นัท-จริยาวรรณ

ข้ามฟ้ามาพบรัก! เส้นทางหัวใจ นัท-จริยาวรรณ เซเลบสาวไทยกับหมอศัลย์เกาหลี

นัท-จริยาวรรณ
นัท-จริยาวรรณ

หลายคนอาจใช้เวลายาวนานกว่าค่อนชีวิตตามหาความรัก แต่กับใครบางคน ความรักอาจจะกำลังตามหาเขาหรือเธออยู่ก็ได้ อย่างเช่นเรื่องราวความรักของคู่นี้ นัท-จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์ เซเลบสาวสวยจากเมืองไทย ผู้เคยมีหลักในการทำงานว่า จะไม่ให้เรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัว เธอจึงไม่มองหรือคิดจะศึกษาดูใจคนที่พบกันจากการทำงานเลย และที่แน่ๆ ต้องไม่ใช่หมอ เพราะเธออยู่กับธุรกิจโรงพยาบาลมาตลอด กระทั่งมาพบเขาคนนี้ “แซม-ซามูแอล ยู” (Sammuel Yoo) โอปป้าว่าที่คุณหมอศัลยกรรมพลาสติก โปรไฟล์เริ่ดจากเกาหลี ที่พกแหวนวงน้อยติดตัวไว้ตลอดกว่า 4 ปี ด้วยหวังว่าวันหนึ่งจะมีผู้หญิงสักคนที่สามารถสวมมันได้พอดี จนกระทั่งเขาพบเธอ

นี่คือเรื่องราวสุดโรแมนติกยิ่งกว่าซีรีส์เกาหลีราดน้ำผึ้ง ท็อปปิ้งด้วยน้ำตาลไอซิ่ง เมื่อโชคชะตาแห่งรักชักพาเขาและเธอมาพบกัน นำไปสู่การแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทั้งคู่บอกว่า “ถ้าเจอคนที่ใช่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องรอ”

ข้ามฟ้ามาพบรักที่แท้ทรู! เส้นทางหัวใจ "นัท-แซม" เซเลบสาวไทยกับหมอศัลย์เกาหลี

ข้ามฟ้ามาพบรัก! เส้นทางหัวใจ นัท-จริยาวรรณ เซเลบสาวไทยกับหมอศัลย์เกาหลี

วันแรกพบ…ที่ไม่ใช่รักแรกพบ

ย้อนกลับไปในวันที่พวกเขาเจอกัน ทั้งคู่ตอบอย่างพร้อมเพรียงว่าไม่ใช่รักแรกพบ โดยคุณนัทเล่าก่อนว่า “ตอนนั้นนัทบินไปประชุมงานที่เกาหลีกับบริษัทของคุณพ่อแซม ตอนประชุมเราไม่ได้คุยกันเลย เพราะนัทไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วเขาก็นั่งเฉยๆ ไม่ทักทาย เราจึงคุยงานแต่กับพาร์ตเนอร์ของเขา ยังแอบคิดว่าผู้ชายคนนี้คงยังเด็ก ไม่มีมารยาท แต่งตัวก็กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ฉันไม่คุยงานด้วยหรอก (หัวเราะ)

“พอคุยกันเสร็จ เราก็ไปกินข้าวเที่ยงแบบ Business Lunch พอดีมื้อนั้นมีปูดองเกาหลีที่นัทชอบมาก วิธีการกินคือใส่ถุงมือแล้วหยิบปูขึ้นมากัด เราก็กินจนเศษปูเต็มจานเลย สักพักมีถังใส่เศษอาหารยื่นมาตรงหน้า (หัวเราะ) พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นแซมนี่แหละที่ยื่นมาให้ เขาบอกว่าปูกองเต็มจานเลย ใส่ถังสิ คือเขาค่อนข้างเจ้าระเบียบ เราจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามีคนดูเราอยู่นี่นา แต่ก็ทำให้ได้คุยกัน

