อากาศแห้ง

6 วิธีรับมือปัญหาผิวที่มาพร้อมกับ ‘อากาศแห้ง’ และเย็นในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู

Alternative Textaccount_circle
อากาศแห้ง
อากาศแห้ง

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว หลายๆ คนคงเตรียมตัวออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อตามหาและสัมผัสกับความหนาวเย็นตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่าอากาศที่เย็นตัวลงมาพร้อมกับระดับความชื้นในอากาศที่ต่ำ หรือเรียกกันว่า “อากาศแห้ง”

รวมถึงรังสียูวีในแสงแดด ทำให้ผิวต้องเผชิญกับปัญหาผิวต่างๆ มากมาย อาทิ ผิวหมองคล้ำไม่สดใส แห้งกร้าน ลอกเป็นขุย ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะวิธีรับมือกับปัญหาผิวที่มาพร้อมกับอากาศแห้งและเย็นในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูว่า 

6 วิธีรับมือปัญหาผิวที่มาพร้อมกับ ‘อากาศแห้ง‘ และเย็นในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู

อากาศแห้ง 1

“สภาพอากาศโดยทั่วไปในช่วงฤดูหนาว นอกจากจะทำให้เรารู้สึกเย็นสบายแล้ว ยังส่งผลให้ผิวของเราเกิดความแห้งกร้าน แสบ คันและลอก เนื่องจากความชื้นสัมพัพธ์ในอากาศลดลง ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ปกติร่างกายของคนเราจะมีการคายความชุ่มชื้นเพื่อหล่อเลี้ยงผิวหนังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า Transepidermal water loss (TEWL) โดยจะเกิดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความชื้นในอากาศ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล หากผิวมีโครงสร้างผิวสมบูรณ์แข็งแรง อัตราการเกิดกระบวนการ TEWL ก็จะน้อยกว่าผิวที่อ่อนแอ ผิวก็จะดูเรียบเนียน เต่งตึง มีสุขภาพดี

อากาศแห้ง 2

เราสามารถเพิ่มระดับความชุ่มชื้นและป้องกันการสูญเสียน้ำของผิวได้ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  • ชนิดปิดกั้นไม่ให้น้ำซึมผ่าน (Occlusives) ทำหน้าที่เหมือนฟิล์มเคลือบผิวหนัง ป้องกันไม่ให้ความชื้นที่ผิวหนังระเหยไป มีประสิทธิภาพในการรักษาความชื้นที่ผิวหนังได้ถึง 98% แต่เมื่อโดนน้ำก็จะละลายหรือหลุดออกง่าย ต้องทาซ้ำอยู่บ่อยๆ จนอาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะและสร้างความรำคาญได้ ตัวอย่างเช่น ปิโตรเลียมเจลลี, น้ำมันแร่ (Mineral oil), พาราฟิน (Paraffin) เป็นต้น
  • ชนิดเคลือบผิวหนัง (Emollients) ลักษณะใกล้เคียงกับชนิดปิดกั้นไม่ให้น้ำซึมผ่าน แต่ต่างกันที่สามารถซึมลงสู่ชั้นผิวหนังได้ ทำหน้าที่ควบคุมระดับความชื้นของผิวให้กลับมาสู่สภาวะปกติ โดยจะเติมร่องผิวชั้นนอกช่วยให้ผิวเรียบเนียนนุ่มตัวอย่างเช่น น้ำมันรำข้าว, โกโก้บัตเตอร์, เซราไมด์ เป็นต้น
  • ชนิดดูดซับน้ำจากอากาศ (Humectants) ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังชั้นนอกด้วยการดักจับน้ำหรือความชื้นในอากาศหรือดึงน้ำจากผิวชั้นใน โดยมักจะใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากพืชทะเลทราย (Myrothamnus), ว่านหางจระเข้ เป็นต้น

การเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมกับผิวแต่ละประเภทจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้ผิวมีสุขภาพดี ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอม สารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง และไม่ก่อให้เกิดสิว สำหรับเคล็ดลับในการดูแลผิวหน้าที่อยากแนะนำเพิ่มเติม คือ

  1. ล้างหน้าด้วยน้ำที่อุณหภูมิปกติ เพราะน้ำที่อุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้ผิวแห้งและลอกมากยิ่งขึ้น
  2. ทาครีมบำรุงผิวหลังอาบน้ำภายใน 3-5 นาที ขณะที่ผิวยังหมาด เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
  3. ฟื้นบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสด้วยการมาส์กหน้าประเภทบำรุง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  4. อย่าลืมครีมกันเเดดเป็นประจำเพราะช่วงฤดูหนาวที่อากาศแห้งผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่าปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลจะนำไปสู่ปัญหาริ้วรอย และความหมองคล้ำ
  5. กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อทำให้ผิวไม่แห้ง ดูเต่งตึง และอิ่มน้ำ
  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอได้ดี

