ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

เด็ดขาด รอบคอบ ทำจริง! วิสัยทัศน์ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จากบทเรียนถ้ำหลวง สู่วิกฤติโควิด-19

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร
ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

ในขณะที่หลายจังหวัดในประเทศไทย การกระจายตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ครอบคลุมไปทั่วแล้ว ซึ่งตอนนี้จะเรียกว่าเป็นวิกฤติโรคระบาดที่หนักหนาเอาการก็คงจะไม่ผิด แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนต้องทำตามก็คือ มาตรการของรัฐบาลที่ออกมาในเรื่องการอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ประชาชนเองก็คาดหวังว่าการบริหารจัดการ แก้ไขการระบาดของไวรัสให้มีประสิทธิภาพก็มีควาสำคัญ และทำให้เชื่อมันได้ว่าโควิด-19  จะจากไปในเร็ววันนี้ด้วยเช่นกัน

การระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการทำงานของผู้นำต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย ซึ่งอย่างในประเทศไทย บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็นความหวังเล็กๆ ของจังหวัดหนึ่งในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย  ซึ่งตอนนี้เขาได้ย้ายมาเป็นพ่อเมืองอยู่ที่จังหวัดลำปาง ในช่วงนี้ที่เริ่มมีข่าวไวรัส เขาได้บริหารจัดการ คัดกรองคน เพื่อป้องกันการระบาดอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ที่เกิดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จนขณะนี้ แม้ว่าไวรัสจะกระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ลำปางยังคงเป็นจังหวัดที่ยังการันตีว่า ไม่พบผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียว

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งเหตุการณ์ถ้ำหลวงในปี 2561 ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับแพรวไว้ การพูดคุยในตอนนั้น เราได้ถามถึงวิสัยทัศน์ในการทำงาน ระบบทางความคิดของนักบริหารคนนี้ว่า เขามีวิธีคิดและมองการแก้วิกฤติบ้านเมืองอย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็น่าจะเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของพ่อเมืองที่ชื่อ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในวันที่เกิดวิกฤติโรคระบาดอีกครั้งได้เป็นอย่างดี

 

เด็ดขาด รอบคอบ ทำจริง! วิสัยทัศน์ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ จากบทเรียนถ้ำหลวง สู่วิกฤติโควิด-19

“ผมไม่มีเคล็ดลับอะไรพิเศษในการทำงาน เพียงแค่ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ ต้องยึดมั่นกับเป้าหมายและทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้ สมัยก่อนเวลาว่าง ผมจะไปอ่านหนังสือ มีคนถามว่าเรียนอะไรเยอะขนาดนี้ บ้าหรือเปล่า ผมว่าการอ่านหนังสือเองกับเรียนหนังสือมันต่างกัน ผมเรียนเพื่อทดสอบความรู้ตัวเองในด้านนั้น ผมชอบอ่านประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงนิยาย ชอบอะไรที่ขบคิดลับสมอง เพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานให้ตัวเอง เวลาที่เจอวิกฤติเราจะไม่ลนลาน มีสติคิดได้ ตัดสินใจได้

“ผมจึงไม่ตื่นเต้นกับปัญหา เพียงแต่ว่าขนาดหรือระดับของปัญหามาไม่เท่ากันในแต่ละครั้ง สไตล์การทำงานของผมก็เลยเป็นแบบ ถ้าอยู่ในภาวะสงครามอย่างในอดีตแล้วผมเป็นแม่ทัพ ถ้าตั้งใจว่าวันนี้จะตีเมืองนี้ให้ได้ เพื่อเข้าไปกินข้าวเย็นในบ้านเขา ผมจะบอกให้ทุกคนรอกินได้เลย แต่ห้ามถามว่าผมจะใช้วิธีอะไรในการยึดเมืองนี้ ผมบอกได้แค่ว่า จงมั่นใจว่ายึดเมืองได้และเข้าไปกินข้าวเย็นได้แน่

ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

“ผมเติบโตมาในฐานะ Problem Solver รับราชการมา 30 กว่าปีแล้ว ผมไม่เคยได้นั่งแล้วทำงานสบายๆ แต่ต้องไปแก้ปัญหาเกือบทุกที่ ผมถูกฝึกมาให้แก้ปัญหาตั้งแต่อายุยังน้อย ถูกส่งเข้าไปในพื้นที่เพื่อแก้วิกฤติ แต่เมื่อแก้ได้แล้ว แทนที่จะได้อยู่กับมัน ผมมักถูกย้ายให้ไปแก้ปัญหาที่ใหม่ตลอด

“ถ้าคุณเป็นนักแก้ปัญหา คุณแม่น คุณไม่ต้องมัวทำให้เสียเวลา เข้าไปถึงปุ๊บ มองปัญหา วางเป้าหมาย กำหนดทิศทาง จะใช้ตัวละครอะไร ทรัพยากรอะไร วางแผนแล้วรีบแก้ทันที เพราะถ้าไม่รีบแก้ก็จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกแน่ ชีวิตผมมันเป็นอย่างนี้ จนกลายเป็นว่าอาชีพหลักของผมคือ การแก้ปัญหา

“ตราบใดที่ยังทำงาน เราก็อยากบรรลุเป้าหมาย ทุกปัญหาไม่เคยเหมือนกัน มันเป็นงานลับสมอง สนุก ท้าทาย อยากทำให้สำเร็จ ซึ่งความสำเร็จมันยิ่งใหญ่เสมอนะ”

Praew Recommend

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!