“จึงทำให้รู้ว่าเขาคือลูกชายของ Jea Sung Yoo คุณหมอศัลยกรรมพลาสติกอันดับหนึ่งของเกาหลี ซึ่งมีโรงพยาบาลของตัวเองและกิจการอื่นๆ รวมถึงบริษัทที่นัทกำลังคุยอยู่นี้ด้วย แต่แซมใช้ชีวิตอยู่ในหลายประเทศ เขาเกิดที่บราซิล โตที่เกาหลี แล้วไปเรียนต่อไฮสกูลกับด้านทันตกรรมที่อเมริกา ก่อนจะเปลี่ยนสายไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านศัลยกรรมพลาสติกเพื่อตามรอยคุณพ่ออยู่ที่ฮังการี น่าจะจบกลางปีนี้ แต่เขาก็มักกลับมาเกาหลีเพื่อมาเรียนรู้งานของคุณพ่อด้วย”

แซมขอเคลียร์ “ความจริงวันนั้นผมไม่มีส่วนร่วมใดๆ กับการประชุมเลยครับ แค่เข้าไปนั่งฟังว่าเรามีวิธีการจัดการธุรกิจนี้อย่างไร ก็เลยคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องทักทายเธอ แต่พอตอนเที่ยงที่เห็นเธอกินปูได้แบบเละเทะ (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรหน่อยแล้วเซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

“หลังจากนั้นเราก็พบกันเรื่องงานบ้าง กระทั่งวันที่สามผมจึงเริ่มมองเธอจริงๆ พอดีก่อนกลับไทยเธอมีวันว่าง ผมจึงชวนนัทและพาร์ตเนอร์ของเธอไปโบสถ์ที่คุณพ่อผมสร้าง ปรากฏว่าพอจะไปจริงๆ พาร์ตเนอร์ของนัทไปไม่ได้ แต่เธอยังไปอยู่ ผมจึงได้โอกาสพาเธอไปโบสถ์ และเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบคุณพ่อผมแบบเร็วๆ ประมาณ 3 วินาที”

นัทเล่าต่อ “ต้องบอกว่านัทเป็นคาทอลิก แต่เขาเป็นคริสเตียน แม้จะศาสนาเดียวกัน แต่เป็นคนละนิกาย มีความต่างพอสมควร แต่เราตกลงไป เพราะรู้สึกสนใจเรื่องที่คุณพ่อเขาสร้างโบสถ์ คือท่านบริจาคที่ดินกลางกรุงโซล ซึ่งแพงมากๆ แล้วยังบริจาคเงินในการสร้างโบสถ์สูงเท่าตึก 4-5 ชั้น นำรายได้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ มาทุ่มลงตรงนี้ ยิ่งทำให้นัทประทับใจ

“ที่สำคัญตอนนัทเห็นคุณพ่อแซมครั้งแรก รู้สึกว่าท่านเหมือนคุณพ่อนัทมาก มาทราบทีหลังว่าท่านเกิดปีเดียวกันกับคุณพ่อนัท เช่นเดียวกับคุณแม่แซมที่เกิดปีเดียวกันกับคุณแม่นัท แล้วคุณแม่เขายังเกิดเดือนเดียวกันกับคุณพ่อนัท ส่วนคุณพ่อเขาก็เกิดเดือนเดียวกันกับคุณแม่นัท แปลกมากๆ”

แซมช่วยเสริม “ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าโบสถ์มาก่อนเลย เพราะคุณพ่อมีตำแหน่งสูงอยู่ที่นั่น ทุกคนจะจับตามองเราอยู่ตลอด จึงต้องระวังมากๆ นัทคือผู้หญิงคนแรกที่ผมพาไป แล้วทุกคนก็ถามว่าเธอเป็นแฟนผมหรือเปล่า ส่วนคุณพ่อ ผมบอกท่านแต่แรกแล้วว่านัทไม่ใช่คนเกาหลี และไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกัน แต่หลังจากท่านได้ทักทายกับนัทสั้นๆ ผมได้ยินท่านโทร.ไปเล่าให้คุณแม่ฟังว่า วันนี้แซมพาผู้หญิงมาโบสถ์ เป็น ‘Wonderful Lady’ (ยิ้ม)

