ชวนคุย 5 หนุ่มสาว SAB-Thailand ช่างผมไทยบนเวทีระดับเอเชีย ความสำเร็จที่ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ

วงการช่างผมไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมระดับโลก ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล(ประเทศไทย)  เปิดโครงการ SAB-Thailand Young Hairdressing Award 2018 ค้นหาช่างผมรุ่นใหม่สู่เวทีระดับเอเซียแปซิฟิคกับ 5 ประเภทการแข่งขัน จนได้ผู้ชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันต่อในงานประกวด Shaping Authentic Beauty Congress–Asia Pacific 2019 ณ นครหลวงปักกิ่ง ประเทศจีน ที่เพิ่งปิดฉากไปหมาดๆ เมื่อต้นเดือนเมษายนนี่เอง และวันนี้ทีมงาน Praew Online ได้มีโอกาสสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับสุดยอดช่างผมคนไทยทั้ง 5 ท่าน ที่มีโอกาสไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับเอเชีย ต้องบอกเลยว่า เส้นทางความสำเร็จแต่ละท่าน ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ระหว่างทางนั้น มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจแต่กต่างกันไป…

“อยากให้ช่างทำผมไทยออกจาก Safe Zone แค่ก้าวพ้นความกลัว ทำในสิ่งที่เราชอบ ทำตามสไตล์คุณเอง มันจะเกิดความตื่นเต้น ความแปลกใหม่ ได้เปิดโลก พอมานั่งนึกย้อนกลับไป ต้องขอบคุณตัวเองและคนรอบข้างมากๆ ถ้าเราไม่ส่งผลงานเข้าประกวดวันนั้น วันนี้คงมาไม่ถึงระดับเอเชียแน่นอนค่ะ”

คุณแอนอรไพลิน วงษ์ประเสริฐ จาก SALON DIO  ตัวแทนประเทศไทย ในประเภท Commercial Style เป็นท่านแรกที่เริ่มเปิดประเด็น ชวนทีมงานย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นในสายอาชีพช่างทำผม “ทำผมไม่เคยอยู่ในหัวแอนเลย แต่พอได้ลองทำแล้วก็ชอบ สั่งสมประสบการณ์มาเรื่อยๆทั้งกับร้านใหญ่ร้านเล็กๆ จนออกมาเปิดเอง ชื่อ SALON DIO  การได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดในระดับเอเชีย แอนรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มากนะ คือตอนนั้นประกวดประเภท Commercial Style ผลงานที่ส่งไปคือได้แรงบันดาลใจจาก “ปลากัด” ดึงสีของมันที่มีความสดชัดสวยงาม แอนชอบที่มันเป็นปลากัดยอดนักสู้ เพราะที่แอนได้ไปที่จีนแอนก็ต้องสู้เหมือนกัน กว่าจะไปถึงจุดๆนั้นได้ค่ะ”

ถัดมาที่ คุณชมพู่อารยา  จ้อยจินดา จากร้าน Kudos by Tarakorn ตัวแทนประเทศไทย ประเภท Avant Garde ซึ่งก็ถือว่าเป็นสไตล์ทรงผมที่ยากอีกประเภทหนึ่ง แต่เธอก็ผ่านมันมาๆได้ “ใช่ค่ะ ยากพอสมควร แต่ก็ท้าทายความสามารถของตัวเองดี ผลงานที่ ครีเอตขึ้น เราดึงเอาความซับซ้อนของสมองของคนเราในแต่ละวันคิดอะไรรู้สึกยังไง เอาตรงนั้นมาเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงาน พอชนะในไทยได้ไปแข่งต่อที่ประเทศจีน คือตื่นเต้นมาก เป็นเวทีทียิ่งใหญ่มาก เราได้อะไรกลับมามากกว่าการแข่งขัน ทั้งการเรียนรู้ ทั้งมิตรภาพ การเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ได้พัฒนาฝีมือ มันทำให้รู้เลยว่า ช่างผมไทยมีความสามารถมากเลยนะคะ เพียงแค่ยังขาดโอกาส ขาดเวทีให้ได้ทดสอบฝีมือเท่านั้นเอง เวที SAB-Thailand  จึงสำคัญกับเรา และคิดว่าเพื่อนๆในวงการทุกคนควรได้เข้ามาลองดูสักครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ”  

