ได้เวลา Tea Time นานาชาติกับ 7 ร้านดัง…ใจกลางกรุงเทพฯ

ได้เวลา Tea Time นานาชาติกับ 7 ร้านดัง…ใจกลางกรุงเทพฯ
ได้เวลา Tea Time นานาชาติกับ 7 ร้านดัง…ใจกลางกรุงเทพฯ

น้ำชายามบ่ายสไตล์ฝรั่งเศส @ ซิงก์ เบเกอรี่

IMG_0360 copy IMG_0362 copy IMG_0364 copy IMG_0382 copyรื่นรมณ์ไปกับของว่างแสนอร่อยที่เชฟเบเกอรี่คัดสรรมาแต่วัตถุดิบชั้นเลิศ ซึ่งแต่ละเมนูล้วนเป็นของยอดนิยมของชาวฝรั่งเศส โดยความโดดเด่นของชุดน้ำชานี้คือ การเสิร์ฟชาเกรดพรีเมียมจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่างTWG เริ่มต้นที่ชาดำรสเข้มข้นด้วยกลิ่นเบอร์กาม็อต ‘สโมกี้ เอิร์ลเกรย์’ ซึ่งควรกินคู่กับเมนูของคาวอย่าง แซลมอนรมควันราดซอสซาวร์ครีม, เทอร์รีนตับเป็ด และทูน่าทาร์ทาร์ ต่อด้วยชาแดงกลิ่นหอมสดชื่นอย่าง ‘อิเทอร์นัล ซัมเมอร์’ ซึ่งทำมาจากต้นกกตากแห้งแล้วนำมาทำกรรมวิธีคล้ายๆ ชาเลยไม่มีคาเฟอีน ไว้สำหรับกินคู่กับ มาการองสูตรพิเศษสอดไส้ครีมเนื้อนุ่มไม่หวานมาก มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ รวมทั้งเอแคลร์ช็อกโกแลต ขนมปารีสเบรสต์สอดไส้ครีมเฮเซลนัท และมิลล์เฟยวานิลลารสชาติกลมกล่อมไม่แพ้กัน พร้อมเสิร์ฟทุกวันระหว่างเวลา 15.00-17.00 น. ในราคาเพียง 699 บาทสำหรับ 2 ท่าน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2558 ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

‘ออสเตรีย อาฟเตอร์นูน ที เซต’ @ 1823 ทีเลานจ์ บาย รอนเนอเฟลด์

IMG_0235 copy IMG_0295 copy‘ออสเตรีย อาฟเตอร์นูน ที เซต’ ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการจิบชาของชาวออสเตรีย นำโดยพระเอกของร้านอย่าง IMG_0284 copy‘อิมพีเรียล ทอร์ต’ เค้กช็อกโกแลตนมที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นสูตรลับเฉพาะของ เชฟจากโรงแรมอิมพีเรียล ประเทศออสเตรีย ที่ปรุงถวายจักรพรรดิ ฟรานซ์ โจเซฟ (Emperor Franz Joseph) ซึ่งเป็นเมนูไฮไลท์ของชุดน้ำชานี้ รวมทั้งช็อกโกแลต โมสาจ ซึ่งต้องสั่งนำเข้าจากออสเตรีย รสชาติช็อกโกแลตเข้มข้น จับคู่กินกับชาเลยทำให้ยิ่งลงตัว

IMG_0251 copyใครมาร้านนี้แนะนำให้ชิม ‘แบงค็อก เบลนด์’ ชาอู่ที่ผสมหอมกลิ่นของสับปะรดและมะละกอที่แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน รวมทั้ง ‘เกสร เบลนด์’ ชาขาวจีนใส่กลิ่นดอกไม่กับมะม่วงน้ำดอกไม้ กลิ่นค่อนข้างหอมหวาน ขายดีมาก จนบางครั้งของหมด อยากชิมต้องสั่งจองล่วงหน้าถึง 3 เดือนเลยทีเดียว สามารถสัมผัสรสชาติ “ออสเตรีย อาฟเตอร์นูน ที เซต” ได้ในราคา 988 บาท++ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษร เปิดบริการเวลา 10.00 – 20.00 น.

