เพอรานากัน

เพอรานากัน มรดกจากรุ่นสู่รุ่น

แพรวฉบับล่าสุด ขอปลุกกระแส “เพอรานากัน” ให้คึกคักอีกครั้ง ชวนเหล่าเซเลบริตี้เชื้อสายเพอรานากันจากภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล มาแต่งตัวกันแบบจัดเต็ม ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับโบราณล้ำค่า ที่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งได้เห็นรายละเอียดใกล้ๆ ก็ยิ่งเข้าใจว่า ทำไมวัฒนธรรมเพอรานากันจึงมีเสน่ห์มาจนถึงทุกวันนี้

จี้จุ๋ม-อรสา โตสว่าง’

(จี้ ในภาษาจีนฮกเกี้ยนหมายถึง พี่สาว) สาวห้าว สายบุญ ที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดในหลายปีที่ผ่านมา และถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นลูกผสม (บาบ๋า) ผ่านเพจ “อีจี้จุ๋ม” จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เธอคือทายาทรุ่นที่ 6 ของหลวงอำนาจนรารักษ์ คหบดีชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพมาทำเหมืองแร่ดีบุกและตั้งรกรากที่ภูเก็ตเมื่อ 200 กว่าปีที่แล้ว

“เครื่องประดับทองโบราณที่ได้มาตอนเด็ก ไม่ว่าจะชิ้นเล็กหรือชิ้นใหญ่  จุ๋มจะพยายามรักษาไว้ในสภาพเดิมมากที่สุด เพราะช่างโบราณที่มีฝีมือวิจิตรอย่างนี้หาไม่ได้แล้ว ของจุ๋มหลายชิ้นสภาพเหมือนแทบไม่เคยใช้เลย เพราะเมื่อได้มาจะเก็บอยู่ในตู้เซฟตลอด

“แม่พูดกับจุ๋มเสมอว่า ของพวกนี้แม่เก็บไว้ให้จุ๋ม เพราะมีเราเป็นลูกคนเดียว แต่แม่เสียตั้งแต่จุ๋มอายุ 19 ปี เมื่อถึงวันแต่งงาน จุ๋มยังจำโมเมนต์ตอนที่เปิดกล่องเครื่องประดับที่แม่ฝากไว้ แล้วหยิบของแต่ละชิ้นมาประดับในชุดเจ้าสาวให้ตัวเอง…”

‘คุณกิฟ – ดร.ศิริภัทรา คูสุวรรณ ณ ระนอง’ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทเพิร์ล จำกัด

ผู้เติบโตมากับวัฒนธรรมเพอรานากันและเรื่องราวของย่านเมืองเก่าภูเก็ต จนเกิดเป็นความหลงใหลในชุดพื้นเมืองและเครื่องประดับโบราณที่สืบทอดมาจากคุณยาย (คุณหญิงกาญจนา ณ ระนอง) และคุณแม่ (วิภาพรรณ ณ ระนอง คูสุวรรณ) จึงตั้งใจรักษาวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้เพื่อส่งต่อให้กับลูก ๆ ต่อไป

“ทุกครั้งที่ได้สวมชุดและเครื่องประดับโบราณของชาวเพอรานากัน กิฟรู้สึกภูมิใจมาก ไม่เคยมองว่าใส่ของเหล่านี้จะทำให้ดูเชย เพราะแต่ละชิ้นล้วนมีเสน่ห์ มีคุณค่า และมีเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ เป็นของสะสมหายากที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์”

‘คุณสุ – สุชาดา จันทร์ชูวณิชกุล’ กรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ตนำแสง จำกัด

ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต ใช้เวลาหลายสิบปีสะสมเสื้อผ้าและเครื่องประดับโบราณด้วยความหลงใหลในวัฒนธรรมเพอรานากัน ส่วนลูกสาว ‘คุณใบเฟิร์น – ชาลิสา จันทร์ชูวณิชกุล’ ซึ่งเติบโตมากับเรื่องราวเหล่านี้ ก็มองเห็นคุณค่าของมรดกจากคนรุ่นก่อนในแบบของตัวเองเช่นกัน

