หมิว ลลิตา กับทัศนะความรักที่ทำให้เชื่อว่า… แม้โลกจะไม่สวย แต่ไม่ต้องห่วงฉัน

หมิว ลลิตา
หมิว ลลิตา

ข่าวการหย่าร้างของนักแสดงสาว หมิว ลลิตา น่าจะช็อคความรู้สึกของใครหลายต่อหลายคน ด้วยว่าเป็นเคสที่อยู่เหนือความคาดหมายจริงๆ

โดยตามข่าวระบุว่า  คุณหมิวหย่าขาดกับคุณก้อง นรบดี สามี มาตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. ปีที่แล้ว(2559)  ที่สำนักงานเขตดอนเมือง  มีข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่มีแต่เดิมเป็นของฝ่ายใดก็ให้เป็นเป็นของฝ่ายนั้น ส่วนการดูแลลูกชายทั้ง 2 คนคือ แพลงต้อน-ศศิเดช  และ อีตั้น-ด.ช. ศักดิเดช ศศิประภา  นั้น ในวันจันทร์-ศุกร์ ลูกจะอยู่ในการดูแลของคุณหมิว ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่กับคุณก้อง  และคุณหมิวก็ได้กลับมาใช้นามสกุลเดิมของคุณพ่อคือ  ‘โชติรส’ เป็นที่เรียบร้อย

ที่ผ่านมา  เวลามีคู่ในวงการบันเทิงหย่าร้างกัน  คนที่อยู่รอบนอกก็ได้แต่แสดงความเสียใจ เสียดาย แต่กับคนคุณภาพที่เป็นที่รักของมวลชนอย่างคุณหมิว  แพรวเชื่อว่านอกจากแฟนๆ จะเสียดาย เสียใจ ต่อจุดจบความรัก 16 ปีของเธอแล้ว ยังมีความรู้สึกรัก ห่วงใย รวมทั้งอยากเป็นกำลังใจให้เธอ บรรจุเอาไว้ด้วย

และด้วยจำนวนปีที่แพรวรู้จักนางเอกสาวคนนี้มา  ทำให้เราอยากจะเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้มาจากการตัดสินใจเป็นอย่างดีแล้วของคุณหมิว ทุกๆ ถ้อยคำที่เธอเคยฝากไว้ในนิตยสารแพรว ล้วนบ่งบอกว่าเธอเป็นคนที่รู้จักโลกนี้ดีคนหนึ่ง โดยเฉพาะถ้อยคำที่เกี่ยวกับทัศนะเชิงความรักที่เธอเคยแบ่งปันไว้ก็สะท้อนว่าเธอใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานความเป็น ‘จริง’ และ ‘เข้มแข็ง’ พอที่จะรับมือกับเหตุที่เกิดขึ้นได้

ต่อไปนี้คือ ทัศนะความรัก ของ หมิว ลลิตา ที่แพรวขอนำมาถ่ายทอดให้ทุกๆ ความห่วงใยที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้ได้อ่านกันอีกครั้ง

l09คนเพิ่งแต่งงานทุกอย่างเป็นสีชมพูหมดแหละ  แต่เราจะได้เห็นสีที่ชัดเจนขึ้นหลังจากนั้น เพราะแต่ละคนจะเริ่มแสดงความเป็นตัวตนมากขึ้นว่าเราเป็นแบบนี้ มีความคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องปรับตัวเองทั้งคู่ และยอมรับในความต่าง  หมิวเชื่อว่าครอบครัวจะดีได้ต้องมาจากพื้นฐานความเข้าใจ และไม่ควรต้องอดทนมาก เพราะความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด แต่ถ้าเป็นความเข้าใจจะครอบคลุมทุกอย่าง

l10เราต้องรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเปลี่ยนคนๆ หนึ่งไปอย่างสิ้นเชิง ฉะนั้นจึงต้องปรับที่ตัวเองก่อน  แม้ไม่ง่ายที่จะปรับทั้งหมด แต่ก็คงง่ายกว่าที่จะปรับอีกฝ่าย  หมิวใช้ทฤษฎีเปลี่ยนเขาได้ก็ต้องเปลี่ยนเราได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเขาไม่ได้ เปลี่ยนเราก็ไม่พอใจ ก็มีแต่จะต้องแยกจากกันไป

