อินเดีย

จากไม่คิดจะไปกลายเป็นหลงรัก “อินเดีย” กับมนตร์เสน่ห์แปลกใหม่ที่ยากจะลืม

อินเดีย
อินเดีย

ต้องยอมรับกับคุณผู้อ่านตรงนี้เลยว่า “อินเดีย” เป็นประเทศที่ไม่เคยอยู่ในแพลนท่องเที่ยวเลย และชีวิตนี้ก็ไม่คิดจะไปเลยสักครั้ง!! อาจจะเพราะด้วยการเห็นและรับฟังเรื่องราวหลายๆ อย่างของประเทศนี้จากทั้งปากต่อปากที่คนนู้นเล่าทีคนนี้เล่าที และสื่อต่างๆ จากคนที่เคยไปมาแล้วล่ะมั้ง ทำให้ประเทศนี้ถูกตัดออกจากลิสต์เด็ดขาด แต่แล้วในวัยเข้าเลขสามที่ชีวิตพร้อมท้าทายกับอะไรแปลกใหม่ ทั้งยังประจวบเหมาะกับได้มีโอกาสตอบรับร่วมทริปเดินทางไปกับสายการบินนกสกู๊ตที่ร่วมกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศอินเดีย สำนักงานสิงคโปร์ จัดทริปเปิดเส้นทางบินตรงจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เดลี ประเทศอินเดีย เพื่อพาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของอินเดียทั้ง 3 เมือง (กรุงเทพฯ – เดลี – อัครา – ชัยปุระ) สถานที่ที่ควรมาเยือนเมื่อเหยียบอินเดีย เป็นเวลา 6 วัน ก็ได้เริ่มขึ้น

แต่การเที่ยวครั้งนี้ ถ้าจะแค่ถ่ายแค่รูปสถานที่ให้ดู และเล่าประวัติให้อ่านมันคงน่าเบื่อและไม่คูลเท่าไหร่ แพรวดอทคอม เลยขออนุญาตไม่เล่าเน้นเนื้อหาหนักๆ ให้ปวดหัวเอาใจสายกดชัตเตอร์แล้วกันนะคะ แต่ขอเน้นให้ภาพเล่าเรื่องซะเป็นส่วนใหญ่แล้วกันว่า อินเดีย ในมุมของแอดที่ไปสัมผัสไม่แย่อย่างที่คิดไว้ อินเดียก็เที่ยวคูลๆ ได้อยู่ค่ะคุณผู้อ่านที่รัก ถ้าอยากเปิดประสบการณ์แปลกใหม่สักครั้งในชีวิต และได้รูปชิคๆ เก๋ๆ ล่ะก็ คงต้องตามแอดมาแชะตามจุดที่ปักหมุดเช็คอินไกด์ไลน์ไว้ให้แล้วละค่ะ ที่สำคัญแอดมีไกด์ไลน์มุมถ่ายภาพจากสาวสวยผู้ร่วมทริปที่ขอดึงมาเป็นนางแบบจำเป็นสำหรับทริปนี้ให้ดูเพลินๆ อีกด้วย และอีกเรื่องสำหรับคนที่ไม่ชอบพกกล้องถ่ายรูป ไม่ต้องห่วงกลัวว่าจะไม่ได้ภาพสวยๆ นะคะ เพราะรูปในบทความนี้แอดก็ใช้มือถือถ่ายทั้งหมดค่ะ อาจจะสวยไม่มาก แต่ไม่ลำบากต้องแบกแน่นอน ส่วนใครอยากได้รูปสไตล์ไหน เดี๋ยวนี้ก็มีฟิลเตอร์ให้เลือกแต่งรูปเยอะถมเถไปค่ะซิส

เอาล่ะ เกริ่นมานานมากแล้ว ได้เวลาตามแอดไปเที่ยวอินเดียในสไตล์หาทำเลถ่ายแฟชั่นเซ็ตฉบับมือสมัครเล่นเก็บไว้เป็นสต็อก “ครั้งหนึ่งในชีวิตพิชิตอินเดีย” กันแล้วค่ะ 

DAY 1 “นมัสเต” ถึงแล้วนะ เดลี อินเดีย พร้อมลุย!!

ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เดลี ประเทศอินเดีย
มาเยือนถึงถิ่นอินเดียของแท้ทั้งที่ถ้าไม่เจอการจราจรคับคั่งคงเหมือนว่ามาไม่ถึง ว่าไหมค่ะซิส แต่ในรูปยังเบาๆ ไม่เรียกว่าติด ยังชิลได้อยู่
เริ่มกันที่แรก กุตุบมีนาร์ (Qutab Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย เป็นหนึ่งในมรดกโลกยูเนสโก เดิมชื่อ ปฤถวีสตัมภ์ (ปฤถวี-ชื่อของกษัตริย์ฮินดู สตัมภ์-เสา) เป็นหอสูงที่น่าจะถือเป็นเครื่องหมายของเดลี เป็นถาวรวัตถุที่มีความงามได้สัดส่วน ภายนอกเป็นหินทรายสีแดง สร้างเป็นลูกฟูกขึ้นไปอย่างเกลี้ยงเกลา ซึ่งได้มีการสร้างต่อกันขึ้นไปหลายทอด หลายยุคสมัย แต่ละลูกฟูกจารึกเป็นอักษรอาระบิกจากบทสวดในพระคัมภีร์โกหร่าน ความสูงของหอนี้รวมทั้งหมด 238 ฟุต แบ่งออกเป็น 5 ชั้น ภายในโปร่ง มีบันไดขึ้นไป 379 ขั้น มีระเบียบบังคับว่าคนคนเดียวขึ้นไปไม่ได้ เพราะมีคนขึ้นไปกระโดดฆ่าตัวตายบ่อยๆ จึงยอมให้คนอย่างน้อย 2 คนขึ้นไปได้ แต่ปัจจุบันห้ามขึ้น
กุตุบมีนาร์ (Qutab Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย เป็นหนึ่งในมรดกโลกยูเนสโก
กุตุบมีนาร์ (Qutab Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย เป็นหนึ่งในมรดกโลกยูเนสโก
กุตุบมีนาร์ (Qutab Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย เป็นหนึ่งในมรดกโลกยูเนสโก
กุตุบมีนาร์ (Qutab Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย เป็นหนึ่งในมรดกโลกยูเนสโก
กุตุบมีนาร์ (Qutab Minar) หอคอยสุเหร่าที่สูงที่สุดในอินเดีย เป็นหนึ่งในมรดกโลกยูเนสโก
ราษฎร์ปติภวัน หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ที่ต้นถนน Rajpath ด้านตะวันตกบนเนิน ที่เรียกว่า Raisina Hill ตรงข้ามกับ India Gate
ราษฎร์ปติภวัน หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย ตั้งอยู่ที่ต้นถนน Rajpath ด้านตะวันตกบนเนิน ที่เรียกว่า Raisina Hill ตรงข้ามกับ India Gate
วัดลักษมีนารายัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Birla Mandir ตามชื่อของผู้สร้าง คือ นาย Raja Baldev Birla ซึ่งเป็นนักธุรกิจคนสำคัญของอินเดีย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2481 เพื่อบูชาพระนารายณ์ (พระผู้พิทักษ์โลก) และพระลักษมี (เทพแห่งความมั่งคั่ง) เป็นที่ซึ่งคนอินเดียและคนต่างชาติที่นับถือเทพเจ้าทั้งสององค์นิยมไปกราบไหว้ขอพร ซึ่งเชื่อว่าจะทรงบันดาลให้สมความปรารถนา วัดนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปด้านใน แอดจึงถ่ายรูปความใหญ่อลังการด้านนอกมาให้ชมแทนนะคะ
ถ้าอยากสัมผัสความเป็นอินเดียที่แท้ทรู ลองไปที่ Chandni Chowk ตลาดอินเดียเลยจ้า รับรองมันมาก
ใครสนใจอยากลอง Street food ที่ตลาดแห่งนี้มีของกินเยอะมากๆ ลองดูนะคะ
ที่นี่จะมีแยกตรอกซอกซอยเล็กๆ อยู่เป็นระยะ เป็นย่านร้านค้าต่างๆ ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า ส่าหรี น้ำหอม เครื่องประทินโฉม อาหาร แต่วันอาทิตย์ ร้านส่วนใหญ่ปิด
หมากอินเดีย ไม่ลองไม่รู้จริงๆ นะนายจ๋า
ที่ตลาดแห่งนี้ทั้งรถ ทั้งคน คึกคักมาก เสียงไม่เคยเบาเลยล่ะจ้ะ
จุดสิ้นสุดของการเดินชมโอลด์เดลี คือ Jama Masjid มัสยิดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดของมัสยิดในอินเดียสร้างโดยกษัตริย์ชาห์เจฮานเมื่อปี 1650 ใช้ระยะเวลาสร้าง 6 ปี อยู่ตรงข้ามกับ Red Fort ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากด้านในโบสถ์ ภายในโบสถ์มีลานกว้าง สามารถเป็นพื้นที่ให้ชาวมุสลิมนั่งสวดมนต์ได้ถึง 25,000 คนทีเดียว ภายในโบสถ์นี้ เป็นที่เก็บอัฐิธาตุของผู้นำทางศาสนา และมีสำเนาคัมภีร์ อัลกุรอ่านด้วย ซึ่งแอดต้องขออภัยที่ไม่ได้ถ่ายรูปด้านในมาให้ชมนะคะ

