แจกพิกัดเที่ยวแบบวินเทจ กินของเด็ด ไหว้ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ แถบเซโตะอุจิ ญี่ปุ่นตะวันตก

แจกพิกัดเที่ยวแบบวินเทจ กินของเด็ด ไหว้ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ แถบเซโตะอุจิ ญี่ปุ่นตะวันตก…เปลี่ยนบรรยากาศกับการมาเที่ยวญี่ปุ่นกันบ้าง จากที่เคยไปกันแต่ที่เดิมๆ อยู่แต่ย่านใจกลางเมืองกัน ใครที่หลงรักญี่ปุ่นแล้วอยากกลับไปเที่ยวอีก ต้องมาดูเพราะเราจะกางแพลนทั้งที่เที่ยว ที่กิน และสถานที่ขอพร ทริปนี้เอาให้อิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มใจกันไปเลย

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยเกาะที่มีทะเลรายล้อมอยู่รอบประเทศ ซึ่งในแต่ละภูมิภาคก็จะมีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ทั้งเรื่องความโดดเด่นของอาหารการกิน อาคารบ้านเรือน รวมไปถึงสภาพอากาศ อย่างในแถบที่เราจะพาไปกันรอบนี้ ก็คือ แถบเซโตะอุจิ เขตจังหวัดต่างๆ ที่ล้อมรอบทะเลเซโตะ ซึ่งเป็นทะเลใน (Inland Sea) ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เชื่อว่าอีกไม่นานที่นี่คงจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของการมาเที่ยวแน่นอน โดยเฉพาะใครที่เป็นสายชิล ชอบธรรมชาติและอยากซึมซับกับวิถีชีวิตแบบคนในท้องถิ่นจริงๆ


เซโตะอุจิ คือหนึ่งในทะเลในที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีชายฝั่งยาว 1,500 กิโลเมตรล้อมรอบไปด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ ยามากุจิ ฮิโรชิมะ เอฮิเมะ คางาวะ โอคายามะ เฮียวโงะ และโทคุชิมะโดยเส้นทางนี้มีความสวยงามของทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทั้งมหาสมุทร แม่น้ำและภูเขา สะท้อนตำนานประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ รวมทั้งยังมีอาหารและขนมหวานที่สักครั้งหนึ่งในชีวิตถ้าได้มาที่นี่แล้วก็ต้องไปลองให้ครบ

เริ่มต้นกันที่เรื่องปากท้องกันก่อน แน่นอนว่าการมาเที่ยวญี่ปุ่นไม่ว่าจะไปภูมิภาคใดหรือจังหวัดใด อาหารการกินของชนชาตินี้ แต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งในจังหวัดแถบเซโตะอุจินั้นก็มีเมนูขึ้นชื่อหลายอย่างเลยล่ะ

คาวาระโซบะ

จะว่าไปเมนูโซบะนั้นอาจจะไม่ได้พิสดารอะไร เพราะเป็นอาหารที่มีอยู่ทั่วญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่สำหรับที่เมืองชิโมโนะเซกิ จังหวัดยามากุจิ เขามีความพิเศษมากกว่าที่อื่นก็คือ เขาจะเสิร์ฟโซบะบนกระเบื้องดินเผาที่ใช้มุงหลังคาบ้านในสมัยก่อน โดยนำไปเผาให้ร้อนและค่อยนำเส้นโซบะที่ลวกจนสุกแล้วมาวาง พอกินก็จะได้รสสัมผัสของความนุ่มและกรอบไปพร้อมๆ กัน ประวัติของคาวาระโซบะนั้น เขาเล่ากันว่ามีต้นกำเนิดเมื่อปี ค.ศ.1961 เป็นอาหารโซลฟู้ด (Soul Food) ที่เหล่าทหารสมัยก่อนเป็นผู้ออกไอเดีย ความพิเศษอยู่ที่เส้นคาวาระโซบะ ซึ่งเป็นสีเขียวเพราะมีชาเขียวผสมอยู่ในเส้น สไตล์การรับประทานคือนำเส้นโซบะชาเขียวที่ผัดกับเนื้อสัตว์บนกระเบื้องดินเผา จุ่มลงไปในน้ำซอสแล้วค่อยกิน

ดูจากปริมาณแล้วขอบอกเลยว่าเยอะมากๆ แต่ถ้าใครยังไม่อิ่ม สั่งข้าวหน้าปลาไหลอูนาหงิมาอีกสักถ้วยกินไปพร้อมๆ กันก็ยิ่งเข้ากันมากสำหรับเมนูนี้

