หลงรักบ้านสีพาสเทลตัดทะเลสีฟ้า กางแผนที่ ปัก 5 หมู่บ้านทรงเสน่ห์ของอิตาลี! (ตอนที่ 2)

อิตาลี
อิตาลี

หลังจากได้เดินทางไปท่อง “อิตาลี” และได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หรือที่มักรู้จักกันในนาม แผ่นดินทั้งห้า ศูนย์รวม 5 หมู่บ้านทรงเสน่ห์ของอิตาลี ที่ได้นำเที่ยวไปก่อนล่วงหน้ากับ 2 หมู่บ้าน อย่าง Monterosso หมู่บ้านนี้มีดีที่ชายหาด และ Vernazza หมู่บ้านในอ้อมกอดของขุนเขา ในตอนแรกกันไปแล้ว (อ่านได้ที่: หลงรักบ้านสีพาสเทลตัดทะเลสีฟ้า กางแผนที่ ปัก 5 หมู่บ้านทรงเสน่ห์ของอิตาลี! (ตอนที่ 1)) อีก 3 หมู่บ้านที่ทุกคนรอคอย ได้รับการบันทึกในตอนสุดท้ายนี้แล้ว…

การมาเยือนอิตาลีในครั้งแรก ทุกคนอาจจะมุ่งไปเมืองหลักๆ อย่างโรม เวนิส หรือฟลอเรนซ์ก่อน แต่ความจริงแล้วอิตาลีเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ยังไม่รวมถึงอาหารอิตาลีที่ได้ชื่อว่าอร่อย และมีไวน์รสชาติเยี่ยม การมาเที่ยวประเทศอิตาลีรอบเดียวอาจจะไม่พอสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยว ซึ่งต้องมีการกลับมาเยือนอีกรอบเสมอ

Corniglia ความสงบแห่งชิงเกว แตร์เร

อิตาลี
ภายในหมู่บ้านคอร์นิเกลีย
อิตาลี
สีสันของร้านในคอร์นิเกลีย

คอร์นิเกลียเป็นหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวมักจะตัดออกจากลิสต์เสมอ หากมีเวลาเที่ยวไม่พอ เพราะหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนหน้าผาทั้งหมด และไม่มีอาณาเขตที่ติดกับทะเลเลย ดังนั้นการมาเยือนคอร์นิเกลียจึงค่อนข้างจะลำบากกว่า เพราะเวลาไปหมู่บ้านอื่นๆ แค่ลงรถไฟก็เดินตัวปลิวเข้าหมู่บ้านได้เลย แต่วิธีดังกล่าวใช้ไม่ได้กับที่หมู่บ้านนี้ เพราะหลังจากลงรถไฟแล้ว คุณจะต้องเดินขึ้นเขาไป (แบบมีหอบ) หรือถ้าอยากประหยัดแรงขาก็นั่งรถเมล์จากสถานีรถไฟก็ได้ครับ เมื่อได้เข้ามายังตัวหมู่บ้านแล้ว สิ่งแรกที่พบคือ ความสงบที่มีมากกว่าหมู่บ้านอื่นๆ เพราะนักท่องเที่ยวหลายคนมักข้ามหมู่บ้านนี้ไป จึงได้อารมณ์ชาวบ้านมากกว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ผมเดินเล่นในหมู่บ้านนี้ไปจนสุดริมหน้าผา ตรงนี้ละครับถือเป็นไฮไลท์ของคอร์นิเกลียเลย แม้จะไม่มีชายหาด แต่ด้วยชัยภูมิที่ตั้งบนแหลม จึงทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวหมู่บ้านข้างๆ ได้อย่างสวยงาม

เส้นทางแห่งความรักที่ Riomaggiore

อิตาลี
สีสวยของหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร

หมู่บ้านริโอแมกจิโอเรจะเป็นหมู่บ้านแรกที่คุณมาถึง หากคุณโดยสารรถไฟจากเมืองลา สเปเซีย (La Spezia) รวมถึงเมืองปิซา (Pisa) และฟลอเรนซ์ (Florence) หมู่บ้านนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่น่ารักจึงเป็นอีกหนึ่งจุดแวะยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ ในชิงเกว แตร์เร หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของไวน์ด้วย หลังจากที่มาถึงสถานีรถไฟก็ต้องเดินเท้าลอดอุโมงค์จากสถานีรถไฟมา เพื่อจะเข้ามายังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ซึ่งทั้งหมู่บ้านมีถนนเส้นหลักเพียงเส้นเดียว สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขายอาหาร ซึ่งรวมถึงเจลาโต้ด้วย