คุณสุ – สุชาดา จันทร์ชูวณิชกุล

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้ดิฉันสนใจเรื่องการแต่งกายและเครื่องประดับโบราณของชาวเพอรานากัน มาจากตอนเด็กๆ ที่เห็นผู้ใหญ่แต่งสวยๆ ด้วยเสื้อย่าหยา (เสื้อเคบายา) และสวมเครื่องประดับต่างๆ จึงเริ่มแต่งตัวบ้าง พอใส่แล้วมีคนชม ดิฉันก็ยิ่งมั่นใจ จึงสะสมเสื้อผ้าและเครื่องประดับมากขึ้น การที่ดิฉันสนับสนุนงานเหล่านี้ หรือออกมาแต่งชุดแบบนี้ให้คนเห็นบ่อยๆ ก็เหมือนเป็นการปลุกกระแสให้คนภูเก็ตหันมาแต่งชุดประจำถิ่นกันมากขึ้น ยิ่งทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่เราทำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการแต่งตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาวัฒนธรรมของบ้านเราไว้ค่ะ”

คุณใบเฟิร์น – ชาลิสา จันทร์ชูวณิชกุล

“หลายคนอาจมองว่า เครื่องประดับโบราณของเพอรานากัน ใส่ยากหรือไม่เข้ากับยุคสมัย แต่ความจริงแล้วเราสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับการแต่งตัวปัจจุบันได้ค่ะ เครื่องประดับเหล่านี้มีเสน่ห์ในตัวเอง คุณแม่จะสอนเฟิร์นดูรายละเอียดว่า แต่ละชิ้นเป็นงานแฮนด์เมด ซึ่งปัจจุบันหาคนทำงานฝีมือแบบนี้ได้ยากแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่ามีคุณค่ามาก”

‘คุณพรรณ–อรพรรณ มายะการ’

อีกหนึ่งทายาทของหลวงอำนาจนรารักษ์ ‘คุณพรรณ–อรพรรณ มายะการ’ ชีวิตของเธอผูกพันอยู่กับครอบครัวบาบ๋า (เพอรานากันภูเก็ต) มาตั้งแต่เกิด ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกที่เธอยอมเปิดตัว และนำเครื่องประดับส่วนตัวออกมาเผยให้ “แพรว” ได้ชม

“เครื่องประดับทุกชิ้นที่พรรณได้รับจากคุณแม่มีความหมายมาก เพราะเป็นของที่ท่านเก็บรักษาไว้ แล้วค่อยๆ ส่งต่อให้เรา หลายชิ้นไม่ได้เป็นเพียงของที่คุณแม่เคยใส่ แต่เป็นของที่ท่านตั้งใจเก็บไว้ตั้งแต่แรกว่า วันหนึ่งจะมอบให้เราเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของชีวิต อย่าง วันแต่งงานของลูกสาว ตามธรรมเนียมของชาวเพอรานากัน ฉะนั้นมูลค่าของเครื่องประดับเหล่านี้จึงไม่ได้อยู่แค่ทองหรืออัญมณี แต่อยู่ที่ผู้ที่เคยสวมใส่ และความตั้งใจของคนแต่ละรุ่นที่เก็บรักษาและส่งต่อกันจนมาถึงเรา”

‘คุณอ๊อด–สัจจ หงษ์หยก’ ลูกชายคนโตและทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลหงษ์หยก

สิ่งที่ได้รับสืบทอดจากบรรพบุรุษไม่ได้มีเพียง บ้าน ธุรกิจ หรือชื่อของตระกูล หากยังรวมถึงเรื่องราวความทรงจำและวัฒนธรรมของหนึ่งในตระกูลบาบ๋า (เพอรานากัน) เก่าแก่ที่สุดของภูเก็ต

“อาก๊อง (ปู่) ของผม (คุณณรงค์ หงส์หยก) ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ตั้งใจทำแหวนประจำตระกูลขึ้นมาไว้สำหรับส่งต่อให้กับลูกชายคนโตของครอบครัว เพราะฉะนั้นแหวนวงนี้จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งก็โชคดีที่อาก๊องมีคุณพ่อของผมเป็นลูกชายคนโต และมีผมเป็นหลานชายคนโตด้วย อาม่าจึงบอกตลอดเลยว่า ‘อาม่ามีแหวนประจำตระกูลนะ อ๊อดจะต้องรับต่อ’ คงเพราะอยากให้ผมรู้ว่า วันหนึ่งผมต้องรับหน้าที่มาดูแล แหวนวงนี้จึงเต็มไปด้วยความทรงจำของอาก๊องกับอาม่าที่ส่งมาจนถึงรุ่นผม”