“ส่วนตัวผมเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงพานัทไป แค่รู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างที่ผมใฝ่ฝันถึง แล้วเรื่องศาสนาก็มีส่วนสำคัญมากในการที่ผมจะเลือกผู้หญิงให้เข้ามาอยู่ในชีวิต เช่นเดียวกับเรื่องครอบครัวและการเลี้ยงดู ซึ่งแค่ได้พบเธอ ผมก็บอกได้เลยว่านัทได้รับการเลี้ยงดูที่ดีมากจากครอบครัว”

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

รักเกิดที่นัมซาน

หลังออกจากโบสถ์ แซมชวนนัทเดินขึ้นเขานัมซานที่ตั้งอยู่กลางกรุงโซล ก็ถ้าตัวละคร บรรยากาศ และเพลงประกอบจะพร้อมขนาดนี้ ก็ต้องปิ๊งกันบ้างละ โดยแซมเล่าถึงเหตุการณ์นั้นว่า “ที่ชวนเดินขึ้นเขานัมซานด้วยกัน เพราะเป็นที่ที่ผมชอบมาเดินเล่นเวลาต้องคิดอะไรเยอะๆ แล้วก็เป็นที่ประจำที่ผมมาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าด้วย ผมอยากให้นัทได้เห็นมุมอื่นๆ ของโซลบ้าง เพียงแต่วันนั้นเราอยู่ในชุดทางการมากๆ เพราะเพิ่งไปโบสถ์มา แล้วอากาศก็ร้อน หลังจากเดินไปได้ 30 นาที นัทถามว่ากลับเลยได้ไหม (หัวเราะ) ผมบอกว่าไม่ได้ ต้องเดินต่อ กว่าจะเดินถึงด้านบนเล่นเอาผมเหงื่อท่วม นัทเลยชวนผมเข้าร้านสะดวกซื้อบนนั้น แล้วซื้อทิชชูเปียกมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ผม ทำให้ผมรู้สึกว่าเขามีน้ำใจ ในขณะเดียวกันการได้เดินคุยกันในวันนั้น ทำให้พบว่าเรามีความชอบและมีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง”

นัทยืนยัน “จริงค่ะ ระหว่างเดินขึ้นเขา แซมเปิดเพลงในมือถือคลอไปด้วย ทำให้รู้ว่าเราฟังเพลงเดียวกัน เทสต์เหมือนกัน ใช้กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อเดียวกัน แบบเดียวกัน แต่ละคนสี เพราะนัทใช้กระเป๋าสตางค์ผู้ชาย แถมยังมีบัตรเครดิตแบรนด์เดียวกันเก็บไว้ในช่องเดียวกันอีก มันประหลาดที่เราอยู่กันคนละประเทศ แต่กลับทำอะไรเหมือนกัน”

แซมเล่าต่อ “วันสุดท้ายผมขับรถไปส่งเธอขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทย แต่รถติดมากชนิดที่ผมส่งเธอทันขึ้นเครื่องเป็นคนสุดท้าย ระหว่างที่ผมรีบขับรถแทบแย่ นัทกลับบอกว่า จะรีบทำไม ขับช้าหน่อยก็ได้ เผื่อตกเครื่อง จะได้อยู่ต่ออีกหน่อย (หัวเราะ) พอส่งเธอแล้ว ผมก็ส่งข้อความไปว่า ‘It was a rush but it was worth it. I really enjoy the time with you. And I think I miss you already.’ ผมคิดว่าเธอเริ่มเปิดใจตั้งแต่ตอนนั้น แม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ 3 วัน สงสัยว่านัทคงกำลังเหงาเหมือนกัน” (หัวเราะชอบใจ)

