มาดามแป้ง

เปิดใจเอ็กซ์คลูซีฟ “มาดามแป้ง” แม่ทัพหญิงคุมช้างศึก บทพิสูจน์สุดท้าทาย

Alternative Textaccount_circle
event
มาดามแป้ง
มาดามแป้ง

หนึ่งในข่าวดีของปีนี้ที่เกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย เมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยประกาศแต่งตั้ง “คุณแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ” เป็นผู้จัดการทีมชาติไทยชุดใหญ่ และทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ด้วยเสียงตอบรับมากมายจากแฟนบอลที่ขอฝากความหวังไว้กับ “มาดามแป้ง” ในการกู้วิกฤติฟุตบอลไทย

เปิดใจเอ็กซ์คลูซีฟ “มาดามแป้ง” แม่ทัพหญิงคุมช้างศึก บทพิสูจน์สุดท้าทาย

ภารกิจกู้วิกฤติศรัทธา

“แป้งอยู่ในวงการกีฬาและวงการฟุตบอลมานาน 12 ปี หากจะเล่าย้อนก็ตั้งแต่กีฬาคนพิการ และฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยชุดใหญ่ที่ทำให้คนรู้จัก ‘มาดามแป้ง’ แม้เวลาจะแตกต่างกัน แต่ความตั้งใจในจุดเริ่มต้นเหมือนกัน และอาจมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะวันแรกของการก้าวสู่วงการฟุตบอล แป้งแทบไม่รู้จักกติกาหรือดูฟุตบอลไม่เป็นเลย แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้แป้งตัดสินใจได้ง่าย และรู้ว่าเราเข้ามาเพื่ออะไร เพราะยอมรับว่าหลังจากพูดคุยกับท่านนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กันระยะหนึ่ง ที่สุดแป้งตอบตกลงด้วยความยินดี เพราะคิดเสมอว่าการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะมุมไหนก็เป็นเกียรติประวัติกับชีวิตและครอบครัวมากๆ โดยเฉพาะกับงานที่รักจนกลายเป็นชีวิตของเราไปแล้ว

มาดามแป้ง

“ในฐานะแฟนฟุตบอลไทยคนหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าวันนี้เราอยู่ในช่วงวิกฤติของฟุตบอลไทย ทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้การแข่งขันภายในประเทศต้องหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลไปทั้งวงการ รวมทั้งผลงานการแข่งขันในรายการระดับนานาชาติที่ไม่สู้ดีนัก ก็ส่งผลต่อความรู้สึกของวงการฟุตบอลที่เรื้อรังมายาวนาน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นวิกฤติศรัทธา แป้งมองว่าฟุตบอลอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล โค้ช รวมทั้งแฟนบอล ถือเป็นสามส่วนสำคัญของวงกลมที่ขาดกันไม่ได้จริงๆ

“อย่าได้กล่าวว่าแป้งเข้ามา เพื่อกอบกู้วิกฤติศรัทธาของแฟนบอลอย่างที่เขียนกันเลยนะคะ เพราะฟุตบอลไทยเป็นของคนไทยทุกคน เราจะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ ก็มาจากผู้เล่นคนที่ 12 นั่นคือทุกคนที่จะช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลของไทย แป้งเป็นเพียงหนึ่งฟันเฟืองเล็กๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนงานสำคัญนี้ให้ไปข้างหน้าตามเป้าหมายของแฟนบอลทุกคนค่ะ”

มาดามแป้ง

เสียงตอบรับคือกำลังใจ

การรับตำแหน่งสำคัญของวงการฟุตบอลไทย สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือคำวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียงตอบรับ ทั้งจากครอบครัวและแฟนบอล ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญของมาดามแป้ง

“ครอบครัวของแป้ง ทั้งคุณพ่อคุณแม่ (โพธิพงษ์ – ยุพา ล่ำซำ) พี่เอ (ณรัชต์ เศวตนันทน์ – สามี) และน้องปราง (นวลวรรณ พรรณเชษฐ์ – ลูกสาว) เป็นหนึ่งแรงสนับสนุนด้านกำลังใจตั้งแต่ทำฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และสโมสรการท่าเรือ เอฟซี จนทุกคนกลายเป็นแฟนบอลตัวยงไปแล้ว เราคุยและเล่าปัญหากันทุกเรื่อง ทำให้แป้งได้รับมุมมองที่ดีๆ มากมาย ถือเป็นความอุ่นใจที่มีครอบครัวที่น่ารักอยู่กับเราตลอด

“ส่วนแฟนคลับทั้งในแฟนเพจและไอจี แป้งขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณที่เข้ามาส่งกำลังใจให้ ตั้งแต่วันแรกที่มีการประกาศว่าแป้งรับเป็นผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการจนถึงวันนี้ ซึ่งเสร็จสิ้นไปแล้วหนึ่งภารกิจของทีมชาติไทย U23 ที่มองโกเลีย รวมถึงแฟนบอลที่ต่างคอมเมนต์ให้กำลังใจ คำแนะนำ คำติชมเข้ามา ขอบอกว่าแป้งอ่านทุกข้อความนะคะ และพร้อมรับทุกคำแนะนำ เพราะกีฬาฟุตบอลต้องอาศัยทีมเวิร์ค ซึ่งไม่ใช่แค่ในสนาม แต่เราทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันค่ะ”