DAY 2 มุ่งหน้าสู่ ไจปูร์ หรือ ชัยปุระ เมืองใหม่ที่ขึ้นชื่อว่า Pink City

แต่ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ไจปูร์ พวกเราแวะมาที่ ราชฆาฎ อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงมหาตมา คานธี บิดาแห่งชาติอินเดีย (Father of the Nation) อนุสาวรีย์แห่งนี้คนทั่วไปเรียกว่า คานธีสมาธิ สร้างขึ้นบริเวณที่เผาศพมหาตมา คานธี ณ จุดที่เผาศพสร้างเป็นแผ่นหินเรียบๆ สีดำยกพื้นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีดวงไฟจุดบูชาไว้ตลอดเวลา ข้างๆ แท่นหินนี้เขียนไว้ว่า “เห ราม” ( Oh God!) อันเป็นคำที่มหาตมคานธีกล่าวก่อนสิ้นใจเมื่อถูกยิง รอบแท่นหินมีทางเดินยกระดับก่อด้วยหินสีนวลล้อมเป็นบริเวณกว้าง ที่ตั้งของราชฆาฏมีอาณาบริเวณกว้างขวางนับสิบๆ ไร่ มีการจัดวางภูมิสถาปัตย์ได้สง่างาม สมกับเป็นที่รำลึกถึงมหาบุรุษของชาติ ราชฆาฎนี้เป็นอนุสรณ์สถานที่อาคันตุกะสำคัญจากต่างประเทศมักไปวางพวงมาลาเพื่อแสดงความคารวะแด่มหาตมา คานธี
เดินออกมาด้านนอกบริเวณอนุสาวรีย์ จะเจอสวนกว้างใหญาไพศาล แวะถ่ายรูปชิคๆ สักหน่อยก่อนกลับก็เก๋ไม่เบา
รูปปั้นมหาตมา คานธี บริเวณด้านหน้า ราชฆาฎ อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงมหาตมา คานธี
ระหว่างทางเดลี – ไจปูร์ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง แน่นอนว่าต้องอยากเข้าห้องน้ำ จริงๆ ถ้าไม่ไหวระหว่างทางจะมีห้องน้ำสาธารณะตามปั้มและข้างทาง แต่ความสะอาดค่อนข้างโหดมาก แนะนำว่าให้แวะตามร้านค้าขนาดใหญ่ ห้องน้ำจะสะอาดโล่งใจดีกว่า
ถึงแล้วจ้า ไจปูร์ หรือ ชัยปุระ (Pink City) เมืองนี้มีความน่ารักและมีเสน่ห์ในตัวเองมากเลยทีเดียว
เช็คอินเข้าห้องพักเสร็จแล้ว แต่เราก็สามารถถ่ายรูปในโรงแรมให้เหมือนอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวได้ สบายมาก
ชุดพร้อม ใจพร้อม เราพร้อมโพสต์ท่าได้ทุกที่
พิพิธภัณฑ์กลางของเมืองชัยปุระ (Albert Hall) สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบอังกฤษ ข้างในจัดแสดงภาพถ่ายประวัติความเป็นมาของเมืองชัยปุระ มีค่าเข้าชม 300 รูปี แต่ข้างในห้ามถ่ายรูปนะ ส่วนบริเวณด้านนอกจะเห็นได้ว่าที่นี่นกจะเยอะมาก
พิพิธภัณฑ์กลางของเมืองชัยปุระ (Albert Hall) เหมือนกับด้านบน แต่รูปนี้เป็นวิวตอนกลางคืน ซึ่งจะมีการเปิดไฟไล่สีสันสวยงาม

