"แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ"

“แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” อยากหนีจากบทดราม่า ชีวิตคู่ที่มันมีปัญหา

account_circle
event
"แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ"
"แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ"

ได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชมตั้งแต่ยังไม่เริ่มฉายกระทั่งลาจอไปก็ยังเป็นที่พูดถึงไม่ขาดสายสำหรับละครเรื่อง ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ ผลงานการแสดงชิ้นล่าสุดของนางเอกดราม่าควีน “แอ-ทักอร ภักดิ์สุขเจริญ” กับนักแสดงหนุ่มากความสามารถ “ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร” โดยผลงานในครั้งนี้นอกจากจะสร้างเซอร์ไพร้ส์ในการกลับมารับงานแสดงในรอบ 8 ปีของเธอ ให้แฟนคลับได้หายคิดถึงแล้ว เรายังได้เห็นการก้าวข้ามข้อจำกัดหลายอย่างของเธอด้วย

บทสัมภาษณ์ของดราม่าควีน “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ”

การกลับมาเล่นละครอีกครั้ง หลังจากห่างหายจากการแสดงไปนานถึง 8 ปี

“ตอนนั้นแอฟตั้งใจที่จะพักงานเพราะว่าจะได้ไปมีชีวิตส่วนตัว หมายถึงว่า แต่งงาน มีครอบครัว มีลูก  แต่ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เลยเถิดมาถึง 8 ปี ตอนนั้นคิดว่าจะพักเบรคแป๊บหนึ่ง เพื่อจะไปดูแลชีวิตคู่และลูก แต่เวลาหยุดงานไปมันแป๊บเดียวเองค่ะ รู้ตัวอีกที เวลาก็ 8 ปีแล้ว รู้สึกว่ามันเร็วมากกๆ เลย เราไม่ได้ตั้งใจจะให้มันนานขนาดนี้ ตอนนั้นมองไว้ว่าจะหยุดงานแค่ 2-3 ปีเท่านั้น

แอฟ-ทักษอร ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ

จริงๆ แอฟตัดสินใจที่จะกลับมารับละครตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่เริ่มคุยกับผู้ใหญ่หลายๆ ช่อง และมีหลายโปรเจ็กต์ที่เกือบจะทำหรือตกลงกันได้ แต่สุดท้ายยังไม่มีที่รู้สึกว่าตรงใจ แล้วพอยังไม่ตรงใจ แอฟก็ยังไม่กล้ารับเล่น เพราะกลัวจะรับผิดชอบได้ไม่เต็มที่ และเรายังไม่ได้แฮ็ปปี้กับบทจริงๆ ก็เลยไม่อยากรีบ คิดว่าถ้าไหนๆ เราต้องแบ่งเวลาจากตรงนี้ จากลูก เราก็อยากทำให้มั่นใจว่าเรามีความสุขกับการทำงานเพราะแอฟไม่กล้าคาดหวังเลยว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง

มันไม่กล้าจริงๆ นะคะ คนไม่อยู่ตรงนี้คงไม่รู้หรอกว่าการที่เราหยุดงานไปนานมันก็มีความเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน แอฟไม่ได้พูดเฉพาะในฐานะนักแสดงนะคะ ต่อให้เป็นสายอาชีพอื่น เราหายไป 8 ปี มันก็รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้เลยว่าเพื่อนร่วมงานจะยอมรับหรือเปล่า ผู้ใหญ่จะยังให้โอกาสในการทำงานหรือเปล่า แฟนคลับหรือคนที่เคยดูละครเรา จะเปิดรับไหม จะเชื่อเราเหมือนเดิมไหม และเขาจะยังชอบวิธีการแสดงของเราอยู่หรือเปล่า เวลาที่ผ่านมามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จนไม่รู้ว่าเราจะปรับได้หรือเปล่า มันเลยมีเรื่องให้กังวลเยอะ

แต่สุดท้ายที่มาลงเอยที่นี่เพราะองค์ประกอบลงตัว ได้บทที่เราชอบ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับอย่าง “สันต์ศรี หล่อแก้ว” ซึ่งเป็นผู้กำกับที่นักแสดงหลายๆ คนอยากจะร่วมงานด้วย นักแสดงร่วมที่เราอยากร่วมงาน และ ต้องขอบคุณ “พี่ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร” และ “คุณบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ” ที่ให้โอกาสรวมถึงก่อนหน้านี้ก็มีผู้ใหญ่อีกหลายๆ ท่านที่ให้โอกาสกับแอฟ และยังเชื่อมั่น แอฟบอกไว้ตรงนี้เลยว่าทุกท่านที่ติดต่อมา ถือเป็นผู้มีพระคุณ ต่อแอฟมากๆ

