายความตั้งใจที่เจ้าชายแฮร์รี่ทรงออกแบบแหวนหมั้นให้กับพระองค์อย่างไร้ความหมาย เพื่อตอบสนองความสวยงามทางแฟชั่น

นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวที่ว่าดัชเชสเมแกนทรงทำผิดกฏระเบียบของราชวงศ์บ่อยครั้งอย่างการ ทะเลาะกันในที่สาธารณะระหว่างเจ้าชายแฮร์รี่ และพระองค์ ซึ่งปกติแล้วสมาชิกราชวงศ์ไม่ควรทะเลาะกัน หรือพูดจาด้วยคำหยาบต่อหน้าสาธารณชน รวมถึงกฎที่ว่า ห้ามแจกลายเซ็นต์ให้กับประชาชนที่มาเข้าเฝ้า เพราะอาจถูกนำไปปลอมแปลงได้ แต่ดูเหมือนว่า ดัชเชสเมแกน จะไม่ได้สนใจและทำต่อไปอย่างสนุกสนาน

สำหรับเหตุการณ์ทั้งหมดในตอนนั้นทางสำนักพระราชวังบัคกิงแฮมไม่ได้ออกมาให้ข่าวว่าเท็จจริงประการใด แต่เมื่อมีการเรียกร้องเข้ามาประเด็นเหล่านี้จึงได้ถูกนำกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง


ข้อมูล : BBC Thai, BBC, The Times, Royal World Thailand

เปิดความหมายเดรส Armani ชุดเปิดใจ เกือบไม่รอดชีวิตในวังหลวงของ เมแกน

ทำไม ‘เมแกน’ ถึงสวม สร้อยข้อมือของเจ้าหญิงไดอาน่า ในการสัมภาษณ์ล่าสุด

แรง! เพียซ มอร์แกน ฉะ แฮร์รี่-เมแกน หน้าซื่อใจคด เหมือนสุนัขจิ้งจอกที่หิวโหย

 

 

Praew Recommend

keyboard_arrow_up