พีคแพ็คคู่ ไอคอน และ วินเนอร์ 2 วงมากความสามารถจากค่ายเกาหลี YG

ไอคอน
ไอคอน

หากพูดถึงค่าย วายจี สาวกเคป็อปคงรู้จักดี เพราะเป็นค่ายเพลงแถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ มีศิลปินในสังกัดที่โด่งดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น บิ๊กแบง, ทูเอนี่วัน, แบล็คพิ้ง รวมถึงกลุ่มศิลปินหนุ่มที่เพิ่งมาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทยไปสดๆ ร้อนๆ ไอคอน และ วินเนอร์

การจะจัดคอนเสิร์ตของศิลปินต่างประเทศ 2 วงพร้อมๆ กันให้ออกมาดี ไม่น่าจะเป็นเรื่องง่าย แต่พอได้เห็นผลงานจากความร่วมมือของ 3 ยักษ์ใหญ่อย่างผู้จัดมากประสบการณ์ของไทยคือ โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  นำทีมโดย กึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ จับมือค่ายเพลงแถวหน้าแห่งประเทศเกาหลีใต้ วายจี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (YG Entertainment) และบริษัทด้านธุรกิจบันเทิงระดับโลก ไลฟ์ เนชั่น เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  ที่เพิ่งทุ่มทุนสร้างสรรค์งานดีมีสไตล์ คอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบของ 2 ศิลปินตัวท็อปของเกาหลี ไอคอน (iKON) และ “วินเนอร์” (WINNER) ณ ประเทศไทย ผ่านพ้นไปด้วยความแฮ็ปปี้เต็มพิกัดของทั้งสองศิลปินและเหล่าแฟนคลับไทย

เริ่มกันที่คอนเสิร์ต iKON 2018 CONTINUE TOUR IN BANGKOK ของ 7 หนุ่มเปิดฉากด้วยการปรากฏตัวบนเวทีของทั้ง 7 หนุ่ม คิมฮันบิน หรือ บีไอ  หัวหน้าวง, คิมจีวอน  หรือ บ๊อบบี้, คิมจินฮวาน, กูจุนฮเว, ซงยุนฮยอง, คิมดงฮยอก  และ จองชานอู อุ่นเครื่องแบบเผ็ดร้อนด้วยเพลง ‘Bling Bling’ ต่อด้วย ‘Sinosijak’ และ ‘Rythm Ta (Rock Ver.)’ แค่เริ่มต้นก็เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นฮอลล์ไปแล้ว แถมไอคอนิกชาวไทยยังพร้อมใจกันร้อง-โยก-โบกแท่งไฟตามจังหวะดนตรีแบบสุดพลัง ยิ่งเพิ่มความร้อนแรงแดงเดือดกันไปอีกทวีคูณ

จากนั้นเปลี่ยนฟีลลิ่งมาฟังเพลงซึ้งๆ อย่าง ‘Perfect’ ซึ่งเป็นยูนิตของสายโวคอลนำทีมโดย จินฮวาน, ยุนฮยอง, จุนฮเว, ดงฮยอก และน้องเล็ก ชานอู ตามด้วยโซโล่สเตจเพลง ‘One and Only’ ของ บีไอ และ ‘Holup’ ของ บ๊อบบี้ แล้ว 7 หนุ่มรวมตัวครบทีมอีกครั้งชวนสนุกกันต่อด้วยเพลง ‘Anthem’ และ ‘B-Day’ จากนั้นถึงคิว ‘My Type’ และ ‘Rubber Band’

เข้าสู่โชว์สุดพิเศษในคอนเสิร์ตอีกครั้ง ด้วยเพลง ‘Love Scenario’ และ ‘Goodbye Road’ ซึ่งร้องโชว์ครั้งแรกในคอนเสิร์ตและครั้งแรกในประเทศไทย งานนี้ บีไอ เป็นตัวแทนเอ่ยปากชวนไอคอนิกชาวไทยร่วมร้องเพลงนี้ไปด้วยกัน ความประทับใจยังไม่จบอยู่แค่นี้ เมื่อลีดเดอร์หนุ่มอ้อนแฟนๆ อีกครั้งด้วยประโยคน่ารักๆ อย่าง “รักหนูไหม” และหนุ่มๆ ไอคอนกล่าวขอบคุณแฟนคลับชาวไทยที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ประทับใจหลายอย่างในประเทศไทยทั้ง อาหารไทย มวยไทย โดยเฉพาะ จุนฮเว ซึ่งชอบภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก ถึงขั้นโชว์ท่า “ช้างกูอยู่ไหน” อวดแฟนๆ หลายรอบรัวๆ