‘คุณเตย – ปาณิศา โกยสมบูรณ์’ Business Development Director และ ‘คุณตวง – กวินนา โกยสมบูรณ์’ Creative & Graphics Designer แห่ง Limelight Phuket สองพี่น้องผู้เติบโตมากับวัฒนธรรมภูเก็ตและความพิถีพิถันในการแต่งกายที่ส่งต่อกันภายในครอบครัว มาร่วมถ่ายทอดมุมมองการสืบสานในแบบของคนรุ่นใหม่

คุณเตย – ปาณิศา โกยสมบูรณ์

     “เตยรู้สึกว่าการแต่งชุดพื้นเมืองของชาวเพอรานากันงดงามและน่าสืบทอดมาก ๆ ของแบบนี้หาไม่ได้แล้ว จึงมีคุณค่ามากกว่าความสวยงาม เพราะทุกชิ้นมีเรื่องราวที่สะท้อนว่าเรามาจากไหน และเราไม่ควรลืมที่มาของตัวเองค่ะ”

คุณตวง – กวินนา โกยสมบูรณ์

“ตวงหลงใหลในชุดย่าหยามากค่ะ เป็นชุดพื้นเมืองที่มีรายละเอียดน่าสนใจมาก แต่ด้วยความที่ตัวเสื้อค่อนข้างเน้นสัดส่วน ทำให้ใส่ยากกว่าเสื้อคอตั้งแขนจีบ อีกอย่างคือเรื่องการติดเข็มกลัด เพราะเสื้อแบบนี้ไม่มีกระดุม ต้องใช้เข็มกลัดติดแทน ถ้าติดไม่ดีอาจเบี้ยวได้ ฉะนั้นเวลาใส่จึงต้องพิถีพิถันพอสมควร แต่พอใส่ออกมาแล้วสวยมากจริงๆ อยากให้ทุกคนได้ลองใส่กันค่ะ”

ทายาทเพอรานากันแห่งเมืองกันตัง สองเจนเนอเรชั่น ‘คุณอังคณา วิเศษพงษ์พันธ์’ และลูกสาว ‘คุณแก้ม – พาริวรรณ จันทร์แพทย์รักษ์’ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองกันตัง และภรรยาของคุณบุรินทร์ จันทร์แพทย์รักษ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกันตัง จังหวัดตรัง นอกจากบทบาทการทำงานเพื่อท้องถิ่นแล้ว คุณแก้มยังเป็นอีกแรงสำคัญที่ช่วยกันรื้อฟื้นเรื่องราวและวัฒนธรรมเพอรานากันให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

คุณอังคณา วิเศษพงษ์พันธ์

          “ตอนเด็กดิฉันไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเรียกว่า ‘วัฒนธรรมเพอรานากัน’ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เรื่องหนึ่งที่จำได้คือ เสื้อเคบายาที่พวกเราใส่กัน แทบไม่เคยต้องซื้อเพราะอาม่าตัดชุดให้ลูก ๆ ทุกคน ทำให้เรามีเสื้อเคบายาแทบทุกสี รวมถึงผ้าปาเต๊ะโดยเฉพาะลายดอกไม้ และลายนกฟินิกซ์ ที่อาม่าเก็บไว้เยอะมาก”

คุณแก้ม – พาริวรรณ จันทร์แพทย์รักษ์

“เสน่ห์ความเป็นเพอรานากันของชาวตรัง โดยเฉพาะที่อำเภอกันตัง คือ “ความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง” เพราะวัฒนธรรมผสมกลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งอาคารบ้านเรือน อาหารการกิน ธรรมเนียมประเพณี ไปจนถึงการแต่งกาย ทุกวันนี้ดิฉัน คุณแม่ และคุณบุรินทร์ พยายามนำสิ่งเหล่านี้กลับมารื้อฟื้นและบอกเล่าให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและเข้ามาเป็นอีกกำลังสำคัญในการสืบสานต่อไป”