DAY 3 นครสีชมพู เมืองมหาเสน่ห์แห่งชัยปุระ

พระราชวังสายลม (Hawal Mahal) กลายเป็นไฮไลท์สำคัญของเมืองนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่มาเยือนเมืองนี้ ต้องแวะมาถ่ายภาพจุดนี้ก่อน ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ราชปุตที่ถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์ เป็นอาคารขนาด 5 ชั้น  มีหน้าต่างฉลุช่องลมสีชมพูอมส้ม 953 ช่อง เพื่อให้นางในวังได้มองกิจกรรมภายนอกหน้าต่างได้โดยไม่ถูกจับตามอง
พระราชวังแห่งสายลม ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองชัยปุระและเป็นจุดขายของเมืองที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาถ่ายรูป แถมยังเป็นโลเคชั่นภาพยนตร์อินเดียหลายเรื่องอีกด้วย
พระราชวังสายลม (Hawal Mahal)

ที่ต่อไป Amber fort มีจุดให้สาวๆ ถ่ายรูปเพียบเลยค่ะ

พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort) เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ในปี ค.ศ. 1592 ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) นอกจากนี้ในสมัยก่อนด้านล่างของป้อมยังเป็นทะเลสาบที่มีความสวยงามมากอีกด้วย ซึ่งการเดินทางขึ้นไปมีให้เลือก 3 แบบ คือ เดิน นั่งช้าง และนั่งรถจี้ป
นั่งช้างขึ้นไป พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort) ข้อควรระวังที่แอดอยากเตือนคือ เราจ่ายเงินด้านล่างเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อขึ้นถึงด้านบนก่อนเข้าประตู คนขี่ช้างจะหันมาขอทิปจากเรา ห้ามให้เงินเด็ดขาด เพราะเมื่อพ้นประตูไป จะมีป้ายห้ามให้ทิปคนขี่ช้างอยู่ สาเหตุไม่รู้แน่ชัด อาจจะไม่อยากให้เคยตัวแล้วมาไถเงินนักท่องเที่ยวก็เป็นได้ สำหรับตามรายทาง ถ้ามีคนมาขอเงินห้ามใจอ่อนแสดงความสงสารนะจ๊ะ
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort) 
พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber fort) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของชัยปุระ ตั้งโดดเด่นอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบเมาตา (Maota) สร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรม ซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดู และศิลปะราชปุตอันเป็นเอกลักษณ์
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
พระราชวังแอมเบอร์ ฟอร์ท (Amber fort)
เตรียมผ้ามาสะบัดให้พร้อมค่ะซิส ชุดจะใส่สีสันคัลเลอร์ฟูลขนาดไหนก็ได้ สำหรับที่นี่ไม่แปลกแต่สวย!!
ระหว่างทางขากลับเข้าตัวเมืองชัยปุระ แวะถ่ายรูปที่ พระราชวังฤดูร้อน (Jal Mahal) ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบ รายล้อมด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาอราวลีที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามอยู่เบื้องหลัง

DAY 4 อีกจุดไฮไลท์ของนครสีชมพู  ถ้าไม่เช็คอินเหมือนมาไม่ถึง!!