โค้งสุดท้าย ยุนฮยอง บอกว่า “ทำไมเวลาผ่านไปเร็วจังเลย”, “ผมรักคุณครับ” ก่อนชวนกลับเข้าโหมดอภิมหามันส์อีกครั้งด้วยเพลงจังหวะเร็วอย่าง ‘Killing Me’, ‘Freedom’ ทุกคนพากันกระโดดสุดตัวโยกหัวสุดเหวี่ยง ถึงช่วงอังกอร์แฟนๆ ทั้งฮอลล์พร้อมใจกันร้องเพลง ‘Long Time No See’ พร้อมชูป้ายโปรเจ็กต์ ทั้ง 7 หนุ่มกลับขึ้นเวทีอีกครั้งแล้วเอาใจแฟนๆ ด้วยเพลง ‘Just for you’ ตามด้วย ‘Love Scenario’ ที่แฟนๆ ชาวไทยจัดซีน Rainbow Ocean เพื่อขอบคุณ ไอคอน ปิดท้ายก่อนลากันไปด้วยเพลง ‘Don’t Let Me Know’ และ ‘Dumb & Dumber’ หนุ่มๆ ขอบคุณพร้อมโบกไม้โบกมือลาไอคอนิกชาวไทย แถมท้ายคำพูดหยอดเบาๆ ว่า “รักหนูไหม” ทิ้งท้ายอีกรอบ ปิดฉากความมันส์หลังแดนซ์กระจาย แบบอบอวลไปด้วยความซาบซึ้งตรึงใจไอคอนิกเลยทีเดียว

ไอคอน

ไอคอน

ไอคอน

หลังจากปล่อยให้แฟนเพลงชาวไทคอยมานาน 4 ปี บัดนี้ก็ถึงวาระบรรลุความฟินกับ 4 หนุ่ม “วินเนอร์” ในคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรก “WINNER 2018 EVERYWHERE TOUR IN BANGKOK” ซึ่งเปิดฉากเริ่มต้นช่วงเวลาแห่งความสุขเมื่อทั้ง 4 หนุ่ม คังซึงยุน, ซงมินโฮ  หรือ มิโน, อีซึงฮุน และ คิมจินอู  ปรากฏตัวบนเวทีพร้อมหน้า จัดเต็มตั้งแต่วินาทีแรกด้วยเพลง ‘EMPTY’ ต่อด้วย ‘AIR’ ตามติดมาด้วย ‘HELLO’ และ ‘Everyday’

อีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดคือคิว Solo Stage ของสมาชิกแต่ละคน ความร้อนแรงก็เริ่มต้นปะทุขึ้นด้วยโชว์สุดเซ็กซี่จาก มิโน ในเพลง ‘Body’ และ ‘Turn off The Light’ ที่แฟนๆ หลายคนเฝ้ารอคอย ตามด้วยโชว์เสียงหวานๆ จาก จินอู ในเพลง ‘Untitled, 2014’ ผลงานของรุ่นพี่จีดรากอน ส่วน ซึงยุน เลือกเพลง ‘It’s Rain’ ผลงานโซโล่ของเขาเมื่อปี 2013 อวดพลังเสียงอันน่าประทับใจ ก่อนจะเซอร์ไพร้ส์ด้วยเพลง ‘My Everything’ ของ Ariana Grande แบบสดๆ จากนั้นคว้ากีต้าร์คู่ใจโชว์เพลง ‘Instinctively’ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ไปเต็มๆ ปิดท้ายที่ ซึงฮุน ในเพลง ‘Serenade’ และ ‘RingaRinga’ ของรุ่นพี่แทยัง ซึ่งเขาโชว์สเต็ปเต้นชนิดที่ไม่ยอมเสียชื่อโค้ชในรายการ Dancing High กันเลยทีเดียว