หนึ่งในครอบครัวที่ยังคงสืบทอดอัตลักษณ์เพอรานากันมลายูไว้ในปัจจุบัน โดยมีสองพี่น้อง ‘คุณอัยมี่-ธัญวรัตน์ สมันตรัฐ’ และ ‘คุณฮูดา-นุร์ฮุดา สมันตรัฐ’ ผู้เข้ามารับช่วงต่อวัฒนธรรมที่ผูกพันกับครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน

คุณอัยมี่-ธัญวรัตน์ สมันตรัฐ

 “การแต่งกายแบบเพอรานากันของสตูล มีทั้งกลิ่นอายของฝั่งจีนและมลายู ขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างออกไปตามหลักศาสนา เช่น มีการคลุมศีรษะ ปัจจุบันคนรุ่นใหม่เริ่มนำการแต่งกายแบบดั้งเดิมมาปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น โดยยังคงเสื้อและผ้าถุงแบบดั้งเดิมไว้ แต่ผ้าคลุมศีรษะเปลี่ยนเป็นการพันตามสไตล์ต่างๆ เพื่อให้เข้ากับสไตล์ของแต่ละคน”

คุณฮูดา-นุร์ฮุดา สมันตรัฐ’

     “เครื่องประดับที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเพอรานากันมากที่สุด คงต้องยกให้เข็มกลัด ‘ปินตั้ง’ ที่มีรูปทรงคล้ายดวงดาว ประดับด้วยเพชรและอัญมณีที่ส่องแสงระยิบระยับ มีไว้กลัดเสื้อหรือเป็นจี้สำหรับห้อยคอ ซึ่งมีกันเกือบทุกบ้าน จึงรู้สึกว่าเป็นชิ้นที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องราวของครอบครัว ความประณีตของงานฝีมือ ความสง่างามของการแต่งกายแบบเพอรานากันที่รวมวัฒนธรรมของคาบสมุทรมลายูไว้”

‘จี้ซี–เสาวภัค จูห้อง’ ภรรยาของนายแพทย์เลิศวิทย์ จูห้อง ศัลยแพทย์ที่เป็นที่รักและเคารพของชาวจังหวัดสตูล ความเป็นเพอรานากันอยู่รอบตัวจี้ซีมาตั้งแต่อาจ้อกง (ทวด) ซึ่งเป็นชาวเพอรานากันแท้ๆ จากปีนัง

“ถามว่าความเป็นเพอรานากันของสตูลต่างจากพื้นที่อื่นอย่างไร ถ้าในแง่ของวิถีชีวิตอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ด้วยภูมิศาสตร์ที่สตูลอยู่ใกล้มาเลเซีย ทำให้เพอรานากันสตูลมีการผสมผสานกับวัฒนธรรมมลายูค่อนข้างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเห็นมาตั้งแต่เด็กคือ คนจีนกับคนมุสลิมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ถึงแม้จะต่างศาสนาแต่เราไม่เคยรู้สึกแบ่งแยก”

เรื่องราวความเป็นเพอรานากันของ‘คุณตุ่น–นิตยา อุ่นเมตตาจิต’ เจ้าของบุหลัน อันดา บาบ๋ารีสอร์ท จังหวัดกระบี่ เกิดจากการสืบทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตมาตั้งแต่สมัยอาจ้อ(ทวด) อากงและอาม่า ซึ่งเป็นคนจีนฮกเกี้ยนที่มาตั้งรกราก ณ ตำบลแหลมสัก จังหวัดกระบี่ ทำให้เธอได้เห็นและคุ้นเคยกับความเป็นเพอรานากันมาตั้งแต่จำความได้

“อากงอาม่า จะสอนลูกหลานให้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวเพอรานากันโบราณไว้ ภาพที่ดิฉันจำได้จนทุกวันนี้คือ อาม่า (นางเห็ว เพิ่มทรัพย์) จะแต่งตัวด้วยเสื้อคอกลมแขนยาวตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ลายฉลุใส่คู่กับปาเต๊ะ และจะใส่เสื้อคอตั้งสลับกับเสื้อเคบายาในโอกาสสำคัญต่างๆ ซึ่งจะต้องมีเครื่องประดับเสมอ เช่น ปินตั้ง (เข็มกลัด) สร้อยทอง จี้เพชรซีก แหวนบาเยะ”

อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติม : นิตยสารแพรว ฉบับ ก.ย. – ต.ค. 2569