โชว์ผิวสวยเต็มที่ด้วยโทนสีนู้ด
โควิดสายพันธุ์ใหม่ ชื่อว่า “แลมบ์ดา” (Lambda) หรือสายพันธุ์ C.37 กำลังแพร่ระบาดหนักในภูมิภาคอเมริกาใต้ โดยการกลายพันธุ์ที่ซับซ้อนและมีลักษณะพิเศษของสายพันธุ์นี้ ทำให้น่าหวั่นเกรงว่าอาจเป็นอีกสายพันธุ์หนึ่งที่สามารถเกิดการระบาดได้รวดเร็วและรุนแรง ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์แลมบ์ดาแล้วในอย่างน้อย 29 ประเทศทั่วโลก โดยเมื่อวานนี้กระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์เตือนว่า ไวรัสโควิดกลายพันธุ์ชนิดนี้เป็นอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่าสายพันธุ์เดลต้าเสียอีก อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า แถลงการณ์ข้างต้นมีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน ทั้งยังไม่อาจทราบได้ว่า ต่อจากนี้สายพันธุ์แลมบ์ดาจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกอย่างไรกันแน่ ในขณะที่มีผลวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดยืนยันว่า วัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) และค็อกเทลแอนติบอดีบางชนิด สามารถต้านทานเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์แลมบ์ดาได้ สายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกยังคงกำหนดให้สายพันธุ์แลมบ์ดาเป็น Variant of Interest (VOI) หรือไวรัสกลายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจเฝ้าระวังไว้ก่อน ซึ่งต่างจากสายพันธุ์เดลตาที่มีสถานะเป็น Variant of Concern (VOC) หรือไวรัสกลายพันธุ์ที่น่าเป็นห่วงและวิตกกังวลไปเสียแล้ว อันที่จริงสถานะสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าจับตามองหรือ VOI ของแลมบ์ดา หมายความว่ามีการปรากฏตัวของไวรัสกลายพันธุ์นี้ขึ้นในชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งมีลักษณะการกลายพันธุ์ที่ส่อแววว่าอาจมีผลต่อการแพร่ระบาดในอนาคตเท่านั้น มีการตรวจพบสายพันธุ์แลมบ์ดาครั้งแรกที่ประเทศเปรูเมื่อเดือนสิงหาคมของปีก่อน โดยพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้สูงถึง 81% ของผู้ป่วยโควิดในเปรู และพบมากถึง 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโควิดในประเทศชิลี รวมทั้งพบผู้ติดเชื้อเกือบร้อยรายในประเทศเม็กซิโกและอาร์เจนตินาอีกด้วย แต่เปรูนั้นมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิดสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ล่าสุดเมื่อปลายเดือนมิถุนายน […]
กรมการแพทย์ เตือนหาก ผู้หญิงตั้งครรภ์ติดโควิด-19 จะถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ควรรับการฉีดวัคซีนเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน พร้อมแนะนำให้รักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อลดความจำเป็นในการเข้าโรงพยาบาลที่จะนำไปสู่การเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อได้ ทำไม ผู้หญิงตั้งครรภ์ติดโควิด-19 ถึงเสี่ยงมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป พญ.อรดา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา หัวหน้าหน่วยโรคติดเชื้อ กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การติดเชื้อโควิด-19 ในหญิงตั้งครรภ์มีความจำเป็นที่จะต้องระวังเป็นพิเศษกว่าคนปกติทั่วไป เนื่องจากจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงของโรค กล่าวคือ มีโอกาสเกิดภาวะปอดอักเสบสูง นอกจากนี้ ความท้าทายของแพทย์ในการรักษาหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 คือต้องรักษาทั้งแม่และทารกในครรภ์ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น ภาวะแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 คือเมื่อมีปอดอักเสบแล้ว สิ่งที่เป็นผลกระทบตามมาคือทารกในครรภ์จะได้รับออกซิเจนจากแม่ไม่เพียงพอ ซึ่งเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดสูงถึงร้อยละ 20 ในขณะที่ข้อจำกัดการรักษาสำหรับหญิงตั้งครรภ์ก็มีอยู่ไม่น้อย เช่นข้อจำกัดในการใช้ยารักษาบางชนิด รวมทั้งไม่สามารถนอนคว่ำเพื่อให้ร่างกายรับออกซิเจนได้อย่างเพียงพอ จึงเพิ่มโอกาสในการใส่เครื่องช่วยหายใจ หากผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น จะต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนในรูปแบบสายเสียบจมูก แต่หากร่างกายผู้ป่วยยังรับออกซิเจนได้ไม่เพียงพอจะต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องให้ออกซิเจนแบบ High Flow และกรณีสุดท้ายหากเครื่องให้ออกซิเจนในสองแบบแรกไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ จะต้องเพิ่มระดับการให้ออกซิเจนสูงสุดด้วยเครื่องช่วยหายใจ ข้อมูลล่าสุดจากกรมอนามัย นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 – 17 กรกฎาคม 2564 […]
ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าผ้าใบอย่าง Converse แน่ๆ เพราะเจ้าของคลิปนี้สร้างความเก๋ไก๋ให้กับเล็บของเธอด้วยการสวมรองเท้า Converse คู่เก๋ให้เล็บของเธอค่ะ ส่วนวิธ๊ก็แสนง่าย
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4300
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]