เปิดลิสต์ “เมนูหน้า B” ของร้านสตรีทฟู้ดเจ้าดัง ไม่เด่นแต่อร่อยเด็ด

แน่นอนว่าทุกร้านอาหารจะต้องมีเมนูแนะนำที่เป็นพระเอกประจำร้าน แต่ขณะเดียวกันก็มีเมนูที่เป็นเสมือนตัวประกอบ หรือถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนเพลงหน้า B บนเทปคาสเส็ตที่อาจจะไม่หวือหวา แต่มักจะมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ แพรว จึงขอพาทุกคนไปชิมเมนูหน้า B ของหลายร้านที่อร่อยเด็ดแน่นอนค่ะ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัดดงมูลเหล็ก

หลายคนเห็นชื่อก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัดดงมูลเหล็กจากหลายที่ จนนึกสงสัยว่าสาขาต้นตำรับคือที่ไหน ซึ่งคำตอบคือไม่มีสาขา ตัวจริงต้องที่สามแยกไฟฉาย (พรานนก) ที่เดียวเท่านั้น ที่เขาเริ่มตั้งแต่เป็นหาบเร่เมื่อ พ.ศ. 2497 ขยับขยายเป็นร้านในวัดดงมูลเหล็ก กระทั่งย้ายมาอยู่ที่นี่ รวมแล้วก็กว่า 80 ปีแล้ว ขึ้นแท่นเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในดวงใจ เพราะด้วยเนื้อที่นุ่ม น้ำซุปเข้มข้น ทำให้ติดใจจนต้องมาซ้ำอยู่เรื่อยๆ และอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ เนื้อสะเต๊ะ (80 บาท) ที่ควรสั่งมากินเพิ่มความฟิน เป็นเนื้อสะเต๊ะสูตรอิสลามที่หมักเนื้อด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะ เสียบไม้ย่างบนเตาถ่านจนเนื้อสุก นุ่ม หอม รสชาติถึงเครื่องมากๆ กินคู่กับน้ำจิ้มและอาจาดที่ให้มา ขั้นเทพแบบครบรสสุดๆ

พิกัด : สามแยกไฟฉาย ถนนพรานนก

เวลาเปิด : ทุกวัน 8.00 น. – 15.30 น.

โทร. 0-2411-4654

ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำตำลึง

นายเอกขึ้นชื่อเรื่องความแซ่บถึงใจของเล้งแซ่บและก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่กินทีไรต้องปาดเหงื่อตามทุกครั้ง และด้วยความร้อนแรงนี้เองทำให้เราต้องมองหาตัวช่วย ทำให้ได้พบกับเมนูลับที่กลายเป็นเมนูประจำไปตลอดกาล นั่นคือ กล้วยไข่เย็น (25 บาท) ขนมหวานแบบไทยที่อร่อยถึงใจ กล้วยไข่ไซส์พอเหมาะที่ยังไม่สุกมาก เชื่อมกับน้ำตาลจนได้รสหวานพอดี โดยที่กล้วยยังไม่เละ โปะทับด้วยเกล็ดน้ำแข็ง แล้วราดกะทิรสชาติเค็มๆ มันๆ เป็นขนมที่ หวานเย็นชื่นใจสุดๆ ค่ะ

พิกัด : ถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน

เวลาเปิด : ทุกวัน 8.00 น. – 17.00 น.

โทร. 08-5832-3122197

เอลวิส สุกี้ (ยศเส)