หอยนางรมย่าง

ขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับอาหารทะเลของประเทศนี้ และถ้าจะกินทั้งทีก็ต้องมาถึงที่เมืองฮิโรชิมะ ซึ่งเป็นแหล่งหอยนางรมที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ตัวใหญ่ขนาดไหนดูจากภาพอาจจะยังไม่ชัด แต่พอกินเข้าปากแล้วขอบอกเลยว่าใหญ่เต็มปากเต็มคำมาก อร่อยสุดๆ ไปเลย

อีกเมนูหนึ่งสำหรับการมาที่ฮิโรชิมะ ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยก็คือ โอโคโนมิยากิ หรือพิซซ่าญี่ปุ่น เอกลักษณ์ของที่นี่คือจะเป็นพิซซ่าญี่ปุ่นแบบใส่เส้นโซบะด้วย อีกทั้งขั้นตอนการทำเขาจะค่อยๆ ลงวัตถุดิบทีละชั้น คือเริ่มจากละเลงแป้ง จากนั้นใส่ผักกะหล่ำปลี และวัตถุดิบเครื่องปรุงต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่ง ใครมาที่ฮิโรชิมะต้องมาลองเลยที่ตึกOkonomiyaki Mura อาคารสูง 4 ชั้น ตึกนี้มีแต่ร้านขายโอโคโนมิยากิ แต่ละร้านทำกันสดๆ เสิร์ฟแบบระยะประชิดติดขอบเตากันเลย

ซานุกิอุด้ง

มากันที่จังหวักคางาวะกันบ้าง ที่นี่ก็มีอาหารขึ้นชื่ออย่าง ซานุกิอุด้ง เป็น 1 ใน 3 อุด้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ ความพิเศษของอุด้งที่นี่อยู่ที่ตัวแป้งสาลีที่เขาเอามาทำเส้น ซึ่งเขาใช้วิธีทำแบบดั้งเดิมมากว่า 100 ปีแล้ว โดยจะกินคู่กับเทมปุระ จิ้มน้ำซอส สาวเส้นอุด้งเข้าปากที ซดน้ำทีซุปนี้หมดชามไปตอนไหนยังไม่รู้ตัว

 

เนื้อวัวจากเมืองทาจิมา (เนื้อโกเบ)

อีกหนึ่งเมนูที่ต้องบอกเลยว่าใครที่มาแล้วไม่กินคือพลาดมาก นั่นก็คือ เนื้อวัวจากเมืองทาจิมา จังหวัดเฮียวโงะ ลักษณะของเนื้อจะมีฟองไขมันเม็ดละเอียดแทรกซึมอยู่ในอณูเนื้อแดง ทำให้เนื้อโกเบมีความนุ่ม ละลายในปาก

ผสานกับรสชาติจากฟองไขมันที่หอมหวาน ซึ่งจัดว่าเป็นอีกหนึ่งในเนื้อวัวคุณภาพดีที่มี Marbling Score ในระดับ A5 พูดแล้วก็อยากกินอีกมันฟินจริงๆ นะ ยิ่งเล่าก็ยิ่งอยากบินไปกินซะเดี๋ยวนี้เลย

พาไปอิ่มท้องแล้ว มาต่อกับความอิ่มตาอิ่มใจกับสถานที่ท่องเที่ยวแถบเซโตะอุจิกันบ้าง คือต้องบอกก่อนว่าแต่ละสถานที่ที่พาไปดู ถ้าใครเป็นสายปาร์ตี้อาจจะไม่ชอบ แต่ถ้าลองเปิดใจกันก่อนคุณอาจจะหลงรักและอยากมาสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ได้

อย่างแรกเลยที่อยากจะพาไปกันก็คือ ศาลเจ้า…มันน่าสนใจยังไงน่ะหรอ ก็เพราะศาลเจ้าของญี่ปุ่นทั้ง 3 แห่ง ที่พามาดู ล้วนเป็นศาลเจ้าที่คนญี่ปุ่นเขาเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ นับถือศรัทธากันมาก แถมบรรยากาศก็เงียบสงบสวยงามอีกด้วย

ศาลเจ้าโมโตโนสุมิ อินาริ

ที่นี่มีชื่อเสียงในเรื่อง เสาโทริอิสีแดงที่เรียงรายกว่า 123 ต้น เป็นระยะทางกว่า 100 เมตร (328 ฟุต) อยู่บริเวณริมทะเลใสสีน้ำเงิน ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมเดินใต้เสาโทริอิที่ทอดยาวคล้ายอุโมงค์พลางอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เช่น ขอให้ประกอบธุรกิจสำเร็จ, การเดินทางปลอดภัย, พานพบเนื้อคู่ และการมีบุตร โดยเทพเจ้าสามารถช่วยให้คำขอต่างๆ เป็นจริงได้

