เป็นตายไม่ทิ้งกัน! พี่น้องหัวใจแกร่ง เราจะสู้ มะเร็ง ไปด้วยกัน

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้อ่านประสบการณ์การต่อสู้กับโรคร้ายโน่นนี่นั่นไหนมาบ้างไม่มากก็น้อย และท่ามกลางการต่อสู้นั้น เราเชื่ออีกเช่นกันว่าคุณจะได้พบกับคำๆ หนึ่งที่เปรียบเสมือนพรวิเศษ ปัดเป่าโรคร้ายที่น่ากลัวต่างๆให้หมดสิ้นไป คำๆ นั้นก็คือ ‘กำลังใจ’

ลิสต์นี้เราเลยมีเรื่องราวความรักของพี่น้อง 2 คู่  เป็นพี่น้องที่ในยามปกติอาจรัก  หรืองอน และมีเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เมื่อวันหนึ่งโชคชะตาส่งสาส์นท้าทายที่ชื่อว่า มะเร็ง  มาตรงหน้า สิ่งที่พวกเธอเลือกทำคือ ยิ้มรับและจับมือสู้ไปด้วยกัน

มะเร็งหนึ่งในล้าน  อีกก้าวที่ต้องสู้ของเบลล์-บีม

f04

หลังจากผ่านมรสุมชีวิตลูกใหญ่  ทั้งการสูญเสียคุณพ่อดี๋  ดอกมะดัน   อดีตตลกชื่อดังของเมืองไทย และเป็นหนี้นับสิบล้านไปไม่กี่ปี  แต่เหมือนชีวิตของสองพี่น้อง บีม-วรานิษฐ์ และเบลล์- ชยานิษฐ์ ยังต้องเจอกับบททดสอบอีกหลายด่าน  และ ‘มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน’ ที่ทางการแพทย์บอกว่ามีโอกาสเกิดขึ้นแค่หนึ่งในล้านคนของเอเชียเท่านั้น ก็เป็นบททดสอบอีกเรื่อง

เรื่องเริ่มต้นตั้งแต่สมัยเบลล์เรียนประถม เธอสังเกตว่าตัวเองมีแผลฟกช้ำสีม่วง ขนาดประมาณหนึ่งข้อนิ้วก้อยตรงต้นแขนด้านซ้าย  ลักษณะแผลค่อนข้างแปลก  มีเส้นเลือดฝอยอยู่ในแผลด้วย  ทุกครั้งที่ไปหาหมอผิวหนัง  มักได้รับคำตอบว่า  น่าจะเป็นความผิดปกติของเซลล์คล้ายกับปานจึงไม่คิดอะไร  พอโตขึ้นแผลที่ว่ายังคงอยู่  เวลาใครเห็นมักจะถามว่า เป็นแผลอะไร  เธอก็ได้แต่บอกว่าไม่รู้  เนื่องจากไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ

เบลล์ใช้ชีวิตที่มีแผลฟกช้ำอย่างนั้นจนเรียนจบและทำงาน  กระทั่งสี่ปีที่แล้วเธอสังเกตว่าแผลมีขนาดใหญ่ขึ้น  จากหนึ่งข้อ นิ้วก้อยกลายเป็นใหญ่เท่าข้อนิ้วโป้ง  แม้จะไม่รู้สึกเจ็บปวด  แต่รู้สึกคาใจว่าผิดปกติหรือเปล่า  จึงนัดหมอผิวหนังที่รู้จักกันช่วยตรวจให้  หมอบอกว่าดูด้วยตาเปล่าไม่ได้  ต้องสะกิดเนื้อเยื่อไปตรวจในแล็บ  “ตอนที่หมอเดินมาบอกผลตรวจ  หน้าดูกังวลมาก  จนเบลล์รู้สึกว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน  เขาใช้คำว่าเนื้อเยื่อชิ้นนี้เป็นเนื้อดุ เกินความสามารถที่เขาจะรักษาได้  ต้องส่งเคสของเบลล์ไปให้หมออีกท่านตรวจ”