ยศเสเปรียบดั่งแหล่งสุกี้ยากี้รสเลิศ เพราะมีร้านสุกี้เจ้าดังถึง 2 ร้าน นั่นคือ สุกี้ยากี้เมาเวอริค และเอลวิส สุกี้ ซึ่งการันตีความอร่อยเด็ดดวงด้วยรางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) โดยมิชลินไกด์ แต่ครั้งนี้ขอพูดถึงร้านเอลวิส สุกี้ ที่เปิดขายมานานกว่า 50 ปี โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สาขา คือ ยศเส, กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ และปทุมธานี นอกจากมีสุกี้รสเด็ด ซีฟู้ดนานาชนิด อยากให้ลองขนมผักกาด (ปกติ 40 บาท ใส่เนื้อสัตว์ 50 – 60 บาท) ที่นับวันจะหาอร่อยๆ กินยาก ขอเล่าก่อนว่า ขนมผักกาดทำมาจากแป้งและหัวไชเท้า ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ นำไปผัดกับไข่ ใส่ซีอิ๊วดำ ถั่วงอก และต้นหอม ซึ่งจุดเด่นของขนมผักกาดร้านนี้คือ การหั่นแต่ละชิ้นให้มีขนาดเล็กกว่าร้านอื่น ทำให้ขนมผักกาดมีความกรอบครบทั้ง 4 ด้าน แต่ด้านในยังคงความนุ่มหนึบ บวกกับรสชาติที่ปรุงมาได้กลมกล่อม กินคู่กับซอสพริกสักนิดเป็นอันว่าฟิน

พิกัด : ถนนยศเส วัดเทพศิรินทราวาส

เวลาเปิด : 16.00 น. – 22.00 น.

โทร. 08-1899-5533

หนองคายจิ้มจุ่ม – เนื้อย่างเกาหลี

ร้านประจำของคนนอนดึกย่านเอกมัย ที่เห็นภายนอกคือร้านส้มตำแซ่บๆ นี่แหละค่ะ แต่พออ่านเมนูดูจะพบว่าเขามีอาหารตามสั่งซ่อนอยู่ค่ะคุณ ไม่ว่าจะเป็นข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกะเพรา แต่อยากให้ลองข้าวผัดหมู (50 บาท) เมนูที่ดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดา เพราะทางร้านใช้หมูหมักที่ใช้สำหรับเมนูจิ้มจุ่มและปิ้งย่างมาทำข้าวผัด เนื้อหมูจึงชิ้นใหญ่หนานุ่ม และหมักเครื่องปรุงมาอย่างดี ทำให้มีรสชาติในตัว ใช้เทคนิคการผัดข้าวแบบไฟแรง ทำให้ได้ข้าวผัดที่ร่วน ไม่แฉะ ให้ความรู้สึกเหมือน าวผัดแบบโฮมเมดที่คุณแม่ทำให้กินตอนเด็กๆ

พิกัด : เอกมัยซอย 23 สุขุมวิท 63

เวลาเปิด : ทุกวัน 18.00 น. – 04.00 น.

โทร. 08-4100-2330

เหรียญทอง ชามเปล

ทายาทรุ่นที่ 2 จากร้านราชารสเด็ด ย่านเจริญกรุง ที่ขึ้นชื่อเรื่องกระเพาะปลาตุ๋นน้ำแดง มาต่อยอดเปิดร้านเหรียญทอง ชามเปล ที่ยังคงเมนูเด็ดของครอบครัวไว้ และเพิ่มเมนูอาหารจีนจานเดียวที่เน้นกินง่ายและหลากหลายขึ้น อย่างข้าวหน้าไก่ ข้าวสตูว์ลิ้นหมู และที่อยากแนะนำเพิ่มคือ ข้าวแกงกะหรี่หมู (60 บาท) ซึ่งเป็นแกงกะหรี่สไตล์จีน สีเหลืองอ่อน รสชาตินุ่มนวล หอมกลิ่นเครื่องเทศกำลังดี ไฮไลต์อยู่ที่เนื้อหมูนุ่มๆ เคี่ยวมาจนเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมไข่ต้มยางมะตูมและกุนเชียงเนื้อแน่นแต่ไม่มัน

พิกัด : ถนนเทศบาลสงเคราะห์ (ประชานิเวศน์)

เวลาเปิด : ทุกวัน 9.00 น. – 20.00 น.