mew22

คู่เราก็มีปัญหา มีทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป แต่ใครจะเดินทะเลาะกันให้คุณเห็น ทุกคนมีมุมส่วนตัว ซึ่งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่ได้หวานตลอดเวลา  เมื่อมีปัญหาจึงต้องพิจารณาดูว่าแต่ละครั้งปัญหาเกิดขึ้นจากตรงไหน แต่แม้จะแก้ไปได้ เรื่องของเราทั้งคู่ก็ยังไม่ได้จบแค่ตรงนั้น เราต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ทุกวัน มีเรื่องใหม่ มีเหตุการณ์ใหม่ให้ต้องแก้ไข ต้องมีตอนต่อไป หมิวยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตอีก ไม่รู้ว่าเขาจะไปเจออะไร เราจะไปเจออะไร แต่หมิวรู้ว่าหมิวจะพยายามทำให้ดีที่สุด

mew23เวลามีปัญหา ไม่ว่าเรื่องใด หมิวจะพยายามเรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด และรีบคิดในทางบวกให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่ดำดิ่งลงไปกับปัญหาจนตกหลุมลึก ซึ่งกว่าจะกลับขึ้นมาได้ต้องใช้เวลานาน ปัญหาถ้าตัดได้ให้ตัด ปล่อยได้ให้ปล่อย  เชื่อว่าบางเรื่องต้องใช้เวลา แต่ถ้าฝึกบ่อยๆ จะตัดได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ตรงข้ามถ้าไม่ฝึกเลย จะใช้เวลานานในการคิดและติดอยู่กับปัญหานั้น

mew21เวลามีปัญหา หมิวชอบอ่านหนังสือธรรมะ เพราะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ช่วงไหนว้าวุ่นมากๆ หมิวใช้วิธีเขียนคำสอนของพระอาจารย์ต่างๆ ลงโพสอิท และนำไปแปะไว้ตามฝาบ้าน เพื่อเวลาเดินผ่านจะได้เห็นบ่อยๆ เป็นการเห็นเพื่อเตือนสติ อีกอย่างที่หมิวชอบจดคำพูดดีๆ ที่ได้ฟังคนอื่นหรือเห็นจากหนังสือแปะไว้ในห้องน้ำ เอาไว้อ่านเพื่อเป็นกำลังใจ ให้เห็นแล้วรู้สึกว่า… ความทุกข์ของวันไหนขอให้เป็นของวันนั้นก็พอ

mew31หมิวพยายามหัวเราะให้ได้ทุกวัน อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เมื่อก่อนหมิวเป็นคนซีเรียส ตึงเกินไปกับหลายๆ อย่าง แต่วันเวลาได้สอนให้รู้ว่าไม่ต้องสมบูรณ์แบบทุกอย่างนักก็ได้ ผ่อนๆ บ้าง ไม่ต้องเป๊ะนัก เพื่อให้ชีวิตผ่อนคลาย เดี๋ยวนี้หมิวจึงสุขง่ายขึ้น แค่ได้ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูทีวี อยู่กับลูก ชงกาแฟหอมๆ นั่งโซฟาสบายๆ ก็สุขแล้ว อยากบอกทุกคนว่าความจริงความสุขมันอยู่ใกล้ๆ แต่เราเองนั่นแหละที่ชอบไปคิดให้มันยาก และไม่มี

ท้ายนี้ แพรวสารภาพว่าตั้งใจเลือกภาพคุณหมิวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มาประกอบคำสัมภาษณ์ ด้วยเชื่อเหลือเกินว่า แม้วันนี้โลกของเธอจะไม่ได้เป็นสีชมพู  อย่างที่เธอเคยบอกเอาไว้ว่า…

“เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่บางทีรุ้งก็ไม่ได้มีแค่ 7 สี แต่อาจมีถึง 70 สีก็ได้ แต่ถ้าเราเข้าใจซะก็จะไม่มีปัญหา”

แต่ด้วยความเป็นคนช่างคิดวิเคราะห์ และรู้จักชีวิตดีอย่างที่เธอเป็น แฟนๆ ก็น่าจะไม่ต้องห่วง หมิว ลลิตา กันมากนัก

สู้ๆ ค่ะ 

keyboard_arrow_up