‘ฟรีแลนซ์’ หนังจีทีเอชสายอินดี้ ส่องชีวิตจริงของคนทำงาน

‘ฟรีแลนซ์’ หนังจีทีเอชสายอินดี้ ส่องชีวิตจริงของคนทำงาน
‘ฟรีแลนซ์’ หนังจีทีเอชสายอินดี้ ส่องชีวิตจริงของคนทำงาน

ถ้านับผลงานเด่นๆ ที่ผ่านมาอย่าง Mary is Happy, Mary is Happy ก็ถือว่าถูกใจคอหนังอินดี้แบบสุดๆ ต้องยอมรับแบบจับใจเลยว่า หนังของเขาดูง่ายกว่า ผกก. สายอินดี้คนอื่นตรงที่ไม่ต้องปีนกระไดดู เต๋อ นวพลเล่าเรื่องได้เข้าใจง่าย แต่สำหรับคอหนังสายบันเทิงแบบไม่อินดี้อาจจะเฉยๆ กับหนังของเขา ณ จุดนี้จึงทำให้ ‘ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย.. ห้ามพัก.. ห้ามรักหมอ’ หนังลูกผสมระหว่างความเป็นอินดี้กับโรแมนติกคอมเมดี้ GTH มีภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้คนดูเกิดอาการประมาณว่า ถ้าชอบก็ชอบเลย ถ้าเฉยก็เฉยเลย
freelance1

ถ้าให้ว่ากันไปตามท้องเรื่องแบบคนดูหนังทั่วๆ ไป ไม่ใช่คอหนังอินดี้จ๋า ก็ถือว่าฟรีแลนซ์ฯ เป็นหนังอินดี้ที่หยอดมุกแบบหนัง GTH ได้ชนิดที่เกือบลงตัว ที่บอกว่าเกือบ เพราะหนังแอบหลงทางในบางช่วงไปหน่อย โดยเฉพาะตอนต้นที่ดูอินดี้จ๋ามาก ก่อนจะกลับมาโหมดหนังอินดี้แบบซอตฟ์ๆ ทำให้ขาดความสมูธไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้เรายิ้มตามในบางฉาก ด้วยความที่บทค่อนข้างไหลลื่น ตัวละครหลักเล่นได้เป็นธรรมชาติดีมาก (มีโอกาสสูงที่จะเกาะกลุ่มกันเข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงกัน รวมทั้งสาขาเขียนบทและกำกับ) องค์ประกอบฉากที่ดูพบเห็นได้จริง ถือเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมลงตัว และที่ได้รับชัวร์ๆ คือความเรียลเหมือนไม่ใช่หนัง เหมือน ผกก. กำลังพาเราไปส่องชีวิตของคนทำงานฟรีแลนซ์คนหนึ่งอยู่
freelance2

ซึ่งฟรีแลนซ์คนนั้นก็คือยุ่น (ซันนี่) ฟรีแลนซ์ขั้นเทพที่ทำงานยุ่งตลอดจนแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน ไม่ว่าจะงานด่วนสักแค่ไหน เขาก็จัดการได้หมดโดยมีรุ่นน้องอย่างเจ๋ (วี ไวโอเลต เล่นดีมากกก) คอยจ่ายงานให้อยู่เสมอ แต่ก็มีลูกค้าอยู่รายหนึ่งที่เขาไม่สามารถเอาชนะได้ คือร่างกายของเขานั่นเอง เมื่ออยู่ๆ ก็เริ่มมีผื่นขึ้นตามตัวเขาเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนจะไม่มีทีท่าลดลงเลย การไปหาหมอจึงทำให้เขาได้เจอกับหมออิม (ใหม่ ดาวิกา) แพทย์ผิวหนังที่ทำให้เขาเขินได้ หลังจากวันนั้นเขาก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันที่หมอนัด ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ช้าลง หรือการคิดถึงใครสักคนจะเป็นโรคที่รักษาไม่ได้
freelance4

หนังสะท้อนภาพของคนทำงานฟรีแลนซ์ได้อย่างตรงจุดและน่าจะตรงใจ เหมารวมถึงคนทำงานประจำที่ต้องขนงานกลับบ้านก็น่าจะร้องไห้หนักมากตามได้ไม่แพ้กัน ยิ้มอ่อน นี่มันตลกร้ายแต่ชวนละมุนชัดๆ เห็นได้อย่างหนึ่งเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นงานแขนงไหน ก็ล้วนแล้วแต่มีเวลาเข้ามาเป็นตัวกำหนดและส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งผลที่ได้รับกลับมาคืออะไร ในหนังมีคำตอบอยู่แล้ว เพราะแต่ละซีนที่ใส่มาก็ล้วนสมจริง เป็นเรื่องใกล้ตัว สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ขณะที่บางซีนอาจจะตั้งใจคอมเมดี้เกินไป และบางซีนก็เห็นในตัวอย่างไปแล้ว เลยทำให้ขำไม่สุด
freelance3

ขณะในส่วนของความเป็นหนังรัก ก็สามารถทำได้ดีในแนวทางที่ควรจะเป็น ไม่ล้นจนเกินไป ทั้งยังเติมเต็มให้เรารู้สึกเขินและอมยิ้มตามความสัมพันธ์ของตัวละครหลักทั้งสองได้แบบอยู่หมัด ที่ต้องชื่นชมเลยคือการนำอาชีพของตัวละครพระเอกนางเอกมาทำความรู้จักกันได้อย่างไม่ดูตั้งใจเกินไป แถมยังทำให้ลุ้นตามได้อยู่ หากแต่ความโรแมนติกยังไม่ฉีกจากสไตล์ GTH สักเท่าไร โดยภาพรวมทั้งหมด นี่คือหนังรอมคอม (โรแมนติกคอมเมดี้) อินดี้ที่บทดี ให้แง่คิดเกี่ยวกับการทำงานในปัจจุบัน นักแสดงเด่น เพลงประกอบเพราะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรแปลกใหม่ และเบื่อสไตล์ GTH แบบเดิมๆ ว่าแต่ดูจบแล้วใครอยากกินขนมจีบกุ้งบ้างมั้ยเอ่ย 8.5/10

เรื่อง : คิมคานา
ขอขอบคุณภาพจาก : GTH และ https://www.facebook.com/gthchannel

keyboard_arrow_up