สาววัยทำงานต้องรู้! ทำไมเทรนด์ “ฝากไข่ก่อน 35” ถึงกลายเป็นค่านิยมของผู้หญิงยุคใหม่

“อยากมีลูก… แต่ไม่ใช่ตอนนี้”  ประโยคนี้คือความรู้สึกของผู้หญิงวัยทำงานหลายคนที่กำลังโฟกัสกับงาน ความฝัน และการสร้างตัว จนบางครั้งก็แอบกังวลว่า “ถ้าวันหนึ่งพร้อมขึ้นมา ร่างกายจะยังพร้อมอยู่ไหม ?” นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ “การฝากไข่ (Egg Freezing)” เป็นทางเลือกที่ผู้หญิงยุคใหม่ให้ความสนใจมากขึ้น ในฐานะหนึ่งในแนวทางสำหรับการวางแผนภาวะเจริญพันธุ์ในอนาคต

และนี่ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว บทวิเคราะห์จาก Grand View Research ระบุว่ากลุ่มผู้หญิงอายุต่ำกว่า 35 คือกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนเทรนด์ฝากไข่ โดยมีสัดส่วนรายได้ประมาณร้อยละ 31 ในปี 2023 ดันมูลค่าตลาดการแช่แข็งไข่และธนาคารตัวอ่อนในประเทศไทยให้มีมูลค่ากว่า 750 ล้านบาท (22.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2023 และคาดว่าการฝากไข่ในไทยอาจมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 16.6 ต่อปี ทะยานไปแตะที่ 2,200 ล้านบาท (หรือ 65.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดดังกล่าวในประเทศไทย

ฝากไข่ = การกดปุ่ม pause ให้นาฬิกาชีวภาพ เก็บ “ความพร้อม” ของวันนี้ไว้ใช้ในวันที่คุณพร้อมจริง ๆ

การฝากไข่คืออะไร เก็บได้นานแค่ไหน ?

พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่าการฝากไข่ก็เหมือนการกดปุ่ม pause ให้เซลล์ไข่ของเราหยุดเวลาไว้ในวันที่ยังแข็งแรงและสมบูรณ์ โดยแพทย์จะใช้ยากระตุ้นเพื่อให้ไข่โตหลายใบ ทำการเก็บไข่ออกมา แล้วนำไปแช่แข็งด้วยเทคนิค Vitrification (การแช่แข็งแบบรวดเร็ว) ในอุณหภูมิ -195 องศาเซลเซียส ซึ่งเซลล์ไข่จะถูกเก็บรักษาไว้จนถึงวันที่คุณพร้อม จึงค่อยนำออกมาปฏิสนธิเพื่อวางแผนมีลูก หรือก็คือการเก็บคุณภาพไข่ของวันนี้ เอาไว้ใช้ในอนาคตนั่นเอง

(สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาขั้นตอนอย่างละเอียด สามารถคลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริการ Egg Freezing ของเรา)

ทำไมผู้หญิงยุคใหม่เริ่ม “วางแผนก่อนพร้อม”

เพราะความสำเร็จในหน้าที่การงาน การเรียน ภาระความรับผิดชอบ หรือการเดินตามความฝัน อาจไม่ได้มาง่าย ๆ ในวัยยี่สิบต้น ๆ กว่าจะสร้างตัวจนพร้อมอย่างรอบด้าน นาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock) ก็แทบจะไม่รอเราแล้ว การฝากไข่ก่อนวัย 30 หรือการวางแผนเชิงรุกในการสร้างครอบครัวจึงได้รับความนิยม เปรียบเสมือน ‘Smart Investment’ หรือการลงทุนกับตัวเองเพื่อวางแผนอนาคต เพื่อที่วันหนึ่งเราจะสามารถ นำไข่ที่เก็บรักษาไว้มาใช้วางแผนการมีบุตร โดยไม่ต้องทิ้งความฝัน ความมั่นคง หรืออิสรภาพของตัวเองไประหว่างทาง

