“ฉันไปได้”…20 ภาพรอยเท้าของ “พ่อ” ไม่ว่า “ลูก” จะอยู่ที่ใดบนขวานทองนี้

20 ภาพ ที่บอกเล่าเรื่องราวของ พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดิน ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใดบนขวานทองนี้ ดั่งคำของพ่อ “ฉันไปได้”

สถิตอยู่ในใจไทยทั้งปวง “แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่ ๙” เรื่องราว ๗ ทศวรรษของพ่อ

รวมภาพบางส่วนจากชุด ‘แสตมป์ในหลวงรัชกาลที่๙’ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราว ๗ ทศวรรษของพ่อ ที่ทรงทุ่มเททั้งพระวรกายและพระปรีชาสามารถทั้งหมดเพื่อลูก ๖๕ ล้านคน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตรัสถึงสิ่งที่ทำให้ พ่อหลวง ทรงพระสำราญ คือการทอดพระเนตรเห็นคนไทยรักกัน

แม้มีเรื่องโศกเศร้าอันยิ่งใหญ่จนหัวใจคนไทยแทบสลาย แต่คำสอนที่ พ่อหลวง พ่อของแผ่นดิน หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พึงตรัสให้คนไทยตระหนักรู้ถึงหน้าที่ของตัวเองนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนไทยหลายๆ คน ยังคงเดินหน้า ใช้ชีวิตต่อไป และหากจะเปลี่ยนแปลงบ้างก็คงเป็นเรื่องที่ คนไทยหันมาให้ความสำคัญต่อพระบรมราโชวาทของพ่อหลวง และได้นำมาปรับใช้กับชีวิตของตนเองเพื่อก่อประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและสังคมกันมากขึ้น

ทำความดีเพื่อพ่อ “เก่ง วงเฟลม” “เอก ซีซันไฟฟ์” บวชถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศแด่ “พ่อหลวง”

ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งที่ขอ ทำความดีเพื่อพ่อ เหล่าศิลปินร่วมบวชถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รวมแบบทรงผมและการแต่งกาย สง่างาม ถูกกาลเทศะ ไปสักการะพระบรมศพ

แนวทางการแต่งกายชุดดำ เพื่อน้อมถวายอาลัยและเข้าร่วมพิธีถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่๙ ควรแต่งอย่างไร วันนี้แพรว รวมแบบทรงผมและการแต่งกาย ที่เหมาะสมมาฝากกันค่ะ

ไพเราะจับใจ รวม 48 บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9

เพลงพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชปรีชาญาณในเรื่องของดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงตั้งแต่ยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช รวมบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งสิ้น 48 เพลง เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และคำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง มี 5 เพลง คือ “Echo“, “Still on My Mind“, “Old-Fashioned Melody“, “No Moon” และ “Dream Island” ในยุคแรก หลังจากที่เพลงพระราชนิพนธ์มีทำนองและคำร้องสมบูรณ์แล้ว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำไปบรรเลงในวงดนตรีกรมโฆษณาการหรือวงสุนทราภรณ์ เพื่อให้แพร่หลายทั่วไป ปรากฏว่าหลายเพลงกลายเป็นเพลงยอดนิยมทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ระยะหลังพระองค์มีพระราชกรณียกิจมากมาย ทำให้พระองค์ทรงไม่มีเวลาที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ๆออกมา เพลงสุดท้ายที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์ออกมาคือเพลง “เมนูไข่” เป็นเพลงแนวสนุกสนาน เนื้อร้องโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเป็นของขวัญวันพระราชสมภพครบ 72 พรรษาแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ เมื่อ พ.ศ. 2538 1. แสงเทียน (Candlelight Blues) เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน หรือ Candlelight […]