และต่อให้เราไม่ได้จบด้วยการทำงานร่วมกันแค่สำหรับแอ ทุกๆ คนคือผู้มีพระคุณทั้งหมด เวลาที่เราหายไปนานๆ ไม่ใช่ทุกคนที่จะให้โอกาสเรา ไม่ใช่ทุกคนที่จะวางใจว่า คนนี้หายไปนานมากเขาจะยังทำได้ หรือเขาจะยอมเสี่ยวงโปรเจ็กต์ขอวงเขากับเราซึ่งไม่รู้ว่าจะยังได้รับการตอบรับอยู่หรือเปล่า แต่ก็มีผู้ใหญ่หลายๆ ท่านที่ให้โอกาส

อยากหนีจากบทดราม่าชีวิตครอบครัว ชีวิตคู่ที่มันมีปัญหา

โดยเฉพาะบทที่เราอยากจะเล่น แอกับ “พี่ป้อน-นิพนธ์ ผิวเณร” เป็นรุ่นพี่-รุ่นน้องกันที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เลยจะพูดกันตรงๆ พี่ป้อนเป็นคนที่น่ารักมาก เขาจะไม่ได้มองว่าเราเหมาะกับโปรเจ็กต์เขาหรือเปล่าแต่เขาให้แง่คิดและพยายามให้เรามองในมุมมองที่เรามองตัวเองในอาชีพนี้ด้วย คือเขาจะไม่ได้บอกว่าเราเหมาะกับงานไหนของเขา แต่จะถามเราว่าเรามองเห็นตัวเองเป็นอย่างไรในอาชีพนี้ อยากจะทำระยะสั้นหรือระยะยาว คราวนี้ต้องการอะไร อยากทำเงิน อยากได้รางวัล หรืออยากเอากระแส คือขอให้เปิดใจและพูดตรงๆ เขาจะได้ตอบโจทย์เราได้ว่า เขามีโปรเจ็กต์ที่เหมาะกับเราไหม เราต้องการอะไรและมันสัมพันธ์กันหรือเปล่า ก็คุยแบบเปิดใจกันไปเลย ซึ่งพี่ป้อนก็ฟีดแบ็คตรง พี่เขาเป็นคนที่ตรงมาก ตอนแรกแอก็ยังไม่ชินเหมือนกันกับวิถีแบบสมัยใหม่ พอเราเปิดใจคุยกันไปเลยสุดท้ายก็เจอกับโปรเจ็กต์ที่เราอยากเล่น “ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ”

"แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ"

ที่ผ่านมาแอก็เคยถูกทาบทามจากโปรเจ็กต์ของพี่ป้อนหลายเรื่องแต่รู้สึกว่ายังไม่อยากทำ ซึ่งพี่ป้อนก็ถามว่าแออยากทำอะไร แอก็เลยบอกไปตรงๆ ว่าอยากทำเรื่องเกี่ยวกับความรัก ซึ่งพี่เขาค่อนข้างเซอร์ไพร้ส์ คือที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มักจะให้บทราม่าชีวิตครอบครัว ชีวิตคู่ที่มันมีปัญหากับแอ เพราะอาจจะเป็นเพราะชีวิตจริงของเรา เขาเลยคิดว่ามันอาจจะเชื่อมโยงกับคนดูได้ง่าย แต่แออยากหนีทางนั้นไปเลยคือชีวิตจริงเราเจอมาหมดแล้ว เราไม่อยากกลับลงไปในความรู้สึกเดิมที่เราเคยรู้สึก รู้ว่าถ้าเราเล่นเราอาจจะเข้าความรู้สึกตัวละครง่าย เพราะเราเคยมีประสบการณ์ แต่เราไม่อยากจมอยู่กับตรงนั้นแล้ว เราเลยอยากเปลี่ยนให้ไปทางอื่นไปเลย ซึ่งที่เลือกทางนี้จริงๆ ก็เสี่ยงเพราะอย่างที่บอกมันไม่มีจุดเชื่อมโยง โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องรักต่างวัยมันไม่มีอะไรเลยที่จะเป็นพื้นฐานความจริงในชีวิตของแอเพราะฉะนั้นแอต้องสร้างมันขึ้นมาใหม่หมด และสร้างความเชื่อให้กับตัวเอง เพื่อคนดูจะได้เชื่อด้วยว่า รักต่างวัย แต่จริงๆ มันไม่ได้ต่างขนาดนั้น มันสามารถเกิดขึ้นได้จริง อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความรัก ก็พยายามเชื่อมั่นกับตรงนั้น

"แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ"

สิ่งที่ชอบที่สุดในบทบาทของ “อรรพี”

