‘มิโด’ จับมือ ‘คิง เพาเวอร์’ เผยคอลเล็คชั่นพิเศษ พร้อมทริคเลือกนาฬิกาเพื่อหนุ่มนักเดินทาง

‘มิโด’
‘มิโด’

แบรนด์  ‘มิโด’ (Mido) ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ เปิดตัวเรือนเวลาคอลเล็คชั่นพิเศษ ชื่อว่า ‘บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น’ พร้อมแนะนำการเลือกนาฬิกาสำหรับบุรุษนักเดินทาง

ให้ทุกการเดินทางโดดเด่นด้วยคาแร็คเตอร์อันน่าจดจำ เมื่อแบรนด์มิโด (Mido) ได้ร่วมมือกับ คิง เพาเวอร์ (King Power) เปิดตัวนาฬิกาในคอลเล็คชั่นพิเศษสำหรับนักสะสมที่ชื่อว่า ‘บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น’ (Baroncelli Big Date King Power Special Edition) พร้อมแนะนำการเลือกนาฬิกาสำหรับชายหนุ่มนักเดินทาง

สำหรับนาฬิกาคอลเล็คชั่น บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น (Baroncelli Big Date King Power Special Edition) สุดพิเศษนี้ เป็นการหยิบยกนาฬิการุ่นบารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท (Baroncelli Big Date) ถือว่าเป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นหลักของแบรนด์มิโด (Mido) อันมีประวัติความเป็นมายาวนานที่เพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ไปเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีช่องวันที่ (Date) ที่มีขนาดใหญ่ และใช้กลไกสุดพิเศษ อย่างรุ่น Caliber 80

‘มิโด’

รวมถึงการใช้เทคนิคการออกแบบและความประณีตชั้นสูงในการสร้างสรรค์เรือนเวลาได้อย่างลงตัว ภายใต้แรงบันดาลใจหลักจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมบาโรก (Baroque) ในยุคสมัยศิลปะนีโอคลาสสิก (Neoclassic) ของ Galleria Vittorio Emanuele II แห่งเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สะท้อนออกมาเป็นเส้นสายที่มีความโค้งมนบนตัวเรือน ที่เต็มไปด้วยความภูมิฐานและงดงามเหนือกาลเวลา

โดยรุ่น ‘บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น’ (Baroncelli Big Date King Power Special Edition) ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ (King Power) จะมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยช่องวันที่ (Date) ขนาดใหญ่แบบแยกหลักสองช่อง ที่ถูกวางไว้บนตำแหน่งที่หกนาฬิกาบนหน้าปัด ช่วยทำให้การมองเห็นตัวเลขของวันที่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น มาพร้อมกับกลไกการขับเคลื่อนอันทันสมัยอย่าง Caliber 80 อันได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีระดับกำลังสำรองเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง

‘มิโด’

ด้านตัวเรือนทรงกลมผลิตจากสแตนเลสสตีลขัดเงา เสริมความโดดเด่นด้วยขอบเบเซิล (Bezel) สองชั้นเล่นระดับพร้อมการเคลือบสีแบบทูโทน ตัวเรือนมีหน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร ตกแต่งเพิ่มรายละเอียดบนพื้นผิวให้มีลักษณะแบบเม็ดทรายขนาดเล็กอย่างประณีต และตัวเข็มของนาฬิกาที่ผ่านการขัดแต่งสองรูปแบบบนเข็มเดียวกัน โดยด้านหนึ่งเป็นแบบขัดด้าน

ส่วนอีกด้านเป็นแบบไดมอนด์คัท (Diamond-Cut) ที่เน้นความเงางามเพิ่มความหรูหรา ปิดทับด้วยกระจกแซฟไฟร์ (Sapphire) เคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน และตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ 30 เมตร พร้อมกับสายนาฬิกาสองรูปแบบสุดพิเศษที่สามารถปรับเปลี่ยนสายตามไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ ทั้งสายหนังสีน้ำตาลที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูน่าภูมิฐาน และสายสแตนเลสสตีลที่สะท้อนถึงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

‘มิโด’

‘มิโด’

พร้อมกันนี้ทางแบรนด์มิโด (Mido) ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกสวมใส่นาฬิกาสำหรับสำหรับชายหนุ่มนักเดินทางใน  2 โอกาสหลัก

เริ่มจากการเดินทางแบบ Business Trip เป็นการเดินทางเพื่อการทำงานที่ต้องเน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและบุคลิกอันน่าเชื่อถือ นอกจากการแต่งกายด้วยชุดที่ดูภูมิฐานแล้ว ควรเลือกเสริมลุคด้วยนาฬิกาที่มีดีไซน์คลาสสิก อย่างนาฬิกาตัวเรือนสแตนเลสสตีลขัดเงาพร้อมสายหนังโทนสีเบสิค อย่างสีดำหรือสีน้ำตาลให้ความโก้หรู ซึ่งเป็นสไตล์ที่สามารถสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี

สำหรับ Travel Trip จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเป็นการพักผ่อน ที่ไม่เน้นความเป็นทางการ การแต่งกายก็จะแคชชวลมากขึ้น นาฬิกาที่เลือกใช้ก็จะมีลูกเล่นมากขึ้น ซึ่งตัวเรือนอาจจะเป็นดีไซน์คลาสสิกในโทนสีขาวหรือสีดำ และสามารถปรับเปลี่ยนเข้ากับสายได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น ประเภทสายผ้า สายหนัง หรือสายสแตนเลสสตีล ที่เหมาะแก่การมิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับเสื้อผ้าทุกสไตล์ได้อย่างลงตัว

keyboard_arrow_up