ข้ามมาที่ตัวแทนประเทศไทยในประเภท Men’s Style กันบ้าง คุณเท่ห์อนุชิต กัปโก จากร้าน เท่ห์ First Cut ทราบมาว่าคุณเท่ห์เริ่มต้นอาชีพช่างผมตั้งแต่อายุ 16  “ถูกต้องครับ ผมเข้ามาด้วยใจรัก แล้วก็เริ่มตามความฝันมาเรื่อยๆจนมีร้านซาลอนเป็นของตนเอง การได้มาเวทีนี้และเป็นตัวแทนประเทศไทยครั้งนี้ ผมถือเป็นรางวัลตอบแทนให้กับความทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดสิบกว่าปีก็หายเหนื่อยครับ รู้สึกว่าฝันของผมเดินทางมาไกลมาก ยังจำบรรยากาศตอนที่แข่งที่จีนได้ดี ผมครีเอตผลงานชื่อ Theme Volcano ได้แรงบันดาลใจจากภูเขาไฟ ผมสีบลอนด์เทาประกายเขียว เปรียบเป็นฐานภายนอกของภูเขาไฟที่แข็งแรง ส่วนไฮไลต์สีส้มแทนความร้อนแรงของลาวาครับ ถึงแม้ในระดับเอเชียผมจะไม่ได้รางวัลกลับมา แต่ก็ถือว่าคุ้มมากๆ เป็นพลังให้เราสร้างสรรค์ผลงานที่ดีๆมาบริการลูกค้าต่อไปได้ครับ”

“ของต้อมจะคล้ายๆน้องเท่ห์ คือใจรักและอยู่วงการเสริมสวยมานานกว่ายี่สิบปีแล้ว จนมาเปิด The SIT salon นี่แหละค่ะ”  คุณต้อมณิกฤชา พัฒนะภาศิริ จาก THE SIT Salon ในฐานะตัวแทนประเทศไทยในประเภท SKP COLORIST เล่าถึงจุดเริ่มต้นของเธอ  “พอต้อมทราบข่าวว่าทางชวาร์สคอฟฯ มีประกวด SAB-Thailand ก็สมัครเลย เพราะต้องการทดสอบฝีมือ ต้อมประกวดบ่อยนะ แต่ก็ไม่ค่อยชนะหรอกค่ะ แต่ไม่ท้อ ครั้งนี้เตรียมตัวมาดี ที่ดีไซน์ทรงนี้ออกมาต้อมได้แรงบันดาลใจจากแสงแดด ที่มันมีเฉดสีของมันในแต่ละช่วงเวลา สื่อถึงอารมณ์และดูมีพลัง ความยากอยู่ที่การไล่เฉดสีให้ออกมาดูสม่ำเสมอและส่งพลังให้คนที่เห็นผลงานเราสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เราครีเอตออกมา”

ส่วนชายหนุ่มท่านสุดท้าย ผู้ชนะเลิศประเภท Salon of the year คุณบอยธนกฤต ธนาธำรงฤทธิ์ (ฝั่งขวา) จากร้าน Kudos by Tarakorn เรียกได้ว่าจับพลัดจับผลูมาเอาดีด้านนี้ “(หัวเราะ) ใช่ครับ ของผมต่างจากพี่ๆ คือเป็นหนุ่มแบงก์มาก่อน แล้วครูต่อ(ธารากร ธาราธำรงฤทธิ์) ชักชวนมาช่วยงานในซาลอน ประจวบเหมาะกับอยากหาอะไรใหม่ๆ ทำพอดี ก็เรียนรู้มาตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนตัวมาสายประกวดอยู่แล้ว(หัวเราะ) สำหรับเวทีนี้ ผมตั้งใจมาก เพราะอยากเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งที่จีน พอรู้ว่าชนะ ก็สมความตั้งใจแล้ว ดีใจที่ผลงานเราเป็นที่ชื่นชอบ งานที่ส่งไปชื่อ Luxury Zafari ได้แรงบันดาลใจจากหมวกปีกกว้าง มีเท็กเจอร์ของการถักเปียการดัดลอนครีเอตออกมาให้เป็นทรงหมวกเรียบหรูสไตล์ท้องทุ่งซาฟารีครับ

ผมขอเป็นคนพูดแทนพี่ๆ ทั้งสี่ท่านล่ะกันนะครับ ผมเชื่อว่าที่เราชนะได้ กระทั่งเป็นตัวแทนประเทศไทยไม่ใช่เพราะพวกเราเก่งกว่าช่างผมไทยคนอื่นๆ ทุกคนมีความสามารถมีความครีเอตในสไตล์ของตนเอง  กว่าจะมาเป็นผลงานแต่ละชิ้นได้ มันผ่านการคิด การซ้อม ฝึกทำซ้ำๆ ซึ่งสำคัญมาก โอกาสมีไว้สำหรับคนที่พร้อมเสมอ การไปสัมผัสเวทีระดับเอเชีย มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ที่ช่างผมไทยทุกคนควรได้ไปสัมผัส พอกลับมาคุณจะรู้สึกได้ว่ามันสร้างพลังให้ตัวเองได้เยอะมาก มั่นใจในการทำงานมากขึ้น เวลาที่แนะนำลูกค้าไป มันทำให้เขาเชื่อมั่นเราเพิ่มมากขึ้น แถมยังเอาปรับใช้ในการบริหารจัดการร้านได้อีกด้วยครับ ต้องขอบคุณชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล(ประเทศไทย)  และโครงการ SAB-Thailand เป็นเวทีแห่งโอกาสของทุกๆคนจริงๆครับ”

keyboard_arrow_up