ปราการ ไรวา

“เนม ปราการ” สลัดลุคนักร้องแบดบอย กลายเป็นคุณพ่อแสนอบอุ่น

ปราการ ไรวา
ปราการ ไรวา

เมื่อ“ความรัก”เปลี่ยนนักร้องหนุ่มมาดแบดบอย เนม ปราการ ไรวา แห่งวง Getsunova ให้เป็นเหมียวๆ หง่าว และ“ความรัก”อีกนั่นแหละ ที่เปลี่ยนผู้ชายสายปาร์ตี้คนนี้ให้เป็นพ่อบ้านแสนน่ารัก อบอุ่น และอ่อนโยน…

วีรกรรมจีบสาว

“ผมค่อนข้างขี้อายเรื่องจีบหญิง เว้นเสียแต่ว่าเขามีท่าทีสนใจเหมือนกันเราถึงจะกล้า ย้อนไปเมื่อ 5 – 6 ปีที่แล้ว เพลงของ Getsunova เพิ่งดัง และผมเองก็โสด หลังจากแสดงดนตรีเสร็จ ผับใกล้ปิด อาการของทุกคนเริ่มเซๆกันแล้ว เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะสนใจเราเหมือนกัน จึงให้เพื่อนแกล้งผลักไปชนเพื่อจะได้มีโอกาสทำความรู้จัก เป็นทริคอย่างหนึ่งที่เวิร์คบ้างไม่เวิร์คบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะเวิร์ค (ยิ้ม)

“ถ้าให้ประเมินตัวเองก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้นะ เพราะถ้าคบใครแล้วไม่เคยยุ่งกับคนอื่นในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าเป็นช่วงที่ไม่ได้คบใคร ก็ต้องมีนิสัยผู้ชายบ้างตามสไตล์ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจทำให้คนมองว่าเจ้าชู้ โดยเฉพาะวิธีการคุยกับเพื่อนผู้หญิงที่ค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัว เช่น  เข้าไปกอดเลยโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะเป็นเพื่อนกัน ด้วยความที่เคยเรียนที่อังกฤษมาด้วย การทักทายกันด้วยการกอดเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนไทยอาจงงว่าทำไมถึงทักทายขนาดนั้น ทำให้ยิ่งมองว่าเราเจ้าชู้”

ปราการ ไรวา

ป้อ”เอาอยู่

“ยอมรับว่าผมผ่านประสบการณ์ความรักมาพอสมควร เคยคบผู้หญิงทั้งแบบที่เลือกโดยดูจากหน้าตาหรือเลือกตามสเป็คที่ชอบ แต่สุดท้ายก็ไปกันไม่รอดด้วยหลายสาเหตุ อย่างหนึ่งเหมือนเรารู้อยู่แก่ใจว่าในอนาคตคงไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอก เพราะเขาเข้ากับครอบครัวเราไม่ได้บ้าง หรือครอบครัวเราไม่ชอบเขาบ้าง จะด้วยกิริยามารยาทหรือแม้แต่การแต่งตัวที่ทำให้ดูไม่โอเคในสายตาผู้ใหญ่ แค่นี้เราก็อยู่ด้วยกันลำบากแล้ว และผมไม่ชอบอยู่ตรงกลางระหว่างครอบครัวกับแฟน เพราะคนที่เหนื่อยและลำบากใจสุดคือเรา ซึ่งเราเลือกพ่อแม่ (คุณประเวศวุฒิ-คุณเกษสุดา ไรวา) อยู่แล้ว

“นอกจากนี้ผู้หญิงบางคนไม่ให้เราทำสิ่งที่เป็นความฝัน หรือไม่เข้าใจในเวลาที่เราต้องทำงานหรือทำธุระส่วนตัว คืออยากให้ใช้เวลาทุกนาทีกับเขาไม่ยอมให้มีพื้นที่ส่วนตัว แบบนั้นก็ไม่ใช่แน่นอน เพราะความที่เราทำงานเยอะ เมื่อมีเวลาส่วนตัวก็อยากฟังเพลง เล่นเกม หรือทำสิ่งที่ชอบบ้าง ที่สุดจึงเริ่มมองหาผู้หญิงที่จะเป็นแม่ของลูก อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องใช้ความพยายามมาก เราสามารถแสดงความเป็นตัวเองให้เขาเห็นได้ตั้งแต่วันแรก
“จนได้มาเจอป้อ (สารชา ฤดีสุนันท์) เมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว รู้จักกันจากหลักสูตร ABC มหาวิทยาลัยศรีปทุม เรียนกันคนละรุ่น แต่เพื่อนเขาเป็นเพื่อนผม ทำให้เราเริ่มรู้จักกันจากการเป็นเพื่อนก่อน สิ่งที่ดึงดูดให้เราสนใจเขาเป็นพิเศษคือ ป้อทำงานวงการโฆษณาที่มีความเป๊ะ เป็นนักวางแผน และชอบทำตามแผนให้สำเร็จ ไม่ยอมให้มีการตกหล่นรายละเอียด มีสไตล์การแต่งตัวเท่ๆแมนๆ ตัดสูทใส่เอง เพราะเขาทำร้านสูทด้วย รวมๆแล้วเป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยแล้วสนุก ชอบอะไรคล้ายกัน