ที่นี่ยังมีวิธีการโยนเหรียญบริจาคที่ท้าทายความแม่นยำมาก เพราะตัวกล่องบริจาคอยู่สูงเกือบ 5 เมตรเลยนะ ว่ากันว่าหากคุณสามารถโยนเหรียญลงกล่องทำบุญได้คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจริง

ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ

ศาลเจ้าลอยน้ำในศาสนาชินโตแห่งนี้ สร้างขึ้นช่วงกลางทศวรรษที่ 16 มีอายุกว่า 1,400 ปี ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิม่า (ชื่อเกาะมิยาจิม่าแปลว่าเกาะแห่งศาลเจ้า เพราะมีศาลเจ้าอิสึกุชิมะตั้งอยู่) ความโดดเด่นของศาลเจ้าอิสึคุชิมะแห่งเกาะมิยาจิม่า คือส่วนของประตูโทริอิ (Torii) สีแดงที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล ส่วนตัวศาลเจ้าหลักสร้างได้แข็งแรงแบบไร้ตะปูตอก ถูกสร้างให้ยื่นออกไปในทะเลเช่นกัน​ในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง จะสามารถมองเห็นเสมือนหนึ่งว่าตัวศาลเจ้าอิสึคุชิมะกับประตูโทริอิสีแดงขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือท้องทะเลจริงๆ ส่วนในช่วงเวลาน้ำลด นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินเข้าไปชมฐานประตูโทริอินี้ได้ด้วย ที่นี่มีวิวสวยงามมากจนได้รับการกล่าวขาน ว่าเป็น 1 ใน 3 วิวทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมประจำจังหวัดฮิโรชิมะที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี ค.ศ.1996

ศาลเจ้าโคโตฮิระกู

ตั้งอยู่บนภูเขาโซซุ ในเมืองโคโตฮิระ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งทะเล เป็นที่เคารพบูชาของชาวเรือ และเป็น 1 ใน 88 ศาลเจ้าและวัดแห่งการแสวงบุญ และยังได้สักการะเจ้าแม่กวนอิม 11 พักตร์ (Juichimen-Kannon) การเดินขึ้นไปศาลเจ้าจะต้องขึ้นบันไดกว่า 800 ขั้น และหากต้องการเดินขึ้นไปยังศาลเจ้า                  ชั้นในสุด จะต้องเดินต่ออีก 1,368 ขั้น

เห็นจำนวนตัวเลขของขั้นบันไดแล้วก็อย่าเพิ่งท้อไปดื้อๆ เพราะเวลาเดินจริงๆ ก็ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น บรรยากาศรอบๆ ระหว่างทางเดินมีทั้งร่มเงา ต้นไม้ใหญ่ให้ความเย็นสบาย รวมถึงยังมีจุดขายของที่ระลึกท้องถิ่นให้ดูเพลินๆ ยิ่งเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งสงบ และพอถึงจุดหมายด้านบนจะรู้เลยว่าคุ้มค่ามากๆ กับการมาที่นี่ เพราะบรรยากาศโดยรอบศาลเจ้าร่มรื่นดีจริงๆ

อิ่มใจกับกับไปไหว้พระขอพรแล้ว มาอิ่มตากับสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้เก็บภาพความทรงจำกันบ้าง สถานที่ท่องเที่ยวในแถบเซโตะอุจินั้น มีให้เลือกหลายแนว ทั้งคนชอบซึมซับกับรอยอดีตและชอบงานศิลปะ รับรองว่าถูกใจแน่นอน

สะพานคินไตเคียว

สิ่งก่อสร้างแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาของคนญี่ปุ่นว่าเป็นชนชาติที่มีความครีเอทีฟสูงมาตั้งแต่สมัยโบราณก็ว่าได้ สำหรับสะพานคินไตเคียว  สะพานไม้ที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น มีลักษณะเป็น 5 โค้ง กว้าง 5 เมตร ความยาว  193.3 เมตร เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ความพิเศษของการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ก็คือ เป็นสะพานที่ใช้วิธีสร้างแบบดั้งเดิมคือไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว

 เกาะแห่งศิลปะร่วมสมัย

นั่งเรือข้ามมายังเกาะนาโอชิมะ จังหวัดคากาวะ (Naoshima Island) ซึ่งเป็นเกาะที่เล็กที่สุดในญี่ปุ่น แต่เป็นเกาะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องงานศิลปะร่วมสมัย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะของศิลปินชื่อดังของญี่ปุ่นและระดับโลกมากมาย มีการแสดงผลงานทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม และงานInstallation ต่างๆ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วเกาะแห่งนี้

