‘ป่า’ ภาพยนตร์นอกกระแส ที่คนไทยไม่รู้จัก แต่ฝรั่งอินหนักมาก

‘ป่า’ ภาพยนตร์นอกกระแส ที่คนไทยไม่รู้จัก แต่ฝรั่งอินหนักมาก
‘ป่า’ ภาพยนตร์นอกกระแส ที่คนไทยไม่รู้จัก แต่ฝรั่งอินหนักมาก

ถึงจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ทำเงินมหาศาล แต่ผลงานภาพยนตร์จากไทยเรื่อง ป่า หรือThe Forest ก็ไม่แพ้ภาพยนตร์เรื่องอื่นในเวทีโลกถึงขนาดว่าได้ถูกคัดเลือกเป็น 1 ใน 2 ของภาพยนตร์ไทยที่ได้ไปฉายในระดับประเทศมาแล้ว

หนังไทยนอกกระแส

“ป่า The Forest” ภาพยนตร์ภาษาอีสานต้นทุนต่ำสร้างจากทีมงานเพียงสองคนรวมถึงนักแสดงเด็กหน้าใหม่ได้รับการคัดเลือกให้ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย อูดีน ฟาร์ อีสต์ ครั้งที่ 18 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทศกาลหนังเอเชียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก

ทั้งนี้ภาพยนตร์จากประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เข้าฉาย 2 เรื่องคือ ‘ฟรีแลนซ์’ จากค่ายจีทีเอชที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว ด้วยชื่อชั้นของค่ายหนัง และนักแสดงนำที่มาเล่น ส่วนอีกเรื่องก็คือ ‘ป่า’ ภาพยนตร์ไทยทุนสร้างต่ำ ซึ่งไร้ชื่อนักแสดงนำในระดับต้นๆ ของวงการบันเทิง แต่กลับได้รับเสียงชื่นชมจากทั่วโลก เพราะมีความแตกต่างและตัวหนังก็มีเอกลักษณ์จนสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้ไม่น้อย