เจาะลึกความจริงเรื่อง “อายุ” กับคุณภาพไข่

ผู้หญิงเราเกิดมาพร้อมกับจำนวนไข่ที่จำกัด ทั้งปริมาณและคุณภาพจะค่อย ๆ ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยประมาณ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งส่งผลให้โอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติอาจลดลง และเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากได้มากขึ้นในบางกรณี

เทรนด์ฝากไข่จึงตอบโจทย์ผู้หญิงยุคใหม่ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการหยุดเวลาของเซลล์ไข่เอาไว้ในช่วงที่ยังมีคุณภาพ โดยปัจจุบันเราสามารถเช็กความพร้อมได้ ผ่านการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมน AMH ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สะท้อนถึงปริมาณไข่สำรองที่เหลืออยู่ในรังไข่ 

ร่วมกับการตรวจอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่ (Transvaginal Ultrasound: TVS) โดยการตรวจที่ SAFE Fertility Clinic จะเป็นการวิเคราะห์โดยแพทย์ในห้องปฏิบัติการ ที่ผ่านการประเมินคุณภาพจากองค์กรภายนอกอย่าง RTAC และ EQASRM ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมมาตรฐานและวางแผนการรักษาสำหรับแต่ละบุคคล

(ทั้งนี้ ขออธิบายเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องว่า การฝากไข่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในการวางแผนมีบุตรในอนาคต แต่ทางการแพทย์ไม่สามารถการันตีการตั้งครรภ์ได้ 100% เนื่องจากความสำเร็จต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยในอนาคต เช่น คุณภาพอสุจิ ความสมบูรณ์ของโพรงมดลูก และสุขภาพโดยรวมในเวลานั้น)

เคลียร์ชัด! 3 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องฝากไข่

ความเชื่อที่ได้ยินบ่อยความจริง
“ฝากไข่เป็นทางเลือกของคนมีลูกยากเท่านั้น”จริง ๆ แล้วนี่คือทางเลือกและการวางแผนเชิงรุกของ ผู้หญิงสุขภาพดี ที่อยากวางแผนเรื่องเวลาในการมีบุตรเอาไว้ใช้ในอนาคต
“ผู้หญิงโสดฝากไข่ไม่ได้”โสดก็ฝากได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ในวันที่จะนำไข่มาปฏิสนธิทำเด็กหลอดแก้ว จะต้องมีทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย
“อายุเท่าไหร่ก็ฝากไข่ได้ ไม่ต้องรีบ”ยิ่งฝากตอนอายุน้อย ไข่ยิ่งมีคุณภาพ ช่วงอายุ 25–35 ปีจึงเป็นช่วงที่หลายคนเลือกวางแผนฝากไข่ 

สาวโสดฝากไข่ได้ไหม ? เริ่มต้นอย่างไรดี เพื่อการวางแผนมีลูกอย่างมั่นใจ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มสนใจเทรนด์ฝากไข่ และอยากวางแผนมีลูกในระยะยาว การเริ่มต้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่สามารถเริ่มก้าวแรกไปกับ SAFE Fertility Clinic ได้ง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้

●      ตรวจฮอร์โมนที่สำคัญ เช่น AMH ร่วมกับการอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ เพื่อประเมินเบื้องต้นและดูปริมาณไข่ตั้งต้น รวมถึงความพร้อมของรังไข่ในปัจจุบัน

●      ปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ เป้าหมายชีวิต และรับคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับคุณ

●      วางแผนรอบการฝากไข่ หากผลตรวจพร้อมและสบายใจที่จะทำ จึงค่อยนัดหมายเพื่อเข้าสู่รอบการฉีดยากระตุ้นไข่

การเข้ามาปรึกษาเพื่อฝากไข่ตั้งแต่อายุน้อยไม่ได้เป็นการผูกมัดว่าต้องทำทันที แต่คือการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้ข้อมูลสุขภาพล่วงหน้า เพื่อให้สามารถวางแผนชีวิตในอนาคตได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ไขข้อข้องใจ ราคาฝากไข่แพงไหม ? เลือกแพ็กเกจฝากไข่ที่ใช่ คุ้มค่ากับการลงทุนเพื่ออนาคต

