เย็นระห่ำกับ Everest หนังดราม่าแอดเวนเจอร์จากชีวิตจริง

เย็นระห่ำกับ Everest หนังดราม่าแอดเวนเจอร์จากชีวิตจริง
เย็นระห่ำกับ Everest หนังดราม่าแอดเวนเจอร์จากชีวิตจริง

แม้ว่าพวกเขาจะขึ้นไปสู่ยอดเขาได้สำเร็จ แต่ขากลับ กลับต้องเผชิญกับพายุหิมะครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล ซึ่งพวกเขาจะกลับลงมาได้สำเร็จไหมต้องไปลุ้นกัน วาระนี้ต้องยอมใจ ผกก. ที่นำเสนอแนวทางของหนังได้ปลุกเร้าอารมณ์ดีเยี่ยม และโดดเด่นด้วยการเนรมิตฉากหลังของเอเวอเรสต์ออกมาได้สมจริง ชวนให้รู้สึกเย็นจับขั้วหัวใจตามได้เลย #แอร์ในโรงหนังหนาวมาก

everest-2ที่โดดเด่นอีกอย่างคือ การนำเสนอเรื่องจริงที่คนส่วนใหญ่รู้บทสรุปแล้วออกมาได้น่าติดตาม ไม่น่าเบื่อ ชวนให้ลุ้นระทึก อาจจะยังไม่ถึงขั้นสุด แต่ก็ไม่รู้สึกสะดุด เนื่องจากหนังเก็บรายละเอียดแบบค่อยเป็นค่อยไปได้เป็นอย่างดี เล่าไปทีละสเต็ป น่าจะถูกใจนักเดินทางหรือนักผจญภัยเป็นพิเศษ เพราะเราจะรู้สึกเสมือนได้เดินทางเกาะติดไปกับพวกเขา ฟีลหนังจึงออกแนวกึ่งๆ สารคดีท่องเที่ยวประเทศเนปาลที่มีตัวละคร มีเส้นเรื่องให้ชวนติดตามและใคร่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ที่เสริมทัพให้หนังออกมาดีคือการได้นักแสดงชั้นดีไล่ตั้งแต่เจสัน คลากส์ จอส โบรลิน ไคร่า ไนต์ลีย์ แซม วอชิงตัน เอมิลี่ วัตสัน และเจค กิลเลนฮัล เป็นต้น มาประชันบทบาทกัน เรียกว่าดีงามสุดๆ ซึ่งแต่ละคนก็เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติและเข้าถึงบท ติดอยู่ตรงที่ ผกก. ยัดเยียดซีนดราม่าเข้าไปมากเกินไปหน่อย จนอาจจะทำให้รู้สึกว่าความเรียลมันลดลงไปในซีนท้ายๆ ทั้งๆ ที่เกือบตลอดทั้งเรื่องดูสมจริงมาโดยตลอด หากแต่ข้อดีคือเราจะได้เห็นอารมณ์ของคาแร็กเตอร์ตัวละครอย่างเด่นชัดขึ้น

everest-1ถ้าถามว่าหนังสนุกไหม ก็ตอบแบบเสียงแผ่วๆ ว่าสนุกนะ แต่อาจจะไม่ถึงจุดพีคเหมือนอย่างที่ตัวละครในเรื่องทำได้ เพราะว่ากันตามตรงคือหนังจะโฟกัสประเด็นไหนเป็นหลักยังไม่แน่ใจ อาจจะเรียกว่าครบรสก็ไม่เชิง ที่นำหน้ามาเลยคือหนังได้ทำให้เราได้รู้จักกิจกรรมปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์มากขึ้น ไม่ใช่แบบผิวเผินที่รู้แค่ว่ามันสูงที่สุดของโลก มันเสี่ยงอันตรายแค่ไหน เพราะขั้นต่อไปคือหนังจะพาเราไปเห็นภาพความยากลำบากที่ว่า ซึ่งก็ดูสมจริงดีแท้ และที่เสี่ยงตายน่ะมันเสี่ยงขนาดนั้น ซึ่งหนังจะตอบโจทย์ให้รู้ว่าทำไมยอดเขาเอเวอร์เรสต์ถึงมีเสน่ห์บางอย่างชวนให้คนที่ไปถึงที่นั่นแล้วต้องขึ้นไปยอดเขาให้จงได้

ไปๆ มาๆ จุดที่เราโฟกัสไม่ได้ว่าหนังจะสื่อถึงการปีนเขาหรือดราม่าของตัวละครกันแน่ พอมารวมกันแล้วกลับทำให้เราเห็นถึงจุดหมายปลายทางที่ ผกก. ต้องการสื่อให้เรารับรู้ว่า ความมุ่งมั่นอย่างตั้งใจจริงจะทำให้เราประสบความสำเร็จ และเราจะไม่มีวันเป็นผู้นำที่ดีได้ ถ้าไม่ใส่ใจคนที่ตามหลัง เพราะปลายทางข้างหน้า คนที่อยากก้าวไปถึงไม่ได้มีแค่เราเพียงคนเดียว หากเปรียบอุปสรรคทั้งหลายคือระหว่างทางในการปีนเขา และความสำเร็จคือยอดเขาเอเวอร์เรสต์แล้ว การประคับประคองเอาตัวเองลงมาต่างหากที่ยากและน่าหวั่นเกรงกว่า สำหรับใครที่ชอบหนังที่สร้างจากประวัติบุคคลจริงอย่าง American Sniper หรือ 127 Hours ไม่ควรพลาดเรื่องนี้เลยเด็ดขาด 9/10

everest-3

 

เรื่อง : คิมคานา

Credit Picture:

http://www.theguardian.com/film/2015/sep/02/everest-review-star-studded-adventure-proves-a-difficult-summit

http://www.dailymotion.com/video/x30neyi

http://www.movienewz.com/everest/

 

keyboard_arrow_up