“พอวันหนึ่งคบกันเป็นแฟน ผมก็ไม่ต้องใช้ความพยายามที่จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อเอาใจเขา เวลาป้อมาที่บ้าน เขารู้ว่าต้องไปสวัสดีทักทายพ่อแม่ก่อน รู้ว่าเวลาพบผู้ใหญ่ควรแต่งตัวอย่างไรให้เหมาะสม ขณะเดียวกันป้อก็เข้าใจผมว่าต้องการพื้นที่ส่วนตัว หลังจากคบกันระยะหนึ่ง ผมรู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้แหละคือคนที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย อยากให้เขาเป็นคนสุดท้ายของเรา เวลาไปไหนด้วยกันแล้วรู้สึกภูมิใจ ที่มีเขาเคียงข้างอยากพาเขาไปทำทุกอย่างร่วมกันในชีวิต ป้อจึงเป็นได้ทั้งคู่ชีวิตและเพื่อนคู่หูที่รู้ใจ

“แต่แน่นอนว่าการที่เราทำงานวงการบันเทิงทำให้มีคลังข่าวเรื่องของเราเก็บไว้ตลอด ยิ่งช่วงที่มีแฟนเป็นคนวงการเดียวกัน เช่น  เป็นดาราหรือนางแบบ คนจะให้ความสนใจเยอะ มีรูปคู่ตอนออกงานหรือไปเที่ยวอยู่ในข่าว ทำให้ป้อซึ่งเป็นคนใหม่ที่จะเข้ามาในชีวิตได้เห็นและได้อ่านบทสัมภาษณ์ที่เราพูดถึงแฟนคนนั้นคนนี้อย่างสวยหรูดูดี จึงเป็นหน้าที่เราที่ต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้เขามั่นใจในตัวเราว่าเมื่อก่อนเราเคยเป็นอย่างนั้นจริง แต่ทุกวันนี้จบไปแล้ว เพราะฉะนั้นปล่อยเรื่องราวเหล่านั้นให้เป็นอดีตเถอะ นับจากนี้ให้ถือเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ของเราทั้งสองคนแล้วกัน ซึ่งป้อก็เข้าใจ

ปราการ ไรวา

“สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในตัวป้อเพิ่มขึ้นอีกคือ วันที่เขารู้ตัวว่าท้องป้อหักดิบทุกอย่าง เลิกดื่ม เลิกปาร์ตี้ เลิกแฮ้งเอ๊าต์ เหมือนกดสวิตช์จากสาวทำงานที่ชอบปาร์ตี้ กลายเป็นแม่ที่ตั้งใจและใส่ใจที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด อ่านหนังสือ ค้นคว้าข้อมูล เมื่อคลอดลูก (น้องเรน) แล้ว ป้อก็ยิ่งชัดเจนเลยว่าสละความเป็นตัวเองทุกอย่างได้เพื่อดูแลลูก จนผมกล้าพูดเลยว่าป้อเป็นแม่และผู้หญิงที่สุดยอดคนหนึ่ง

“ขณะที่ผมยังมีเวลาของตัวเอง ช่วงที่ป้อคลอดลูกแล้ว บางครั้งผมยังอยากออกไปเจอเพื่อน ซึ่งผมมาคิดทีหลังว่าไม่แฟร์สำหรับเขาเลย มีวันหนึ่งผมออกไปแฮ้งเอ๊าต์กับเพื่อน กลับบ้านมาในสภาพมึนๆ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เห็นป้อกำลังเลี้ยงลูก ทำให้รู้สึกไม่ชอบตัวเองเลยที่เป็นแบบนั้น ที่สำคัญคือเราควรเป็นคนพร้อมที่สุดในการดูแลลูกและภรรยา รวมถึงห้ามป่วยหรือเป็นอะไรด้วย  เพราะถ้าเป็นอะไรไป อีกสองคนจะอยู่อย่างไรตั้งแต่วันนั้นมา ผมบอกตัวเองว่าต้องไม่กลับบ้านมาในสภาพแบบนั้นอีก ทุกวันนี้ถ้าต้องไปเจอเพื่อน ผมจะสั่งน้ำส้มคั้น จนเพื่อนถามว่าเป็นอะไร ก็บอกไปว่าอยากได้วิตามินซี (หัวเราะ)

“การที่ผู้หญิงคนหนึ่งต้องทำหน้าที่แม่ดูแลลูก เขาต้องเสียสละและต้องปรับตัวในหลายๆ เรื่อง อย่างเวลาผมไปทำงานต่างจังหวัด  ป้อต้องอยู่บ้านกับลูก ซึ่งเขาสามารถทำหน้าที่แม่และภรรยาได้อย่างดี ถึงจะมีแม่บ้าน แต่ก็ดูแลทุกอย่างในบ้านเอง ซื้อของเข้าบ้าน  ทำอาหารให้ลูกกับผมกิน บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านที่เพิ่งย้ายเข้ามา เพราะฉะนั้นป้อจะเป็นคนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของมาจัดตกแต่งบ้านสิ่งที่เขาทำทั้งหมดถือเป็นการเสียสละเพื่อผมและลูก ยิ่งทำให้รู้สึกเกรงใจ บอกเลยว่าสิ่งที่ป้อทำ ทำให้ผมหยุดทุกอย่างไม่กล้าคิดออกนอกลู่นอกทาง