“บทของ “อรรพี” ไม่มีอะไรเลยที่แอติดหรือรู้สึกขัดแย้ง ต้องยอมรับว่าทุกตัวละครที่เรารับบทมามันก็จะมีบางทีที่เราเห็นด้วยและเราไม่เห็นด้วยในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่สำหรับอรรพีไม่มีอะไรเลยที่แอรู้สึกว่าไม่เข้าใจเขาหรือไม่เชื่อในการตัดสินใจของเขามันทำให้แอเชื่อมาก มันเลยง่ายที่จะเข้าใจ เพียงแต่ว่าสิ่งที่แอต้องปรับเปลี่ยนก็คืออรรพีภายนอกเขาจะแข็งแรงกว่าแอ เขาจะสตรองกว่าแอ เขามีความเป็นผู้นำมากกว่าแอ เขาต้องดูแลกิจการ เป็นเจ้าของสายการบิน เป็นคนกระฉับกระเฉง มันเลยต้องทำให้ภายนอกแอต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน และพยายามเตือนตัวเอง”

ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ

ยอมเล่นจูบจริงครั้งแรกในชีวิต

“ (หัวเราะ) ใช่ค่ะ จริงๆ ก่อนหน้าฉากนี้อีก ที่จะต้องมีอะไรประมาณนี้ แต่ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแอฟไม่เคยเล่น และแอฟจะไม่เล่นจริง ตลอดมาในชีวิตการแสดงก็ไม่เคยเล่นจริงเลย  ย้อนกลับไปตอนแรกแอฟไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย ตอนแรกที่เห็นบทก็เฉยๆ เพราะทุกเรื่องมันก็จะมีอะไรประมาณนี้อยู่แล้ว พออ่านบทเรื่องนี้ก็ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติที่เราจะใช้มุมกล้อง แอฟไม่ได้คิดถึงทางเลือกอื่นอยู่แล้ว

แอฟ-ทักษอร จูบจริง

ก่อนหน้าที่จะเป็นฉากช่วยชีวิต แอก็ถ่ายฉากอื่นที่เป็นอะไรประมาณนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกติดปัญหาอะไร ก็แค่บอกกับพี่สันต์ว่า “ปกติใช้มุมกล้องค่ะ” ซึ่งพี่เขาก็เคารพในการตัดสินใจของนักแสดง คือเอาที่นักแสดงสบายใจ ซึ่งถ้าตัดภาพไปก็จะลำบากที่ต่อ ที่ต้องใช้มุมกล้องยังไงให้เนียน ส่วนตัวแอมองเรื่องนี้ว่าธรรมดาเพราะที่ผ่านมาก็ใช้มุมกล้องมาตลอด แล้วมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาของการแสดงสำหรับแอ ไม่มีเรื่องไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะใช้มุมกล้อง หรือผู้ชมดูแล้วไม่อินเพราะใช้มุมกล้องก็ไม่มี

แอฟ จูบจริง

แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าครั้งนี้เราจะก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดของตัวเอง คือมันด้วยหลายๆ อย่างแอว่าประสบการณ์ มุมมองชีวิต อายุ ต้องยอมรับว่ามีส่วน ถ้าเราเด็กกว่านี้เราก็อาจจะไม่อยากเล่นก็ได้ อีกอย่างหนึ่งคือ ช่วงหลังแอดูงานอื่นเยอะ แล้วก็คิดว่าทำไมฉากพวกนี้ถึงเล่นจริง ยอมรับว่ามันรู้สึกเข้าถึงและรู้สึกต่าง ก็เลยคิดว่าถ้าคนดูเขาดูเราแล้วรู้สึกเข้าถึงแบบนี้เหมือนกันมันก็คงจะดี แต่เท่านั้นมันก็ไม่พอให้เราตัดสินใจค่ะ

มันไม่ใช่แค่เราอยาก แต่ที่รู้สึกว่าเรากล้าตัดสินใจเพราะองค์ประกอบทั้งหมด บทมันมีเหตุและผลของมันที่ให้เราทำแบบนั้น บางฉากแอฟรู้สึกว่าคือถ้ามันแค่กุ๊กกิ๊กอยากเล่นก็เล่นได้ แต่ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นก็ไม่เล่นก็ได้  แต่สำหรับฉากนี้แอฟมองว่ามันเป็นความรักที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะเขาเป็นสามีเรา สามีที่เรามีลูกด้วย แล้วเขากลับมา แต่!ไม่ใช่ว่าต่อไปนี้จะอย่างนี้ทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าเล่นแล้วจะเล่นตลอดนะคะ”


ภาพจาก : IG @aff_taksaorn  ช่อง one31

สามารถติดตามอ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

การพัฒนาและเติบโตขึ้นอีกก้าวของนักแสดงหนุ่มที่ชื่อ ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร

สลัดคราบสาวหวาน! ‘แอฟ-ทักษอร’ ปรับลุคสวยเท่ในละครเรื่องใหม่

ดาเมจความน่ารักเต็มร้อย! พาส่อง Couple fashion สไตล์สาวหวาน แม่แอฟ-น้องปีใหม่

Praew Recommend

keyboard_arrow_up