ความดีของพ่อแผ่ไพศาล ผู้นำทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับรู้ข่าวการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ กับแถลงการณ์ข่าวกษัตริย์ผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกถึง 70 ปี “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งข่าวที่ออกมานั้นทำให้คนไทยทั้งประเทศช็อกและร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน โดย ผู้นำ ทั่วโลกต่างก็รับรู้ถึงความสำคัญและความรักที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชนอย่างหาผู้ใดมาเปรียบไม่ได้เช่นกัน จึงได้แสดงความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ดังนี้ ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอจดจำ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ในฐานะกษัตริย์ผู้อ่อนโยนและผู้ยกระดับเศรษฐกิจของไทย “ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลญี่ปุ่นและประชาชนชาวญี่ปุ่น ข้าพระพุทธเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอจดจำพระองค์ในฐานะกษัตริย์ผู้ทรงมากพรสวรรค์และอ่อนโยนที่สุด พระองค์ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ทรงนำพาการพัฒนาและความเจริญมาสู่ประเทศ ทำให้พสกนิกรมีความเป็นอยู่สุขสบายอย่างทุกวันนี้” มาเลเซีย นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค “ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือแบบอย่างอันยิ่งใหญ่ของการสร้างประโยชน์ให้แก่ชาวไทย ทุกพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หมด ข้าพระพุทธเจ้าและชาวมาเลเซียทั้งปวงขอร่วมแสดงความเสียใจกับชาวไทยต่อการสูญเสียครั้งนี้ด้วย” สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ส่งสารแสดงความเสียใจสู่ชาวไทย โดยกล่าวว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นกษัตริย์ผู้ทำเพื่อชาติอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” นอกจากนี้ ผู้นำ สหรัฐอเมริกายังกล่าวว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 คือมหามิตรแห่งสหรัฐอเมริกา และสิ่งที่พระองค์ท่านเหลือไว้ให้พสกนิกรคืออนาคตของคนรุ่นต่อไป” […]

เบื้องหลังคำอวยพรปีใหม่ ส.ค.ส.พระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บางคนอาจยังไม่เห็น

เป็นที่ตั้งตารอของพสกนิกรชาวไทยทุกๆ ปีเมื่อถึงคราวนับวันเริ่มต้นเข้าสู่ปีใหม่ เพราะ ในหลวงรัชกาลที่ 9 หรือสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะทรงมอบคำอวยพรลงบนบัตร ส.ค.ส.พระราชทาน ให้แก่ประชาชน ซึ่งความพิเศษนั้นคือ พระองค์ทรงนั่งพิมพ์คำอวยพรและออกแบบบัตร ส.ค.ส.พระราชทานด้วยพระองค์เอง

“ใช้กระดุมเม็ดเดียว” งานออกแบบจากฝีพระหัตถ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อีกหนึ่งพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ผ่านแบบเสื้อโปโลพระราชทานที่ยึดหลัก ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รถยนต์พระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

แพรวเชื่อว่าพวกเราปวงชนชาวไทยทั้งประเทศคงอยากทราบถึงพระราชประวัติ ของใช้ส่วนพระองค์ พระราชจริยวัตรต่างๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงรถยนต์พระที่นั่งในพระองค์ท่าน ที่คราใดมีขบวนเสด็จฯ เป็นต้องชะเง้อมองว่าคันไหนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประทับเป็นแน่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่แพรวไปเจอเพจ Siam Bimmer เขียนโดย northyc ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่มีความหลงใหล และหลงรักเรื่องราวของรถยนต์พระที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงเป็นที่มาที่แพรวรวบรวมมาให้ได้ชมกัน รถยนต์พระที่นั่งองค์แรก ปัจจุบันอยู่ในพิพิธภัณฑ์รถยนต์พระที่นั่งโบราณในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ณ วังสุโขทัย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ Mercedes-Benz 300SL Gullwing 1955 รถยนต์องค์นี้เข้าประจำการเพื่อเป็นพระราชพาหนะในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2498 เป็นรถยนต์ที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม น้อมเกล้าฯถวายในสมัยนั้น แล้วได้มีการเปลี่ยนทะเบียนจาก 1ด – 0010 ไปเป็น 1ด – 1110 ในภายหลัง ซึ่งได้มีการเปิดให้นิตยสารทั้งในและต่างประเทศเก็บภาพและทำประวัติไว้อย่างงดงาม รถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ถือว่าเป็นซูเปอร์คาร์ในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ เป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง และมีเพียง 8 คันในประเทศไทย ถือเป็นองค์ที่สภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย และยังคงเป็นรถที่สมบูรณ์มากที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน ทราบว่ารถยนต์พระที่นั่งองค์นี้ เมื่อปี ค.ศ. […]