หลายคนเข้าใจว่าการฝากไข่เป็นเรื่องไกลตัวและแพงเกินเอื้อม แต่ปัจจุบันที่ SAFE Fertility Clinic มีแพ็กเกจที่ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น โปร่งใส และมีทางเลือกด้านค่าใช้จ่ายสำหรับผู้รับบริการ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ตามความเหมาะสม:

1. แพ็กเกจฝากไข่แบบ “รวมยากระตุ้นไข่” แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจและดูแลแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ก้าวแรกจนจบกระบวนการเก็บไข่ โดยจะครอบคลุมรายการสำคัญ ได้แก่:

  • การตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด: รวมค่าแพทย์ OPD, ค่าบริการพยาบาล, ตรวจฮอร์โมน และอัลตราซาวด์ (ครอบคลุมสูงสุดถึง 4 ครั้ง)
  • ค่ายาครบชุด: ครอบคลุมตั้งแต่ ยากระตุ้นไข่, ยากันไข่ตก, ยาฉีดให้ไข่สุก ไปจนถึงยาหลังเก็บไข่
  • วันเก็บไข่ (OPU): รวมค่าแพทย์และหัตถการเก็บไข่ ค่าวิสัญญีแพทย์ และห้องพักฟื้น
  • การเก็บรักษาไข่: ฟรีค่าแช่แข็งไข่ 5 ปีแรก สำหรับไข่จำนวน 1-20 ใบ (กรณีเก็บได้เกิน 20 ใบ จะมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินใบละ 4,000 บาท)

2. แพ็กเกจฝากไข่แบบ “ไม่รวมยากระตุ้นไข่” แพ็กเกจนี้เป็นทางเลือกสำหรับการวางแผนเฉพาะบุคคล โดยวิเคราะห์จากสุขภาพของแต่ละท่าน เหมาะกับผู้ที่ต้องการจ่ายค่ายากระตุ้นไข่ตามที่ใช้จริง โดยในแพ็กเกจจะครอบคลุมเฉพาะส่วนของการทำหัตถการในวันเก็บไข่ (OPU) เช่น ค่าแพทย์และหัตถการ ค่าวิสัญญีแพทย์ ค่าพยาบาลและห้องพักฟื้น ค่ายาหลังเก็บไข่ และรวมค่าแช่แข็งไข่ใน 5 ปีแรก (1-20 ใบ) เรียบร้อยแล้ว

ค่าฝากแช่แข็งรายปี (Yearly Storage Fee) หลายคนกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายระยะยาว แต่ที่ SAFE Fertility Clinic การเก็บรักษาไข่เป็นเรื่องที่ช่วยให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ เพราะค่าบริการฝากแช่แข็งตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไป จะอยู่ที่เพียง 10,000 บาท / 1 รอบการเก็บไข่ (Cycle) / 1 ปี โดยราคานี้ ไม่จำกัดจำนวนเซลล์ไข่ ที่ฝากไว้ในรอบนั้น ๆ

ทั้งนี้ แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางโดยตรง เพื่อประเมินสุขภาพและการทำงานของรังไข่ด้วยการอัลตราซาวด์ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้ ช่วยให้คุณสามารถวางแผนด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่เริ่มต้น

*ข้อมูลด้านราคา แพ็กเกจ บริการ มาตรฐาน และเทคโนโลยีต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขกับ SAFE Fertility Clinic ก่อนเข้ารับบริการ


ทำไมต้องเลือกฝากไข่กับ SAFE Fertility Clinic

การฝากไข่คือการวางแผนในระยะยาว การบริการและความใส่ใจในทุกรายละเอียดจึงเป็นสิ่งที่ SAFE Fertility Clinic ให้ความสำคัญโดยผสานการดูแลทางการแพทย์ควบคู่กับกระบวนการทำงานของห้องแล็บตามมาตรฐานเพื่อสนับสนุนการวางแผนการรักษาและการมีบุตรในอนาคต