โทร. 08-7773-7733

ก๋วยเตี๋ยวปลาเมืองทอง

หลายคนคงคุ้นเคยกับรสชาติแซ่บเข้มข้นของก๋วยเตี๋ยวปลาต้มยำที่ถึงใจถึงเครื่อง และรสชาติที่จัดมาให้แบบเต็มๆ ซึ่งร้านนี้ก็มีอีกหลายเมนูที่น่าสนใจนะคะ อย่างก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ เปาะเปี๊ยะสด หรือขนมจีบ แต่ถ้าสังเกตบนเมนูจะเห็นว่ามีเมนูลับที่มีเฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น ฉะนั้นดูปฏิทิน เช็กวันให้มั่นใจก่อน ค่อยพุ่งตัวไปที่ร้าน แล้วสั่งหมี่กะทิ (40 บาท มีเฉพาะวันอาทิตย์) เสียงดังฟังชัดไปเลยค่ะ ของร้านนี้น่ากินด้วยเส้นหมี่สีชมพูสดที่มาจาก การนำเส้นหมี่ไปผัดกับกะทิและเต้าหู้ยี้ ถั่วงอก กุยช่าย และไข่เจียวฝอย ส่วนน้ำกะทิราดทำมาจากน้ำกะทิผัดหมูสับ เต้าหู้ ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก ได้รสชาติเปรี้ยว เค็ม มัน เป็นอีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำค่ะ

พิกัด : ซอยบอนด์สตรีท เมืองทองธานี

เวลาเปิด : ทุกวัน 8.00 น. – 22.30 น.

โทร. 0-2503-3233

วัฒนาพานิช

คนรักเนื้อต้องรู้จักร้านนี้แน่นอน ด้วยชื่อเสียงและรางวัลการันตีความอร่อยมากมาย กับเนื้อตุ๋นขั้นเทพและน้ำซุปรสเด็ดที่สืบทอดกันมาถึง 3 รุ่น แต่ช้าก่อน ที่นี่ไม่ได้มีแค่ก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น ยังมีราดหน้า สุกี้ และเมนูไม่ฮิตแต่อร่อย อย่างข้าวหมูหรือเนื้อผัดกระเทียม (60, 80 บาท) เขาจะนำหมูและเนื้อหมักส่วนที่ไม่ติดมันไปผัดกระเทียม ทำให้เนื้อมีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ และหอมกระเทียมมากๆ โดยสูตรของร้านจะผัดแบบน้ำขลุกขลิก ไม่แห้งเกินไป พอราดบนข้าวสวยร้อนๆ ทำให้แต่ละคำกลมกล่อม ไม่ฝืดคอ ซึ่งจุดเด่นก็หนีไม่พ้นการเลือกใช้เนื้อคุณภาพดี แต่ถ้าใครกระเพาะยังไม่แน่น อยากให้ลองข้าวเนื้อผัดน้ำมันหอย (80 บาท) อีกสักจาน อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน

พิกัด : ปากซอยเอกมัย 18 สุขุมวิท 63

เวลาเปิด : 10.00 น. – 20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์สุดท้ายของเดือน)

โทร. 0-2391-7264

อรุณวรรณ

สำหรับตือฮวนหรือเครื่องใน เราขอยกให้ร้านนี้ เพราะเขาเด็ดจริงๆ กับความสดใหม่ พิถีพิถัน ไม่มีกลิ่นคาวให้กวนใจเลย จึงไม่แปลกใจที่คนยังแน่นร้านทุกวันตลอดกว่าครึ่งศตวรรษ และการันตีด้วยรางวัลบิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) โดยมิชลินไกด์อีกแรง อีกหนึ่งเมนูที่ถือเป็นของดีประจำร้านก็คือ ข้าวเหนียวยัดไส้ หรือจุกบี้ (50 บาท) เมนูทานเล่นที่พูดไปแล้วเด็กรุ่นใหม่อาจทำหน้างง นางทำจากข้าวเหนียวผสมถั่วลิสง นำไปผัดจนเข้ากันดีแล้วยัดในไส้หมูที่ล้างสะอาด (คล้ายการทำไส้กรอก) จากนั้นนำไปต้มจนสุก เสิร์ฟโดยหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ กินคู่กับน้ำจิ้มซีอิ๊วหวานสูตรเฉพาะของร้าน ด้วยรสสัมผัสเหนียว นุ่ม หนึบ และเค็มนิดๆ จากข้าวเหนียว เข้ากันเป็นอย่างดีกับน้ำจิ้มรสหวานเข้มข้นลงตัวค่ะ

พิกัด : ปากซอยเอกมัย 15 สุขุมวิท 63

เวลาเปิด : ทุกวัน 9.00 น. – 15.00 น.