9 ของใช้ส่วนพระองค์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ดูแล้วรู้ซึ้ง “พ่อทรงงานหนักเพียงใด”

ความมัธยัสถ์ถือเป็นคุณูปการสำคัญที่ทำให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเรียนรู้หลักความพอเพียง สมถะมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ จนกระทั่งสมเด็จย่ามีพระดำรัสในเวลาต่อมาว่า “ในสวนจิตรเนี่ย คนที่ประหยัดที่สุดคือในหลวงรัชกาลที่ 9 ประหยัดที่สุดทั้งน้ำ ทั้งไฟ เรื่องฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยไม่มี” ดังเช่นของใช้ส่วนพระองค์ที่รวบรวมมาให้ชม ทำให้รู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงพอเพียงและทรงงานหนักเพียงใดเพื่อปวงชนชาวไทย   ฉลองพระบาท ภาพจาก Facebook ต้นแบบแห่งชีวิต รองเท้าของพ่อ ฉลองพระบาทคู่โปรดของพระองค์ท่านนั้น ถึงจะเก่าแต่ก็นำมาซ่อมเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่สามารถซ่อมได้แล้วจึงหยุด รองเท้าหนังสีดำธรรมดา สภาพชำรุดทรุดโทรมเนื่องจากการใช้งานหลายสิบปี ภายในรองเท้าผุกร่อนหลุดล่อนหลายแห่ง ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปก็อาจจะทิ้งไปแล้ว เป็นสิ่งที่คุณศรไกร แน่นศรีนิล ช่างทำรองเท้าร้าน ก.เปรมศิลป์ (สี่แยกพิชัย) ได้เล่าย้อนถึงวันวานอันแสนประทับใจ ในสมัยนั้นคุณศรไกรหลังจากที่เป็นลูกจ้างร้านซ่อมรองเท้ามาสิบกว่าปี ก็ได้มาเปิดร้านของตัวเองแถบถนนพิชัย วันหนึ่งเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังก็ได้ถือพานใส่รองเท้าเข้ามาในร้าน และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นอันทรงเกียรติที่ได้มีโอกาสถวายงานแก่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยาวนานเป็นเวลาหลายสิบปี ซึ่งในครั้งแรกนั้นนอกจากจะใช้เวลาซ่อมฉลองพระบาทคู่สีดำเกือบเดือน เขายังถือโอกาสตัดฉลองพระบาทถวายพระองค์ท่านเพิ่มอีกคู่หนึ่งด้วย หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสซ่อมฉลองพระบาทอีก 4 คู่ที่ทรุดโทรมแตกต่างกันไป ปัจจุบันนี้ร้าน ก.เปรมศิลป์ (สี่แยกพิชัย) ได้เก็บรักษาชิ้นส่วนพื้นฉลองพระบาทใส่กรอบไว้บนหิ้งบูชา ตกแต่งอย่างดี มีพานและผ้าคลุมพานสีเหลือง กล้องถ่ายภาพคู่พระหัตถ์รุ่นแรก ภาพ : topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/10/X7126197/X7126197.html จากภาพในสื่อสิ่งพิมพ์ […]

“ทรงเรียบร้อย ทรงเป็นช่างฝีมือดี ฉลองพระองค์จะไม่เลอะสีหรือกาวเลย” เรื่องเล่าจากรั้ววัง

เรื่องราวแสนพิเศษจากจากผู้ที่เคยถวายงานรับใช้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ อย่างใกล้ชิด ถ่ายทอดเป็นความประทับใจด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

14 เรื่องเล่าพระราชอารมณ์ขันของในหลวง เก็บไว้อ่านยามคิดถึงพ่อ!