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

นัทสารภาพว่า “ตอนแรกนัทคิดว่าเขาคงแค่เล่นๆ ตอนบอกลากันที่แอร์พอร์ต ยังคิดเลยว่าคงไม่ได้เจอกันอีก แต่พอเขาเมสเสจมาว่าคิดถึงแล้ว นัทก็แบบ…Oh yes! (หัวเราะ) กระทั่งกลับมาเมืองไทยแล้ว เขายังส่งข้อความและโทร.มาหาเรื่อยๆ หลังจากคุยกันได้สองสัปดาห์ เขาก็บินมาหาที่เมืองไทย”

แซมเล่าถึงความประทับใจในการมาเยือนเมืองไทยอย่างจริงจังครั้งแรกว่า “นัทจองที่พักให้ผมดีมาก อยู่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท ซึ่งมีอาหารเช้าอร่อยสุดๆ แต่เขาให้ผมโดดอาหารเช้าโรงแรม แล้วมารับผมไปเที่ยวอยุธยา ระหว่างทางเขาแวะเข้าปั๊มน้ำมัน แล้วให้ผมไปซื้อกาแฟกับบราวนี่ในสตาร์บัคส์กิน ผมบอกว่าผมไม่กินอาหารเช้าแบบนี้ เธอก็เลยขับต่อไปจอดที่ KFC คือใครเขากินไก่ทอดเป็นอาหารเช้ากัน (หัวเราะ) หลังจากนั้นเขาก็พาผมไปเที่ยววัดในอยุธยา เพราะเป็นที่ที่เขามีความประทับใจดีๆ กับคุณแม่ จบทริปด้วยการกินกุ้งแช่น้ำปลาที่ทำผมท้องเสียและป่วยไปเลย” (หัวเราะ)

นัทเล่าต่อ “หลังจากทริปนั้น เราทั้งคู่ต่างสลับกันบินไปหากันแทบจะทุกสัปดาห์อยู่ราว 1 เดือน กระทั่งเขาขอพบคุณพ่อคุณแม่นัท เพื่อขออนุญาตเดตอย่างเป็นทางการ ซึ่งทีแรกเราคิดว่าเขาอาจจะคบเราเล่นๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าเขาซีเรียส”

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

จริงใจและจริงจัง

เชื่อว่าการพบคุณพ่อคุณแม่ของคนรักถือเป็นเรื่องลุ้นสุดขีดของผู้ชายทุกคน แต่ไม่ใช่กับแซม เพราะเขามุ่งมั่นมากว่าอยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง “อย่างแรกเลยคือผมไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน แต่ที่อยากพบคุณพ่อคุณแม่ของเธอเพราะรู้สึกว่า หนึ่ง อายุและวุฒิภาวะของเราได้แล้ว และผมคิดว่าเธอน่าจะเป็นคนที่ใช่ ผมจึงอยากทำให้ถูกต้องก่อนที่จะเริ่มมีความสัมพันธ์ที่จริงจัง สุดท้ายนัทก็นัดให้ผมพบคุณพ่อของเธอได้ ส่วนคุณแม่ติดธุระ

“วันนั้นผมทำตัวปกติ ไม่ได้เกร็ง แค่เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากทักทายท่าน เรื่องแรกที่ท่านเอ่ยขึ้นมาคือการวางแผนธุรกิจ ท่านบอกว่าอยากเปิดคลินิกในกรุงเทพฯ เพราะมีลูกค้าเยอะ สนใจมาทำงานด้วยกันไหม (หัวเราะ) หลังจากคุยงานกันได้ 30 นาที ผมจึงได้ถามท่านไปตรงๆ ว่านัทน่าจะเป็นคนที่ใช่สำหรับผม ผมอยากมีความสัมพันธ์ที่จริงจัง ขออนุญาตพานัทไปพบคุณพ่อคุณแม่ของผมที่เกาหลีได้ไหม ดูเหมือนท่านจะตกใจพอสมควร (หัวเราะเสียงดัง)

