เล่าเรื่องผี

ก้อง-สหรัถ เล่าเรื่องผี “เวนิส” ประสบการณ์ลี้ลับ ชวนขนหัวลุกที่หาคำตอบไม่ได้

เล่าเรื่องผี
เล่าเรื่องผี

ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา เล่าเรื่องผี “เวนิส” ประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้จนบัดนี้ พบเหตุการณ์แปลกๆ จากต่างแดนที่ชวนขนหัวลุก

ผมมีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณว่าเมื่อคนเราตายไปแล้ว ดวงจิตหรือวิญญาณจะออกจากร่างไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นมิติคู่ขนานกับเรา ทางพระพุทธศาสนาบอกว่าเมื่อเราเกิดมาก็จะมีดวงจิตมาสวมร่างเรา เมื่อวันที่ร่างกายแตกสลายไป  จิตนั้นจะยังอยู่ ถ้าตายไปแบบครบวาระ โดยเมื่อมีชีวิตทำความดี จิตจะไปเกิดที่ดี ถ้าทำเลว จิตจะไปเกิดที่เลว สำหรับในดวงจิตที่ตายโหงหรือยังไม่ถึงที่ตาย เมื่อต้องออกจากร่างกายไปก่อน ก็จะล่องลอยเร่ร่อนอยู่จนกว่าจะครบวาระว่าจะไปเกิดเป็นอะไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ทำ อย่างที่พระพุทธเจ้าสอนเราไว้ถึงการเวียนว่ายตายเกิด แต่ถ้าจิตนั้นดับไป ไม่อยู่ในวัฏสงสาร ก็คือการเข้าสู่นิพพาน

สำหรับวิญญาณเร่ร่อน บางครั้งเขาอยากแสดงอะไรบางอย่างเพื่อให้คนทำบุญให้เขา เพื่อที่จะได้ไปเกิด ด้วยจิตที่ไม่มีร่างกาย ทำให้เขาไม่มีพลังที่จะแสดงอะไรได้มาก จริงๆไม่ใช่เรื่องน่ากลัวนะ เราทำบุญให้เขาก็จบ อย่างผมไปทัวร์คอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศถ้ามีความรู้สึกอะไรบางอย่าง มีเสียงดังปึงปัง ตึงตัง ผมก็จะตีความว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างมาขอส่วนบุญ ผมก็จะอธิษฐานจิตว่าจะทำบุญไปให้ ไม่ต้องมารบกวน ต่างคนต่างอยู่ จากนั้นถ้าผมมีโอกาสได้ไปทำบุญ ผมก็ทำบุญไปให้เขา นึกถึงพลังงานที่มาทำให้ผมรู้สึก

ก้อง-สหรัถ เล่าเรื่องผี “เวนิส” ประสบการณ์ลี้ลับ ชวนขนหัวลุกที่หาคำตอบไม่ได้

เล่าเรื่องผี

แต่มีเหตุการณ์นึงที่เจอแบบคาตา ชัดเจนมาก เกิดขึ้นที่เมืองเวนิส ตอนนั้นผมกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวกัน และเข้าเช็กอินที่โรงแรมแห่งหนึ่งในช่วงบ่าย เมื่อไปถึงห้องพัก ซึ่งพวกเราได้ห้อง ติดกัน ต่างคนต่างก็ขนกระเป๋าเข้าห้อง โดยทุกคนเปิดประตูไว้เพื่อจะได้เดินไปดูห้องของคนอื่นว่าได้ห้องที่ตกแต่งเป็นยังไงบ้างผมดูได้สองสามห้อง ระหว่างเดินผ่านห้องของเพื่อนคนนึงก็ได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากห้องน้ำว่าให้ช่วยเปิดประตูให้หน่อย ออกมาไม่ได้ ผมก็งงว่าทำไมถึงเปิดประตูห้องน้ำออกมาไม่ได้ จึงเดินเข้าไปดู ปรากฏว่าโต๊ะหัวเตียงไปขวางประตูห้องน้ำอยู่ จึงทำให้เขาเปิดประตูออกมาไม่ได้ ผมต้องช่วยเลื่อนโต๊ะหัวเตียงให้กลับเข้าที่

โต๊ะตัวนั้นเป็นโต๊ะไม้ยุโรปแบบโบราณวางอยู่บนพรมไม่มีทางที่โต๊ะจะเลื่อนเอง ทีแรกก็คิดว่าแฟนเขาแกล้งกัน เพราะในเวลานั้นแฟนของเพื่อนผมไม่อยู่ในห้อง แต่มาคิดอีกที ตอนที่ผมเลื่อนโต๊ะรู้สึกหนักมาก น้ำหนักโต๊ะตัวนี้น่าจะเกินสามสิบกิโล ถ้าผู้หญิงจะเลื่อนก็คงลำบากอยู่ สักครู่แฟนเพื่อนก็กลับเข้ามาที่ห้อง ผมถามว่าทำไมไปแกล้งเลื่อนโต๊ะปิดประตูห้องน้ำล่ะ เขาก็บอกว่าเปล่า พอเช็กอินเสร็จ ตัวเขาแยกไปเดินดูห้องของเพื่อนๆเพิ่งกลับมา ได้ข้อสรุปว่าโต๊ะตัวนี้เลื่อนมาเอง ทุกคนก็รู้สึกว่าท่าไม่ดีละ ขนาดเพิ่งเช็กอิน ยังไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ยังมีกำลังใจดีว่าไม่มีอะไรมั้ง

คืนนั้นเพื่อนผมสี่คนนั่งเล่นคุยกันอยู่ที่ปลายเตียงนอนในห้องนั้น ส่วนห้องน้ำจะอยู่ที่ฝั่งหัวเตียง ก็มีเพื่อนผู้หญิงคนนึงในนั้นเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วออกมาไม่ได้ เพราะโต๊ะหัวเตียงตัวเดิมเลื่อนมาปิดประตูห้องน้ำอีกแล้ว ขณะที่อีกสามคนนั่งอยู่ตำแหน่งปลายเตียง ไม่ได้ลุกไปไหน คราวนี้ทุกคนเลิ่กลั่ก เจอของจริงแล้ว เลยไม่เป็นอันนอนกัน ส่วนใหญ่ตึกรามบ้านช่องและโรงแรมในเวนิสค่อนข้างเก่าแก่อยู่ ก็ไม่น่าแปลกที่อาจจะมีเรื่องราวเหล่านี้อยู่บ้าง

“เวนิสแรงจริง”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 963, @realsaharat

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!