แพรวได้รวบรวมเรื่องเล่ามุมน่ารัก พระราชอารมณ์ขันของในหลวงที่เกิดขึ้นตามพระจริยวัตรของพระองค์ท่าน ยามเมื่อเสด็จฯไปทรงเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์ท่านอยู่เป็นประจำ เรื่องราวบางส่วนนี้เมื่อได้ฟังแล้วยอมรับว่าอดอมยิ้มตามไม่ได้จริงๆ  “วันนี้ฉันเป็นในหลวง…คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ…” ระยะแรกราวปี พ.ศ.2498 เป็นต้นมา คราใดที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวลนั้น จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับ แก่งกระจาน ด้วยพระองค์เอง ทำนองเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าทรงเสด็จฯมาถึงแล้ว วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหมู่บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน ซึ่งราษฎรกำลังช่วยกันตกแต่งประดับซุ้มรับเสด็จกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง และไม่คาดคิดว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์ ต้องให้ในหลวงเสด็จฯก่อน แล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้…”วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อนนะ”…ทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงข้างทาง ไม่ลอดซุ้มดังกล่าว วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตาม และมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า “วันนี้ฉันเป็นในหลวง…คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ…” “แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้  แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย” มีเรื่องหนึ่งเคยฟังจากผู้ใหญ่เล่าเมื่อนานมาแล้ว มีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนหนึ่งกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีในหลวงเสด็จฯมา คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวงก็ก้มลงกราบ คนอยู่ด้านบนไม่เห็นก็บอกว่า “เฮ้ย จับดีๆหน่อยสิ อย่าให้แกว่ง” ในหลวงทรงจับบันไดให้ เขาก็บอกว่า “เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” (สงสัยคงจะเพิ่งเข้ามาทำงาน ยังไม่ผ่านโปร) พอเสร็จก็ก้าวลง พอเห็นว่าในหลวงทรงจับบันไดให้ ถึงกับเข่าอ่อนจะตกบันได รีบลงมาก้มกราบ ในหลวงตรัสกับช่างว่า […]

ซาบซึ้งตราตรึงใจ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำรัสตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่างประเทศถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙

ย้อนรำลึกถึงพระราชดำรัส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ที่สร้างความประทับใจและซาบซึ้งแก่เหล่าพสกนิกรไทยเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครั้งทรงถูกผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ตั้งคำถามถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วิทิตนันท์ โรจนพานิช นักปีนเขาชื่อดัง…”ใจ” ดวงนี้พลีเพื่อ “พ่อ”

ผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้ ได้สร้างปรากฏการณ์แห่งความจงรักภักดีด้วยการปีน ยอดเขาเอเวอเรสต์ ภูเขาสูงที่สุดในโลก เพื่อแสดงถึงความรัก และศรัทธาที่เขามีต่อ “ในหลวง”

ทรงคุณค่าต่อจิตใจ กล้องที่ระลึกพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในหลวง

ส่องกล้องLecia M6 ที่ระลึกพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในหลวง ทำด้วยทองคำ 24 กะรัต Leica M6 รุ่น “King of Thailand” Limited Edition

หมอก้อง-สรวิชญ์ ขอตามรอยคำสอนพ่อ “ผู้ปิดทองหลังพระ”