“สุดท้ายท่านก็ตอบว่าขอคุยเรื่องนี้กับคุณแม่ของนัทก่อน เย็นวันนั้นผมได้ไปร่วมโต๊ะดินเนอร์กับครอบครัวของนัทที่มีพี่ชายพี่สาวและหลานๆ ของนัทมาร่วมด้วย ทุกคนน่ารักกับผมมาก จนทำให้ผมรู้สึกว่าน่าจะใช้ชีวิตกับครอบครัวนี้ได้”

นัทแชร์เรื่องราวในมุมของเธอ “ตอนแรกที่นัทบอกคุณพ่อว่ามีคนที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานอยากมาขอพบคุณพ่อ ท่านก็อึ้งไปเหมือนกัน แต่หลังจากฟังโปรไฟล์ว่าคุณพ่อเขาเป็นแพทย์ทางศัลยกรรมพลาสติกชื่อดัง มีโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมพลาสติกอยู่ที่เกาหลี และยังบริจาคเงินสร้างโบสถ์ด้วย ท่านก็เลยยอมให้พบ แต่ท่านกังวลถึงเรื่องที่ท่านเคยได้ยินมาว่า ผู้ชายเกาหลีมีการใช้ความรุนแรงบ้าง หัวโบราณบ้าง แต่พอท่านได้พบแซมแล้วก็รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาสุภาพ เรียบร้อย นิ่ง ใจเย็น เป็นระเบียบ คือมีคุณสมบัติของความเป็นหมอที่ดีมากๆ ทำให้คุณพ่อและทุกคนอนุมัติให้เขาพานัทไปพบครอบครัวได้ (ยิ้ม)

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

“หลังจากนั้นแซมก็พานัทไปเกาหลี บอกเลยว่านัทกังวลและตื่นเต้นมาก ก่อนไปพบคุณพ่อคุณแม่เขาแต่งหน้าอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงได้ เพื่อให้สวย แต่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด นึกออกไหม แล้วก็เช็กเสื้อผ้าตัวเองในกระจกบ่อยมากๆ นัทกังวล เพราะรู้ว่าการพบครอบครัวของคนเกาหลีเป็นเรื่องจริงจังมาก ถ้าครอบครัวไม่อนุมัติ เราก็ไม่สามารถจะคบกันได้ แต่สุดท้ายนัทก็เลือกเป็นตัวของตัวเอง และบอกท่านว่าไม่ต้องห่วง นัทจะดูแลแซมให้ดี หลังจากพูดไปแล้ว คุณแม่แซมน้ำตาคลอเลย”

แซมยิ้มภูมิใจ “ครอบครัวผมชอบนัทมากครับ ที่คุณแม่ร้องไห้คงเพราะที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่ปฏิเสธผู้หญิงที่ผมเคยคบอยู่หมดเลย (หัวเราะ) ส่วนคุณพ่อผมชอบนัทมากตั้งแต่เจอกันครั้งแรก พอรู้ว่านัทจะมาก็ซื้อรถจากัวร์ไว้ให้ผมเซอร์ไพร้ส์เธอ เล่นเอานัทอึ้งไปเลย”

นัทเล่าอย่างทึ่งว่า “ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนอยู่ในซีรีส์เกาหลี หลังจากพบคุณพ่อคุณแม่ แซมก็พานัทไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ วันหนึ่งเขาขับรถพานัทไปที่อพาร์ตเมนต์ของเขา แล้วบอกว่าจะลงไปเอาของ ให้นัทรอในรถ สักพักเขาขับจากัวร์คอนเวอร์ทิเบิลแบบเปิดประทุนมาจอดข้างๆ แล้วบอกว่า ‘นี่รถของยู พ่อซื้อให้’ ซึ่งนัทตกใจมาก เพราะไม่เคยได้ของขวัญแบบนี้มาก่อน ที่อยู่ในหัวตอนนั้นคือทำยังไงดี (หัวเราะ) แต่แซมก็เล่าว่าที่พ่อซื้อรถคันนี้ให้ เพราะนัทเกิดปีเสือ เรียนจบอังกฤษจึงพูดสำเนียงบริติช เหมาะกับรถของอังกฤษที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปเสือ มาทราบทีหลังว่านัทมีคุณสมบัติของลูกสะใภ้ตรงตามที่คุณพ่อแซมอยากได้ คือเรียนจบอังกฤษ พูดภาษาฝรั่งเศสได้ และเล่นเปียโนเป็น” (หัวเราะ)