“ทุกวันนี้เวลาไปแสดงดนตรี เมื่อก่อนอาจมีสาวเข้ามาหาบ้าง แต่วันนี้เขาเห็นแหวนนิ้วนางข้างซ้ายแล้ว (ยกมือให้ดูประกอบ) มีแต่คนขอถ่ายรูปมากกว่า อีกวิธีหนึ่งที่ผมใช้ป้องกันตัวเองได้ดีที่สุดคือ เซฟรูปลูกไว้ที่หน้าจอโทรศัพท์ มองเห็นหน้าลูกทีไร เขาเป็นเหมือนฟูลสต็อปที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมจริงๆ”

ปราการ ไรวา

“ยอม”เพื่อความสุขในบ้าน

“ผมเห็นตัวอย่างจากพ่อแม่ที่ทำงานด้วยกันแล้วมีการทะเลาะกันบ้างเป็นเรื่องปกติ ซึ่งผมเชื่อเสมอว่าเวลาทะเลาะกัน ไม่ว่าอีกฝ่ายจะถูกหรือผิดก็ตาม ผู้ชายต้องเป็นฝ่ายยอมเพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้าน และแสดงความรักให้เขาเห็นว่าเขาคือที่หนึ่งในใจและในชีวิตเราตลอดไป ซึ่งผมเองก็อยากอยู่กับป้อไปจนแก่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราควรง้อเขาก่อน เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ผมตั้งใจ นั่นคือป้อมีความสุข”

In the “Name” of Father

“การเป็นพ่อทำให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น อยากใช้เวลาทุกนาทีอยู่กับครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งมีค่าอย่างมาก ด้วยความที่ต้องเดินทางไปร้องเพลงต่างจังหวัด ทำงานดึกไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวเท่าไหร่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนตัวคนเดียว พอว่างจะออกจากบ้านไปเจอเพื่อน ปาร์ตี้สนุกสนาน แต่พอมีลูกกลายเป็นว่าทุกวันที่ได้อยู่บ้านเป็นเวลาที่มีความสุขที่สุด ลูกทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเรามีความสุข ที่ผ่านมาผมอาจไม่ค่อยมีเวลาให้พ่อกับแม่มากนัก พอมีลูก เขาเป็นเหมือนศูนย์กลางความรัก เป็นสายใยที่ผูกพันความรักของทุกคนในครอบครัวเข้าด้วยกัน ทำให้ครอบครัวเราเป็นบิ๊กแฟมิลี่ที่แฮ็ปปี้มาก

“วันนี้ครอบครัวต้องมาก่อนทุกอย่าง ผมพยายามรับงานที่ไม่ต้องเดินทางไกลจากบ้านมากหรือถ้าไปแสดงจังหวัดไหนที่สามารถกลับได้เลยจะกลับทุกครั้งเพื่อมาอยู่กับลูก ช่วยป้อเลี้ยงลูก ผมทำได้เกือบหมดทุกอย่างนะ ทั้งอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนข้าว  ยกเว้นให้นมเองไม่ได้เท่านั้น (หัวเราะ)

“ล่าสุดพวกเราวางแผนพาลูกเที่ยวญี่ปุ่น ไปกันสี่คน มีผม ป้อ เรน และคุณแม่ป้อ (เสาวนิตย์  ฤดีสุนันท์) ซึ่งกลายเป็นทริปที่ทำให้การไปญี่ปุ่นของเราเปลี่ยนไป จากเดิมเคยไปเดินเล่นสบายๆ แต่ครั้งนี้จะไปไหนต้องคิดและวางแผนมากกว่าเดิม เพราะมีตัวเล็กที่เราต้องอุ้มบ้าง ฝึกให้เขานั่งรถเข็นบ้าง ไม่อย่างนั้นเขาจะติดให้เราอุ้มตลอด ผมกับป้อจะไปช็อปปิ้งก็ฝากลูกไว้กับคุณยาย ผ่านไปครึ่งชั่วโมง คุณยายโทร.มาบอกว่า ตั้งแต่เราสองคนออกจากห้อง ลูกยังร้องไม่หยุดเลย พอเรารีบกลับมาอุ้มปุ๊บ หยุดร้องทันที ยอมรับว่าเป็นคุณพ่อเห่อลูก ทุกวันนี้เจอใครมีแต่คนถามถึงลูก แล้วพอได้ยินใครบอกว่าลูกน่ารักก็ยิ่งปลื้ม”

ปราการ ไรวา


 

ที่มา นิตยสารแพรวฉบับ 954

keyboard_arrow_up
error: Content is protected !!