แพรว X Louis Vuitton ชวน 8 คนดัง #MAKEAPROMISE ช่วยเด็กขาดแคลน คุณก็ร่วมโปรเจ็คท์พิเศษนี้ได้เพียงซื้อสิ่งนี้…

แพรว X Louis Vuitton ชวน 8 คนดัง #MAKEAPROMISE ช่วยเด็กขาดแคลน คุณก็ร่วมโปรเจ็คท์พิเศษนี้ได้เพียงซื้อสิ่งนี้…
แพรว X Louis Vuitton ชวน 8 คนดัง #MAKEAPROMISE ช่วยเด็กขาดแคลน คุณก็ร่วมโปรเจ็คท์พิเศษนี้ได้เพียงซื้อสิ่งนี้…

จะดีแค่ไหน หากเราได้ช็อปปิ้งและช่วยเหลือเด็กๆไปพร้อมกัน…

คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้! ด้วยโปรเจ็คท์พิเศษ แพรว X Louis Vuitton ที่นิตยสารแพรวเกี่ยวก้อยกับหลุยส์ วิตตอง แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ด้วยจุดมุ่งหมายต้องการผลักดันให้แคมเปญ #MAKEAPROMISE เป็นที่พูดถึงอย่างกระหึ่มในไทยแลนด์ เพราะปัญหาเด็กที่อยู่ในภาวะขาดแคลนในเมืองไทยนั้นหนักหนาสาหัสไม่แพ้พื้นที่ไหนๆ ในโลก

ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2016 หลุยส์ วิตตอง ได้ปล่อยแคมเปญดิจิทัล #MAKEAPROMISE เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และระดมทุนช่วยเหลือเด็กๆ ผ่าน Silver Lockit #MAKEAPROMISE โดยใช้สัญลักษณ์การเกี่ยวนิ้วก้อยของเหล่าเซเลบริตี้ตัวท็อประดับโลกอย่างนิโคล คิดแมน, มารายห์ แครี่, เซเลนา โกเมซ ฯลฯ เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมกันให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือเด็กๆ ที่อยู่ในภาวะขาดแคลนอย่างเร่งด่วน ซึ่งทุกๆ การจำหน่าย Silver Lockit 1 ชิ้น หลุยส์ วิตตอง จะบริจาค 200 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่ยูนิเซฟ

และเพื่อเป็นการสานต่อแคมเปญที่มีประโยชน์ยิ่งยวด ในโอกาสที่นิตยสารแพรวก้าวขึ้นสู่ปีที่ 38 จึงชวนหลุยส์ วิตตอง ไทยแลนด์ มาเกี่ยวก้อยสร้างโปรเจ็คท์พิเศษ “แพรว X Louis Vuitton” ร่วมกัน ต้องขอบคุณ 8 คนดังน้ำใจงามที่มาร่วมแชร์สัญญาใจ ในการช่วยเหลือเด็กไทยที่กำลังเผชิญปัญหาอยู่ในมุมต่างๆ ของประเทศ ครั้งนี้

และนี่คือความรู้สึกของพวกเขาที่คิดและเห็นต่อปัญหาของเด็กๆ ในเมืองไทย

 

มาริโอ้ เมาเร่อ
มาริโอ้ เมาเร่อ

“โอ้อยากเน้นเรื่องปัญหาการศึกษาของเด็กในประเทศไทยครับ เพราะการที่เด็กจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตต้องมีรากฐานการศึกษาที่ดี แต่บ้านเรายังขาดอะไรอีกหลายอย่าง รวมไปถึงมาตรฐานการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างโรงเรียนในกรุงเทพฯและโรงเรียนต่างจังหวัด โอ้เคยเจอน้องๆ หลายคนที่อยากเรียนหนังสือ อยากเรียนภาษาอังกฤษ แต่ไม่มีโอกาส เพราะไม่มีทุน หลายคนพ่อแม่ทำงานหนักมาก แต่รายได้ต่ำ แค่จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ก็เงินหมดแล้ว โอ้ไม่อยากให้มีช่องโหว่ตรงนี้ เรื่องแบบนี้ควรจะจบได้แล้วในยุคของเรา  เด็กๆ ทุกคนควรได้เรียนอย่างเต็มที่ จะได้มีวิชาความรู้ติดตัวไปใช้ประกอบอาชีพ และเป็นกำลังเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต

“ที่ผ่านมาโอ้เคยช่วยโครงการให้ทุนการศึกษาเด็กด้อยโอกาสอยู่เรื่อยๆ เชื่อไหมว่าเงินจำนวน 250 บาท ซึ่งไม่ได้มากสำหรับเราเลย กลับสามารถเป็นทุนการศึกษา ซื้ออุปกรณ์การเรียนหรือกีฬาให้เด็กๆ ได้ โอ้จึงคิดว่าทุกคนสามารถช่วยได้ จะมากหรือน้อยไม่เป็นไร เพราะหากเราร่วมมือกันก็จะกลายเป็นเงินจำนวนมากที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปเลย ใครจะรู้ว่าการที่เราให้เงินเขาซื้อลูกฟุตบอลในวันนี้ อาจทำให้เขาโตมากลายเป็นนักกีฬาทีมชาติก็ได้(ยิ้ม)

“ต้องขอบคุณแพรวและหลุยส์ วิตตอง ที่ชวนโอ้มาร่วมทำโครงการดีๆ แบบนี้ครับ”

ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์
ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์

“การที่ผมมีโอกาสได้ไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้พบว่าสิ่งที่ประเทศเราขาดมากๆ คือการให้สิทธิกับเยาวชน เพื่อให้เขามีส่วนร่วมในสังคมครับ เพราะเรามองว่าเขายังเด็ก ซึ่งความจริงมุมมองของเด็กอาจเป็นมุมที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึงแต่น่าสนใจกว่าก็ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้รับการสนับสนุนให้พูดออกมา ซึ่งก็ต้องย้อนกลับไปที่การศึกษาของบ้านเราที่เน้นการท่องจำ ไม่เน้นการฝึกให้คิดและแสดงความเห็น รวมถึงไม่ค่อยมีกิจกรรมนอกห้องเรียน คือในแง่หนึ่งการเรียนแบบไทยก็ดีตรงที่ทำให้เด็กมีวินัยและอดทน แต่การเปิดโอกาสให้เด็กรู้จักหาเหตุผล คิดวิเคราะห์ หรือใช้จินตนาการบ้าง จะช่วยให้เขาได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น หาจุดแข็งของตัวเองเจอ และรู้ว่าต้องการทำอะไรในอนาคต จริงอยู่ว่าโลกโซเชียลมีเดียทุกวันนี้ทำให้เด็กไทยมีการแชร์ความคิดมากขึ้น แต่หลายครั้งเป็นการแชร์แบบไม่ค่อยมีหลักเหตุผลเท่าไร จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะกระตุ้นให้เขารู้จักคิดวิเคราะห์

“ผมเชื่อว่าหากสังคมและการศึกษาเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้พูดแสดงความคิดเห็นแล้ว เด็กไทยน่าจะเก่งไม่แพ้ใครครับ”

keyboard_arrow_up