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

แต่งก่อน…ไม่รอแล้วนะ

หลังจากพบปะทั้งสองครอบครัวแล้ว ทั้งสองครอบครัวก็มาพบกันที่เมืองไทย สุดท้ายคุณพ่อฝ่ายหญิงเอ่ยปากให้ทั้งสองคนหมั้นหมายกัน แต่แซมไม่อยากรออีกต่อไป

“ตอนนั้นผมปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ผมว่าไหนๆ จะหมั้นกันแล้ว แต่งงานเลยเถอะ คือนอกจากตัวนัทแล้ว ครอบครัวของเราก็มีอะไรคล้ายๆ กัน คิดและทำอะไรเหมือนๆ กัน ทุกครั้งที่เจอก็คุยสนุก มีเรื่องให้หัวเราะตลอด จึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องรออะไรอีก แล้ววางแผนแต่งงานเลย จำได้ว่าเราพบกันครั้งแรกปลายเดือนสิงหาคม 2019 หลังจากนั้น 3 เดือน เราก็คุยกันเรื่องแต่งงาน โดยมีพิธีหมั้นที่ไทยในวันที่ 2 ธันวาคม ส่วนงานแต่งจัดที่เกาหลี วันที่ 29 ธันวาคม 2019 ใกล้ปีใหม่พอดี”

นัทบ่นเล็กๆ ว่า “ความจริงนัทไม่ได้แพลนว่าเราจะแต่งงานกันเร็วขนาดนี้ คิดว่าคงคุยกันไปเรื่อยๆ จู่ๆ เขาก็รีบ ไม่รู้จะรีบไปไหน ถึงขนาดมีคนลือว่านัทท้อง แต่สำหรับแซมคงเป็นอารมณ์ประมาณว่าถ้าคุยกันแล้ว พ่อแม่ยอมรับแล้วก็แต่งงานได้ เขาไม่ได้ขอนัทด้วยซ้ำนะ เหมือนตอนที่เขาขอให้นัทคบกับเขาเป็นแพ็คเกจสำเร็จรวมการแต่งงานเข้าไปด้วยแล้ว ความโรแมนติกทั้งหมดจบลงตั้งแต่ตอนนั้น” (หัวเราะ)

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

แซมขออธิบายเอง “ผมขอนัทเป็นแฟนที่เกาหลี ทริปเดียวกันกับที่พาเขาไปพบคุณพ่อคุณแม่ จากนั้นผมก็ขับรถพานัทไปเที่ยวภูเขาซอรัค สถานที่ที่ผมชอบที่สุด ระหว่างขับรถขึ้นเขา ผมแวะจอดรถที่โค้งหนึ่งแล้วหยิบแหวนที่ผมซื้อมา 4 ปีแล้ว ออกมาสวมให้นัทระหว่างที่เราจูบกัน ซึ่งผมลุ้นมาก เพราะที่มาของแหวนวงนี้มาจากเรื่องซินเดอเรลลาครับ (ยิ้ม) ที่ว่าหากผู้หญิงคนไหนสามารถสวมรองเท้าคู่นั้นได้พอดี คนนั้นคือคนที่ใช่สำหรับเจ้าชาย ผมก็เลยซื้อแหวนน่ารักมากๆ ไว้วงหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ไซส์นิ้วของผู้หญิงเลย แค่ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บไว้ขอแฟนในอนาคตของผม และหวังว่าเธอจะสวมมันได้พอดี