อิตาลี
ภายในหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร

อิตาลีความจริงหมู่บ้านริโอแมกจิโอเรจะมีจุดเดินเขายอดนิยม โดยมีชื่อในภาษาอิตาลีว่า เวีย เดลลามอเร (Via dell’Amore) แปลว่า เส้นทางแห่งความรัก ไปยังหมู่บ้านมานาโรลา ว่ากันว่าเป็นเส้นทางเดินชมวิวที่เดินง่ายและสวยสุดในชิงเกว แตร์เร เพราะใช้เวลาเดินข้ามเมืองผ่านหน้าผาทะเลอันแสนสวยงาม ใช้เวลาแค่ 20 – 30 นาทีเอง เส้นทางนี้ปิดลงตั้งแต่ปี 2011 เพราะเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินถล่ม และยังคงไม่มีกำหนดเปิดจนกว่าจะถึงปี 2018 โน่น ถึงแม้ว่าเส้นทางแห่งความรักสายนี้ยังปิดอยู่ แต่ก็มีเส้นทางหลายๆ เส้นที่น่าเดินไปชมวิวของหมู่บ้านจากด้านบนเขาครับ

Manarola หมู่บ้านสุดโรแมนติกของชิงเกว แตร์เร

อิตาลี
สีสันยามเย็นของมานาโรลา

มานาโรลาเป็นหมู่บ้านสุดท้ายที่ผมมีโอกาสแวะชมครับ เหตุที่มาชมท้ายสุด เพราะต้องการมารอชมพระอาทิตย์ตกดินที่หมู่บ้านแห่งนี้ เพราะว่ากันว่าแสงสุดท้ายของวันที่สวยงามที่สุดในชิงเกว แตร์เร คือที่นี่ครับหมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด โดยชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ในอดีตทำมาหากินด้วยการทำประมงและไวน์ แต่ถ้าในปัจจุบันก็มีเรื่องท่องเที่ยวเข้ามาด้วย ความงามของน้ำทะเลที่หมู่บ้านนี้สุดยอดมาก ทำให้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมาเล่นน้ำ รวมถึงกระโดดน้ำจากหน้าผา จุดเด่นของมานาโรลาคือ ตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านอยู่ในอ่าวและมีหน้าผาสูง ซึ่งไม่ต่างจากหมู่บ้านอื่นมากนัก แต่จุดชมวิวที่ทำให้เห็นความงามของหมู่บ้านนี้แบบสุด ๆ นี่ละครับ ทำให้ผมมองว่าหมู่บ้านนี้สวยที่สุด สำหรับผมขอบอกว่า มานาโรลาเป็นหมู่บ้านที่เติมเต็มความประทับใจในชิงเกว แตร์เร และประเทศอิตาลีไปแบบเต็มๆ ครับ

อิตาลี
กิจกรรมของนักท่องเที่ยวที่มานาโรลา

TIPS

  • ควรซื้อบัตร Cinque Terre Card ซึ่งเป็นบัตรที่สามารถใช้โดยสารรถไฟระหว่างหมู่บ้านและรถบัส รวมถึงค่าผ่านทางต่างๆ ได้ (ราคา 1 วันอยู่ที่ 16 ยูโรสำหรับผู้ใหญ่) บัตรนี้สามารถซื้อได้ที่ Tourist Information ทุกสถานีในชิงเกว แตร์เร [รวมถึงที่เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) และเลอแวนโต (Levanto)]
  • หากมีเวลาเที่ยวจำกัดให้เลือกเที่ยวเฉพาะหมู่บ้านมานา-โรลา แวร์นาซซา และริโอแมกจิโอเร
  • แต่ถ้ามีเวลาในชิงเกว แตร์เร หลายวัน อยากให้ลองไป Trekking ดู วิวหมู่บ้านทั้งห้าเมื่อมองจากมุมสูงจะสวยมากจริงๆ
  • ตั้งแต่เดือนเมษายน – ตุลาคมจะมีเรือโดยสารจากเมืองลา สเปเซีย ไปถึงชิงเกว แตร์เร เป็นตัวเลือกที่ดีในการชมชิงเกว แตร์เร ทางทะเล ราคาขึ้นอยู่กับระยะทางที่โดยสาร
  • เนื่องจากชิงเกว แตร์เร มีลักษณะเป็นภูเขาสูงและเดินทางลำบาก (โดยเฉพาะตอนที่มีสัมภาระ) หากต้องการพักในหมู่บ้าน ควรเลือกที่พักที่ใกล้ถนนเส้นหลักในเมืองหรืออยู่เชิงเขา
  • นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกพักในเมืองลา สเปเซียหรือเลอแวนโต แล้วนั่งรถไฟเข้าไปเที่ยวในหมู่บ้านชิงเกว แตร์เร เพราะไม่ต้องลำบากลากกระเป๋า
  • ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Coffee Blended www.facebook.com/coffeecity

ที่มา: นิตยสารแพรว ปักษ์ 894 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 เรื่องและภาพ Coffee Blended

keyboard_arrow_up