ล้มลุกคลุกฝุ่นแต่มีต้นทุนคือฝันที่รอ ‘โตโน่’ ลูกผู้ชายหัวใจหล่อมาก กับประโยคบาดใจที่ต้องรักผู้ชายคนนี้!

ล้มลุกคลุกฝุ่นแต่มีต้นทุนคือฝันที่รอ ‘โตโน่’ ลูกผู้ชายหัวใจหล่อมาก กับประโยคบาดใจที่ต้องรักผู้ชายคนนี้!
ล้มลุกคลุกฝุ่นแต่มีต้นทุนคือฝันที่รอ ‘โตโน่’ ลูกผู้ชายหัวใจหล่อมาก กับประโยคบาดใจที่ต้องรักผู้ชายคนนี้!

‘โตโน่’ ลูกผู้ชายหัวใจหล่อมาก

‘โตโน่’ ในหัวข้อที่มียอดไลค์ถล่มทลายเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องความรัก แต่ขณะที่ชีวิตในแง่มุมอื่นๆของโตโน่ที่อาจไม่ได้เรียกยอดไลค์ แต่ก็สามารถเป็นแรงบันดาลใจและบทเรียนให้ใครหลายคน บอกเลยว่าผู้ชายคนนี้มีชีวิตและมุมมองความคิดที่ไม่ธรรมดา แอบคิดเล่นๆว่า ถ้ามีผู้ชายคิดอย่าง ‘โตโน่’ เยอะๆก็คงดีเนอะ

 

'โตโน่'ตอนอายุ 16–18 ปี เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ ‘โตโน่’ เลย เพราะตอนนั้นพ่อเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก แม่จึงต้องเป็นเสาหลักทํางานหนักเพื่อดูแลครอบครัวแทน ส่วนโตโน่ก็พยายามหารายได้พิเศษช่วยอีกทาง ตั้งแต่ปั่นจักรยานแจกโบรชัวร์ ขายของเก่า รวมทั้งทําอาชีพสีเทาด้วยการเป็นเด็กเดินหวย “ที่บอกเพราะต้องการหารายได้มาช่วยที่บ้าน และก็ไม่ได้อยากโกหกใครว่านั่นเป็นโลกที่ผมเติบโตขึ้นมาจริงๆ”

'โตโน่'‘โตโน่’ เคยไปทํางานร้านอาหารที่ประเทศเยอรมนี ตอนนั้นยืมเงินญาติ 50,000 บาทเป็นค่าทําวีซ่ากับค่าตั๋วเครื่องบิน ต้องแอบทํางานเป็นโรบินฮู้ดอยู่ 3 เดือนในร้านอาหาร ทั้งเสิร์ฟ ล้างจาน และขัดห้องน้ํา เบ็ดเสร็จได้เงินกลับมา 180,000 บาท พอจ่ายหนี้ให้ญาติแล้วเหลือ 130,000 บาทก็เก็บไว้เองส่วนหนึ่ง อีกก้อนก็ให้แม่

'โตโน่'ตั้งแต่เป็น The Star จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 6 ปีแล้ว ไวเหมือนโกหก แต่สิ่งที่เหมือนเดิมมาตลอดคือ ความฝันของโตโน่ที่อยากให้แม่กับน้องสบาย ไม่ว่าจะเป็นอะไรหรือทํางานอะไรก็ตาม ทั้งคู่ต้องได้ในสิ่งที่ควรได้ “ช่วงที่เป็นข่าวหนักๆ คุณแม่ได้พูดประโยคหนึ่งว่า ถ้าเต็มที่แล้วก็กลับบ้านเรา ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครรักก็กลับบ้าน ผมจึงรู้สึกว่า จริงด้วย ผมไม่เคยลืมว่าตัวเองมาจากบ้านนอก ถ้าวันหนึ่งเวลาในวงการบันเทิงหมดลง ผมก็แค่กลับบ้าน ที่นั่นยังมีผู้หญิงอีกสองคนที่รักเรามากที่สุด คือ สุดลมโชยกับแสงระวี (คุณแม่กับน้องสาว) ผมไม่เคยกลัวเลยว่าจะอยู่ในวงการได้นานแค่ไหน จะดังหรือไม่ดัง ไม่สนใจ วันนี้มีหน้าที่อะไรก็ทําให้เต็มที่”

'โตโน่'

'โตโน่'‘โตโน่’ เลือกทําตามความฝันด้วยการออดิชั่นวงแบบเงียบๆ ในที่สุดได้สมาชิกทั้งหมด 5 คน ตั้งชื่อวงว่า The Dust ในช่วงแรกต้องผ่านอุปสรรคเยอะ เริ่มซ้อมกันท่ามกลางแรงกดดันที่บอกว่าวงไปไม่รอดหรอก แต่ตอนนั้นโตโน่ไม่สนใจ ไม่หาทางรอดคนเดียว ถ้ามีงานจ้างเดี่ยวให้ไปร้องเพลงคนเดียวก็เซย์โนทันที “ผมมีสัญชาตญาณดิบอยู่ในตัว หลายครั้งที่ทําอะไรตามความรู้สึก ทําสิ่งที่ออกมาจากใจจริงๆ ถ้าไม่ใช่ ถึงได้เงินก็ไม่ทํา ไม่มีใครสั่งผมได้ว่าต้องทําอย่างนี้ หรือต้องพูดแบบนั้น แต่ผลของการดื้อครั้งนั้นคือแทบไม่มีกิน (หัวเราะ) เพราะคนยังไม่รู้จักว่า The Dust คืออะไร”

keyboard_arrow_up