“ผมเก็บแหวนไว้กับตัวตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะไปอยู่ฮังการี อเมริกา หรือเกาหลี ผมก็ไม่เคยเจอใครที่ใช่เลย กระทั่งมาเจอนัท ผมก็ได้แต่หวังว่าแหวนวงนี้จะพอดีกับนิ้วของเธอ แต่ความที่ผมสวมแหวนให้เธอตอนที่เราจูบกัน มันจึงไม่แม่นยำเท่าไร ผมจำได้ว่าผมจับมือซ้ายของเธอขึ้นมาแล้วสวมแหวนไปที่นิ้ว ซึ่งปรากฏว่าพอดี ผมดีใจมาก แต่พอลืมตาขึ้นมา กลายเป็นว่าผมสวมแหวนไปที่นิ้วกลางของนัท (หัวเราะสนุก) จึงลองสวมใหม่ที่นิ้วนาง ปรากฏว่าหลวมไปนิดนึง ผมเลยบอกว่า ไม่! มันพอดีแล้วกับนิ้วเมื่อกี้!”

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

นัทเล่าโดยที่ยังหัวเราะอยู่ “ใช่ พอนัทลืมตาขึ้นมาก็แบบ ตายแล้ว! ทำไมเขาใส่แหวนให้เราที่นิ้วกลาง หลังจากนั้นมาก็เลยใส่แหวนวงนี้ไว้ที่นิ้วกลางตลอด เล่าให้ใครฟังก็ขำกันหมด พอสวมแหวนเสร็จปุ๊บ แซมก็บอกว่า ‘Now, you are mine.’ จบ ปิดจ๊อบ (หัวเราะ) ไม่มีแล้วขอแต่งงาน”

แซมแก้ตัวว่า “ผมขอแล้วไง ที่ผมโพสต์รูปคุณลงไปในอินสตาแกรมแล้วติดแฮชแท็กว่า #dear #kun #nad #would #you #be #my #jaguar #question #mark แล้วนัทก็เข้าไปตอบผมว่า ‘Yes, I will and I will choose you over and over again without pause, without doubt in a heartbeat, I’ll keep choosing you.’ ซึ่งทำให้ทุกคนล้อผมมาจนถึงทุกวันนี้” (หัวเราะ)

เซเลบสาวไทย นัท จริยาวรรณ ธนกิจบวรพันธุ์

นัทสรุป “แล้วหลังจากนั้นเขาก็มาบอกให้นัทเลือกวันแต่งงานเลยค่ะ ถึงจะเร็วไปหน่อย แต่ที่ตัดสินใจแต่งงานกับเขา เพราะนัทมองว่าเขามีคุณสมบัติครบในการเป็นหัวหน้าครอบครัว คือมีความเป็นผู้นำ สุขุม นิ่ง มีความรู้ นัทเคยถามตัวเองว่าถ้าตัดฐานะทางครอบครัวของเขาออก เหลือแค่คุณสมบัติของตัวเขาล้วนๆ จะยังรักเขาไหม คำตอบคือใช่ แล้วนัทก็เคยถามเขากลับว่าถ้าตัดเรื่องอื่นๆ ออกหมด เหลือแต่ตัวนัท เขายังรักนัทไหม เขาก็บอกว่ารัก เขาทำให้นัทรู้สึกว่าเราสามารถใช้ชีวิตที่เหลือกับเขาได้โดยไม่สงสัยและกลัวอะไรเลย”


ที่มา : นิตยสารแพรว ฉบับ 955

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดใจคู่กันครั้งแรก “มาดามแป้ง-อธิบดีเอ” ความรักดั่งบุพเพสันนิวาสครั้งสุดท้าย

รักดั่งบุพเพสันนิวาส ลูกแดง-ดวงภัทร ทายาทปาร์คนายเลิศ กับ เอเวน ไลซาแซก

จากลูกนายไม่กล้าจีบ สู่คู่รักมาราธอน ” ปิยวดี มาลีนนท์ – มาวิน ทวีผล “

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!