ท่องเมืองสวรรค์ริมทะเล “ซานตาครูซ-ซานตาบาร์บารา” เสน่ห์แห่งแคลิฟอร์เนีย

แคลิฟอร์เนีย
แคลิฟอร์เนีย

ท่องเมืองสวรรค์ริมทะเล “ซานตาครูซ-ซานตาบาร์บารา” เสน่ห์แห่งแคลิฟอร์เนีย… เพราะแคลิฟอร์เนียไม่ได้มีเสน่ห์แค่แซนแฟรนซิสโกหรือลอสแอนเจลิสเท่านั้น แต่ยังมีเมืองเล็กเมืองน้อยอีกเหลือเฟือที่โปรยเสน่ห์จัดจ้านใส่ผู้คลั่งไคล้แสงแดดและเกลียวคลื่นได้เสมอ มหาสมุทรสีฟ้าเทอร์คอยส์ทำให้รู้สึกได้ถึงความรื่นรมย์ที่ห่มคลุมอยู่ทั่ว ฉันเดินทางผ่านเส้นทางนี้หลายเที่ยวหลายหน แต่ดูเหมือนเที่ยวนี้ไม่ปกตินัก ฉันตั้งใจแวะทุกเมืองที่ปักหมุดเอาไว้ว่าเป็นพาราไดส์ริมทะเลอย่างเนิบและช้า เพราะเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ริมทะเลที่ไม่มีงานการให้สะสาง ไม่มีเวลาเข้าออกงาน และไม่มีอะไรให้เร่งรีบ

 

Santa Cruz วันที่ฟ้าสีสด

ตั้งหลักที่แซนแฟรนซิสโก มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ ใช้ทางหลวงสาย 101 ขับสบายๆ กินลมชมวิวไม่ทันเหนื่อย ก็เข้าเขตอ่าวมอนเตเรย์ที่มีเมืองซานตาครูซเป็นศูนย์กลาง ได้รับการยกย่องให้เป็นบีชทาวน์ในเขตซานตาครูซเคาน์ตี้ มีเมืองใหญ่น่าชมอยู่รายล้อมอย่างวัตสันวิลล์, สกอตวัลเลย์ และคาปิโทลา

แคลิฟอร์เนีย
ซานตาครูซในมุมที่เห็นเสน่ห์ของมหาสมุทรได้เต็มตา

ซานตาครูซตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิก ในวันที่ฟ้าสดปลั่งไปทั่วทั้งแผ่น น้ำทะเลที่มองออกไปก็เป็นสีครามสดทั้งผืน ใครที่ได้รู้จักซานตาครูซอย่างถึงเนื้อถึงตัว ก็ต้องรู้ว่าวัฒนธรรมการเล่นเซิร์ฟของเมืองนี้เป็นที่เลื่องลือ ชายหาดที่มีชื่อเสียงเรื่องการเล่นกระดานโต้คลื่นในละแวกนี้อก็ต้องเป็นหาดโคเวลล์และหาดเพลเชอร์พ้อยต์

แคลิฟอร์เนีย
หนึ่งในหลายจุดชมการเล่นเซิร์ฟของซานตาครูซ

เราลัดเลาะไปตามถนนเวสต์คลิฟฟ์ไดร์ฟ เสพทิวทัศน์งดงามสองข้างทาง เพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์เซิร์ฟของซานตาครูซ (Santa Cruz Surfing Museum) ตั้งอยู่ในเขตประภาคารมาร์ค แอ๊บบอตต์ จากมุมนี้มองเห็นโค้งเว้าของอ่าวได้อย่างเต็มตา เห็นได้ไกลไปถึงแนวคลื่นสำคัญสำหรับเล่นเซิร์ฟ “สตีมเมอร์เลน” อันโด่งดัง ซานตาครูซที่เห็นในมุมนี้จึงสวยน่าจดจำ

 

Santa Cruz Boardwalk สวนสนุก…เสน่ห์แบบดั้งเดิม

แม้จะเป็นเมืองทันสมัย แต่ซานตาครูซก็เป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของอเมริกา เพราะชาวสเปนมาตั้งรกรากที่นี่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1791 มีชื่อเก่าดั้งเดิมเป็นภาษาสเปนว่า “Branciforte” จากนั้นนักสำรวจและบาทหลวงก็เข้ามาเผยแผ่ศาสนา จึงสร้างโบสถ์และเปลี่ยนชื่อเป็นซานตาครูซตามชื่อของนักบุญ