มาดามแป้ง

เปลี่ยนโจทย์ยากให้เป็นพลัง

“แป้งพูดเสมอว่าจะกอบกู้วิกฤติศรัทธาให้ได้ ฟุตบอลต้องชนะค่ะ เราต้องกอบกู้ด้วยผลงานของทีมชาติไทยเท่านั้นสำหรับแป้งนะคะ ทุกคนรอคอยวันสำเร็จ วันที่ได้ยิ้ม ได้เฮด้วยกัน นั่นแหละคือโจทย์ใหญ่ของเรา โดยเฉพาะงานแรกของทีมชาติไทยชุดใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ครั้งที่ 13 หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ที่เรากำลังแข่งขันอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

“การจะได้มาซึ่งผลงานนั้นก็มีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งแผนงานของทีมแต่ละรุ่นอายุ ฟุตบอลลีกอาชีพภายในประเทศ การบริหารงานเพื่อสนับสนุนทีมชาติไทย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา แป้งในฐานะผู้จัดการทีมทำคนเดียวไม่ได้ เป็นเรื่องของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไทยลีก การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือแม้แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ต้องเดินไปด้วยกัน”

มาดามแป้ง

ภารกิจแรกที่มองโกเลีย

“การแข่งขันทีมชาติไทย U23 นัดแรกที่มองโกเลีย ทำให้แป้งได้เห็นว่าเวลาในการเตรียมทีมมีความสำคัญมาก อย่างทีมชาติมาเลเซีย มองโกเลีย รวมถึงลาวที่มีเวลาเตรียมทีมนับเดือนนับปี สำหรับทีมชาติไทยมีเวลาเพียง 10 วันของการเตรียมทีมในภาวะกดดันทุกด้าน โดยครั้งนี้ทีมชาติไทยสามารถชนะลาว 3 – 0 เสมอมองโกเลีย 1 – 1 และเสมอมาเลเซีย 0 – 0 แม้จะไม่ได้เป็นแชมป์กลุ่ม แต่ถือว่าน้องๆ ทุกคนทำเต็มที่แล้ว จากประสบการณ์หลากหลายในทัวร์นาเมนต์นี้ น่าจะเป็นข้อเตือนใจให้เราเห็นถึงปัญหาและนำไปแก้ไขสำหรับทัวร์นาเมนต์หน้าต่อไป เราสามารถถอดบทเรียนจากการแข่งขันครั้งนี้ได้หลายเรื่อง เช่น การเฟ้นหานักกีฬาที่ดีที่สุดมาร่วมทีมชาติ ระยะเวลารวมทีมเพื่ออุ่นเครื่องหรือเล่นให้เข้าขากัน เพียง 2 ประเด็นนี้ก็มากพอที่จะส่งผลกระทบต่อเพอร์ฟอร์แมนซ์ของทีมและส่งผลสำคัญต่อทีมชาติไทย

“วันนี้เราคงต้องกลับมาทบทวนหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันลีกภายในประเทศ ควรต้องสอดคล้องกับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติ เพราะ เจตนารมณ์หลักของการพัฒนาฟุตบอลลีกในประเทศคือการสร้างความเข้มแข็งให้ทีมชาติไทย และเป็นกำลังสำคัญของการสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ทีมไทย ขอแค่วันนี้เราอย่าลืมทีมชาติไทย…ทีมที่เราต้องร่วมด้วยช่วยกันค่ะ”

มาดามแป้ง

งานล้นมือ

วันนี้คุณแป้งมีงานล้นมือในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะในฐานะผู้บริหารบริษัทประกันภัย และผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติสองทีม และทีมสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ คุณแป้งเผยถึงแผนในการทำงานไว้ว่า

“หลายคนกลัวแป้งจะแบ่งเวลาไม่ได้ เพราะภารกิจในฝั่งประกันภัยและแฟชั่น รวมถึงงานที่ปรึกษาด้านอื่นๆ ค่อนข้างมาก แต่บอกเลยว่าไม่เป็นอุปสรรคกับการทำงานที่เรารักค่ะ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือกับแป้งเดินทางมาถึงปีที่ 8 แล้ว ทุกอย่างค่อนข้างลงตัว เรามีทีมงานที่เหนียวแน่นและสนับสนุนการทำงานกันตลอด รายงานกันทางโทรศัพท์และไลน์กลุ่มตลอดเวลา ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวและทำงานได้ตลอด ไม่ติดขัดอะไร สำหรับงานทีมชาติไทยนั้น ต้องชื่นชมน้องๆ ทุกฝ่ายของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ แป้งได้เห็นความจริงจังและจริงใจตลอดช่วงที่เดินทางไปอยู่ที่มองโกเลียด้วยกัน บอกได้เลยว่านี่คือผู้อยู่เบื้องหลังทีมชาติไทย ทำให้การทำงานในฐานะผู้จัดการทีมของแป้งราบรื่น และสามารถสนับสนุนทีมชาติไทยได้อย่างเต็มที่ค่ะ”