จากนั้นทั้ง 4 หนุ่มกลับคืนสู่เวทีพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งในเพลง ‘We were’ บทเพลงความหมายดีๆ บ่งบอกถึงความทรงจำอันงดงาม ที่พวกเขาอยากจะร่วมสร้างกับแฟนคลับชาวไทย เมื่อจบเพลง ซึงยุน ย้ำกับแฟนๆ ชาวไทยว่า พวกเขาจะพัฒนาตัวเอง เพื่อโชว์ผลงานดีๆให้แฟนๆ ได้เห็นอย่างแน่นอน แล้วจึงต่อด้วยเพลงช้าๆ ซึ้งๆ อย่าง ‘For’, ‘Raining’ และ ‘Movie Star’

เมื่อถึงชั่วโมงแดนซ์ ลีดเดอร์ ซึงยุน ชวนแฟนๆ ให้ลุกขึ้นยืนแจมในเพลง ‘Immature’, ‘Love me Love me’ และ ‘Special Night’ ซึ่งเหล่าแฟนคลับก็ตอบรับกันถ้วนหน้า ทุกคนยืนขึ้นแล้วร่วมสนุกไปกับเพลงแบบจัดเต็ม วินเนอร์ เปิดใจว่า อยากจะไปหา อินเนอร์ เซอร์เคิล ในทุกๆ ที่ตามชื่อคอนเสิร์ต EVERYWHERE TOUR พวกเขาจึงมอบคำขอบคุณต่อแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้งที่มาเจอกันในวันนี้ ก่อนจะไปสนุกกันอีกยก หนุ่มๆ ขอเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ แต่ละโซนของธันเดอร์โดม งานนี้พลังเสียงแฟนคลับชาวไทยมาเต็ม กรี๊ดลั่นสนั่นฮอลล์ได้ใจหนุ่มๆ ทั้งสี่หนักมาก เพลงต่อมา ‘Island’ พวกเขาเลยเปลี่ยนเนื้อร้องจากคำว่า “Island” เป็น “Thailand” เก๋ๆ เพื่อไทยอินซอ แล้วตามต่อด้วย 2 เพลงเอก ‘REALLY REALLY’ กับ ‘La La’

เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ความรักที่แฟนคลับชาวไทยมีให้หนุ่มๆ วินเนอร์ นั้นยาวนานไม่มีทางจะผ่านเลยไปง่ายๆ ทั้งศิลปินและผู้ชมจึงร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ผ่านช่วง Encore โดยเหล่าแฟนคลับพร้อมใจส่งเสียงร้องเพลง ‘HELLO’ หลายต่อหลายรอบ พร้อมทั้งชูป้ายข้อความว่า “เสียงเพลงของคุณคือ AIR ของพวกเรา” ก่อนที่หนุ่มจะขึ้นบนเวทีอีกครั้งในเพลง ‘Don’t flirt’ และ ‘Luxury’ ซึ่งหนุ่มๆ หยิบป้ายโปรเจ็กต์ที่ทำให้ขึ้นมาถือ แสดงความขอบคุณด้วยประโยคฟินๆ ว่า “แฟนๆ ทุกคนคือ AIR ของพวกเราเช่นกัน” จุดนี้เองที่เรียกว่า บรรลุความฟินกันไป!!!! จัดแถมกันไปอีก 2 เพลงพีคๆ โดดๆ คือ ‘REALLY REALLY’ และ ‘Everyday’ เวอร์ชั่น Remix ส่งแฟนกลับบ้านด้วยความสนุกสนาน และสัญญาจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง พร้อมผลงานชิ้นใหม่โดยเร็วที่สุดที่พวกเขาจะทำได้ ปิดท้ายแบบซึ้งๆ ศิลปินเองก็ประทับใจ แฟนๆ ชาวไทยนั้นก็มีความสุข

ไอคอน

ไอคอน


 

keyboard_arrow_up