น้ำหอม

เทคนิคการเลือกน้ำหอมตามฤดูกาล แมตช์ให้เหมาะ รับรองหอมฟุ้งทุกซีซั่น

น้ำหอม
น้ำหอม

หนึ่งในปริศนาเกี่ยวกับ น้ำหอม ที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมน้ำหอมขวดเดียวกันที่เคยชอบกลับให้กลิ่นที่แตกต่างไปในการใช้แต่ละครั้ง บางช่วงก็หอมถูกใจกำลังเหมาะ แต่บางเวลากลับแรงเกินไปจนกลายเป็นฉุน และหลายครั้งที่รู้สึกว่ากลิ่นเปลี่ยนไประหว่างวันเสียด้วยซ้ำ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพราะปริมาณที่ฉีดมากน้อย แต่สำคัญที่สุดคือ “อุณหภูมิ” ในอากาศและร่างกายของเราที่ทำปฏิกิริยาให้กลิ่นน้ำหอมเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา

ดังนั้นการเลือกน้ำหอมให้ตรงกับฤดูกาลจึงไม่ใช่เป็นแค่เทรนด์หรือการสร้างบรรยากาศ แต่เทคนิคนี้จะช่วยดึงกลิ่นหอมที่ดีที่สุดจากน้ำหอมขวดนั้นๆ ออกมาได้ประสิทธิภาพสูงสุด สาวๆ ที่คิดว่ามีน้ำหอมขวดเดียวก็ใช้ไปได้ตลอดปี คงต้องเปลี่ยนใจมาเติมสีสันใหม่ๆ ให้ทุกช่วงเวลา ด้วยน้ำหอมตามฤดูกาล เพื่อชีวิตที่หอมหวานทุกซีซั่น

 

ฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น พืชพรรณที่เกิดใหม่ค่อยๆ ถือกำเนิดจากผืนดินอุ่นๆ ในช่วงที่อากาศสดชื่นกำลังดี เป็นเวลาเดียวกับที่ชีวิตของเราเริ่มต้นอีกครั้ง หลังจากหยุดพักยาวในเทศกาลสิ้นปีจนมีเรี่ยวมีแรง

กลิ่นที่เหมาะกับช่วงเวลาแบบนี้คือกลิ่นของเหล่าดอกไม้นานาพรรณ ความหอมแนวสดใสผลิบาน ช่วยส่งเสริมบุคลิกของสาวๆ ให้ดูมีความเป็นผู้หญิงเต็มตัวได้ในหลากหลายอารมณ์ ทั้งความคลาสสิกแฝงอารมณ์เซ็กซี่ละมุนละไมของดอกกุหลาบ ความสดใสน่ารักแบบสาวน้อยของดอกพีโอนี หรือจะเป็นอารมณ์สงบ ชวนให้มีไอเดียสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างลาเวนเดอร์ ซึ่งกลิ่นดอกไม้เหล่านี้เมื่อนำไปผสมผสานกับกลิ่นอื่นๆ อย่างกลิ่นแนวผลไม้ก็จะยิ่งเพิ่มความรู้สึกกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง เหมาะกับความสดใสในช่วงใบไม้ผลิ

สิ่งที่สาวๆ ควรรู้อีกอย่างคือ การฉีดน้ำหอมลงบนจุดชีพจรอย่างบริเวณข้อมือจะทำให้ได้กลิ่นหอมขจรขจายตามตำรา อันนั้นก็ถูก แต่ขอเตือนว่าอย่าได้ถูขยี้น้ำหอมที่ฉีดพรมลงไปเข้าหากันแบบที่หลายคนชอบทำ เพราะความร้อนจากผิวและการเสียดสีจะทำให้เอนไซม์จากธรรมชาติในส่วนผสมน้ำหอมเปลี่ยนกลิ่นจาก หอมใสๆ กลายเป็นเพี้ยน แบบที่สงสัยกันว่า ทำไมน้ำหอมขวดโปรดถึงมีกลิ่นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลิ่นดอกไม้ที่หอมหวานเหมาะกับช่วงฤดูใบไม้ผลิ ถูไปถูมาอาจได้กลิ่นอับทะแม่งๆ มาแทน บางคนถูแล้วยังแตะต่อที่ต้นคอและส่วนอื่นๆ กระจายกลิ่นเพี้ยนๆ ไปทั่วร่าง กูรูน้ำหอมการันตีว่า ฉีดแบบบางเบาแล้วปล่อยให้น้ำหอมซึมซาบไปกับผิวแบบนิ่งๆ นั้นดีที่สุดแล้ว