สำหรับคนที่มีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อไปสัมผัสกับอากาศหนาวเย็น ควรระวังเรื่องการเกิดภาวะอุณหภูมิของร่างกายต่ำ เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ (Systemic hypothermia) ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซึมและอาจหมดสติได้ในบางราย นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผิดปกติของผิวหนังบางส่วน เนื่องจากการหดตัวของหลอดเลือด (Chilblaine หรือ Pernio) หรือภาวะเนื้อเยื่อแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากๆ (Frostnip หรือ Frostbite) มักพบบริเวณปลายนิ้วมือนิ้วเท้า ปลายจมูก ติ่งหู โดยผิวหนังบริเวณนั้นจะเกิดอาการซีด ชา บวมแดง ปวดแสบปวดร้อน เกิดตุ่มพอง หรือเกิดอาการผิวหนังตายได้ ส่วนวิธีการป้องกัน คือ การสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมโดยตรวจสอบสภาพอากาศและอุณหภูมิก่อนการเดินทาง และพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็นจัดจนเกินไป”

ปานหทัย สมรรถศรบุศย์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, รินทร์รตา อินทามระ, แพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช

ด้านเซเลบริตี้สาวสวยเผยเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพื่อผลลัพธ์แห่งผิวสวยสุขภาพดีอย่างสมบูรณ์แบบ เริ่มที่เจ้าสาวป้ายแดง รินทร์รตา อินทามระ กล่าวว่า “ช่วงหน้าหนาวนี้เบลล์มีแพลนจะขึ้นเหนือไปรับลมหนาวที่เชียงใหม่ เพราะอยากไปสัมผัสธรรมชาติสวยๆ อากาศเย็นๆ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจส่งผลกระทบกับสภาพผิวเราโดยตรง ส่งผลให้ผิวของเราแห้งกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้ามักจะเกิดอาการแห้ง แดง และลอกเป็นขุย แต่เบลล์ก็มีตัวช่วยสำหรับรับมือกับปัญหาดังกล่าวด้วยไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เนื้อครีมบางเบา ซึมสู่ผิวได้ง่าย ช่วยฟื้นฟูและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน ซึ่งเบลล์ใช้ควบคู่กับ อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยเติมเต็มเต็มความชุ่มชื้น คืนความกระจ่างใสสู่ผิว เพียงเท่านี้ผิวก็สวย ชุ่มชื้นอย่างมีสุขภาพดีแล้ว”

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เผยว่า “สิ่งที่มาพร้อมกับสภาพอากาศเย็นก็คือ ความแห้งกร้านของผิวและอาการระคายเคือง โดยเฉพาะช่วงที่แป้งต้องเดินทางบ่อยไปต่างประเทศบ่อยๆ ผิวก็มักจะแห้งเป็นพิเศษ อย่างเดือนที่ผ่านมาก็ไปเที่ยวโซนยุโรปในหลายประเทศ จึงมีการเตรียมตัวเป็นพิเศษตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้าหนาๆ แว่นตา หมวก เพื่อกันลมและแสงแดด ก่อนเดินทางแป้งก็จะเตรียมผิวให้พร้อมก่อนการเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยระหว่างการเดินทางแป้งจะเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าด้วย ไฮเดรติ้ง มัลชั่นเป็นประจำ และปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ+++ อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การดูแลสุขภาพริมฝีปากด้วย ไรซ์ เอ็กซ์แทร็ก ลิป บาล์ม เนื่องจากอากาศที่แห้งและเย็นมักทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากแห้งและลอกได้ ซึ่งเราก็จะพกติดกระเป๋าตลอดเอาไว้ใช้เพื่อเติมความชุ่มชื้นตลอดทริป”

ปิดท้ายที่สาวสังคม ปานหทัย สมรรถศรบุศย์ เล่าว่า “ถ้าพูดถึงช่วงเปลี่ยนฤดูเข้าสู่ช่วงที่อากาศเย็นๆ เดสทิเนชั่นแรกที่มักจะไปเยือนก็จะเป็นประเทศเกาหลี เพราะชอบบ้านเมือง แฟชั่น ผู้คน แต่ถ้าช่วงที่หนาวมากๆ หนาวจัดๆ ก็ไม่ค่อยชอบไปเที่ยวเท่าไหร่เพราะแต่งตัวยาก และอากาศที่หนาวทำให้ผิวแห้งกร้าน ซึ่งส่วนตัวเป็นคนที่มีสภาพผิวหน้าแห้ง และระคายเคืองง่ายมาก ดังนั้นจึงต้องพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นพิเศษ และมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติด้วย อย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้เป็นประจำคือ ไฮเดรติ้ง มัลชั่น สำหรับเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมฟื้นฟูสภาพผิวจากความแห้งกร้าน โดยไม่อุดตันรูขุมขน และในระหว่างสัปดาห์ก็จะมาส์กหน้าด้วย อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก เพื่อฟื้นคืนความกระจ่างใสให้กับผิว และไม่ลืมที่จะปกป้องผิวด้วย เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ เฟเชี่ยล ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ+++ หากเราปล่อยให้ผิวเผชิญกับความแห้งกร้านและแสงแดดเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะนำไปสู่ปัญหาริ้วรอยตามมาได้”


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Praew Recommend

keyboard_arrow_up