ปี ค.ศ. 1857 แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลายซานตาครูซลงราบคาบ ใช้เวลาก่อร่างสร้างเมืองใหม่เสร็จเอาเมื่อปี ค.ศ. 1930 จากนั้นรัฐบาลก็ส่งเสริมให้เอาดีทางท่องเที่ยวและอนุรักษ์ธรรมชาติทางทะเล รวมถึงป่าไม้ริมทะเล อ่าวมอนเตเรย์แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งดูนกที่ดีที่สุดในแคลิฟอร์เนีย ใครชอบดูนก ฉันขอให้มางานเทศกาลดูนก “Monterey Bay Birding Festival” ช่วงเดือนกันยายนปลายฤดูร้อน

แคลิฟอร์เนีย
ซานตาครูซบอร์ดวอล์ค สวนสนุกริมชายหาด…เสน่ห์ของซานตาครูซ

ไฮไลต์ของซานตาครูซที่ฉันหลงรักคือ ซานตาครูซบอร์ดวอล์ค สวนสนุกริมชายหาด เป็นสวนสนุกเก่าแก่ เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1915 และยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์จนถึงวันนี้ ฉันหลงรักเครื่องเล่นโบราณอย่างรถไฟเหาะที่ทำจากไม้ อันที่จริงสวนสนุกแห่งนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่มีเสน่ห์ตรงที่อยู่ริมทะเลนี่แหละ บรรยากาศเลยดี๊ดี

ซานตาครูซรั้งเราเอาไว้นานสองนาน ดูเหมือนผู้คนแถวนี้ไม่มีใครพกพาท่าทีเบื่อโลกมาเที่ยวด้วย ถ้าไม่เฮฮาที่สวนสนุกก็เอกเขนกอย่างสบายอารมณ์กับหนังสือเล่มโปรดที่อ่าวหูฉลาม (Shark Fin Cove) ชายหาดเล็กๆ ของคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย มีเอกลักษณ์เป็นกองหินคล้ายหูฉลามตามชื่อ

 

Santa Barbara สวรรค์น้อยๆ ริมทะเล

ฉันพบว่าตัวเองมีความสุขเป็นพิเศษกับเมืองริมทะเลทั้งหลาย รวมถึงสถานที่อีกสารพัดริมน้ำ การได้ขับรถเลาะเลียบไฮเวย์สาย 1 เส้นทางแนบทะเลสุดโปรด ทำให้ได้สัมผัสความสวยงามที่แตกต่างกันไปตามมุมเว้าแหว่งของแผ่นน้ำและแผ่นดินระหว่างทาง

แคลิฟอร์เนีย
สะพานเหล็กทรงโค้งใหญ่ (Bixby Bridge) ต้อนรับเข้าสู่ซานตาบาร์บารา

สะพานเหล็กทรงโค้งใหญ่ที่เป็นเหมือนซุ้มประตูต้อนรับเราเข้าสู่ซานตาบาร์บารา เป็นสัญลักษณ์สำคัญของทางหลวงสายที่สวยที่สุดเส้นนี้ ฉันเริ่มเปิดกูเกิ้ลแม็ปปักหมุดมื้อกลางวันไว้ที่ “Cold Spring Tavern” ร้านอาหารในตำนาน อายุอานามกว่าร้อยปี เพราะต้องออกจากเส้นทางหลักเข้าสู่ถนนสายเล็กๆ จนไม่คิดว่าจะมีร้านอาหารมาเปิดอยู่แถวนี้ได้ แต่กูเกิ้ลยืนยันให้เราขับรถตรงไปเรื่อยๆ ไม่นานภาพหนังฝรั่งในสมัยคาวบอยชักปืนดวลกันก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า เหมือนนั่งไทม์แมชีนย้อนยุคกลับไปเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

แคลิฟอร์เนีย
แนวต้นปาล์มริมหาดและพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เสน่ห์เฉพาะของซานตาบาร์บารา

ร้านนี้เคยเป็นที่พักของขบวนรถม้าที่ต้องผ่านเทือกเขามาจอดพัก จนปัจจุบันลูกหลานปรับปรุงให้เป็นร้านอาหารที่ยังเก็บบรรยากาศดั้งเดิมไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ร้านนี้ไม่ได้เด่นแค่บรรยากาศ แต่รสชาติอาหารก็ไม่แพ้ใคร ชื่อเสียงกระฉ่อนจนมีทีวีหลายช่องมาถ่ายทำรายการ และดาราชื่อดังหลายคนก็แวะเวียนมาที่ร้านนี้เหมือนกัน