พันตรี นพ.สรวิชญ์ สุบุญ แพทย์ตรวจรักษาสำนักงานแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม “พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ผมเห็นชัดที่สุดและพยายามทำให้ได้คือ ทรงสอนให้ปิดทองหลังพระ จะมีคนเห็นหรือไม่ ไม่ต้องสนใจ ปิดไปเรื่อยๆ แล้วทองก็จะล้นมาที่หน้าองค์พระเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นผมคิดแค่ว่า ทำความดีก็อยากให้คนอื่นชื่นชอบ ทำให้มีกำลังใจและรู้สึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่พระเจ้าอยู่หัวไม่ทรงเคยเรียกร้องอะไรเลย ทรงทำความดีทุกวัน จนความดีเหล่านั้นปรากฏให้ประชาชนได้เห็นเองจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งยิ่งใหญ่มาก “วันหนึ่งผมมีโอกาสได้ฟังเทศน์จากพระรูปหนึ่งว่า คนเราจะทำความดีเพื่ออะไร ถ้าทำเพื่อจะได้ดี แล้วหนีในสิ่งที่เคยทำไม่ดีไว้ ความคิดนั้นผิด เพราะความดีกับความเลวแยกกัน พระรูปนั้นสอนอีกว่า ทำไมหมอไม่คิดแค่ว่า ทำความดีเพื่อให้รู้ว่ายังมีความดีหลงเหลืออยู่บนโลก แค่นี้เพียงพอแล้ว “แต่พระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ให้ความดีจารึกอยู่บนโลก แต่พระองค์ทรงทำความดีเพราะทรงรักประชาชนทุกคนที่เป็นเหมือนลูกของพระองค์ แล้วเราในฐานะประชาชนจะทำอย่างไรที่ให้พระองค์ท่านทรงเหนื่อยน้อยลง จะทำอย่างไรให้คนที่ไม่รักชาติบ้านเมืองได้มีสติพิจารณาทบทวน แต่ผมเปลี่ยนแปลงใครไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือ การพูดให้ทุกคนทราบว่า พระองค์ท่านทรงทำอะไรบ้าง ผมยอมรับว่าเคยรู้สึกเหนื่อย ท้อจนอยากจะหยุด แต่ความท้อเหล่านั้นหายไปเมื่อได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระเจ้าอยู่หัว “ถ้าถามผมตอนอายุ 8 ขวบว่ารักในหลวงเพราะอะไร ผมคงตอบว่า เพราะในหลวงรักประชาชน ซึ่งเป็นคำตอบที่พูดต่อๆกันมา ไม่ได้มาจากใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอโตขึ้นได้รับทราบและผ่านเหตุการณ์ต่างๆเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ทำให้รู้แล้วว่า ทำไมผมรักในหลวง… “เพราะพระองค์ท่านรักผม และรักทุกคนบนแผ่นดินไทยมากกว่าสิ่งอื่นใด” ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับที่ 823

พระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จำนวน 4 แบบ

จากบทสัมภาษณ์ของคุณฮิโรมิ อินาโยชิ นักออกแบบชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ออกแบบพระนามบัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ชุดที่ท่านผู้อ่านเห็นอยู่นี้ ในวารสาร “ในวงการพิมพ์” (http://www.thethaiprinter.com) กล่าวไว้ว่า การได้รับโอกาสเป็นผู้ออกแบบ “พระนามบัตรในหลวง” นั้น มีที่มาจากการจัดนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบสัญลักษณ์และสีในงานของสหประชาชาติ ณ โรงแรมพลาซ่าแอทธินี เมื่อปี พ.ศ.2545 และมีบุคคลในสำนักพระราชวังไปเห็นฝีมือ จึงให้ความสนใจและหารือถึงการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อถวายในหลวง เนื่องในโอโกาสครบรอบ 75 พรรษา โดยสรุปสุดท้ายที่การออกแบบนามบัตรจำนวน 4 แบบ ดังนี้ แบบที่ 1 มีคอนเซ็ปต์มาจากตัว “A” ซึ่งเป็นพระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 คือ “อดุลยเดช” และส่วนของจุดสีที่อยู่ภายในแทนสีของแก้วนพรัตน์ หรืออัญมณี 9 ประการ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ แบบที่ 2 มีคอนเซ็ปต์มาจากการพนมมือไหว้ของคนไทย อันเป็นเอกลักษณ์ที่สื่อได้ถึงความเป็นคนไทย ขณะเดียวกัน ก็มีจุดสีของแก้วนพรัตน์รายล้อมอยู่ภายใน สื่อถึงความเป็นพระมหากษัตริย์ของไทย แบบที่ 3 มีคอนเซ็ปต์มาจากเครื่องดนตรี คือ แซ็กโซโฟน ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 […]

keyboard_arrow_up