น้ำหอมแนะนำสำหรับฤดูใบไม้ผลิ : Gucci Bloom Acqua di Fiori, Marc Jacobs Daisy Love, Jo Malone LondonEnglish Fields Collection

 

ฤดูร้อน

โชคดีที่ช้อยส์ของกลิ่นหอมในฤดูร้อนมีให้เลือกหลากหลาย เพราะสาวไทยเราต้องอยู่กับฤดูนี้แบบยาวนาน ซึ่งแม้จะโหดไปหน่อย แต่ซัมเมอร์ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เพราะมีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย ใช้ชีวิตแบบเอ๊าต์ดอร์ได้มากขึ้น แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องกลิ่นที่อาจเปลี่ยนได้อย่างไม่น่าให้อภัยเพราะความร้อนและเหงื่อ

น้ำหอมหน้าร้อนจึงต้องมีกลิ่นบางเบา แต่อยู่ได้ยาวนาน เช่น กลิ่นผลไม้ ทั้งแนวเปรี้ยวสดชื่นอย่างส้ม เลมอน เกรปฟรุต และแนวหวานสดใสอย่างแอ๊ปเปิ้ล พีช สตรอว์เบอร์รี่ กลิ่นดอกไม้เขตร้อน หรือกลิ่นไอทะเลที่ช่วยย้อนความทรงจำ ในวันอาบแดดสบายๆ ริมชายหาด

หลายคนฉีดน้ำหอมแล้วรีบออกจากบ้านด้วยความรีบร้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่แนะนำเลยในช่วงซัมเมอร์ เพราะน้ำหอมจะระเหยได้อย่างรวดเร็วเมื่อเจอกับอุณหภูมิสูง หมายความว่ากลิ่นที่ได้จะจางหายไปอย่างรวดเร็วหรือเพี้ยนไปเพราะความร้อน ทางที่ดีสาวๆ แพลนเวลาสักหน่อย ฉีดพรมน้ำหอมก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 15 นาทีในช่วงฤดูร้อน รอให้กลิ่นหอมเซตตัวเข้ากับผิวแล้วค่อยออกจากบ้าน ช้าหน่อย แต่หอมนาน

น้ำหอม

น้ำหอมแนะนำสำหรับฤดูร้อน : Lyn Around The First Fragrance, Guerlain Aqua Allegoria Passiflora, Calvin Klein Eternity Air

 

ฤดูฝน

แม้จะบ่นว่าเบื่อเหลือเกินกับบรรยากาศเฉอะแฉะ เดินทางไปไหนมาไหนลำบาก แต่ฤดูฝนก็มีเสน่ห์และความโรแมนติกที่ไม่มีฤดูกาลไหนเหมือนเช่นกัน บรรยากาศสลัวๆ กับกลิ่นความเย็นของฝน กลิ่นของต้นไม้ใบไม้และไอดินที่โชยขึ้นหลังฝนตก สร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อน

กลิ่นหอมในฤดูฝนที่จริงขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวว่ารู้สึกอย่างไรกับฝนด้วย บรรยากาศเย็นๆ ชุ่มฉ่ำกับความรู้สึกของสีเขียวอย่างกลิ่นหญ้า ใบมินต์ ชาเขียว หรืออยากได้อารมณ์อบอุ่นเหมือนหลบอยู่ในบ้านตอนฝนตก ก็ช่วยให้ฤดูฝนโรแมนติกขึ้นเยอะ

แม้อากาศจะร้อน แต่เวลาฝนตกในบ้านเราก็จะกลายเป็นร้อนชื้น ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ต้องการกลิ่นหอมชนิดที่มีพลังกว่าเดิม คล้ายกับช่วงฤดูหนาว วิธีเลือกง่ายๆ คือเปลี่ยนจากการใช้น้ำหอมแบบ Eau de Toilette (EDT) มาเป็นแบบ Eau de Parfum (EDP) ซึ่งมีความเข้มข้น กลิ่นติดทน และกระจายตัวในอากาศชื้นได้ดีกว่า จึงจะเหมาะกับการใช้ในหน้าฝน