ซานตาบาร์บาราอยู่ห่างจากลอสแอนเจลิสไปทางเหนือประมาณ 95 ไมล์ เป็นอีกเมืองชายทะเลฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีแนวเขาซานตาอีเนซ (Santa Ynez Mountains) โอบล้อมอยู่ บ้านช่องจึงต้องสร้างไล่ขึ้นไปตามความลาดชันของภูเขา ที่ดินที่เป็นที่ราบใกล้ทะเลจึงแพงเอาการอยู่ พวกเศรษฐีอเมริกันนิยมมาซื้อบ้านตากอากาศกัน ซานตาบาร์บารามีอากาศสบายๆ แบบเมดิเตอร์เรเนียน จนถูกตั้งฉายาว่าเป็นอเมริกันริเวียรา

แคลิฟอร์เนีย
ถนนในดาวน์ทาวน์ซานตาบาร์บารา เมืองแนวราบ ไม่มีตึกสูงเกะกะสายตา

ตัวเมืองซานตาบาร์บาราเป็นเมืองแนวราบ ไม่ค่อยมีตึกสูงเกะกะสายตา ส่วนใหญ่จะเป็นแบบสแปนิชโคโลเนียลคลาสสิกสองชั้น ชั้นล่างเป็นร้านค้า ส่วนชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย ร้านค้าแบรนด์เนมมีให้เลือกครบทุกยี่ห้อ สายช้อปปิ้งขอเพียงเตรียมบัตรเครดิตไว้ให้พร้อม ดาวน์ทาวน์ซานตาบาร์บาราจึงสวยงามและหรูหราสมคำร่ำลือ

แคลิฟอร์เนีย
ที่ทำการศาล แลนด์มาร์คสำคัญของซานตาบาร์บารา

แลนด์มาร์คสำคัญของซานตาบาร์บาราเห็นจะไม่พ้นศาลของเมืองนี้ (Santa Barbara County Courthouse) สัญลักษณ์หนึ่งของที่นี่ สถาปัตยกรรมแบบสเปนที่สวยงาม เป็นต้นแบบของการสร้างตึกรามบ้านช่องแนวนี้ของเมือง ภายในอาคารมีห้องว่าความและมีชั้นใต้ดินที่เคยเป็นคุก คอร์ตเฮ้าส์แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายให้เข้ามาชม มีบางห้องที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ฟรี แต่งดใช้แฟลช ถ้าเดินเลยไปขึ้นลิฟต์สู่ยอดหอนาฬิกาก็ได้ชมวิวซานตาบาร์บาราที่มีฉากหลังเป็นภูเขาแบบพานอรามาเต็มตา

แคลิฟอร์เนีย
โบสถ์เก่าแก่ของซานตาบาร์บารา ผ่านเรื่องราวมามากมาย

อีกหนึ่งหมุดสำคัญของเมืองที่ควรค่าเข้าชมคือ โบสถ์โอลด์มิชชั่น (Old Mission Santa Barbara) เป็น 1 ใน 10 โบสถ์แรกที่สร้างขึ้นในแคลิฟอร์เนียโดยชาวสเปนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1786 ตั้งชื่อตามนักบุญบาร์บารา ตลอดเวลาสองร้อยกว่าปี โบสถ์แห่งนี้ต้องผ่านเรื่องราวมามากมาย ที่หนักที่สุดก็คือแผ่นดินไหวครั้งสำคัญ แต่ก็ได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาผงาดงามได้อีกครั้ง

แคลิฟอร์เนีย
แท่นบูชาภายในโบสถ์โอลด์มิชชั่น โบสถ์เก่าแก่ อายุกว่าสองร้อยปี

เสน่ห์ของซานตาบาร์บารายามแดดร่มลมตกน่าจะเป็นสะพานปลาที่ทอดยาวลงไปในทะเล ที่สุดปลายสะพานมีร้านอาหารบรรยากาศดีมากมาย ชาวเมืองออกมายืนตกปลา ขณะที่นกนางนวลบินวนอยู่ไม่ไกลรอกินขนมปังที่คนโยนให้ ผู้คนออกมาเดินเล่นนั่งเล่นรอดูพระอาทิตย์ตก ซานตาบาร์บาราอาจไม่ใช่สถานที่ที่พระอาทิตย์ตกสวยที่สุดของโลก แต่ที่ซานตาบาร์บาราในวันนั้นคงทำให้หลายคนมีความสุขกันอย่างทั่วถึง

แคลิฟอร์เนีย
สะพานปลายามเย็นของซานตาบาร์บารา

รวมถึงฉัน…ที่ต้องคอยย้ำกับตัวเองว่า ต้องใจเย็นและอ้อยอิ่งให้เป็น เพราะถ้ารีบมาด่วนไปเหมือนทุกครั้ง รับรองว่าไม่ได้เห็นพาราไดส์ริมทะเลที่ดวงตะวันทักทายกับดวงจันทร์กลางทะเลในมุมนี้แน่นอน


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 939

keyboard_arrow_up