‘ไทย อาฟเตอร์นูน ที เซต’ @ R Bar โรงแรมเรเนซองส์

นับเป็นการเพิ่มสีสันให้วัฒนธรรมการจิบชาน่าสนใจกว่าที่เคย โดยเติมแต่งเอกลักษณ์รสชาติความเป็นไทยร่วมกับเมนูสไตล์ตะวันตกได้อย่างน่าลงตัวในเซ็ท ‘ไทย อาฟเตอร์นูน ที’IMG_0175 copy

IMG_0154 copyนำโดย ชาเขียวมินต์และไวท์ช็อคโกแลตเย็น ซึ่งเป็นชาเขียวสูตรพิเศษที่ทางโรงแรมฯ ร่วมกับทาง Dilmah คิดค้นสูตรขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่ลิ้มลองได้สัมผัสความหอมของกลิ่นชาเขียวและมินต์ที่เข้ากันดีกับกลิ่นของไวท์ช็อคโกแลต เสิร์ฟคู่กับเมนูขนมของว่างคาวและหวานที่เลือกสรรส่วนผสมและวัตถุดิบสไตล์ไทย ดีไซน์ตกแต่งสไตล์คอนเทมโพลารี่อย่างIMG_0166 copyช็อคโกแลตจัสมินเค้กให้รสชาติหวานละมุนจากช็อคโกแลตคัดพิเศษผสมผสานความหอมจากเนื้อมะพร้าวอ่อนและกลิ่นมะลิแบบไทยๆ มาพร้อมเมนูเค้กแซนด์วิชข้าวเหนียวมะม่วงโรยหน้าด้วยไข่คราเวียกะทิ ชิฟฟ่อนเผือกและมะพร้าวอ่อน ทองม้วน สโคนรสทุเรียนและใบเตย มินิเบอร์เกอร์กระเพราหมู แซนด์วิชโรลแซลมอนต้มยำ ฯลฯ ไปชิมได้ที่ล็อบบี้ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการเฉพาะช่วงเวลา 14.00-17.00 น.

กรุ่นกลิ่นชามินต์และขนมหวานสไตล์โมร็อกโก

IMG_0180 copyใครมาที่บัลโคนี่ เลานจ์ ชั้นล็อบบี้ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ต้องลองชิม ‘ชุดน้ำชาสไตล์โมร็อกโก’ ซึ่งมีการนำวิถีชีวิตของชาวโมร็อกโกที่ชื่นชอบการดื่มชามินต์ มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชุดไฮทียามบ่าย

IMG_0223 copyซึ่งการดื่มชามินต์ของชาวโมร็อกโกดั้งเดิมจะต้องดื่มทั้งหมด 3 แก้ว เพื่อสัมผัสรสชาติที่แตกต่างกันอันเกิดจากการผสมผสานของส่วนผสมหลัก ได้แก่ ใบชาเขียว ใบมินต์ซาฮาร่า และน้ำตาล

IMG_0188 copy IMG_0204 copyเคียงคู่ขนมหวานสูตรต้นตำรับที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสไตล์อาหรับแท้ๆเช่น ผลฟิกซ์ และอินทผาลัม มาใช้เป็นส่วนผสมและที่พลาดไม่ได้ คือ “เซโมลีน่าเค้ก” เค้กกลิ่นหอมเนยสด ที่ให้รสชาติหวานลงตัวจากน้ำผึ้งแท้ เข้ากันดีกับเนื้อเค้กที่ทำจากเมล็ดข้าวโพดอ่อน นับเป็นเอกลักษณ์ของชาวโมร็อกโกซึ่งถือว่าเป็นความอร่อยลงตัวที่ต้องหาโอกาสลิ้มลองให้ได้ ราคา 550 บาท++ สำหรับ 1 ท่าน และ 850 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน เปิดบริการเวลา 14.30 – 18.00 น.

ถอดรหัสนิยามแห่งการดื่มชาสไตล์อิตาเลียน

IMG_0075 copy‘ลา โดลเช วิต้า’ นิยามแห่งการดื่มชาที่สะท้อนการดำเนินชีวิตของชาวอิตาเลียนแบบเรียบง่าย ผ่านชุดน้ำชายามบ่าย โดยคัดสรรชาคุณภาพเยี่ยมหลากหลายชนิดจาก TWG แบรนด์ชาหรูระดับโลก  IMG_0079 copyเสิร์ฟพร้อมเมนูของว่าง โดยเฉพาะเมนูขนมหวานไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้กับเมนูของหวานอย่าง ‘คาโนลี’ ขนมแป้งทอดของอิตาลีมีต้นตำรับมาจากแคว้นซิลี โดยจะทำเฉพาะช่วงเทศกาลคาร์นิวัลเท่านั้น มีความกรอบตัดกับความนุ่มของไส้ที่อัดแน่นไปด้วยครีมคาโนลีรสหวานผสมกับ ช็อคโกแลต ผิวส้ม และผลไม้เชื่อม IMG_0092 copy ในราคา 1,250 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน เสิร์ฟควบคู่กับเครื่องดื่มพิเศษ ณ ห้อง เดอะ ดรออิ้ง รูม และ เดอะ เซนต์ รีจิส บาร์ ชั้น 12 โรงแรม เดอะ เซนต์  รีจิส กรุงเทพฯ เปิดบริการเวลา 14.00 – 18.00 น.

