ทำความรู้จัก อิน สาริน จากซีรีส์ลูกผู้ชาย พระเอกป้ายแดง โปรไฟล์เริ่ด!

อิน สาริน
อิน สาริน

อิน สาริน พระเอกป้ายแดง จากซีรีส์ “ลูกผู้ชาย” นอกจากจะหล่อ รวย เก่งแล้ว เขายังมีความฝันอยากมีธุรกิจโฮสเทลเป็นของตัวเอง

ถือเป็นพระเอกหนุ่มหน้าใหม่ที่น่าจับตามอง สำหรับ ” อิน สาริน รณเกียรติ ” ที่ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัว กับ ซีรีส์ “ลูกผู้ชาย” ตอน “ภูผา” ที่กำลังจะออกอากาศทางช่อง 3 สำหรับ “อิน” เคยมีผลงานมาก่อนหน้านี้กับละคร เรื่อง “ดวงไฟในไฟหนาว” โดย “อิน” เริ่มต้นจากการเป็นที่รู้จักในฐานะคิวต์บอยหนุ่มสุดฮ็อต สถาปัตย์จุฬาฯ หลังจากเรียนจบก็มุ่งมั่นทำฝันให้เป็นจริง ทั้งเป็นสถาปนิก และก้าวเข้ามาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 3 ประเดิมซีรีส์ “ลูกผู้ชาย” นอกจากงานในวงการบันเทิงกำลังไปได้สวยแล้ว ธุรกิจที่ทำกับทางบ้านก็ดีไม่แพ้กัน โดยเจ้าตัวได้มาพูดคุยกับ แพรวดอทคอม ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ว่าจริงๆ ก็ฝันอยากมีธุรกิจโฮสเทลเป็นของตัวเอง เนื่องจากที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดิน แฟลต คอนโดมิเนียม บ้านเช่า หนุ่มอินเลยมองว่าสิ่งที่ตัวเองเรียนมาน่าจะนำมาต่อยอดได้แน่นอน ส่วนงานในวงการบันเทิงก็เป็นอะไรที่ชอบ พอได้ทำก็รู้สึกหลงรัก และคิดว่าจะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป และจะทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งธุรกิจครอบครัวและงานในวงการบันเทิง

ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้าง?

“เพิ่งจบไป ดวงใจในไฟหนาว แล้วก็มีอีกสองเรื่องคือ ซีรีส์ ลูกผู้ชาย เรื่องภูผา แล้วก็มีละครพีเรียดที่เล่นกับพี่โอ้ (มาริโอ้ เมาเร่อ) พี่คิม (คิมเบอร์ลี่) คือทองเอก หมอยา ท่าโฉลง”

กับเรื่องแรกที่จบไปกับฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง?

“ก็โอเคนะครับ จริง เรื่อง ดวงใจในไฟหนาวอินไม่ได้เล่นมาก แค่โผล่ๆ มา ตอนละฉากสองฉาก ก็ถือว่าดีกว่าที่คิด ด้วยตัวละครตัวนี้เป็นคนน่ารักไม่ได้แบบว่าเล่นแล้วต้องใช้ประสบการณ์มากมาย แต่ฟีดแบ็กดี ดีที่คิด ดีใจที่คนจำได้ อย่างตอนที่ละครออกอากาศ ไปเดินห้าง ก็มีคนทัก“

ซีรีส์ ลูกผู้ชาย กำลังจะออนแอร์แล้วใช่ไหม?

“อันนี้ยาก ยากกว่ากันเยอะ ด้วยบทและเนื้อหา หนึ่งคือเราเป็นตัวดำเนินเรื่องด้วย สองเนื้อเรื่องมันห่างไกลกับตัวจริงของเรา อย่างที่บอกซีรีส์ลูกผู้ชายเกี่ยวกับการสู้ชีวิต เกี่ยวกับเกิดมาลำบาก ขาด ติดลบ แล้วทำยังไงให้เราจากลบเป็นศูนย์ จากศูนย์เป็นห้า จากห้าเป็นสิบ มันก็จะเล่าเรื่อง ตั้งแต่เด็กยันโตซึ่งมันยากมาก”

บทนี้ค่อนข้างห่างไกลจากชีวิตอินมาก เพราะอินโตมาในครอบครัวที่มีฐานะและไม่ได้ขาดอะไรเลย?

“อินเชื่อว่ามันห่างไกลจากคนเมืองแบบพวกเราทุกคนอ่ะครับ เพราะว่าเรายอมรับ เราไม่ได้เกิดมาติดลบ ก็ห่างไกลครับ”

ด้วยความที่เราไม่ได้ลำบากมาตั้งแต่เด็ก พอต้องมารับบทแบบนี้ต้องทำความเข้าใจอย่างไรบ้าง?

