บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์

ตัวตนของ ปิ๊ก-ศุภวิทย์ ลูกชาย บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์

ในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง การเป็น “ลูกไม้ใต้ต้น” อาจเป็นคำจำกัดความที่หลายคนมอบให้ ปิ๊ก-ศุภวิทย์ แต่สำหรับชายหนุ่มคนนี้ เขาไม่ได้เพียงแค่เดินตามรอยเท้าใคร แต่เขากำลังออกแบบเส้นทางของตัวเองด้วยความหลงใหลในศิลปะ เหตุผล และความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้บุคลิกที่นิ่งสงบ

THE ARTSY GUY

“ผมชอบศิลปะหลากหลายรูปแบบมาตั้งแต่เด็ก สมัยประถมมีโอกาสแข่ง วาดรูปบ่อย นอกจากนี้ยังชอบฟังเพลงมาก พอโตมาก็หัดเล่นกีตาร์ ไลฟ์ร้องเพลง บ้าง วันว่างชอบไปดูคอนเสิร์ต และพอต้องเลือกสาขาเรียน ผมชอบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รู้สึกว่าคณะนี้เท่ดี มีเสน่ห์ เป็น การเรียนศิลปะที่ใช้ดีไซน์จากความรู้สึกมาผสมกับการใช้หลักเหตุและผล อย่างเวลา ออกแบบสถานที่ นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว เราต้องคํานึงถึงประโยชน์ใช้สอย ด้วย รวมถึงจะใช้โทนสีแบบไหนให้เข้ากับ Mood & Tone ที่ทําให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกดี ทุกอย่างต้องมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล “อย่างที่รู้กันว่าคณะนี้ขึ้นชื่อเรื่องการท่าโปรเจ็กต์ ผมเองพอเข้าไปแล้วก็ต้อง ดโมเดลต่าง ๆ แบบหามรุ่งหามค่า ทําให้มีเวลานอนน้อย เรียกว่าไม่ผิดจากค่าร่าอ จึงต้องแบ่งเวลาให้ดี ส่วนตัวผมเวลาต้องทําโปรเจ็กต์จะเก็บตัวอยู่ในห้องเพื่อ ทํางานให้เสร็จทันเวลา เพราะผมเครียดง่าย เคยทํางานไปร้องไห้ไป แต่ถือว่าเป็น ประสบการณ์ชีวิต และทําให้ตัวเองมีจิตใจที่แข็งแกร่งมากขึ้น แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็ดีทุกครั้งครับ

“ผมว่าเมื่อทุกอย่างสําเร็จ สิ่งมีค่าที่ได้รับจริงๆ ก็คือ ความภูมิใจ อย่างล่าสุดงานสําคัญที่ทําให้ผมเสียน่าตาเยอะ คือการท่า ซิส ผมเลือกออกแบบโรงแรม เพราะมีดีเทลเยอะ ท้าทายดี ทั้งการเลือกพื้นระนาบ ผนัง ฝ้า เพดาน สีสัน เราต้องคิดหมด และน่าไอเดียการออกแบบมารวมกับสิ่งที่ ผมชอบ คือดนตรีบลูส์ที่มีสไตล์นุ่มลุ่มลึก คลาสสิก กลาย เป็นคอนเซ็ปต์ของโรงแรม ซึ่งยากตรงที่เราต้องออกแบบ

สิ่งที่มองไม่เห็นแล้วแปลงออกมาให้เป็นสิ่งทีมองเห็นให้ได้ ใช้เวลาประมาณครึ่งปีกว่าผลงานจะสําเร็จ “ขณะเดียวกันช่วงนั้นผมต้องฝึกงานที่ Interior Architects 49 Limited ด้านการออกแบบภายในต่าง ๆ ไปด้วย ถือเป็นช่วงเวลาที่หินมาก ๆ แต่เหลืออีกปีเดียวก็ใกล้จะเรียนจบแล้วครับ”

บิ๊ก-ศรุต วิจิตรานนท์

BEING AN ACTOR

“จุดเริ่มต้นที่ทําให้ผมเริ่มสนใจการแสดงคือการได้มีส่วนร่วมในละครเวทีของโรงเรียน แล้วรู้สึกว่าการแสดง ก็เป็นศาสตร์ที่สนุกดีเหมือนกัน เหมือนเราได้ร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ใหญ่มาก ๆ แล้วช่วยกันทําภารกิจ บางอย่างให้สําเร็จ ทําให้ชีวิตผมมีอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เหมือนได้เปิดโลกให้กว้างขึ้น