ละเลียดจิบชาแบบต้นตำรับผู้ดีอังกฤษ

IMG_0340 copyอังกฤษถือเป็นดินแดนต้นกำเนิดวัฒนธรรมการจิบน้ำชายามบ่ายของโลก โดย ชาทไวนิงส์ จัดเป็นแบรนด์ชาอังกฤษที่มีชื่อเสียง และเป็นต้นตำรับสืบทอดมานานกว่า 300 ปี โดยขอแนะนำชา ‘ทไวนิงส์ ลาร์จ – ลีฟ ดิสคัฟเวอรี่ คอลเล็คชั่น’ ชาใบใหญ่คอลเลคชั่นใหม่จาก ทไวนิงส์ ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยความรักผสานกับศิลปะการปรุงชาของทไวนิงส์มาสเตอร์เบลนด์เดอร์ IMG_0296 copy

กินคู่กับซิกเนเจอร์เมนูอย่าง ‘ทไวนิงส์ ซิกเนเจอร์ เอิร์ลเกรย์ ช็อคโกแลต เค้ก’ เค้กช็อคโกแลต ละมุนลิ้นที่เติมเต็มความหอมด้วยชาทไวนิงส์เอิร์ลเกรย์ นอกจากนี้ยังสามารถลิ้มลองขนมสไตล์ต้นตำรับได้จากเซ็ต ‘ทไวนิงส์ อิลิแกนท์ อาฟเตอร์นูน ที’ มาพร้อมเมนูที่หลากหลาย

IMG_0317 copyไม่ว่าจะเป็น สโคนรสออริจินัล และรสเอิรล์เกรย์ กินคู่กับคล็อตเต็ทครีมจากเมืองเดวอน เมืองที่ผลิตคล็อตเต็ทครีมที่ดีที่สุดในโลก พร้อมแยมสูตรพิเศษ 2 รสชาติ ทั้งกุหลาบ และเลมอน เป็นความหอมหวานที่เข้ากันอย่างลงตัว รวมไปถึง แซนด์วิช คานาเป้ มาการอง และ ครีมบรูเล่ ในราคาเซ็ต 1,290 บาท++ ณ ทไวนิงส์ ที บูทีค ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เปิดบริการเวลา 10.00 – 22.00 น.

การบรรจบกันของ 2 รสชาติที่ลงตัว

IMG_0124 copy‘อีส มีทส์ เวสต์ อาฟเตอร์นูน ที’ เป็นชุดน้ำชายามบ่ายที่รังสรรค์ขึ้นจากความลงตัวแห่งการผสมผสานของตะวันออกและตะวันตก โดยได้คัดสรรวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมจากยุโรปและเอเชีย มาปรุงแต่งเป็นเมนูขนม และของว่างทั้งคาวหวาน ให้คุณได้เลือก

IMG_0137 copyทั้งโวลโอวองส์แพนงไก่

IMG_0130 copyหมั่นโถวไส้เป็ดย่าง

IMG_0120 copyมูสช็อกโกแลตวาโรน่า (Valrhona) สอดไส้เยลลี่มะกรูด ฯลฯ เป็นรสชาติที่เหมือนจะไม่เข้ากัน แต่กลับอร่อยลงตัวสุดๆ

IMG_0102 copyIMG_0109 copyโดยมีไฮไลท์เมนู ที่เสิร์ฟคู่กับ‘ชามารียาจค์ แฟรร์’ ชาชั้นสูงที่นับว่าเป็นมรดกของชาติฝรั่งเศสเลยทีเดียว เดิมทีมีทั้งหมด 700 ชนิด แต่เมืองไทยได้รับลิขสิทธิ์นำเข้ามาเพียงแค่ 200 ชนิด แล้วที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ นำเข้ามาเพียงแค่ 10 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดล้วนเป็นซิกเนเจอร์ทั้ง เออเกรย์ โพรวองซ์ ซึ่งใช้ดอกลาเวนเดอร์เข้าไปผสมผสานด้วย และมีขายที่นี่ที่เดียวเท่านั้น รวมทั้งโอเปร่า ที (Opera Tea) กลิ่นหอมจากขาเชียวหลากหลายชนิด นับเป็นชาชั้นดีที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลกที่ควรค่าแก่การลิ้มลองสักครั้งในเซ็ตราคาเพียงแค่ 850 บาท++ /1 คน เปิดบริการเฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.00 – 18.00 น. ณ เดอะ ล็อบบี้ เลานจ์ ชั้น ล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

บอกเลยว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม 

เรื่อง : แพรวดอทคอม

ภาพ : วรสันต์

keyboard_arrow_up