มาดามแป้ง

สำหรับการบริหารงานทีมสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ กับการก้าวมารับตำแหน่งรองประธานสโมสรของ “ปราง-นวลวรรณ พรรณเชษฐ์” หรือชื่อที่แฟนบอลการท่าเรือเรียกจนติดปากว่า “รองปราง”

“มองเขาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้นะคะ เขาคือเงาของนวลพรรณ ล่ำซำ อย่างแท้จริง ความจริงจังตั้งใจ วิธีคิด ความกล้าได้กล้าเสีย ลุยยิ่งกว่าผู้ชาย ปรางคือแป้งในวันที่เริ่มเข้ามาทำฟุตบอล ด้วยภารกิจที่หลากหลายของแป้ง การมีคนรักฟุตบอลเหมือนกันขึ้นมาช่วยทำงานจึงเป็นเรื่องดีต่อทีม น้องปรางจบทางด้านจิตวิทยาจาก University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารงานองค์กรในการผสมผสานแนวคิดคนรุ่นใหม่ที่มี ความแปลกใหม่และหลากหลาย ซึ่งที่ผ่านมาน้องปรางก็ให้มุมมองใหม่ๆ หลังบ้านกับแป้งเสมอ คงเป็นงานที่ท้าทายมากแน่นอนสำหรับเขา แต่เราจะได้คนที่รักและศรัทธาในกีฬาฟุตบอลเพิ่มขึ้น เมื่อเราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีพลังแบบนี้ ฝากเชียร์น้องปรางด้วยนะคะ”

มาดามแป้ง

รองปรางพิสูจน์ฝีมือด้วยผลการแข่งขันหลายนัดที่ผ่านมา แพรว จึงขอให้ผู้จัดการทีมอย่างมาดามแป้งช่วยให้คะแนนลูกสาวคนนี้

“รองปรางฟิตมาก ไปทั้งในบ้านและนอกบ้าน ช่วยงานแป้งได้เยอะเลย เพราะเขาเล่นและดูฟุตบอลอยู่แล้ว ได้เห็นสีหน้าแววตาที่ตั้งใจมากของปรางเสมอ ยิ่งช่วงที่แม่ไปทำภารกิจเพื่อชาติกับทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ปรางอยู่ที่ไทย ก็คอยรายงานความเคลื่อนไหวให้แป้งทราบตลอด ทำให้แป้งเบาใจในงานหลังบ้านของการท่าเรือ ทำให้ลุยกับทีมชาติได้เต็มที่แบบไม่ห่วง ที่เหลือก็คงเป็นประสบการณ์ที่รองปรางต้องเก็บเกี่ยวอีกมากในวงการนี้ หากนับกันที่จุดเริ่มต้น แป้งคงให้คะแนนความตั้งใจของรองปรางเต็มสิบค่ะ” (หัวเราะ)

มาดามแป้ง

วางเป้าหมายอนาคต

“การนำทีมชาติไทยสู่ศึกฟุตบอลโลกนั้นยังอีกยาวไกลค่ะ พอเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมก็ทำให้ทราบเงื่อนไข ข้อจำกัด และอุปสรรคปัญหาหลายๆ อย่างที่ต้องพยายามประสานความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขกันต่อไป อยากทำให้ดีที่สุด ดีที่สุดของแฟนบอลไทยก็คือไปฟุตบอลโลกให้ได้สักครั้ง ถ้าถามแป้งว่าอยากไปไหม ก็อยากไป แต่จะเป็นไปได้ไหม เราต้องเดินไปทีละขั้น ตั้งแต่ปลายปีนี้ก่อนเลย เริ่มที่ศึกชิงแชมป์อาเซียน และในปีหน้าก็มีหลายทัวร์นาเมนต์ให้ลุยกัน

“แป้งแอบฝันมาตลอดว่าวันหนึ่งทีมชาติไทยจะได้ไปฟุตบอลโลกเหมือนที่แฟนบอลทุกคนฝันไว้ จะทำได้หรือไม่ ก็ต้องลุยกันตลอดเส้นทางที่ยาวนานนี้ค่ะ สู้ไปด้วยกันนะคะ”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 977

ภาพ : @panglamsam

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชีวิตจริงที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มาดามแป้ง นวลพรรณ CEO นักสู้หญิงเหล็ก

เปิดใจคู่กันครั้งแรก มาดามแป้ง & ดร.ณรัชต์ ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

ขั้วตรงข้าม ปราง-นวลวรรณ ล่ำซำ ลูกสาวคนเก่งของ มาดามแป้ง

Praew Recommend

keyboard_arrow_up