“วันที่ค่าย Kongthup Artist ติดต่อให้ไปเป็นนักแสดง ผมดีใจมาก ตกลง ทันที เพราะโอกาสเข้ามาแล้วก็อยากคว้าเอาไว้ ตั้งใจว่าจะเต็มที่ให้ได้มากที่สุด ซึ่ง พอเข้าไปแล้วทางค่ายก็ให้ทําเวิร์กช็อป เรียนการแสดง ฝึกแสดงอารมณ์หลาย ๆ แบบ ถือเป็นเรื่องใหม่ที่สนุกดีครับ”

LIKE FATHER, LIKE SON

“เรื่องเส้นทางอาชีพนักแสดง คุณพ่อให้อิสระผมเป็นคนตัดสินใจ ทั้งพ่อ และแม่เปิดโอกาสให้ทําในสิ่งที่ชอบและคอยซัพพอร์ตทุก ๆ เส้นทางที่ผมเลือกเดิน หากมีบางเวลาที่ผมรู้สึกซัฟเฟอร์ ความที่ผมคิดมากอยู่แล้วด้วย ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน กลัวจะท่าโปรเจ็กต์ไม่ทัน กลับบ้านมาก็รู้สึกเหนื่อย ท้อ ไม่มีเวลาพัก ผมก็มานั่งระบายกับคุณพ่อคุณแม่ ท่านจะคอยให้คําปรึกษา ช่วยบอกวิธีแก้ไขให้กําลังใจอยู่ตลอด

THE INSPIRATION

“เป้าหมายของผมคืออยากจะพัฒนาตัวเองให้ได้ตลอดเวลา อยากจะยกระดับฐานะครอบครัวและตัวเองให้ดี มากขึ้น พยายามมองหาโอกาสก้าวหน้าทางวิชาชีพ อยาก มีบ้านทีผมออกแบบเองสักหลัง ให้คนในครอบครัวมาอยู่ ด้วยกัน (ยิ้ม)นักแสดงรุ่นพี่ที่ผมมองว่าเป็นไอดอลคือพี่นัท (ณัฏฐ์ กิจจริต) ผมรู้สีกรีเลตและอินกับเขาง่าย เพราะเขาเป็นทั้ง นักแสดงและสถาปนิก รู้สึกว่าเขาเท่และเก่งมาก ติดตาม การแสดงของพี่นัทตั้งแต่ FAST & FEEL LOVE เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ จนกระทั่งหนังเรื่อง 4 KINGG ทีเขา ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ผมอยากรู้ว่าเขา สามารถท่าทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันให้ออกมาดีมาก ๆด้วยได้ยังไง

MY TYPE

“ใครไม่สนิทอาจมองว่าผมดูหยิ่ง ตึง ๆ ก็เข้าใจได้ เพราะหน้าผมเป็นแบบนั้น (หัวเราะ) แถมยังพูดน้อย แต่ถ้า สนิทจะรู้ว่าผมมีมุมเอา เป็นคนสนุกสนานคนหนึ่ง เพราะ เราชอบให้คนอื่นมีความสุขไปกับเรา ชอบให้คนรอบข้างยิ้มได้ “เรื่องความรักผมชอบคนที่ขยันทํางาน มีความ เท่ๆ หน่อยก็ได้ เพราะตัวผมมีมุมง้องแง้ง อยากมีคนที่ให้ แรงบันดาลใจกับผมได้ เพราะในบางเวลาที่ผมหมดไฟ ก็อยากให้เขาให้กําลังใจ หรือในวันที่เศร้า ซึ่งผมจะไม่ค่อยพูด รถดูผมออก มีเซ้นส์ประมาณหนึ่งคงดี และผมแพ้ทางคนที่มีแพสชั่น มีเป้าหมายในชีวิต ดูมีเสน่ห์ดีครับ

“ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกผมไม่ได้จํากัด ขอแค่รู้จักดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพ เพราะผมก็ชอบดูแลตัวเองเหมือนกัน ช่วงนี้เข้าฟิตเนสแทบทุกวัน ถ้ามีคนไป ออกกําลังกายด้วยกันคงจะน่ารักดี” (ยิ้ม)

THINGS I’VE LEARNED 

“สิ่งที่เราทําได้หรือทําได้ดีอาจไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่เราจะทําตลอดไป อาจมี สิ่งอื่นที่เราค้นพบว่าทําได้อีกเสมอ เพราะฉะนั้นอย่าปิดกั้นโอกาสที่เข้ามา ขอแค่ เชื่อมั่นในตัวเองและตั้งใจทุกครั้งเมื่อได้รับโอกาส

“และเมื่อเรารักมันอย่างจริงใจ ผมเชื่อว่าสุดท้ายผลลัพธ์จะต้องออกมาดีครับ”