มะเร็งผลที่ออกมาทำเอาเธอแทบช็อคด้วยไม่ทันเตรียมใจไว้จริงๆ “คุณหมอบอกว่ามะเร็งที่เบลล์เป็นมีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า  มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน  ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นแค่หนึ่งในล้านคนของเอเชีย  มะเร็งตัวนี้ร้ายมาก เพราะจะกินเนื้อดีของเราไปเรื่อยๆ  และแม้แผลจะเท่านิ้วโป้ง  แต่มีรากที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น  หรือสแกนดูก็เห็นได้ไม่หมด  เพราะฉะนั้นเวลาผ่าจะต้องผ่าลึกลงไปเป็นสิบเท่าของแผลโดยไม่เย็บแผลปิด  ต้องเปิดไว้เพื่อคอยสะกิดตรงริมแผลดูว่า  ยังมีเนื้อร้ายอีกหรือไม่  ปัญหาคือเนื้อบริเวณแขนมีไม่มาก  เมื่อคว้านออกไปก็ต้องใช้เนื้อที่ต้นขามาโปะแทน  ซึ่งเบลล์ฟังแล้วก็รู้สึกกลัวและกังวลมาก”

เธอตัดสินใจบอกข่าวร้ายให้แม่กับพี่สาวทราบ “ตอนที่ได้ยินว่าน้องเป็นมะเร็ง บีมตกใจมาก  เพราะได้ชื่อว่าเป็นโรคร้าย แล้วเราก็ไม่รู้จักโรคที่ว่านี้เลยด้วย แต่ก็ยังพอใจชื้นขึ้นเมื่อคุณหมอบอกว่ามะเร็งชนิดนี้จะไม่ลุกลามไปที่อื่น”

ห้วงเวลานั้นแม้คนเป็นพี่จะห่วงน้องมาก  แต่ก็ไม่ถึงกับทุกข์ท้อใจนักเพราะประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านเรื่องราวหนักๆ มาหลายครั้งได้กลายเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีจนเธอไม่ได้คิดว่าเจอปัญหาชีวิตอีกแล้ว แต่กลับว่ามองว่านี่คืออีกหนึ่งบททดสอบว่าครอบครัวเธอ จะเข้มแข็งพอที่จะหาทางผ่านไปได้หรือไม่ “บีมให้กำลังใจน้อง แม่ และตัวเองตลอดว่า เราต้องผ่านมันไปให้ได้  ดังนั้นเบลล์จึงมีกำลังใจดีตลอด”

มะเร็ง

หากนับความรักในครอบครัว การจับมือสู้ไปด้วยกันคือความดี ก็ถึงเวลาที่ความดีนี้ได้รับผลตอบแทนเสียที นั่นคือข่าวที่คุณหมอแจ้งว่าเธอไม่มีเนื้อร้ายอีกแล้ว  และมีเปอร์เซ็นต์เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะกลับมาเป็นอีกครั้ง

“โชคดีที่เบลล์เป็นมะเร็งหลังจากที่บ้านไม่มีภาระเรื่องหนี้สินแล้ว  คนภายนอกบางคนอาจมองว่าบ้านนี้ดราม่า  ทั้งที่จริงแล้วบ้านเบลล์เข้มแข็งมาก  ถ้ามีคนหนึ่งอ่อนแอ  อีกคนจะเข้มแข็งทันที และจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น  อย่างตอนคุณพ่อป่วย เบลล์ร้องไห้แค่ครั้งเดียวแล้วก็สู้ใหม่  เพราะเศร้าไปก็ไม่ได้อะไร  พอตัวเองเป็นมะเร็งจึงไม่ฟูมฟายนัก  คงเพราะได้ภูมิคุ้มกันจากเรื่องพ่อดี๋และ เรื่องหนี้มาแล้ว  ที่สำคัญเบลล์ไม่เคยคิดว่าทำไมเรื่องร้ายๆ ต้องเกิดกับครอบครัวเราด้วย  แต่กลับรู้สึกขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เพราะทำให้เราเติบโตมากขึ้น  และช่วยให้ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายได้ง่ายกว่าคนอื่น”

อ่านต่อหน้า 2 : เมื่อ 2 พี่น้องศรัทธาทิพย์ผนึกกำลังสู้กับมะเร็ง

keyboard_arrow_up