พระราชวังหลวงแห่งเมืองชัยปุระ หรือ ซิตี้ พาเลซ (City Palace) จุดที่ไม่ควรพลาดแวะมาถ่ายรูป เป็นสถาปัตยกรรมเป็นแบบสไตล์ราชปุตฮินดูและโมกุลอิสลาม สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของราชวงศ์ชัยปุระ ปัจจุบันสมาชิกในราชวงศ์ก็ยังคงอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ จุดเด่นอยู่ที่ตัวอาคารสีชมพูสวยงาม และจิตรกรรมฝาผนังสุดอลังการ ใครที่ชอบชมงานแกะสลัก งานตกแต่งด้วยแก้วสีสันต่างๆ
ซิตี้ พาเลซ (City Palace)
ซิตี้ พาเลซ (City Palace)
ซิตี้ พาเลซ (City Palace) จุดนี้ถ้าไม่ถ่าย เหมือนมาไม่ถึง
จันทาร์ มานทาร์ (Jantar Mantar) เป็นหอดูดาวยุคโบราณ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังหลวง ได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ด้านดาราศาสตร์ของโลก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1727 โดยมหาราชาไสวจัย ซิงห์ที่ 2 มหาราชาแห่งประเทศอินเดียผู้มีความสนใจในด้านดาราศาสตร์ ภายในบริเวณจันทาร์ มานทาร์มีอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์อยู่หลากหลายชนิด แต่ชิ้นที่โดดเด่นที่สุดได้แก่ สัมรัต ยันตรา หอนาฬิกาแดด ซึ่งสามารถวัดเวลาได้อย่างแม่นยำ และในปี 2010 ที่ผ่านมา จันทาร์ มานทาร์ก็ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย ฉะนั้นห้ามพลาดไปเช็คอินให้เห็นกับตาสักครั้งนะคะ
เก๋ๆ กลางถนนไปเลยจ้า
ระหว่างทางอยากบอกว่าผลไม้ที่อินเดีย หวานกลมกล่อมอร่อยมาก ห้ามพลาดชิม

DAY 5 เยือนเมือง “อัครา” 

แชนด์ เบารี Chand Baori บ่อน้ำขั้นบันไดที่ลึกที่สุดในอินเดีย ตั้งอยู่ที่ รัฐ Rajasthan ใกล้กับหมู่บ้านอะบาห์เนรี ในเขตดาอุษา ที่มาที่ไปของ บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณแห่งนี้ เกิดจากปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ในช่วงศตวรรษที่ 9 กษัตริย์ Chanda จึงรวบรวมชาวเมืองมาร่วมด้วยช่วยกันสร้างบ่อน้ำขึ้น เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติน้ำ โดยขุดบ่อลึกถึง 100 ฟุต ขนาดสูง 13 ชั้น มีจำนวนขั้นบันไดทั้งหมด 3,500 ขั้น เรียกได้ว่า บ่อน้ำ แชนด์ เบารี ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงการวางแผนและการจัดการที่ดีของคนในยุคโบราณ
แชนด์ เบารี Chand Baori บ่อน้ำขั้นบันไดที่ลึกที่สุดในอินเดีย
แชนด์ เบารี Chand Baori บ่อน้ำขั้นบันไดที่ลึกที่สุดในอินเดีย เสียดายที่ตอนนี้เขากั้นไม่ให้เดินลงไปแล้ว ทำได้แค่เกาะราวกั้นถ่ายรูปคูลๆ เท่านั้น
แชนด์ เบารี Chand Baori บ่อน้ำขั้นบันไดที่ลึกที่สุดในอินเดีย เสียดายที่ตอนนี้เขากั้นไม่ให้เดินลงไปแล้ว ทำได้แค่เกาะราวกั้นถ่ายรูปคูลๆ เท่านั้น
สวยราวกับภาพวาดเลยล่ะ
อัคราฟอร์ท (AGRA FORT) มรดกเก่าแก่แห่งอินเดีย เป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล ซึ่งเป็นอนุสรณ์สำคัญของประเทศอินเดีย และที่นี่ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย
อัคราฟอร์ท (AGRA FORT) ตั้งอยู่ที่เมืองอัครา รัฐอุตตรประเทศ อยู่ห่างจากทัชมาฮาลเพียง 2.5 กิโลเมตรเท่านั้น สถาปัตยกรรมของอัคราฟอร์ท นับเป็นสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่และมีความโดดเด่น จากการก่อสร้างด้วยอิฐ ภายในเป็นเมืองเล็กๆ ล้อมด้วยป้อมปราการขนาดใหญ่ ด้วยสีส้มอิฐอย่างงดงาม
อัคราฟอร์ท (AGRA FORT)
นี่คือต้นกำเนิดเตียงคิงไซส์ที่แท้ทรู


