เปิดเส้นทางใหม่ “River Route” เมืองรองต้องไป ด้วย Big Data
เมื่อการท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนโฉม จากนักท่องเที่ยวเคยกระจุกตัวอยู่แค่เมืองใหญ่ ๆ อย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา หรือหัวหิน กลายเป็นว่าตอนนี้เรามี “เข็มทิศใหม่” ที่จะพาไปค้นพบเสน่ห์ของเมืองรอง ผ่าน Big Data ที่ True จับมือกับจุฬาฯ โดย ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย ผู้ช่วยคณบดีและรองผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาช่วยกันวิเคราะห์เส้นทางท่องเที่ยวให้น่าสนใจและตรงใจนักเดินทางมากขึ้น
และเส้นทางที่นิตยสารแพรวได้มีโอกาสไปสัมผัสจริงก็คือ Routes to Roots 06 – River Route ภายใต้โครงการ โครงการ “The Cloud Journey เส้นทางลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนที่เชื่อมสามจังหวัดอย่าง สุพรรณบุรี – ชัยนาท – อุทัยธานี ที่บอกเลยว่า พอมี Big Data มาช่วยชี้เป้า ก็ทำให้รู้ว่าที่นี่มีอะไรเด็ด ๆ น่าสนใจรอให้ค้นพบอยู่ไม่น้อย
สุพรรณบุรี เมืองดังกับมุมใหม่ให้ค้นหา

Big Data ชี้ว่าคนส่วนใหญ่มาสุพรรณบุรี มักจะมาแบบ “เช้าเย็นกลับ” แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะสูงถึง 29 ล้านครั้งต่อปี แต่การพักค้างคืนยังน้อย จุดนี้จึงถูกหยิบมาออกแบบเส้นทางใหม่เพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวอยู่ต่อกันไปยาวๆ เช่น


ชุมชนแม่พระประจักษ์ แหล่งเรียนรู้ร่องรอยวัฒนธรรมคาทอลิกเชื้อสายญวน ชมการทำเปลญวนแบบท้องถิ่น และการทำปลาหมำ อาหารพื้นบ้านของชาวไทยญวนสมัยก่อน ทำจากปลาช่อน หรือ ปลาชะโดสด นำมาหมักกับข้าวคั่วและสัปปะรด เป็นอาหารขึ้นชื่อของอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี


หลังจากนั้น ออกเดินทางย้อนเวลาไปกว่า 1,000 ปี ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ชมประติมากรรมสำริดยาวที่สุดในประเทศ และเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ ของชาวสุพรรณบุรี
ปิดท้ายด้วยการไปล่องเรือบนแม่น้ำสุพรรณบุรี ตามรอยนิราศสุนทรภู่ และการเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 ชมบรรยากาศความสวยงามของเรือนไทยริมฝั่ง ที่ยังคงวิถีไทยแบบดั้งเดิม พร้อมฟังเสียงเพลงพื้นบ้าน และลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นอย่าง ต้มยำปลาช่อน หรือ น้ำพริกปลาม้า ที่มีรสชาติครบรส เผ็ด เปรี้ยว เค็ม พร้อมน้ำซุปร้อนๆ ซดแล้วตื่นสุดๆ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งของดีของเมืองสุพรรณบุรีที่ต้องลอง
ชัยนาท วิถีชีวิตริมน้ำที่หาไม่ได้จากที่ไหน
ข้อมูลบอกว่านักท่องเที่ยวสาย local experience จะหลงรักชัยนาท เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่จุดเช็กอิน แต่คือการใช้ชีวิตริมสายน้ำจริงๆ เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง
เราออกเดินทางเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งจากสุพรรณบุรีก็ถึงชัยนาท เปิดประสบการณ์ใหม่กันที่ตลาดปลาแม่น้ำเขื่อนเจ้าพระยา ได้เห็นความหลากหลายของปลาน้ำจืด ตั้งแต่ปลาตัวเล็กตัวน้อย ไปจนถึงปลาบึกหนักร้อยกิโลกรัม ที่สามารถนำไปทำอาหารอร่อยได้หลากหลาย


จากนั้นเดินทางต่อไปเสริมความมงคลด้วยการไปกราบสักการะหลวงปู่ศุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า พร้อมชมจิตรกรรมฝาผนังฝีพระหัตถ์ ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ตอนมารผจญ ซึ่งครั้งนี้เราโชคดีมากๆ ที่ได้เห็นกับตา เพราะน้อยครั้งที่จะเปิดให้เข้าชม
ไม่ใช่เพียงแค่นี้ แต่จากข้อมูลของ Big Data ยังชี้ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่สนใจกิจกรรม outdoor อย่างปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำ หรือพายเรือคายัค ทำให้ปัจจุบันชัยนาทเริ่มมีการพัฒนาเส้นทางสำหรับทำกิจกรรมเอาท์ดอร์มากขึ้น ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางจังหวัดยังได้กิจกรรม “มหกรรมปั่นจักรยานพิชิตใจ ได้สุขภาพที่ชัยนาท” สายกิจกรรมต้องห้ามพลาด โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือช่วงเช้าที่ยังไม่ร้อนเกินไป ให้คุณได้ชมวิวแม่น้ำ พร้อมชมวิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งเจ้าพระยา
อุทัยธานี เมืองเล็กแต่มากเสน่ห์
สำหรับอุทัยธานี เมืองเล็กๆ แห่งนี้ ผลการสำรวจบอกว่า ที่นี่เหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยววัย 40 ปีขึ้นไป ที่ชอบวัฒนธรรมและวิถีเรียบง่าย แต่เราว่าอายุไม่ถึง 40 ก็เที่ยวได้ จุดไฮไลท์อยู่ที่การล่องเรือชมวิถีชาวแพในแม่น้ำสะแกกรัง ภาพบ้านแพไม้เรียงรายริมฝั่งที่ยังคงวิถีดั้งเดิม ดูเหมือนย้อนยุคชวนสโลว์ไลฟ์ ชิลไปกับสายน้ำ
ส่วนนักชิมสายช็อป แนะนำให้ไปเดินตลาดเช้าอุทัยธานี ที่เต็มไปด้วยอาหารพื้นเมืองอย่างข้าวแกง ขนมไทยโบราณ เดินไปเดินมาอิ่มไม่รู้ตัว ก่อนออกจากตลาด แนะนำให้แวะไหว้พระที่วัดสังกระต่าย ที่มีจุดเด่นเป็นโบราณสถานกลางรากไม้ใหญ่ กลายเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยแบบวินเทจและขลังมาก เหมาะกับสาย Instagrammable อย่างยิ่ง กลายเป็นว่า เมื่อได้ลองมาสัมผัสจริงๆ แล้ว ไม่ว่าวัยไหนก็น่าจะหลงรักอุทัยธานีได้เหมือนกัน
Big Data พาเราไปไกลกว่าที่คิด
สิ่งที่ River Route บอกเราคือ เมืองรองไม่ใช่ “ตัวเลือกสำรอง” อีกต่อไป แต่คือเส้นทางใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งนักเดินทางและชุมชน ข้อมูลช่วยบอกว่าใครเหมาะกับกิจกรรมแบบไหน เมืองไหนควรเสริมการท่องเที่ยวในเรื่องอะไรเพื่อให้คนอยู่เที่ยวชมได้นานขึ้น และช่วยกระจายการท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก ลดปัญหา Overtourism ในเมืองใหญ่ได้อีก
เพราะการท่องเที่ยวไทยยุคใหม่ ไม่ได้แข่งกันแค่ตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ใช่และช่วยกระจายรายได้ให้ทั้งประเทศได้อย่างยั่งยืน