“ก็ จริงๆ พี่ชุ (ชุดาภา จันทเขตต์) ก็สอนหน้าเซ็ตเพราะอินไม่ได้โอกาสได้เรียนการแสดงมาก่อน แต่ก็พยายามทำการบ้านด้วยการดูสกู๊ปชีวิต หรือดูคนที่เขาลำบากจริงๆ ว่าตื่นเช้าขึ้นมาเขาคิดยังไง ตื่นเช้าขึ้นมาต้องคิดว่าจะหาเช้ากินค่ำยังไง มันไม่เหมือนเราที่ตื่นมาอยู่บนห้องแอร์แล้ว คือเราไปทำความเข้าใจของคนที่เขาเกิดมาลำบากก่อน เราค่อยๆ ดู ว่าเวลาเขามีความสุขเขาเป็นยังไง เวลาเขาเสียใจเขาเป็นยังไง ก็ต้องทำความเข้าใจ ถือว่ายากมากสำหรับเรื่องนี้”

พอได้เล่นไปสักพัก ทำความเข้าใจกับตัวละครแล้ว ยังมีตรงไหนที่ยากอีกไหม?

“พอเปิดไปสักประมาณ 10 คิว ก็ดีขึ้น และโชคดีที่ได้พี่ชุมาช่วยสอน พอเราเริ่มจับตัวละครได้ เราก็ใช้อารมณ์ปล่อยเล่นได้เลย”

ถือว่าเป็นคนที่มีละครต่อเนื่องเลยนะ ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ามาในวงการบันเทิง?

“ใช่ครับ (ยิ้ม)”

นอกจากงานในวงการ “อิน” กำลังจะทำธุรกิจเป็นของตัวเองเป็นธุรกิจอะไร?

“จริงๆ อินทำอยู่แล้ว ทำตั้งแต่ก่อนจบ สถาปัตยกรรม จุฬาฯ ช่วยคุณพ่อ อย่างที่บ้านทำอสังหาริมทรัพย์ ก็ช่วยดูที่ดิน ช่วยดูช่วยประเมินได้”

ได้ข่าวว่ามีโครงการจะทำโรงแรมในเร็วๆนี้?

“อยากทำโฮสเทล เพราะมีที่อยู่ผืนนึง แล้วตึกมันน่ารักมาก อยู่ในกรุงเทพเนี่ยแหละ อยากทำแต่ของเก็บเงินก่อน ขอลุยงานวงการแล้วเก็บตังค์ก่อน ก็จะใช้เงินตัวเองทำทั้งหมดเลยครับ”

แต่จริงๆ พ่อแม่ก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตอยู่แล้วใช่ไหม?

“ก็ได้แต่อินว่าเราโตแล้ว เราเรียนจบแล้ว ก็ไม่อยากใช้เงินพ่อแม่ถ้าไม่จำเป็น”

คิดว่าตอนนี้ตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง?

“แค่เพิ่งเริ่มต้นครับ ไม่อยากใช้คำว่าสำเร็จ ใช้คำว่า เริ่มเร็วจะดีกว่า ตอนนี้อินเพิ่งออกจากจุดเริ่มต้น ยังไม่อยู่ตรงกลาง ยังไม่ถึงเส้นชัยเลย ใช้คำว่าเป็นเด็กที่เริ่มเร็วและทำหลายๆ อย่างได้เร็วดีกว่า”

อิน สาริน

อย่างเวลาว่าง “อิน” ชอบทำอะไร?

“จะไม่แฮ็ปปี้เวลาว่างครับ ไม่ชอบว่าง เป็นเด็กไฮเปอร์ ว่างวันนึงก็จะนอยด์ รู้สึกเหงา จะไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง เพราะอินชอบทำงาน คือถ้าว่างจริงๆ ก็คือต้องไปเที่ยวเมืองนอกเลย อินเป็นคนที่ไฮเปอร์แล้วอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ไม่เป็นครับ”

หลายคนมองว่า “อิน” ทั้งหล่อ รวย เก่ง ครบเลย เป็นคนที่เพอร์เฟ็กต์มาก? 

“ถ้ามองเผินๆ อาจจะพูดแบบนั้นก็ได้นะ ดูหล่อ ดูรวย ดูเก่ง แต่ถ้ามามองในรายละเอียดไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์ ทุกคนมันมีจุดด้อยอยู่แล้ว เพียงแต่คนอาจจะไม่ได้เห็นในจุดนั้นของเรามากกว่า”

นอกจากงานตรงนี้อยากทำอะไรอีกบ้าง?

“จริงๆ ก็ไม่มีแล้วนะครับ อยากทำควบคู่กันไปให้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งงานในวงการและธุรกิจครอบครัว งานในวงการแน่นอนเราอยากโตขึ้นไปเป็นนักแสดงที่ดีกว่านี้ ก็ต้องฝึกฝนและเก็บประสบการณ์ไป ด้านธุรกิจที่บ้าน อย่างที่บอกนอกจากเราจะช่วยที่บ้าน เราก็มีความฝันอยากมีโรงแรมเล็กๆ เป็นของตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้วครับ”


เรื่องโดย : สุธาทิพย์ กาญจนภิญพงศ์

keyboard_arrow_up