DAY 6 สักครั้งในชีวิตต้องได้เห็น “ทัชมาฮาล” ด้วยตาตัวเอง!

ด่านแรกก่อนเข้าทัชมาฮาล ไกด์แนะนำเราว่าควรตื่นเช้ามาเป็นคิวแรกๆ คนยังไม่เยอะมาก
ช็อตนี้คือกำลังปลื้มปิติ ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง ทัชมาฮาลจ๋า เรามาแล้วจ้า
แอดเก็บภาพ ทัชมาฮาล มาฝากหลายๆ มุมเลยค่ะ
ทัชมาฮาล (Taj Mahal) สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์อินเดียผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ นับว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ทัชมาฮาลตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนาในเมืองอัครา ถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1632 – 1654) และทัชมาฮาล ยังถือเป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ที่เป็นเครื่องยืนยันความรักของกษัตริย์ที่มีต่อมเหสีอีกด้วย

บอกได้คำเดียวว่า..มาถึงทัชมาฮาลทั้งที ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกให้คุ้ม

สวนรอบๆ ทัชมาฮาลก็ถ่ายรูปสวยได้
ปิดท้ายทริปนี้ที่ ป้อมแดง (Agra Fort) เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุลและเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกด้วย และยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์
Agra Fort
Agra Fort
Agra Fort
Agra Fort เป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์
Agra Fort เป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์
Agra Fort เป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์

หากสาวๆ คนไหนอยากตามรอย อย่าลืมเตรียมพร็อพมาเยอะๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันคอ ผ้าโพกศีรษะ หมวก แว่นตากันแดด ชุดเดรสพลิ้วๆ รับรองได้เข้าฉากทุกชิ้น สวยคุ้มมีรูปลงโซเชียลอวดเพื่อนแน่นอน และถ้ากำลังมองหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก นั่งสบาย ลองนั่งนกสกู๊ตดูนะคะ แล้วอย่าลืมเลือกที่นั่งเป็น ScootBiz รับรองฟินถึงจุดหมายปลายทาง

ที่นั่งใน ScootBiz กว้างนั่งสบายมากเลยค่ะ ส่วนเครื่องบินเป็นแบบโบอิ้ง 777-200 ที่รองรับผู้โดยสารได้ 415 ที่นั่ง 

“นกสกู๊ต” เปิดรูทบินตรงสู่ “เดลี” ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์สู่อินเดีย จากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเส้นทางการบินเส้นแรกของนกสกู๊ตสู่เอเชียใต้ เพราะ เดลี เปรียบเสมือนเป็นประตูด่านแรกทางด้านการบินที่จะเดินทางไปสู่เมืองต่างๆ ของประเทศอินเดีย รวมทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดใจ ซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอย่างโดดเด่นที่มีมายาวนานของประเทศอินเดีย โดยราคาเริ่มต้นจากกรุงเทพฯสู่เดลีเพียง 5,993 บาท ต่อเที่ยวบินสำหรับที่นั่งชั้นประหยัด (ราคานี้รวมค่าธรรมเนียมและภาษีสนามบิน) จองตั๋วหรือดูโปรโมชั่นพิเศษได้บน www.nokscoot.com


เรื่องและภาพ : PP_แพรวดอทคอม
ข้อมูลอ้างอิง : newdelhi.thaiembassy.org

 

keyboard_arrow_up