โดยการเดินทางไปชมงานศิลปะบนเกาะ ถ้าคุณเป็นสายอาร์ตตัวจริง แนะนำให้หาที่พักบนเกาะและตระเวณดูให้ครบ อาจจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน แต่ถ้าเจาะจงมาดูผลงานของศิลปินที่ชื่นชอบแค่บางคน สามารถใช้บริการรถบัสประจำทางที่วิ่งรอบเกาะนี้ได้

เขตประวัติศาสตร์บิคัง

เขตประวัติศาสตร์บิคัง เป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ยุคเอโดะ ความโดดเด่นของที่นี่คือ โครงสร้างอาคารที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมจากตะวันตก

ปัจจุบันเป็นกลุ่มอาคารที่ได้รับการอนุรักษ์โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ให้คงรูปแบบอาคารดั้งเดิมเอาไว้ ร้านค้าต่างๆ จึงตั้งอยู่ในบรรยากาศเก่าแก่ สามารถนั่งรถลากโบราณเที่ยวชมทัศนียภาพของเมืองโดยรอบ หรือล่องเรือชมแม่น้ำคุราชิกิ ที่ไหลผ่านใจกลางเขตประวัติศาสตร์บิคังได้อีกด้วย

จริงๆ แล้ว เสน่ห์ของแถบเซโตะอุจิยังมีอีกเยอะนะ แต่น่าเสียดายที่เวลามีจำกัดเลยไม่ได้ไปลอง เช่นอาหารขึ้นชื่ออย่าง เนื้อวัวโอลีฟ จังหวัดคางาวะ ซึ่งหากินยากมาก เพราะเลี้ยงเพียง 2,000 ตัวต่อปี เท่านั้น หรือจะเป็นผลไม้ขึ้นชื่ออย่าง องุ่นไชน์มัสคัต และลูกพีชสีขาว จังหวัดโอคายามะ ซึ่งตอนที่ไปไม่ใช่ช่วงที่เขาเก็บเกี่ยวกัน เขาว่ารสหวานและกลิ่นหอมมาก ขนาดว่าเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูงกว่าลูกพีชของจังหวัดอื่นๆ ในญี่ปุ่นเลยทีเดียว ใครที่ไปญี่ปุ่นช่วงนี้ก็น่าจะได้กินแน่ๆ แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นล่ะก็ มาเที่ยวที่งาน THE MALL JAPAN DISCOVERY 2019 : SPARKLING SETOUCHI” ก็น่าจะฟินไม่น้อย เพราะภายในงานได้จำลองเมืองเก่าของย่าน “คุระชิกิ เมืองโบราณยุคเอโดะ”เอาไว้เหมือนสถานที่จริง

อีกทั้งยังมี “HIROSHIMA KAGURA SHOW”  การร่ายรำและแสดงดนตรีแบบดั้งเดิมที่หาชมได้ยากจากจังหวัดฮิโรชิมะ รวมทั้งยังรวบรวมเมนูไฮไลท์มาให้ลิ้มรสทั้งอาหารเมนูต้นตำรับและของหวานชื่อดังมากมายส่งตรงจากเซโตะอุจิ ดินแดนทะเลใน ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น  นำมาวางจำหน่ายในงาน นอกจากนี้ยังรวบรวมสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น บูธแนะนำการท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย โดยงานจัดระหว่างวันที่ 16 – 25 สิงหาคม 2562 ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ บางกะปิ และวันที่ 6 – 15  กันยายน 2562 ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์ โคราช

 

อ่านเรื่องที่กินที่เที่ยวสไตล์ญี่ปุ่นต่อได้ที่นี่

ลึกลับ ณ โตเกียว! ชี้เป้าร้าน INUA (อินนัว) หนึ่งเดียวในญี่ปุ่น ล้ำทุกรสชาติจนต้องไปลอง

นึกว่าอยู่ญี่ปุ่น! นอนเรียวกัง แช่ออนเซ็น เปิดวาร์ปเชียงใหม่ แต่ได้ฟีลลิ่งเจแปน

อ่านแล้วต้องไป! แหล่งช้อป กิน เที่ยว ที่ฮอกไกโด แพลนไว้ก่อนไม่พลาด

ชี้ตำรา กระดาษทันซะคุ ขอพร 5 สีให้สมหวัง ก่อนไปเทศกาล เซนได ทานาบะตะ

 

keyboard_arrow_up