โทร. 0-2392-5301

ขนมจีนไหหลำ เจ๊วา – เจ๊หย่ง

ขนมจีนไหหลำ เมนูเก่าแก่หากินยาก ต้องยกให้ร้านนี้ ขนมจีนไหหลำ เจ๊วา – เจ๊หย่ง สูตรโบราณดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่ที่เปิดขายมายาวนานกว่า 60 ปี ซึ่งนอกจากเมนูเด็ดที่ทุกโต๊ะต้องสั่งก็คือ ขนมจีนไหหลำแบบน้ำและแห้ง (หมู, เนื้อ) ที่กินคู่กับน้ำจิ้มกะปิรสเผ็ดเปรี้ยวลงตัว ขอแนะนำให้สั่งยำไทย (150 บาท) รสชาติจัดจ้านที่มีให้เลือกทั้งหมูและเนื้อ สำหรับยำไทยหมู โดดเด่นด้วยหมูยอหนังหั่นเต๋าที่แค่เห็นก็ใจเต้นแล้ว เพราะทั้งนุ่ม เด้ง หนึบ ตามด้วยเนื้อหมูลวก ผักกาดดอง เห็ดหูหนูซอย ถั่วลิสงคั่ว งาขาว ราดด้วยน้ำยำแบบไทยที่มีพริกขี้หนูสด น้ำมะนาวหอมๆ ครบรส เปรี้ยว เผ็ด เค็ม แต่ถ้าใครเป็นสายเนื้อ ไม่ควรพลาดยำไทยเนื้อ เลือกใช้เนื้อสันนอกกับผ้าขี้ริ้วลวกกำลังดี บอกเลยดีงาม

พิกัด : ซอยลูกหลวง 8 ติดกับคลองผดุงกรุงเกษม

เวลาเปิด : 17.00 น. – 23.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ ที่ 2 และ 4 ของเดือน)

โทร. 0-2281-0444

ปัง – หยา – อารีย์

ร้านรถเข็นขนมปังสังขยาที่อยู่คู่ย่านอารีย์มายาวนาน พร้อมสโลแกนว่า “รสชาติศิวิไลซ์… ใส่ใจทุกเมนู” เมนูยอดฮิตแน่นอนว่าเป็นขนมปังนึ่งสังขยาใบเตย ขนมปังปิ้งหน้าสังขยา ขนมปังปิ้งเนยนมน้ำตาล ซึ่งร้านนี้มีสังขยา 2 แบบ คือ สังขยาใบเตย (สีเขียว) รสชาติหวานมัน หอมใบเตย และสังขยาชาไทย (สีส้ม) ที่หอมชาสุดๆ แต่ถ้าสังเกตหน้าร้านจะเห็นอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจและไม่มีในเมนู คือ ขนมปังทรงยาวไส้สังขยา (25 บาท) แป้งขนมปังเนื้อนุ่ม คล้ายขนมปังฮ็อตด็อก สอดไส้สังขยาทั้งสีเขียว สีส้ม สำหรับซื้อกลับบ้าน ที่ชอบมากคือซื้อตอนดึก กินตอนเช้า ขนมปังก็ยังนุ่ม หอม หวานเหมือนเดิม

พิกัด : พหลโยธินซอย 7 (ซอยอารีย์) จากปากซอยเข้าไปประมาณ 150 เมตร ร้านอยู่ขวามือ

เวลาเปิด : ทุกวัน 17.00 น. – 22.00 น.

โทร. 08-3133-6688

ขนาดเมนูหน้า B ยังยั่วน้ำลายขนาดนี้ เมนูแนะนำจะอร่อยเด็ดขนาดไหน คงไม่ต้องพูดกันมาก แต่อยากให้ตามไปกินกัน เพราะกว่าร้อยร้านสตรีทฟู้ดเจ้าดังรอบกรุงเทพฯที่ นิตยสารแพรว ฉบับเดือนสิงหาคม 2562 คัดมาเรคคอมเมนด์กัน ต้องบอกเลยว่าเริ่ดมากจริงๆ


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 949

keyboard_arrow_up