รู้จักภาพยนตร์เรื่อง ป่า : The forest

  • ภาพยนตร์ทั้งเรื่องถ่ายทำในภาคอีสานระหว่างจังหวัดอุดรธานีและสกลนคร โดยใช้ภาษาอีสานในการเดินเรื่องถึง 50% ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการฉายในเทศกาลหนังซิเนเควสต์ (Cinequest) ในเมืองซานโฮเซ่ในต้นเดือนมีนาคมาและได้รับคำชื่นชมว่าเป็น ‘ผลงานชิ้นโบแดง’ พร้อม ‘การถ่ายทำที่สยองขวัญอย่างงดงามและการเล่าเรื่องสุดคลาสสิค’ ที่สามารถถ่ายทอดให้เห็นถึงความงดงามของดินแดนอีสานในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
  • ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีนักแสดงชาวตะวันตก ซ้ำยังบอกเล่าเรื่องผีในแบบไทยๆ แต่ผู้กำกับของเรื่องเป็นชาวอังกฤษ คุณพอล สเปอร์ริเออร์ (Paul Spurrier) ได้ย้ายมาประเทศไทยเมื่อสิบปีที่แล้วเพื่อสร้างภาพยนตร์เรื่อง ‘ผี’ และเป็นชาวต่างชาติรายแรกที่กำกับภาพยนตร์ภาษาไทย เรื่อง ‘ผี’ ได้เข้าฉายกว่าสามสิบประเทศทั่วโลก ทำให้ภาพยนตร์สยองขวัญไทยเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
  • การสร้างภาพยนตร์เรื่อง ‘ป่า’ ใช้ทุนสร้างที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ทีมงานที่ลงแรงกว่า 70% ของภาพยนตร์คือคุณพอลและภรรยา คุณจิริยา โดยคุณพอลทำหน้าที่กำกับและดูแลการทำงานของกล้อง ขณะที่คุณจิริยาทำหน้าที่บันทึกเสียง
  • ผู้กำกับ คุณพอล สเปอร์ริเออร์ (Paul Spurrier) ได้มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อสิบห้าปีก่อนและได้ตกหลุมรัก คุณพอลกล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกคนรู้จักกรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่และสถานที่สวยงามอื่นๆ แต่ผมอยากโชว์ส่วนอื่นๆของเมืองไทยที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสปรากฏในภาพยนตร์ และที่สำคัญไปกว่านั้น ผมอยากแสดงให้เห็นถึงสปิริตของคนอีสาน’
  • นักแสดงหลักของเรื่องสองราย คือ เด็กหญิงวรรณษา วินทวงศ์ อายุ 9 ขวบ และเด็กชายธนพล  คำคุณขำ อายุ 12 ปี ได้รับการคัดเลือกจากคุณพอลและคุณจิริยา หลังใช้เวลาสองสัปดาห์ในการเฟ้นหาตัวนักแสดงจากโรงเรียนท้องถิ่นในพื้นที่ ทั้งสองคนอาศัยอยู่ใกล้ๆกับสถานที่ถ่ายทำในจังหวัดอุดรธานีและไม่เคยมีประะสบการณ์ด้านการแสดงมาก่อน ตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ คุณพ่อของน้องทั้งสองอยู่เป็นเพื่อนและช่วยในการถ่ายภาพยนตร์ ผลงานของทั้งคู่ได้รับการชื่นชมจากเทศกาลหนังนานาชาติปาล์มบีชเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาและนักวิจารณ์ได้ยกย่องว่าการแสดงของทั้งคู่ “เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง”
  • บางส่วนของภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากเกี่ยวกับผีและสร้างความน่ากลัว แต่ก็มีบางฉากที่ทำเอาสะเทือนใจ จนผู้ชมในเมืองซานโฮเซ่ต้องหลั่งน้ำตาให้ คุณจิริยาได้กล่าวว่า ‘โดยทั่วไปเมื่อภาพยนตร์ฉายจบลง ผู้ชมจะเดินออกจากโรงในทันที แต่เรื่องนี้ไม่มีใครลุกเพราะรู้สึกอายกับดวงตาที่แดงกล่ำจากการร้องไห้’ ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในย่าซานโฮเซ่มีโอกาสเข้าร่วมชมภาพยนตร์ด้วยและประทับใจที่ได้รับชมภาพยนตร์ไทยในโรงหนังอเมริกา ผู้ชมบางท่านเปรียบภาพยนตร์เรื่องนี้กับเรื่อง ‘วัลลี’ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสะเทือนอารมณ์
  • ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างด้วยต้นทุนที่ต่ำแต่คุณพอลและคุณจิริยาสามารถหานักแสดงที่มีชื่อเสียงมารับบทบาทในภาพยนตร์ได้ ไม่ว่าจะเป็น “อาร์ท อรรถพร สุวรรณ” ที่เคยฝากฝีมือไว้ในชื่อน้องตุ้มนักมวยสาวประเภทสองจากภาพยนตร์เรื่อง “บิ๊วติฟูล บ็อกเซอร์” รับบทเป็นครูชาวชนบทที่ต้องเผชิญกับปัญหาจากลูกศิษย์รายหนึ่ง “ปู วิทยา ปานศรีงาม” เจ้าของรางวัลจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง ‘เพชฌฆาต’ รับบทเป็นผู้ใหญ่บ้านจอมโกง และ “ตู่ พงศนารถ วินศิริ” รับบทเป็นอาจารย์ใหญ่ นักแสดงที่กล่าวถึงทุกท่านเมื่อได้อ่านบทแล้วได้ตกลงรับเล่นภาพยนตร์โดยลดค่าตัวลงจากปกติ
  • ภาพยนตร์เรื่อง ‘ป่า’ ได้รับการคัดเลือกฉายในเทศกาลหนังนานาชาติแล้วถึงสามแห่งและมีเป้าหมายในการเป็นภาพยนตร์ไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในระดับนานาชาติในปีนี้

 

 

 

 

 

keyboard_arrow_up