●     ได้รับการรับรองมาตรฐาน RTAC : เป็นหนึ่งในคลินิกเพื่อการเจริญพันธุ์ของไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล RTAC จากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ปีค.ศ. 2015 และ ปีค.ศ. 2024 

●      ทีมดูแลโดยแพทย์เฉพาะ : ดูแลใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์เลี้ยงตัวอ่อน (Embryologist) ของ SAFE Fertility Clinic ซึ่งผ่านการรับรองจาก ESHRE สมาคมด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แห่งยุโรป

●      ห้องแล็บมาตรฐานสากล : พร้อมระบบควบคุมคุณภาพห้องแล็บมาตรฐานสากล สำหรับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่เน้นด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จาก RTAC และ EQASRM (ออสเตรเลีย) ปีค.ศ. 2015 และ ปีค.ศ. 2024 

●      เทคโนโลยีต่อยอดในอนาคต : เมื่อถึงเวลาที่คุณพร้อมนำไข่ที่แช่แข็งไว้มาปฏิสนธิเป็นตัวอ่อนผ่านกระบวนการเด็กหลอดแก้วหรืออิ๊กซี่ (IVF/ICSI) SAFE Fertility Clinic มีบริการเทคโนโลยีคัดกรองโครโมโซมตัวอ่อน PGTseq-A จาก Juno Genetics สหรัฐอเมริกา โดยกระบวนการวิเคราะห์ผลทั้งหมดจะถูกจัดการภายในห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์ของตนเอง (In-house Genetics Laboratory) โดยข้อมูลของเทคโนโลยีระบุว่าสามารถตรวจจับความผิดปกติของโครโมโซมได้กว่า 98% ช่วยให้แพทย์มีข้อมูลประกอบการพิจารณาตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้เซลล์ไข่ที่คุณตั้งใจเก็บรักษาไว้ สามารถนำมาต่อยอดในกระบวนการรักษาได้ตามความเหมาะสม

●      ผู้ดูแลส่วนตัว (Personal Assistant) : บริการผู้ดูแลส่วนตัวเฉพาะบุคคล คอยให้คำปรึกษา แนะนำการปฏิบัติตัว และอยู่เคียงข้างตลอดทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ

อย่าปล่อยให้นาฬิกาชีวภาพมากำหนดอนาคตของคุณ มาเริ่มต้นวางแผนเตรียมความพร้อม เพื่อเก็บทางเลือกในการสร้างครอบครัวไว้กับตัวเองตั้งแต่วันนี้

SAFE Fertility Clinic พร้อมเคียงข้างคุณและขยายการให้บริการอย่างครอบคลุมถึง 5 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้คุณเข้าถึงการบริการที่มีมาตรฐานได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นสาขาสำนักงานใหญ่ เกษรอัมรินทร์ (กรุงเทพฯ) สาขาหลักใจกลางเมืองที่ได้รับมาตรฐานสากล RTAC (ปีค.ศ. 2015 และ ปีค.ศ. 2024) , สาขารามอินทรา (กรุงเทพฯ), สาขาศรีราชา (ชลบุรี), สาขาขอนแก่น ศูนย์กลางการรักษาในภาคอีสาน หรือสาขาภูเก็ตที่ดูแลคนไข้ภาคใต้และชาวต่างชาติด้วยมาตรฐาน RTAC

ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้ามาปรึกษาที่ SAFE Fertility Clinic สาขาใกล้บ้านคุณได้


Media Contact / ช่องทางการติดต่อ:

SAFE Fertility Group PCL
Head office | Gaysorn Amarin, 17th Floor, 496-502 Ploenchit Road, Lumpini, Lumpini, Pathum Wan District, Bangkok 10330

Tel : 02-252-3833, 081-102-1000
Email : [email protected]
Website : https://www.safefertilitygroup.com

อ้างอิงข้อมูล : Grand View Research. Thailand Egg Freezing And Embryo Banking Market Size & Outlook, 2030. เผยแพร่ 1 กรกฎาคม 2024, อัปเดต 16 ตุลาคม 2024. Grand View Research — Thailand Egg Freezing And Embryo Banking Market Size & Outlook