ปัญหากลิ่นอับในหน้าฝนเป็นเรื่องใหญ่ แก้ยาก เนื่องจากบ้านเรามีฤดูฝนที่ยาวนาน สาวๆ อยากตัวหอมไม่ใช่แค่ใส่น้ำหอมอย่างเดียว แต่ต้องเอาใจใส่เรื่องการเช็ดผมให้แห้งหลังโดนฝน การตากผ้า และเก็บให้ดี ไม่ให้มีกลิ่นอับ ส่วนถ้าจะใช้น้ำหอมเข้าช่วยเรื่องกลิ่นอับในฤดูฝน แนะนำกลิ่นหอมเย็นอย่างมินต์ ที่จะช่วยสู้กับปัญหากลิ่นอับของเสื้อผ้าได้เป็นอย่างดี

น้ำหอม

น้ำหอมแนะนำสำหรับฤดูฝน : JOY by Dior, AERIN Amber Musk Eau de Parfum, Elizabeth Arden White Tea

 

ฤดูหนาว

ช่วงเวลาแสนสั้นที่พวกเรารอคอย เมื่อเริ่มมีลมเย็นๆ ก็อยากจะขนเอาเสื้อคอลเล็คชั่นวินเทอร์มาใส่กันทันที แม้บ้านเราจะมีช่วงเวลาของฤดูหนาวน้อยนิด แต่สาวๆ ก็ออกเดินทางไปวาเคชั่นกันที่เมืองหนาวอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

เพราะฉะนั้นคงสังเกตได้ว่า น้ำหอมสไตล์ที่ชาวตะวันตกนิยมประเภทกลิ่นเครื่องเทศแรงๆ นั้น เมื่อนำมาใช้กับบ้านเรา บางกลิ่นใช้แทบไม่ได้ แต่พอไปอยู่เมืองหนาวกลับให้กลิ่นโชยเซ็กซี่ชวนฝันต่างกันลิบลับ นั่นเป็นเพราะน้ำหอมในโทนนี้เหมาะกับอุณหภูมิต่ำ

ความสุขของการเลือกน้ำหอมสำหรับวินเทอร์ คงไม่พ้นการได้คิดถึงช่วงเทศกาลที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมสไตล์ขนมอบ ผสมผสานกับเครื่องเทศนิดๆ ทั้งซินนามอน พริกไทยสีชมพู ทำให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง หรือถ้าใครเหงาๆ อยากได้ความอบอุ่น กลิ่นประเภทไม้หอมก็เซ็กซี่และส่งกลิ่นได้อย่างมีเสน่ห์อบอวลในอากาศหนาวเย็น

อยากเลือกกลิ่นหอมถูกใจมาใช้สู้ลมหนาว ต้องเช็คดูให้กลิ่นที่เรารักอยู่ที่เบสโน้ตเป็นหลัก เพราะอากาศหนาวเย็นมักทำให้กลิ่นท็อปโน้ต หรือกลิ่นแรกที่ติดใจและกลิ่นกลางจางไปก่อนอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงเบสโน้ตที่จะอยู่ยาว ส่งกลิ่นหอมเอื่อยๆ อยู่กับเราไปตลอดวัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นกลิ่นประเภทวานิลลาและไม้จันทน์หอมที่มีคุณสมบัติเฉพาะ มอบกลิ่นหอมได้ล้ำลึกยาวนาน

การทาครีมให้ผิวชุ่มชื้นในช่วงฤดูหนาวเกี่ยวอะไรกับเรื่องราวของน้ำหอม บอกเลยว่าเกี่ยวสุดๆ เพราะความชุ่มชื้นในผิวทำหน้าที่เหมือนกาวที่ช่วยดึงดูด
กลิ่นหอมให้ติดอยู่กับผิว จึงสังเกตได้ว่าคนที่มีผิวแห้งจะฉีดน้ำหอมแล้วกลิ่นไม่ติดทน แบบนี้ในช่วงฤดูหนาว สาวๆ ยิ่งต้องเร่งบำรุงผิวให้หนัก

น้ำหอม

น้ำหอมแนะนำสำหรับฤดูหนาว : Tom Ford Orchid Soleil, Bvlgari Magnolia Sensuel, Narciso Rouge Eau de Parfum


 

ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 942

keyboard_arrow_up